วันที่ถ้ำสวรรค์ได้ ถูกเปิดขึ้น เสี่ยวเทียนได้ขออาจารย์ให้ต้าเซี่ยงฉุนเข้าไปด้วย
เพราะบัดนี้ เขาได้มีพลังระดับ เซียนสวรรค์ขั้นต้นแล้ว อาจารย์ฉู่เหยียนจึงอนุญาตให้เข้าไปอีกคน ซึ่งบัดนี้ สำนักจตุรเทพได้มีคนที่จะเข้าไปในครั้งนี้อีกรวมเป็น 101 คน ทุกคนล้วนมีพลังระดับ เซียนสวรรค์ทุกคน แต่ว่าผู้ที่พลังระดับเทียนจุนนั้นไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ เหมือนกับว่า มีกฏธรรมชาติได้กั้นเอาไว้
“ ทำไมสำนักเราส่งคนเข้าไปเพิ่ม มากกว่าเดิมล่ะอาจารย์” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ ข้ามั่นใจว่า เจ้าจะคอยปกป้องพวกเขาได้ ไม่ให้ต้องตายแบบรุ่นก่อนๆ”
เสี่ยวเทียนได้ฟังก็ได้แต่ยิ้มไม่ถามอะไรต่อ
แล้วอาจารย์ฉู่เหยียน ก็สั่งทุกๆ คนว่า ให้เชื่อฟังคำสังของเสี่ยวเทียน หากมีปัญหาสิ่งใด ให้ปรึกษาเฉินเสี่ยวเทียนทันที ทุกคนต่างรู้ ความสามารถของเสี่ยวเทียนดี เลยพยักหน้ายอมรับพร้อมกัน
บรรยากาศทางเข้า ไม่ใช่มีแต่พวกเทพอสูรและ พวกราชวงศ์ ยังมีสำนักยุทธ์อีกหลายสิบสำนัก ล้วนส่งตัวแทนมากันเป็นร้อย ดังนั้นการเข้าไปถ้ำสวรรค์ครั้งนี้
มีผู้คนเข้าไปเกือบสองพันคน และแล้ว ถ้าสวรรค์ก็ถูกเปิดออก ทางเข้าที่เปิดขึ้น เป็นถ้ำที่ใหญ่มาก เฉพาะปากทางเข้า ก็สามารถเดินผ่านเข้าไป ไม่น้อยกว่า ห้าร้อยคน พอเดินเข้าไป ก็ถูกเครื่องเคลื่อนย้ายจนทุกคนต้องแยกจากกันไป
เสี่ยวเทียนมองจุดต่างๆ พบว่ามีทั้งหมด 6 เส้นทาง จึงหันมามองศิษย์สำนักจตุรเทพทุกคน แล้วมอบหยกติดต่อเอาไว้ให้ พร้อมกับให้แยกกันไป 5 กลุ่มๆ ละ 20คนแล้วเดินไปตามจุดที่เสี่ยวเทียนบอกไว้ ทั้ง100 คนหายวับ ไปเส้นทาง ที่1-5 ส่วนเสี่ยวเทียนเดินทางไปทางที่ 6
ร่างของเสี่ยวเทียนถูกวาร์ปเข้าอยู่ที่ท้องทุ่งหญ้าที่สวยงามแห่งหนึ่ง
“ อาจารย์ หยกมังกรฟ้าอยู่ที่ใด?”
“ ที่นี่มีมิติ ทับซ้อนกัน ถึงหกมิติ ข้าตรวจสอบแล้วในมิติแห่งนี้ไม่มี คงต้องไล่ตามหามิติอื่นๆไปเรื่อยๆ”
“ แล้วเราจะไปมิติอื่นๆ ได้อย่างไร?”
“ เจ้าต้องเอาชนะจ้าวมิติแห่งนี้ให้ได้ ก็จะได้กุญแจเพื่อไปมิติอื่นๆได้”
“ แล้วมันอยู่ที่ใดกัน”
“ ไปทางทิศเหนือ บนยอดเขาชื่อว่าคอเคซัส มีเทพองค์หนึ่ง ถูกจับตรึงกับกางเขนนรกเอาไว้ หลายพันปีมาแล้ว ทุกวันเขาจะถูกจิกกัดด้วยเหล่าเทพอีกาดำ พวกมันจะจิกกัด เทพองค์นี้จนไส้ไหลออกมา จนตาย รุ่งเช้าพระอาฑิตย์ขึ้น ร่างของเขาจะฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง แล้วก็ต้องถูกเทพอีกาดำสังหารอีก เป็นอย่างนี้ทุกวัน ตลอดหลายพันปีมาแล้ว เจ้าไปฆ่าเทพเจ้าอีกาดำจ้าวมิติแห่งนี้ แล้ว ช่วยปลดปล่อยเทพผู้นี้ให้รอดพ้นคำสาปนี้ซะ”
“ ได้ แล้วเทพองค์นี้ชื่อว่าอะไร?”
