[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    49 หัวหน้า(ประกาศ)

    ***ประกาศ ตามที่ได้แจ้งเตือนไว้ก่อนจะลงนิยายตอนที่ 1 เมื่อนิยายถึง 50 ตอนจะลงนิยายรวดเดียวในตอนเช้า(07.00น.) โดยครั้งนี้จะลงนิยายวันละ 3 ตอนเพียงเท่านั้น ซึ่งนิยายที่ลงจะเปิดให้อ่านฟรี 2 ตอนและเก็บเหรียญ 1 ตอน หวังว่าทุกท่านจะสนุกไปกับนิยายนะครับ ^^ ไปเข้าเนื้อเรื่องกันต่อ


    “ ที่นี่อาจจะเหมือนเรือนจำหน่อย แต่เราไม่อยากให้มองแบบนั้นเพราะไม่มีพื้นที่มากพอจะรองรับ นอกจากนั้นแล้วการนำผู้คนมารวมกันยังทำให้เราดูแลได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับที่นี่คือห้องนอนที่เราใช้ร่วมกัน ผู้หญิงจะอยู่ทางฝั่งขวามือ ผู้ชายจะอยู่ฝั่งซ้ายมือห้ามเดินผ่านผ้าม่านกั้นนี้”


    โยฮันพยักหน้าเข้าใจ การเดินตามเจ้าของสถานที่ไปยังชั้นต่างๆของตึกทำให้เขารู้ว่าที่นี่มีการจัดระเบียบเป็นอย่างดีจนทำให้เขาอยากเห็นหน้าผู้ที่บริหารที่นี่ ทั้งๆที่ผ่านมาเพียงแค่ 7 วันเท่านั้นกลับมีการจัดการที่ดีเป็นอย่างมาก


    แต่ละชั้นของตึกที่เขาเดินเข้ามาจะถูกแบ่งโซนเพื่อป้องกันเชื้อไม่ให้แพร่กระจาย ชั้นแรกทุกคนจะต้องฆ่าเชื้อก่อนจะเข้ามาในตึก จากนั้นทุกคนจะต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ดูราวกับเสื้อผ้าผู้ป่วยที่ถูกซักมาอย่างดี เมื่อทำร่างกายให้สะอาดทั้งหมดแล้วพวกเขาถึงจะขึ้นไปยังชั้นที่สูงขึ้นไปได้ โดยทุกคนภายในตึกจะต้องนอนรวมกันเพื่อความปลอดภัย หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นจะได้ดูแลง่าย


    นอกจากจะมีการแบ่งชั้นต่างๆอย่างชัดเจนแล้ว โยฮันพบว่าผู้คนที่อยู่ที่นี่มีการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน ตลอดการเดินทางเขาเห็นโซนห้องครัวที่มีพ่อครัวและแม่ครัวเตรียมตัวทำอาหาร บางโซนเขาเห็นหมอและพยาบาลเตรียมตัวรักษาผู้ป่วย 


    นอกจากนั้นแล้วยังมีเสียงดังตึงตังมาจากตึกด้านข้าง เมื่อสอบถามเขาพบว่ามีการติดตั้งเครื่องกลึงเอาไว้สำหรับดัดแปลงอาวุธสู้กับซอมบี้ หลายสิ่งหลายอย่างในระแวกนี้ถูกเก็บกู้มาติดตั้งที่นี่ทั้งหมดจนกลายเป็นฐานลี้ภัยที่สามารถสู้กับซอมบี้ได้


    จากการสอบถามเขารู้อีกว่าภายในนี้มีผู้รอดชีวิตทั้งหมด 153 คน นับว่าเป็นจำนวนที่มากไม่น้อย แต่มันกลับน้อยเมื่อเทียบกับคนทั้งเมือง ซึ่งเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ทั่วเมืองมีผู้รอดชีวิตที่สามารถปรับตัวได้เช่นนี้อีกกี่คน


