หอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้

    ตอนที่ 50 ไม่ยอมถอย

    ตอนที่ 50 ไม่ยอมถอย

    ที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนค่ายทหารกลางป่า เหล่าทหารจากค่ายระดับ1 และค่ายระดับ 2 ต่อสู้อย่างสิ้นหวัง พวกเขาไม่มีทางให้ถอยหนี ค่ายทหารกลางป่าทางด้านหลังเป็นเหมือนกับกำแพงล่องหนที่ไม่สามารถเข้าไปได้

    ทำให้ทางเลือกเดียวคือต้องสู้อย่างสุดชีวิต

    สถานการณ์ในตอนแรกก็ไม่ได้สิ้นหวังจนหมดหนทางแบบนี้โดยเฉพาะเมื่อมีค่ายระดับ 3 ที่คานอำนาจกับค่ายแกนนอนไว้ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าจะมีผู้ทรยศในค่ายระดับ3 ทั้งสามค่ายที่ฉวยโอกาศเข้ามาตีเนียนประชิดตัวเหมือนจะร่วมมือกันต่อสู้ แต่ในพริบตาต่อมาก็เลือกจะปาดคอพวกเดียวกันเอง

    “ไอ้พวกสารเลวค่ายดีแลนพวกแกมันดีแต่ปากอ้า!”

    “ค่ายดีแลนแกมันชั่วยิ่งกว่าพวกเรา”

    “สู้ตายอย่างน้อยก่อนตายก็ลากพวกมันลงนรกไปด้วย”

    “ไม่คิดว่ามนุษย์ด้วยกันจะเลวร้ายขนาดนี้ฉันคิดว่าชีวิตนี้จะต้องตายด้วยน้ำมือของซอมบี้ซะอีก”

    ทหารจากค่ายอื่นต่างก็เครียดแค้นค่ายดีแลนมากอีกฝ่ายที่ควรจะจับมือกันต้านค่ายแกนนอน กลับเลือกจะแอบร่วมมือกับค่ายแกนนอนและยังใช้วิธีสกปรกแบบนี้ในการลอบโจมตีอีกด้วย

    แต่ไม่ว่าค่ายแกนนอนหรือค่ายดีแลนจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางปิดแนวรบได้มิดชิดจึงเริ่มมีคนหลบหนีออกมาได้บ้าง

    และในตอนนั้นเองก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาจากแนวป่ายิงพวกที่หนีออกไปได้

    “หึ คิดว่าจะสู้กับท่านลอร์ดแกนนอนได้อย่างนั้นเหรอวันนี้ท่านลอร์ดกำหนดมาแล้วว่าจะไม่มีใครรอดไปจากที่นี่ได้ แน่นอนว่าอีกไม่นานลอร์ดพวกแกก็จะตามไปด้วย”

    คาร์ลคือทหารมือขวาของค่ายแกนนอนและยังเป็นผู้สั่งการที่แท้จริงที่แกนนอนไว้วางใจ

    “ค่ายแกนนอนไม่ได้ส่งทหารมามากนักแต่กลับมีนักผจญภัยมาจำนวนมากและเข้าไปด้านใน ที่แท้ทหารพวกนั้นก็รออยู่ด้านนอก” อมีเลียหรี่ตามองผ่านหน้ากากของชุดเกราะ

    ตอนนี้ทหารค่ายมิดไนท์ทั้งหมดอยู่ในสภาวะพร้อมสู้ตายและรอคำสั่งของอมีเลียอยู่แต่ว่าเธอกลับไม่ลงมือและเพียงแค่รออยู่เฉย ๆ

    ค่ายต่าง ๆพากันสิ้นหวังผู้คนที่รวมตัวกันอยู่ตรงนี้มีไม่ต่ำกว่า 300-400 คนที่พากันห้ำหั่นกันเอง ความแตกต่างของอาวุธในมือกับความแข็งแกร่งของผู้มีพลังทำให้มันเหมือนกับการสังหารหมู่มากกว่า