“ โพรเมธิอุส”
เสี่ยวเทียนพุ่งตัว วาร์ปออกไปในทันที พบเทือกเขา ที่ทอดยาวไปในทะเล บนยอดเขามีกางเขนยักษ์ปักอยู่ มียักษ์ตนหนึ่ง ร่างใหญ่โตเกือบเท่าภูเขา ถูกรัดตรึงด้วยโซ่ตรวนสายฟ้า ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ มีฝูงอีกานับพันกำลังเจาะกินตับไตไส้พุงของเทพยักษ์ตนนี้ ซึ่งไม่มีลมหายใจแล้ว
“ อาจารย์เขาตายไปแล้ว ทำไงต่อดี”
“ รออาฑิตย์ขึ้นพรุ่งนี้เช้า เขาจะฟื้นคืนชีพใหม่อีกครั้ง จากนั้นเจ้าก็ไปจัดการกับ พวกอีกาดำพวกนี้ให้หมดสิ้น แล้วค่อยปลดปล่อยเขาซะ”
เสี่ยวเทียนมองเห็นยักษ์เทพตนนี้ ถูกอีกาดำกัดกินอวัยวะภายในจนตาย อย่างน่าเวทนานัก
“ ทำไมเขาต้องถูกลงโทษเช่นนี้?”
“ กบฎต่อสภาเทพเจ้า”
“ กบฎ?”
“ เขาเป็นคนนำไฟ มาให้มวลมนุษย์ได้ใช้ปรุงอาหาร ทำไฟส่องสว่าง และทางเดินต่างๆ แล้วก็สอนให้มนุษย์รู้จัก และวิธีใช้ ทำให้มนุษย์ฉลาด เลยถูกคำสาปเช่นนี้”
“ อ้าว หากมนุษย์ฉลาดไม่ดีหรอกรึ?”
“ จะดีได้อย่างไร หากมนุษย์ฉลาดขึ้นมา พวกสภาเทพเจ้าก็จะทำงานลำบากจะจูงจมูกให้ไปไหนมาไหนก็ได้สดวก สภาเทพเจ้าไม่สามารถชี้ทางให้มนุษย์ได้อีก และต่อไปเครื่องเซ่นไหว้ และบูชาเทพเจ้า ก็อาจจะไม่มีคนนำมาบวงสรวงสังเวยอีกต่อไป ก็ได้ พวกมันจึงพยายามทำให้มนุษย์โง่เขลาแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ”
“ โอ้ สภาเทพเจ้านี่พวกเขาเอา ตรรกะอะไรคิดกันเนี่ย?”
“ พวกเทพเจ้าที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ ส่วนใหญ่ก็หลงอำนาจเช่นนี้แหละ เทพยักษ์โพเมธิอุสผู้นี้ทรมานมานานแล้ว พรุ่งนี้เจ้าก็จัดการช่วยเขาซะ”
“ ขอรับ ว่าแต่อาจารย์รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?”