    “ เอาล่ะครับ ผมขอพูดเข้าประเด็นเลยนะครับ ทุกคนที่นี่จะต้องมีหน้าที่ของตนเอง หากไม่มีความเชี่ยวชาญจะต้องช่วยกันทำความสะอาดเพื่อขจัดเชื้อโรค ซักผ้าบ้าง ถูพื้นบ้างสลับกันไปเพื่อให้เราอยู่ร่วมกันได้ อย่างแรกเลยผมจะขอสอบถามก่อน มีใครอยากจะสู้กับซอมบี้ไหม แม้จะเสี่ยงไปหน่อยแต่พวกคุณจะได้รับอาหารเพิ่มจากคนอื่นๆนอกจากนั้นแล้วยังมีโอกาสวิวัฒนาการด้วย ”


    หลายคนภายในนี้รู้ถึงการวิวัฒนาการ โยฮันได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ตำรวจและชาวบ้านที่หลบหนีมาด้วยกันฟัง เพียงแต่ว่าคนแก่กลับส่ายหน้าเพราะพวกเขาไม่มีแรงจะยกดาบ จึงขอทำหน้าที่อื่นแทน


    “ ผมขอเข้าร่วมด้วย ผมวิวัฒนาการมาแล้ว 1 ครั้ง ”


    ชายสวมสูทเบิกตาด้วยความยินดี เมื่อรู้ว่ามีคนอาสาจะเป็นแนวหน้าคอยคุ้มกันที่แห่งนี้ ไม่นานก็มีชายอีกหลายคนอาสา ซึ่งพวกเขาคือกลุ่มคนที่ต่อสู้เคียงข้างตำรวจจนสามารถวิวัฒนาการได้ 1 ครั้ง หลายคนจึงคิดว่าถ้าอยากรอดจะต้องวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นอีกจึงมุ่งเป้าไปที่การเป็นแนวหน้าเพื่อฆ่าซอมบี้


    โยฮันมองหน้าน้องสาว เขาต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะทำอย่างไร ก่อนจะเห็นแอลลี่พยักหน้าให้ พวกเขาทั้งสองจึงเข้าร่วมหน่วยล่าของที่นี่ การหลบอยู่ในที่ปลอดภัยนับว่าเป็นเรื่องดี แต่มันกลับอันตรายในอนาคตเพราะศัตรูของพวกเขาวิวัฒนาการไปเรื่อยๆ


    “ คงไม่มีใครอีกแล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นคนอื่นๆผมจะแบ่งตามความสามารถเลยนะครับ แม้จะต้องซักเสื้อผ้าก็อย่าได้ท้อไป ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งเสร็จเร็ว หลังจากนั้นพวกคุณสามารถทำอะไรก็ได้ ดูหนัง ฟังเพลง เรามีหลายอย่างที่ทำให้พวกคุณรู้สึกผ่อนคลาย สำหรับคนที่เลือกเป็นแนวหน้า พักผ่อนให้เต็มที่เลยนะครับ พรุ่งนี้เราจะพาพวกคุณเริ่มงานในทันที”


    แอลลี่มองพี่ชายก่อนจะแยกย้ายกันไปในโซนพักผ่อน แอลลี่เดินไปยังโซนที่เต็มไปด้วยผู้หญิงและเด็กเล็ก มีแม้กระทั่งทารก ส่วนโยฮันแยกไปทางฝั่งผู้ชาย เมื่อเขาเห็นเตียงว่างที่เตรียมเอาไว้ให้ผู้ที่มาใหม่ เขาจึงขึ้นไปนอนพักเฝ้ารอฟังข่าวจากตำรวจที่ขอใช้ไฟฟ้าจากที่แห่งนี้


    ---------------------------------------------------------------


    “ หัวหน้า อุปกรณ์สื่อสารของผมไม่สามารถใช้งานได้เลยครับ ”


