บทที่ 38 เด็กน้อยผู้นี้คือเทพแห่งการสังหาร! (รีไรต์)
หัวหน้ากลุ่มอันธพาลผู้นั้นถึงกับขวัญผวา เขาแทบมองไม่ทันเลยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น สมุนของเขาทุกคนกลับลงไปนอนกองกับพื้น เพียงเพราะถูกเด็กน้อยผู้หนึ่งจัดการจนหมอบราบ
หมู่บ้านตระกูลทังไปมีเด็กน้อยเจ้าฝีมือเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ไม่เคยได้ยินข่าวคราวมาก่อนเลย ด้วยความหวาดกลัว เขาจึงชักมีดที่เหน็บเอวออกมา ซึ่งก็คือมีดเล่มเดียวกับที่ใช้สังหารเหล่าเฮยนั่นเอง เขาเห็นว่ามันใช้การได้ดีจึงกะว่าจะยึดไปใช้ต่อ
เจ้าก้อนแป้งน้อยเห็นเขารับมีด พลางเอ่ยกับความว่างเปล่าข้างกายด้วยท่าทางประหลาด "เหล่าเฮย เขาใช้มีดเล่มนี้ฆ่าเจ้า ได้! ข้าจะล้างแค้นให้เจ้าเอง!"
หัวหน้าอันธพาลรู้สึกหนังตากระตุกยิก ๆ อีกครั้ง! เด็กหญิงคนนี้ช่างลี้ลับและน่าพรั่นพรึงนัก!
"นังเด็กบ้า เจ้าคิดจะขู่ใครกัน... อ๊ากกก!"
เสียงแผดร้องอย่างโหยหวนดังขึ้น เจ้าก้อนแป้งน้อยพุ่งเข้าไปหาแล้วใช้เท้าเตะตัดขาหนึ่งครา จนเกิดเสียงดังสนั่น หัวหน้าอันธพาลเข่าทรุดลงกระแทกพื้นทันที พริบตาต่อมา มีดในมือเขาก็หลุดลอยไป และไปตกอยู่ในมือของเจ้าก้อนแป้งน้อยอย่างแม่นยำ
"เหล่าเฮย เขาใช้มือข้างนี้สังหารเจ้าใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าจะสับมันทิ้งเสีย..."
ฉัวะ!
เสียงทึบ ๆ ดังขึ้นหนึ่งครา! มือซ้ายของหัวหน้าอันธพาลถูกฟันจนขาดกระเด็น เขาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะแผดเสียงร้องโหยหวนตามมา
"อ๊ากกกกก! เจ้าอายุเพียงเท่านี้ เหตุใดจึงมีจิตใจอำมหิตเยี่ยงนี้... แค่ฆ่าหมาตัวเดียว เจ้าถึงกับกล้าสับมือข้าเชียวหรือ! เจ้าตายแน่!"
ทว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยไม่ได้ฟังคำขู่ของเขา นางยังคงเอ่ยกับความว่างเปล่าด้วยท่าทางจริงจัง "อ๊ะ ข้าฟันผิดข้างหรือ ไม่ใช่ข้างนั้นหรอกหรือ เป็นข้างนี้เองหรือ ได้! ข้าจะสับให้เจ้าอีกข้าง เจ้าจงคาบไปกินเสีย เนื้อสด ๆ ก็รสชาติดีไม่ใช่น้อย..."
ฉัวะ!!
คมมีดตกลงมาอีกคราหนึ่ง หัวหน้าอันธพาลแผดร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาไม่กล้าเอ่ยปากด่าทออีกต่อไป เพราะยามนี้เขาสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของเด็กน้อยผู้นี้อย่างแท้จริง ใบหน้าอันไร้เดียงสา จิ้มลิ้มน่ารักประหนึ่งตุ๊กตาในภาพมงคลปีใหม่ มีผมแกละสองข้างดูอ่อนโยน ทว่ายามลงมือนั้นกลับรวดเร็วและเด็ดขาดอำมหิตยิ่งนัก
สายตาที่นางมองเขานั้นไม่มีความเวทนา หรือจะกล่าวว่านางไม่ได้มองเขาเป็นมนุษย์เสียด้วยซ้ำ ราวกับท่านพญายมในนรกภูมิที่กำลังพิพากษาคดีอย่างเที่ยงธรรม เมื่อทำผิดย่อมต้องได้รับทัณฑ์ทรมาน ไม่ได้มีการอ่อนข้อให้แม้เพียงนิด
สมุนอันธพาลคนอื่น ๆ ต่างพากันตกตะลึงจนตัวสั่นเทา พวกเขาไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนในชีวิต ได้แต่นอนกองกับพื้น ลุกไม่ขึ้น ไม่อาจเข้าไปช่วยหัวหน้าได้ หรือต่อให้ช่วยได้ พวกเขาก็ถูกเจ้าก้อนแป้งน้อยสยบจนขวัญหนีดีฝ่อไปสิ้นแล้ว
ช่างอัปมงคลนัก! เด็กน้อยบ้านใดกันที่มีรูปลักษณ์ไร้เดียงสาปานนี้ ทว่ายามลงมือกลับเหี้ยมเกรียมเพียงนี้ ไม่เคยพบไม่เคยเห็น!