“ ข้าสืบวิญญาณจากร่างของเขาที่ตายไปแล้วน่ะซิ”
คืนนั้นเสี่ยวเทียนก็นั่งสมาธิอยู่ที่บนยอดเขาคอเคซัส พอลืมตามาอีกที ก็เช้าพอดี
พบกับผู้คนมาเกือบหลายร้อยคน ยืนล้อมเทพยักษ์โพรเมธิอุส ที่บัดนี้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาแล้ว
“ ท่านเทพโพรเมธิอุส ขอเพียงท่านบอกพวกเรา ไฟเทพเจ้าที่ท่านขโมยมานั้นอยู่ที่ใด ข้าจะได้นำมาช่วยกำจัดเทพอีกาดำ ช่วยปลดโซ่ตรวนสายฟ้านี้ ให้ท่าน ข้าคือองค์ชายเจ็ดแห่งราชวงศ์ลู่ ให้สัญญากับท่าน”
“ ข้าคือ องค์ชายสี่แห่งราชันเต่ามังกร ข้าให้สัญญา หากว่าท่านบอกว่า ไฟเทพเจ้าอยู่ที่ใด ข้าจะเป็นผู้ช่วยท่านเอง พวกมนุษย์พวกนั้นไม่มีปัญญาช่วยท่านได้หรอก”
และก็มีเหล่าจอมยุทธ์มากมายเสนอตัวแนะนำตัว ว่าตนเองเก่งอย่างนั้น อย่างนี้มากมาขอให้ เทพยักษ์โพรเมธิอุส ให้คำสัญญา
เสี่ยวเทียนได้ยินเช่นนั้น ก็ยืนนิ่งอยู่ อยากรู้ว่า เทพยักษ์โพรเมธิอุสจะเอ่ยกับคนเหล่านี้ว่าอย่างไร
“ พวกมนุษย์ และสัตว์เทพทั้งหลาย เราคือเทพผู้ถือสัตย์ ขอบอกพวกเจ้าตามตรง
ให้พวกเจ้ารีบหนีไปซะ ก่อนที่เทพเจ้าอีกาดำ จะปรากฏ พวกเจ้าสู้ฝูงอีกาดำไม่ได้หรอก ถึงแม้ข้าจะบอกที่อยู่ของไฟเทพเจ้า พวกเจ้าก็ไม่สามารถไปนำมันมาใช้ได้ พวกเจ้าก็จะตายเพราะเจ้าสัตว์ประหลาด คิเมียรา” เทพยักษ์บอกออกไปเช่นนี้ ทำให้ทุกคนเริ่มไม่พอใจ แล้วก็เริ่มกระสับกระส่าย เพราะหากถึงเวลาเจ้าพวกเทพอีกาดำมา พวกเขาต้านไม่ไหวแน่
“ ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า พวกเราจะไม่สามารถทำได้ ได้โปรดให้โอกาสพวกเราได้ช่วยท่านด้วยเถอะ” องค์ชายเจ็ดลู่ชี ราชวงศ์ลิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าฟัง
“ ใช่แล้ว เรื่องนี้บอกที่อยู่ของไฟเทพเจ้าต่อพวกเราเถอะ แล้วพวกเราจะกลับมาช่วยท่านอย่างแน่นอน” เจ้าชายกุ้ยสี่อสูรเต่ามังกร ก็เสนอตัวเช่นกัน
“ ในเขาคอเคซัสแห่งนี้ มีถ้ำอยู่ ด้านหน้ามีต้นไม้โอ๊ค ยักษ์อยู่ต้นหนึ่ง ข้างในเป็นที่ข้าเก็บไฟเทพเจ้าเอาไว้ พวกเจ้าอยากไปเอา ก็ไปกันเถอะ”
พอเทพยักษ์พูดจบ ฝูงชนก็แตกฮือกันเพื่อจะรีบไปเอา ไฟเทพเจ้า แต่ไม่ทันได้ขยับตัว ก็มีฝูงอีกาเทพเจ้า ที่ตัวใหญ่กว่ามนุษย์ สามเท่า บินมานับหมื่นตัว เข้ารุมจิกกัด ทั้งพ่นไฟ ใส่ ฝูงชน ทั้งจิกกัด จนไส้ไหล บางตัวก็ พุ่งเข้าไปทำร้าย เทพยักษ์โพรเมธิอุส แต่ละคนบัดนี้ต่างวิ่งหนีกันเพื่อเอาตัวรอด
ส่วนเสี่ยวเทียนเห็นเช่นนั้น ก็หยิบธนูยิงตะวันออกมา แล้วเริ่มปล่อยลูกธนูปราณเทพเจ้า ที่บัดนี้พัฒนาเป็นลูกธนูสายฟ้าไปแล้ว พอลูกธนูสายฟ้าถูกยิงออกไปทีละ สามดอก ฟิ้ว ๆ ๆ ลูกธนูสายฟ้าก็ แยกเพิ่มออกไปอีกเป็น 6 และ เป็น 12 และ เป็น 24 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลูกธนูสายฟ้า ก็พุ่งเข้าใส่ฝูง อีกาเทพเจ้า นับร้อย นับพัน จนตาย อย่างอนาถ ทั้งๆที่ ร่างกายของมันสามารถป้องกันอาวุธเทพทั้งหลาย ได้เป็นอย่างดี แต่พอถูกลูกธนูสายฟ้า ก็ตายอย่างน่าอนาถ
พวกเทพอสูรกับ พวกราชวงศ์ลู่เห็นเช่นนั้น ก็ไม่สนใจ รีบลงจากยอดเขาเพื่อไปหาไฟเทพเจ้าในถ้ำคอเคซัสต่อทันที
เทพยักษ์โพรเมธิอุส เห็นเสี่ยวเทียนใช้ลูกธนูสายฟ้าจัดการกับ เทพเจ้าอีกาดำได้ก็ตกใจยิ่งนัก หลังจากที่ ฝูงอีกานับพัน ถูกฆ่าตายเกลื่อนกลาด ส่วนที่เหลือก็หนีกลับไป เสี่ยวเทียนก็ใช้กระบี่อัสนีฟันโซ่ตรวนสายฟ้า จนขาดกระเด็น ทำให้เทพยักษ์โพรเมธิอุส เป็นอิสระทันที
“ เจ้าเป็นทายาทเทพแห่งฟ้า ซีอุสรึ?