    ทุกครั้งที่เสียงปืนดังขึ้นจะมีคนล้มลงไปศพนอนกองเต็มพื้น สุดท้ายแล้วค่ายแกนนอนและค่ายดีแลนก็เอาชนะสองค่ายระดับ 3 ได้จนหมดสิ้นมีผู้รอดไม่ถึง 10 คน ส่วนค่ายเล็ก ๆ กลับมีแค่หนึ่งถึงสองคนเท่านั้น

    รวมแล้วฝั่งของค่ายแกนนอนและค่ายดีแลนมีคนเหลืออยู่50 กว่าคนพร้อมอาวุธปืนในมือ ขณะที่ค่ายที่รอดมีเหลือไม่ถึง 20 คนแต่พวกเขากลับพึ่งมาสังเกตเห็นว่ายังมีอีกค่ายหนึ่งที่ยังรอดอยู่

    ค่ายมิดไนท์ต่างก็ไม่ได้ออกไปสู้ด้วยแต่ยึดฐานที่มั่นไว้และยกโล่ป้องกันอยู่แบบนั้น

    “ยังมีค่ายเหลือรอดอีกอย่างนั้นเหรอโอ้ นั่นมันชุดเกราะดูแล้วไม่ธรรมดาจริง ๆ” คาร์ลพูดอย่างสนใจ แต่ไม่ลงมือผลีผลามเพราะตอนนี้พวกเขาล้อมไว้หมดแล้ว

    คนพวกนั้นมีแค่อาวุธเย็นในมือเท่านั้นไม่มีทางสู้กับอาวุธปืนได้เลย นั่นคือความคิดของคาร์ล

    “ดีใครเป็นผู้นำพวกแกออกมายอมแพ้ถอดเกราะปลดอาวุธซะแล้วกลับไปกับพวกเราที่ค่ายรับรองว่าพวกแกจะยังมีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่งั้นถ้าชักช้าก็เตรียมตัวตายได้เลย”

    พวกที่เหลือรอด20 กว่าคนจากค่ายต่าง ๆ เห็นความหวังบางส่วนเริ่มลังเล แต่ว่าคนจากค่ายอสูรและค่ายโลหิตกลับเต็มไปด้วยสายตาเครียดแค้นก่อนจะวิ่งเข้าไปรวมกับอมีเลียและทหารมืด

    “อย่าไปเชื่อพวกมันมันไม่มีทางปล่อยใครไปแน่นอน”

    “ใช่ ๆ พวกมันมีปืนแต่พวกคุณใส่เกราะและมีโล่ เรายังสู้พวกมันได้”

    คนอื่นอาจจะรอดถ้ายอมจำนนแต่ว่าคนจากค่ายระดับ 3 ค่ายอสูรและค่ายโลหิตรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางรอดถ้ายอมแพ้

    ค่ายแกนนอนชัดเจนว่าต้องการทำลายค่ายพวกเขายังไงก็ต้องฆ่าอยู่แล้ว

    ความหวังเดียวของพวกเขาคือให้คนจากค่ายมิดไนท์สู้ตายกับพวกนั้นสร้างความหวังเล็ก ๆ เปิดช่องในการหนี นั่นคือหนทางรอดเดียว

    อมีเลียมีหรือจะมองไม่ออกเธอไม่คิดจะตอบสนองอะไรกับคนเหล่านี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคำขู่ของคาร์ลเลย

    พวกเขาคือทหารมืดที่ถูกสร้างขึ้นโดยกัสไม่มีความคิดเรื่องการทรยศอยู่ในความคิด พวกเขามีแต่จะสู้ตายเท่านั้น

    “เตรียม” อมีเลียยกมือขึ้นทหารมืดทุกนายก็ยกอาวุธขึ้นมาพร้อมจะพุ่งเข้าไปขย้ำพวกค่ายระดับ3 ทันที