หัวหน้าอันธพาลที่เคยกล้าด่าทอ ยามนี้ในหัวมีเพียงความคิดเดียวคือต้องรักษาชีวิตรอด เด็กคนนี้คือเทพแห่งการสังหารโดยแท้! พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย ไม่กล้าตอแยอีกแล้ว
หลังจากเจ้าก้อนแป้งน้อยกระซิบกระซาบกับความว่างเปล่าครู่หนึ่ง นางก็หันสายตาไปมองพวกสมุนอันธพาล พวกมันสะดุ้งสุดตัว พากันคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตเป็นพัลวัน
"ท่านปู่ทวด ท่านย่าทวดน้อย โปรดไว้ชีวิตด้วย ข้าผิดไปแล้ว! พวกเราผิดไปแล้ว! พวกเราไม่ชิงตัวพี่สาวท่านแล้ว และชั่วชีวิตนี้จะไม่เหยียบย่างเข้าหมู่บ้านตระกูลทังอีก ขอท่านปู่ทวดน้อยโปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถิด..."
เจ้าก้อนแป้งน้อยเอ่ยด้วยเสียงใสแจ๋ว "เหล่าเฮยเป็นหมาที่มีจิตใจดีงามนัก แม้พวกท่านจะสังหารมัน แต่มันกลับไม่คิดจะเอาชีวิตพวกท่าน ซ้ำยังขอให้ข้าปล่อยพวกท่านไป เช่นนั้นข้าก็จะปล่อยพวกท่านไปก็แล้วกัน..."
ความหมายแฝงนั้นชัดเจนนัก หากเหล่าเฮยไม่ขอไว้... วันนี้พวกมันคงไม่มีใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว!
พวกอันธพาลน้อยประหนึ่งปลาที่กำลังจะขาดใจทว่าพบแหล่งน้ำ พากันกราบกรานแทบเท้าเจ้าก้อนแป้งน้อย "เป็นพวกเราที่ผิดไปแล้ว กลับไปพวกเราจะรีบจุดธูปเผากระดาษเซ่นไหว้ให้ท่านปู่หมาดำ ท่านปู่หมาดำช่างใจกว้างไม่ถือสาคนพาล ขอบพระคุณท่านปู่หมาดำที่ไว้ชีวิต..."
ยามที่แม่เฒ่าหลี่และชาวบ้านที่ตามมาถึง ได้เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้านี้เอง
"เสี่ยวชุ่ย หลานรักของย่า!" แม่เฒ่าหลี่ปรี่เข้าไปดึงตัวทังเสี่ยวชุ่ยออกมาจากกระสอบป่าน สองย่าหลานกอดกันร้องไห้โฮด้วยความโล่งอก
ต้าเป่าและชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่ตามมาถึง เมื่อเห็นพวกอันธพาลนอนกองอยู่ก็ไม่ได้สนใจ พากันกรูเข้าไปรุมจัดการพวกมันทันที!
"ตีมัน! ตีไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้! บุกมาทำเรื่องชั่วร้ายถึงในหมู่บ้านตระกูลทัง กล้ามาชิงตัวคนหรือ!"
"ไอ้พวกหน้าด้านไร้ยางอาย ตีพวกมันให้ตาย..."
ชาวบ้านรุมเข้าใส่ไม่ยั้ง การถูกชาวบ้านรุมทึ้งเช่นนี้กลับทำให้พวกอันธพาลรู้สึกเบาใจ พวกมันยอมโดนคนทั้งหมู่บ้านรุมตี ดีกว่าต้องเผชิญหน้ากับเด็กน้อยวัยสามขวบเพียงลำพัง...
การถูกคนรุมทุบตีคือความเจ็บปวดที่จับต้องได้ ทว่าชั่วครู่ก่อนหน้านี้ พวกเขาสัมผัสได้ถึงการถูกพิพากษาชีวิตด้วยไอเย็นเยียบ มันคือความหวาดกลัวที่ไม่อาจบรรยายได้
บรรยากาศวุ่นวายโกลาหลยิ่งนัก
ไฉ่ซื่อเดินเข้าไปอุ้มลูกสาว "เสี่ยวหยวนเป่า เจ้าวิ่งหายไปที่ใดกัน แม่ตามหาเจ้าอยู่นาน เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้"
"เหล่าเฮยนำทางข้ามาเจ้าค่ะ" เจ้าตัวน้อยตอบด้วยเสียงนุ่มนิ่ม
"ท่านแม่ มือของข้าเปื้อนเลือด มีกลิ่นเหม็นนัก ล้างมือให้หน่อยเจ้าค่ะ..." ราวกับว่าการสับมือคนเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องปกติธรรมดาประหนึ่งการกินข้าวดื่มน้ำ หาได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจนางแม้แต่น้อย
ซ้ำยังรังเกียจว่าเลือดพวกนั้นมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย
ไฉ่ซื่อที่ยังไม่รู้ความจริง "ได้จ้ะ แม่จะล้างมือให้เจ้าเอง"
ฉากการทุบตีอันรุนแรงเช่นนี้ไม่ควรให้ทารกวัยสามขวบได้เห็น ไฉ่ซื่อจึงอุ้มนางกลับเข้าลานบ้านไปล้างมือ เพื่อไม่ให้สิ่งอัปมงคลคาวเลือดเหล่านี้มาแปดเปื้อนดวงตาของลูกสาวสุดที่รัก
ผ่านไปไม่นาน ชาวบ้านก็สั่งสอนพวกอันธพาลจนหนำใจ แล้วไล่พวกมันไปให้พ้นทาง หัวหน้าอันธพาลก่อนจะจากไป ยังไม่ลืมสั่งให้ลูกน้องหิ้วมือที่ขาดทั้งสองข้างกลับไปด้วยเพื่อหวังจะเอาไปต่อคืน
ชาวหมู่บ้านตระกูลทังช่างตอแยวางมวยยากนัก! ไอ้สุนัขรับใช้ทังฟู่กุ้ย...