    “ ยังมีคลื่นรบกวนสินะ ”


    “ ใช่แล้วครับ ไม่ว่าจะทำยังไงคลื่นรบกวนยังคงอยู่เหมือนเดิม ดูท่าเราจำเป็นต้องออกจากเมืองนี้ถ้าต้องการจะติดต่อหน่วย ”


    ความคิดของตำรวจนายหนึ่งเอ่ยออกมา เพียงแต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าเมืองข้างเคียงมีเชื้อไวรัสอยู่หรือเปล่า ถ้าหากว่าเมืองข้างเคียงมีซอมบี้ โอกาสที่จะติดต่อหน่วยก็คงเป็น 0 เช่นเดิม แม้จะลองเปิดอุปกรณ์เพื่อรับสัญญาณจากด้านนอกก็ตาม พวกเขากลับไม่สามารถรับสัญญาณใดได้เลย การหายไปของหน่วยทรราชควรจะมีสัญญาณค้นหาส่งออกมา เพียงแต่ว่าอุปกรณ์ของพวกเขากลับเงียบไม่สามารถตรวจจับสิ่งใดได้ จึงทำให้พวกเขาคิดไปหลากหลายสาเหตุ


    “ เป็นอย่างไรบ้างครับ ”


    ชายสวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์ดูสะบายๆสอบถามตำรวจ เขาเป็นเจ้าหน้าที่สถานีดาราศาสตร์แห่งนี้ ดาวเทียมด้านข้างเป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาต้องรับหน้าที่ดูแลเป็นประจำ เพียงแต่ว่าการเชื่อมต่อกับภายนอกไม่สามารถทำได้ ทุกอย่างถูกรบกวนทั้งหมดจนทำให้พวกเขาถูกตัดขาดจากทุกสิ่ง


    “ เราติดต่อไม่ได้เช่นกัน พวกคุณมีข้อมูลอะไรบ้างไหม หากเราอยากจะขอข้อมูลจะทำได้หรือเปล่า ”


    “ เรื่องข้อมูลเราสามารถแชร์กันได้ แต่ต้องรอหัวหน้าของเราก่อน อีกเดี๋ยวพวกเขาก็คงจะกลับมากันแล้ว ทุกการล่าเราจะกลับมาก่อนกลางคืนเสมอ ”


    นายตำรวจทั้ง 8 นายมองดูนาฬิกา อีก 1 ชั่วโมงจะถึงเวลา 18.00 น. ดังนั้นพวกเขาจึงขอนั่งรออยู่ที่นี่เพื่อสอบถามข้อมูลจากคนที่ถูกเรียกว่าหัวหน้า


    ---------------------------------------------------------------


    เสียงรถราวสิบคันวิ่งเข้ามาในสถานี โยฮันที่งีบหลับได้ราว 2 ชั่วโมงจึงค่อยๆลืมตาตื่นเพื่อดูว่าใครกันที่ขับรถเข้ามา เพียงแต่ว่าเขากลับหันมองลุงที่อยู่เตียงด้านข้าง อีกฝ่ายถามเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น


    “ ไอ้หนุ่ม แกมาจากที่ไหนงั้นเหรอ ”


    “ ผมเหรอลุง ผมมาจากทางใต้ ข้ามแม่น้ำมา ”


    “ ไกลพอสมควรเลยหนิ แสดงว่าจะต้องมีคนที่วิวัฒนาการมากกว่า 1 ครั้งอยู่ในกลุ่มแน่นอน ”


    “ ลุง ว่าแต่รถพวกนั้นเป็นของใครกัน ”


    โยฮันไม่ได้ตอบคำถาม เขาเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยแทน อีกฝ่ายดูท่าจะเป็นคนชอบพูด เขาจึงคิดว่าคงได้ข้อมูลหลายอย่าง


    “  นั่นเหรอ พวกเราเรียกว่ากลุ่มหัวหน้า พวกเขาน่าจะกลับมาจากการล่า ”