“ ไม่ใช่หรอก ข้าชื่อเฉินเสี่ยวเทียน บัดนี้ท่านเป็นอิสระแล้ว”
“ เจ้าไม่อยากได้ไฟเทพเจ้า แบบพวกมันรึ?”
“ ข้าไม่สนใจ ข้าสนใจที่จะจัดการกับเทพเจ้าอีกาดำมากกว่า”
เทพยักษ์โพรเมธิอุส ตกใจ ที่รู้แนวคิดของเสี่ยวเทียน
“ มันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะกำจัด เทพเจ้าอีกาดำ เพราะมันมีพลังเพลิงที่ร้ายกาจกว่าลูกสมุนของมันมากมายนัก มันมีพลังอัคคีที่มีความร้อนแรงเปรียบดังดวงอาฑิตย์ มีแต่ไฟเทพเจ้า เท่านั้นที่จะกำจัดมันได้”
“ ร้ายกาจเช่นนั้นเลยรึ?”
“ หากมันไม่ร้ายกาจ มันจะถูกสั่งจากเทพซุสให้มา ทำหน้าที่สังหารข้าในทุกๆ วันได้รึ ขนาดน้อยชายน้องสะใภ้ของข้า ยังมิอาจสู้มันได้ คนที่คิดช่วยข้ากลายเป็นเถ้ากระดูกไปเสียทุกคน หากเจ้าไม่ใช้ไฟเทพเจ้า ต่อสู้กับมัน เจ้าก็รีบหนีไปเถอะ
ยังไงข้าก็ไม่รอดจาก เทพเจ้าอีกาดำตัวนี้ไปได้หรอก” เทพยักษ์โพรเมธิอุสเอ่ยอย่างท้อแท้ หมดอาลัย
“ เอาล่ะ แล้วทำไมป่านนี้ เทพเจ้าอีกาดำถึงยังไม่ปรากฏตัวล่ะ?”
“ ช่วงนี้มันจำศีลอยู่ อีกไม่เกินสองชั่วยามมันคงออกมา พวกเรารีบเข้าไปเอาไฟเทพเจ้าออกมาก่อนเถอะ” เทพโพรเมธิอุส แหงนมองไปบนท้องฟ้า เห็นดวงตาสีดำ จ้องมองมาอย่างน่ากลัว
“ นี่หรือ ดวงตาเทพเจ้าอีกาดำ นี่มันสามารถมองเราแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?”
เสี่ยวเทียนยิงลูกธนูสายฟ้า ออกไปสองดอก พุ่งขึ้นฟ้า เข้าสู่ดวงตาทั้งสองของมัน
ตูม !! ดวงตาทั้งสองของมันก็ระเบิดหายไปในอากาศ
“ เรียบร้อย เราไปเอาไฟเทพเจ้ากันได้แล้ว”
เทพโพรเมธิอุส มองเสี่ยวเทียนอย่างตื่นตะลึงไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะทำลายดวงตาเทพเจ้าอีกาดำได้ง่ายดายเช่นนี้
ทั้งสองไม่ได้ไปตามทาง ที่เคยบอก คนเหล่านั้น แต่กลับพาไปที่ทะเลใต้เทือกเขาคอเคซัส
“ มันไม่ได้อยู่ในถ้ำอย่างที่ท่านบอกพวกมันรึ?”