ชาวหมู่บ้านตระกูลทังแต่เดิมไม่ได้สามัคคีกันถึงเพียงนี้ ทว่านับตั้งแต่เมื่อวานที่ร่วมกันตีสุนัขผีดิบที่พูดได้จนตายบนภูเขา ขวัญกำลังใจของคนในหมู่บ้านก็ฮึกเหิมขึ้นยิ่งนัก! วันนี้เมื่อเจออันธพาลนอกหมู่บ้าน พวกเขาจึงร่วมแรงร่วมใจรุมกระทืบพวกมันอย่างไม่ต้องนัดหมาย!
แม่เฒ่าหลี่กอดเสี่ยวชุ่ยพลางร้องไห้อยู่นาน ยิ่งคิดก็ยิ่งขวัญเสีย เมื่อสงบสติอารมณ์ได้แล้ว จึงได้หันมาขอบคุณเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือ โดยเฉพาะเสี่ยวหยวนเป่าที่นางซาบซึ้งเป็นที่สุด
ชาวบ้านต่างพากันถอนหายใจด้วยความเวทนา "ทังฟู่กุ้ยช่างไม่ใช่คนจริง ๆ ทำเรื่องที่ใจสัตว์เลวทรามปานนี้ได้ลงคอ"
"นับแต่เขาสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะการพนัน คนดี ๆ ก็กลายเป็นคนพรรค์นั้นไปเสีย เมียยังเอาไปขายได้ ข้าก็นึกอยู่แล้วว่าสักวันต้องถึงคราวเสี่ยวชุ่ย แล้วเขาก็ทำมันจริง ๆ ..."
"แม่เฒ่าหลี่ ท่านไม่ต้องกังวล หากพวกอันธพาลพวกนี้กล้าเหยียบเข้ามาอีก ท่านเพียงตะโกนคำเดียว พวกเราจะออกมาช่วยกันไล่พวกมันไปเอง..."
"ที่จริงมีเสี่ยวหยวนเป่าเพียงคนเดียวก็เกินพอแล้ว ฮ่า ๆ ๆ เจ้าก้อนแป้งน้อยช่างพละกำลังมหาศาล แถมยังดุร้ายนัก!"
...
ทุกคนพูดคุยหัวเราะกันครู่หนึ่งแล้วจึงสลายตัวไป เหลือเพียงไฉ่ซื่อและลูก ๆ ที่ยังรั้งอยู่บ้านแม่เฒ่าหลี่เพื่อช่วยจัดข้าวของในบ้าน และปลอบขวัญสองย่าหลาน
เมื่อเล่าถึงว่าเหตุใดเสี่ยวหยวนเป่าจึงมาช่วยได้ทันท่วงที ว่าเป็นเพราะวิญญาณของเหล่าเฮยไปขอความช่วยเหลือ แม่เฒ่าหลี่ได้ยินเรื่องเหล่าเฮยก็น้ำตาไหลพรากอีกครา
"เหล่าเฮย เหล่าเฮยผู้น่าสงสารของข้า... แม้เจ้าจะสิ้นใจไปแล้ว ยังไม่ลืมไปตามคนมาช่วยพวกเรา เหล่าเฮย ยายแก่คนนี้ทำผิดต่อเจ้านัก! เป็นข้าที่ทำให้เจ้าต้องตาย!"
ไฉ่ซื่อช่วยปลอบ "ไม่ใช่เพราะท่านหรอกเจ้าค่ะ เป็นเพราะไอ้คนไร้สามัญสำนึกอย่างทังฟู่กุ้ยต่างหาก..."
ต้าเป่าได้นำฟางมาคลุมซากศพของเหล่าเฮยไว้ เพราะเกรงว่าหากแม่เฒ่าหลี่และเสี่ยวชุ่ยเห็นเข้าจะยิ่งเศร้าโศก
เมื่อเอ่ยถึงเหล่าเฮย เสี่ยวชุ่ยก็สะอื้นไห้พลางไปเปิดฟางที่คลุมศพออก เห็นร่างผอมบางของเจ้าหมาดำเฒ่านอนนิ่งอย่างสงบสงัดอยู่ตรงนั้น