    คาร์ลใบหน้าบึ้งตึงพวกค่ายดีแลนเองก็หันมามองเพื่อขอความเห็นเหมือนกัน ความดุดันทำให้คนพวกนั้นเริ่มไม่มั่นใจว่าจะจัดการได้หรือต่อให้จัดการได้ก็จะมีการสูญเสียอย่างหนักแน่นอน

    แต่ไม่ว่าจะอย่างไรคาร์ลก็ไม่สนใจเขาจะไม่ยอมให้คนพวกนี้มาท้าทายอำนาจของตัวเอง

    “ฆ่าพวกมันให้หมด”

    ทหารทุกนายต่างก็พากันยกอาวุธปืนขึ้นพวกที่ยังรอดอยู่พากันหวาดกลัวถอยหลังไปจนชนกับทหารมืดในตอนที่คิดว่าพวกเขาจะโดนกระหน่ำยิงจากทุกทิศทางอยู่ ๆ ที่แนวชายป่าก็มีการเคลื่อนไหว

    มีเสียงครางคำรามเบาๆ พร้อมกับเสียงเดินผ่านพุ่มไม้และกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยมา

    ทุกคนรีบหันกลับไปแต่ก็สายไปซะแล้วเพราะมีฝูงซอมบี้จำนวนมากปรากฏตัวขึ้นมา เสียงปืนพากันยิงใส่ซอมบี้จนดังสนั่นไปทั่วทั้งป่า

    แต่ว่าจำนวนของซอมบี้มีมากเกินไปไม่นานพวกซอมบี้ก็ประชิดตัวและเริ่มกัดทหารจากค่ายแกนนอนและค่ายดีแลนพวกซอมบี้ไม่ได้มีการแบ่งแยกเหยื่อ พวกมันโจมตีทุกคนและเหมือนว่าจำนวนจะไร้สิ้นสุดด้วยซ้ำ

    “อ้า!”

    “หนี....ถอยก่อนพวกมันมีมากเกินไป”

    “ไหนว่ารังซอมบี้พวกนี้โดนกำจัดไปแล้ว”

    “เยอะเกินไปซอมบี้เยอะเกินไปแล้ว พวกเราต้านไม่อยู่แน่”

    แม้ก่อนหน้านั้นค่ายต่างๆ จะพากันฆ่ากันเอง แต่ตอนนี้พวกเขาต่างก็พยายามเอาตัวรอด ซอมบี้มันไม่มีความหวาดกลัวและความเหนื่อยล้ามันมุ่งมั่นที่จะกินเลือดเนื้อโดยการอาศัยสัญชาตญาณดิบโจมตีทุกสิ่งที่มีชีวิต

    “ให้พวกผมไปด้วยพวกเราต้องหนีไปจากที่นี่”

    “พวกเราช่วยพวกคุณได้ขอล่ะ”

    คนจากค่ายโลหิตและค่ายอสูรกับค่ายเล็ก ๆ อีกไม่กี่คนที่ยังรอดอยู่เพียงหยิบมือเดียวเข้ามาขอร้องต่ออมีเลีย เพราะค่ายมิดไนท์คือพวกที่รักษากำลังรบไว้ได้มากที่สุด

    คนอื่น ๆ ยิงจนกระสุนหมดแล้วแต่ค่ายมิดไนท์มีอาวุธเย็นเป็นหลักและยังเหมือนกับว่ามีพละกำลังเหลือเฟือสามารถสู้ได้ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

    พวกเขาตั้งแนวรับและหันหลังเข้าหากำแพงทำให้ต้องรับมือกับซอมบี้เฉพาะจาก ด้านหน้า ซ้าย และขวาเท่านั้น

    แน่นอนว่าการทำแบบนี้ได้เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องปกป้องใครทุกคนสามารถสู้ได้ แต่ถ้ารับคนอื่น ๆ เข้ามาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    อมีเลียยังคงนิ่งเฉยสิ่งที่เธอต้องทำคือยึดที่นี่และรอให้คนอื่น ๆ ออกมาจากดันเจี้ยนด้านหลัง