“ ก็อยู่ แต่ทางนี้เป็นทางลัดกว่า เราไม่ต้องเจอกับ สัตว์ร้ายคีเมียรา”
ทั้งสองพากันลงไปใต้ทะเลลึก แล้วเข้าไปในถ้ำใต้ทะเล แล้วเทพโพรเมธิอุสก็กลายร่างเท่ากับมนุษย์ แล้วขึ้นมาโผล่กลางถ้ำคอเคซัส ทั้งสองขึ้นจากน้ำ แล้วเดินไปตามทาง ที่มีดวงไฟติดอยู่โดยรอบๆ ทั้งสองฝั่ง ระหว่างทาง มีธนูกล มีดบาง พุ่งเข้าจากทั้งสองฝั่ง เป็นเหมือนค่ายกลที่ถูกสร้างเอาไว้ แต่เทพโพเมธิอุสก็พาเสี่ยวเทียนผ่านมาได้อย่างง่ายดาย จนมาหยุดยืนที่ แท่นบูชาขนาดใหญ่
ด้านหน้ามีเปลวไฟสีน้ำเงินลุกโชน อยู่บนแท่นบูชา
“ นี่คือเปลวไฟเทพเจ้า ซึ่งเป็นของสภาเทพเจ้า ข้าขโมยเอามาแบ่งให้มนุษย์นำไปใช้ เพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น ความเป็นจริงมันเป็นเพลิงที่ใช้ทำอาวุธให้กับ เทพเจ้าแห่งศาสตรวุธ ฮีฟิทัส และเป็นเพลิงที่สามารถใช้ทำลายล้างโลกมาตั้งแต่เก่าก่อน สมัยนั้น ข้าคิดว่า มันเป็นมีประโยชน์ต่อมนุษย์ และเป็นโทษต่อมนุษย์มากข้าจึงนำมาเก็บซ่อนไว้ที่นี่ หากเก็บมันเอาไว้ให้ เพื่อไม่ให้พวกสภาพเทพเจ้า ใช้ไฟล้างผลาญโลกมนุษย์อีก”
“ ท่านมอบให้ข้านี่ ไม่กลัวข้าจะใช้ไฟ ทำลายล้างโลกรึ?” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ ฮ่า ฮ่า คนที่จะใช้ไฟเทพเจ้าได้ระดับนั้น ต้องเป็นปฐมพระเจ้า เท่านั้น โนโลกปัจจุบันนี้ ปฐมพระเจ้า ล้วนไม่มีอีกแล้ว มีแต่ปฐมเทพเจ้าบางองค์เท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ แต่ก็ไม่สามารถใช้ไฟเทพเจ้าถึงขั้นนั้นได้”
“ นอกจากมีปฐมเทพเจ้าแล้ว ยังมี ปฐมพระเจ้าอีกหรือนี่?”
“ ใช่แล้ว ปฐมพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า ผู้สร้างล้วนไร้ตัวตน เป็นผู้ให้กำเนิดปฐมเทพอีกที"
“ โอ้ ซับซ้อนจริงๆ”
“ เอาล่ะ ไฟเทพเจ้าดวงนี้ สถิตย์อยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ข้าเคยนำไปใช้แค่ เศษเสี้ยว 1 ในสิบเพื่อแบ่งให้มนุษย์โลกได้ใช้ ประโยชน์ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เจ้าลองไปทำการดูดซับดู ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถดูดซับได้สัก 1 % ก็สามารถทำลายร่างของเทพเจ้าอีกาดำได้แล้ว”
เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปใกล้แท่นพิธี แล้วทำการเดินพลังตามแบบวิชาในคัมภีร์นิรันดร์ แล้วนำมือขวา ยื่นเข้าไปสัมผัส ที่เปลวไฟสีน้ำเงินดวงนี้ เปลวไฟสีน้ำเงินพุ่งไหลเข้าสู่ร่างของเสี่ยวเทียน เข้าไปใน ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว ร่างของเสี่ยวเทียน กลายเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินท่วมร่าง เทพโพรเมธิอุส อ้าปากค้างขณะกำลังจะห้ามปราม แต่ก็ต้องรีบเอามือมาปิดปากตัวเองเอาไว้ เพราะว่า เปลวไฟสีน้ำเงินค่อยๆ จากหายไปในร่างกายของเสี่ยวเทียนจนหมด ไฟเทพเจ้าที่หน้าแท่นบูชาหายไปจนหมด
“ เรียบร้อย คราวนี้ต่อให้เทพอีกามากันทั้งฝูง ข้าแค่ใช้นิ้วเดียวก็สามารถเผาร่างพวกมันได้ในพริบตา” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็ลองขยับมือนิดเดียว เปลวไฟสีน้ำเงินก็ปรากฏอยู่ในฝ่ามือ ของเขา
“ นี่...เจ้าดูดซับ...ไฟเทพเจ้าได้จนหมดเลยหรือนี่?”....