    “ ล่าอะไรงั้นเหรอลุง ” โยฮันมองผ่านกระจกกั้น ที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นห้องนอนนั่นก็เพื่อให้ทุกคนมองเห็นสภาพภายนอกได้เยอะมากที่สุด เขาจึงมองเห็นทุกอย่างรอบๆตัว คนที่เลือกชั้นนี้เป็นห้องนอนคงคิดมาดีแล้วเพราะการให้ผู้คนหลบอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไร้หน้าต่างจะเป็นการสร้างความกังวลให้ทุกคนมากกว่าการเปิดหูเปิดตา


    “ พวกเขาจะออกไปฆ่าซอมบี้แล้วก็หาอาหาร เห็นว่าบางครั้งที่ออกไปจะต้องเก็บอุปกรณ์บางอย่างกลับมาด้วยเพื่อสร้างฐานแห่งนี้ให้มั่นคงพอจะดูแลตัวเองได้ แกเห็นตึกนั้นไหม อุปกรณ์หลายๆอย่างที่กำลังส่งเสียงตึงตังล้วนเป็นฝีมือพวกเขาที่เก็บพวกมันมาประกอบกันที่นี่จนเหมือนกับเป็นโรงหลอมขนาดใหญ่ ”


    “ ชุดที่พวกเขาสวมใส่ก็ได้มาจากโรงหลอมนั่นเหรอลุง ”


    “ ใช่แล้ว โชคดีไม่น้อยที่มีช่างฝีมือรอดชีวิต 5 คน พวกเขาจึงคอยหลอมชุดเกราะก่อนที่ผู้คนจะรู้จักปืนให้กลุ่มหัวหน้าได้ใช้ป้องกัน แต่ก็อย่างที่เห็น ต่อให้จะสวมใส่เกราะเหล็กหนาพวกเขาก็มักจะกลับมาพร้อมรอยขีดข่วนที่ทำลายเกราะได้เสมอ ”


    ชุดเกราะของคนที่เดินลงมาจากรถสะดุดตาไม่น้อย ต่อให้มันจะดูเหมือนนักรบโบราณ ชุดเกราะของพวกเขากลับทำขึ้นมาแบบลวกๆเพื่อให้พอใช้งานได้เท่านั้น เกราะส่วนอก เกราะแขน เกราะคอ และเกราะขา ทั้งหมดอยู่ในรูปทรงกระบอกทั้งหมด คนที่กลับมาจึงเหมือนนำท่อหลายขนาดมาสวมทับร่างกาย  โยฮันกลับคิดว่าสิ่งเหล่านี้กลับเป็นวิธีที่ดีแม้จะป้องกันการโจมตีได้ไม่หมด แต่มันก็เป็นการรักษาชีวิตเบื้องต้นให้กับคนที่ออกไปเสี่ยง


    ขณะที่กำลังมองดูกลุ่มคนที่เดินเข้ามาในตึกนี้เอง โยฮันจึงจ้องเขม็งไปที่พวกเขาเพื่อดูอัตราการวิวัฒนาการ ปรากฎว่ากลุ่มคนราว 30 คนที่ลงมาจากรถมีอัตราวิวัฒนาการเกิน 60 % กันทุกคน จากก่อนหน้าที่เคยได้ยิน คนกลุ่มนี้ใกล้จะวิวัฒนาการครั้งที่ 2 แล้ว 


    “ คุณโยฮันใช่ไหมครับ ตามผมมาด้วย มีคนอยากจะพูดกับคุณ ”


    โยฮันหันมองไปยังเด็กคนหนึ่ง อายุใกล้เคียงกับน้องสาวของเขาจนกระทั่งเดินมาถึงบันไดทางลงเขาก็พบเข้ากับน้องสาวกำลังยืนขยี้ตาด้วยท่าทางง่วงนอน 


    “ มีอะไรเหรอพี่ ”