    ที่นี่ไม่มีนักผจญภัยอื่นๆ อยู่ ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้าไปในดันเจี้ยนได้ แถมรอบตัวก็โดยล้อมจนหมดดังนั้นทางรอดเดียวคือไปรวมกลุ่มกับค่ายมิดไนท์ แต่ทว่าค่ายมิดไนท์กลับไม่มีท่าทีจะช่วยเหลือพวกเขาเลย

    อมีเลียก็เริ่มขมวดคิ้วมากขึ้นถึงกัสจะเตือนและบอกเรื่องที่จะเกิดขึ้นแล้ว ว่าค่ายแกนนอนจะโจมตีที่นี่ ค่ายดีแลนจะหักหลังและซอมบี้จะโจมตีอีกครั้ง

    แต่พอเอาเข้าจริงพอสถานการณ์เริ่มวุ่นวายไม่มีใครสามารถควบคุมอะไรได้ดั่งใจทั้งนั้น ต่อให้ทุกคนจะใส่ชุดเกราะแต่ถ้าโดนล้อมโจมตีจากซอมบี้จำนวนมหาศาลพวกมันก็ฉีกชุดเกราะของพวกเขาออกเป็นชิ้น ๆ ได้เหมือนกัน

    “เปิดช่องให้พวกเขาเข้ามา”อมีเลียตัดสินใจในท้ายที่สุด ให้ผู้รอดชีวิตราว ๆ 10 คนเข้ามาด้านในการป้องกัน

    “ขอบคุณ ๆ”

    “พวกเราจะช่วยพวกคุณฝ่าออกไป”

    “ใช่ ๆยังไงพวกเราก็เป็นผู้มีพลัง เราช่วยได้แน่นอน”

    แต่ละคนที่รอดอยู่เป็นพวกผู้มีพลังเพราะผู้ที่อ่อนแอกว่านั้นตายจนหมดแล้ว คนพวกนี้รีบแสดงท่าทีว่าพร้อมจะสู้ไปด้วยกันเพื่อหาทางรอด

    แต่ว่าอมีเลียกลับไม่คิดอย่างนั้น

    “เราจะไม่หนีถ้าคนที่เข้าไปในดันเจี้ยนกลับออกมาแล้วไม่มีพวกเราต้านซอมบี้ไว้ พวกเขาจะตายกันหมด”

    พอพวกที่รอดได้ยินก็พากันมีใบหน้าสิ้นหวังรีบโต้แย้งกันทันที

    “คุณทำแบบนั้นไม่ได้ถ้าเราอยู่เราจะตายกันหมด ซอมบี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังที่มีตอนนี้สามารถฝ่าออกไปได้”

    “ใช่แล้วเราต้องเอาตัวรอดก่อน”

    “ถ้าเราตายไปมันก็ไม่มีความหมายพวกเราต้องมีชีวิต”

    ทุกคนพยายามคัดค้านและไม่ยอมรับคำสั่งนี้

    อมีเลียยังนิ่งเฉยมองพวกเขาโดยไม่สะทกสะท้านแววตาภายใต้หมวกเกราะทำเอาทุกคนเริ่มเงียบลงท่ามกลางเสียงการต่อสู้

    “ใครอยากไปก็ไปไม่มีใครมาบังคับ ส่วนคนที่อยากจะรวมกลุ่มต้องจับอาวุธและสู้ตามคำสั่งเท่านั้น”

    “...”

    สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าโต้แย้งล้อกันเล่นหรือไงถ้าออกไปคนเดียวพวกเขาจะต้องตายอย่างแน่นอนแต่ถ้าอยู่ที่นี่อาจจะยื้อเวลาตายให้ช้าลงได้บ้าง

    จึงพากันกัดฟันหยิบอาวุธเท่าที่จะหาได้และช่วยกันฆ่าซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง

    คล้ายกับเรื่องหอคอยโลกาวินาศ ฉันมีระบบปรับแต่งซอมบี้ ที่คุณอ่าน