    “ ไม่รู้สิ เหมือนจะมีคนอยากจะคุยกับเรา ตามเขาไปกันเถอะ”


    ลิฟต์มีให้ใช้ ทว่าหลายคนหวาดกลัวที่จะใช้มันเพราะหากว่าไฟฟ้าของที่แห่งนี้ดับพวกเขาจะต้องติดอยู่ภายในลิฟต์ทุกคนจึงเลือกที่จะเดินขึ้นลงบันไดแทน โยฮันเดินตามเด็กหนุ่มมาเรื่อยๆฟังเสียงรอบๆเผื่อจะมีอันตราย จนกระทั่งเขามาถึงชั้น 5 โยฮันก็ถูกพาไปยังห้องแห่งหนึ่งที่มีตำรวจทั้ง 8 นายกำลังนั่งพักอยู่ในท่าที่ต่างกัน อย่างไรก็ตามภายในห้องกลับไม่ได้มีแค่ตำรวจเพราะมีคนอีกราว 20 กำลังนั่งอยู่ในท่าต่างๆ บางคนอยู่บนเก้าอี้ บางคนนอนราบไปบนพื้นด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย ซึ่งเขาจำหน้าคนเหล่านี้ได้ ทุกคนล้วนแล้วพึ่งลงจากรถมาเมื่อครู่


    “ สวัสดีครับ เชิญนั่งก่อน ”


    “ มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ ” โยฮันถามเข้าประเด็นหลังจากเขาให้น้องสาวนั่งลงไปยังเก้าอี้นุ่มแล้วตนเองเลือกที่จะยืนอยู่ด้านหลังแทน


    “ ผมขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน ผมวิน เป็นหัวหน้าที่นี่ ” เด็กหนุ่มอายุ 18 ยิ้มทักทายโยฮัน ทางฝั่งตำรวจไม่ได้แสดงท่าทางใดออกมา โยฮันจึงพอคาดเดาได้ว่าเด็กคนนี้คงจะคุยกับตำรวจไปพอประมาณแล้วก่อนจะเรียกเขามาที่นี่


    “ คุณคงตกใจสินะครับ ไม่ใช่แค่คุณหรอก หลายคนที่นี่ก็ตกใจเหมือนกันที่ถูกเด็ก ม.6 ช่วยเอาไว้ พอดีผมชอบอ่านนิยายแนววันสิ้นโลกและชอบเล่นเกมมากจึงสามารถปรับตัวได้ทันแล้วสร้างที่นี่ขึ้นมา ”


    “ ขอถามได้ไหมว่านายเล่นเกมอะไร ”


    “ จะบอกว่าทุกแนวมันก็มากเกินไป เอาเป็นว่าผมชอบเล่นเกมเก็บเลเวลและเกมพัฒนาเมือง เกมปลูกผัก อะไรทำนองนี้ครับ มันจึงทำให้ผมจัดการทุกอย่างได้ง่ายๆเลย ต้องขอบคุณเกมมากๆ ” โยฮันเห็นรอยยิ้มอีกฝ่าย เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป การเรียกเขามาที่นี่คงเพราะมีเรื่องสำคัญจะพูดคุย


    “ ที่ผมเรียกคุณมาก็เพราะว่าเราต้องการข้อมูลพื้นที่ที่คุณอยู่ก่อนจะเจอตำรวจ นอกจากนั้นแล้วเราจะแชร์ข้อมูลที่เรามีกับคุณด้วย เพื่อให้เราได้ข้อมูลที่กว้างขวางมากที่สุด มาเริ่มกันเถอะครับ ”


    ม้วนกระดาษที่บอกรายละเอียดแผนที่เมืองคลี่กลางห้อง ชายผู้เป็นผู้ควบคุมที่นี่จึงวางหินก้อนหนึ่งลงไปบนแผนที่เพื่อบอกว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ตำแหน่งใดของเมือง.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน