มันคือสิ่งใดกัน!
เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของผู้คนทั้งหลายก็เปลี่ยนไป ก่อนจะมองไปยังใจกลางวิหารด้วยความตกตะลึง
บนอัญมณีพลังจิตวิญญาณมีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเจิดจรัส แม้มันจะไม่แสบตาเท่าของเซี่ยหลันแต่ก็หาได้แตกต่างจากของอู๋หลงไม่ ซึ่งนั่นก็พิสูจน์แล้วว่าเมิ่งฝานมีพรสวรรค์ในการเป็นปรมาจารย์จิตศัสตรา ทั้งยังนับได้ว่า...ไม่เลว!
นี่ไม่น่าเชื่อเลยแม้แต่น้อย!
มุมปากของผู้คนโดยรอบต่างก็กระตุกขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งที่อีกฝ่ายมีอายุน้อยถึงเพียงนั้นแต่กลับมีพรสวรรค์ในการเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราไม่ด้อยไปกว่าอู๋หลงเลย เวลานี้สีหน้าของเซี่ยหลันเองก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยพลางมองเมิ่งฝานด้วยความแปลกใจ นัยน์ตาของนางนั้นแสดงถึงความสงสัยและความประหลาดใจมากมาย
เมื่อนางได้สติจึงเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “เจ้าหนู เจ้าช่างมีพรสวรรค์ในการเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราเสียจริง มันเป็นไปได้อย่างไรกัน ในตอนที่ข้าอายุเท่าเจ้ายังไม่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ด้วยซ้ำ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็ลอบหัวเราะในใจ หากไม่ใช่เพราะตนเองนั้นปิดกั้นพลังจิตเอาไว้แสงที่เปล่งประกายออกมาก็จะเหมือนดั่งเช่นของเซี่ยหลัน
เมื่อถึงยามนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ผู้คนเหล่านี้ตกตะลึงมากมายเพียงใด สีหน้าของพวกเขาจะน่าชมขนาดไหน เมิ่งฝานลูบปลายจมูกเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ก็แค่โชคดีเท่านั้นขอรับ และข้าเองก็มีชื่อด้วย ข้าน้อยเมิ่งฝาน!”
ชายชราชุดสีม่วงพยักหน้าและมีรอยยิ้มเต็มใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยว่า “ยินดีกับเจ้าด้วย เจ้าหนู ถือว่าเจ้าผ่านการทดสอบแล้ว และขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าทุกคนที่ผ่านการทดสอบด้วย!”
บรรดาชนรุ่นหลังที่ยืนอยู่ข้างกายของชายชราผู้นั้นพลันมีความตื่นเต้นปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ความริษยาถูกส่งมาจากผู้คนโดยรอบในทันใด ผู้ที่สามารถมายืนอยู่ในจุดนี้ได้นั้นถือว่าในภายหน้าจะได้เป็นปรมาจารย์จิตศัสตรา มีฐานะอันสูงศักดิ์
ชายชราชุดสีม่วงกระแอมออกมาเล็กน้อยก่อนจะมองไปรอบกายแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ยินดีกับพวกเจ้าทั้งหลายที่มาจนถึงขั้นนี้ได้ แต่นอกจากการทดสอบในวันนี้แล้วก็ยังมีการประลองฝีมืออีกอย่างหนึ่งด้วย ขอเพียงพวกเจ้าสามารถผ่านการทดสอบในครั้งนี้ไปได้ นอกจากจะได้รับซวินจางของปรมาจารย์จิตศัสตราแล้วนั้นยังจะได้รับของขวัญอีกอย่างหนึ่งด้วย ยิ่งคะแนนที่พวกเจ้าได้รับสูงเพียงใดของรางวัลก็ยิ่งสูงตาม ส่วนผู้ชนะเลิศนั้น...จะได้รับโอสถวิเศษระดับสี่ โอสถผสานพลัง!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นรูม่านตาของเมิ่งฝานก็หดเล็กลงในทันใด
เขานึกไม่ถึงเลยว่าสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราจะร่ำรวยถึงเพียงนี้ มูลค่าของโอสถผสานพลังนั้นสูงเป็นอย่างมาก มันสามารถทำให้พลังปราณภายในร่างกายสอดผสานเข้าด้วยกัน หากเมิ่งฝานได้รับก็จะสามารถเลื่อนขึ้นไปยังระดับห้าของขั้นพลังในปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย
การที่นำโอสถวิเศษเช่นนี้มาเป็นของรางวัลให้กับชนรุ่นหลังต้องบอกว่ากำลังทรัพย์ของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรานั้นยิ่งใหญ่อย่างมาก
ในชั่วพริบตาที่เมิ่งฝานกำลังสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ คนของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราก็ยกโต๊ะมาหลายตัว ซึ่งทุกตัวล้วนแต่มีเตาหลอมและวัตถุดิบอีกจำนวนไม่น้อย
ต่อมาชายชราชุดสีม่วงจึงเอ่ยว่า “ตอนนี้พวกเจ้าจะต้องใช้วัตถุดิบเหล่านี้ในการสร้างศัสตราวุธขึ้นมาหนึ่งอย่าง ยิ่งระดับของศัสตราวุธสูงเท่าใดก็จะเป็นตัวตัดสินอันดับรายชื่อของพวกเจ้า!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นเสียงฮือฮาพลันดังขึ้นทั่วทั้งวิหาร หัวใจของพวกเขาทั้งหลายล้วนแต่สั่นสะท้านเพราะรู้ว่านี่ต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่เลิศล้ำน่าชมที่สุดของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรา
หลอมศัสตราวุธต่อหน้าผู้คน ประลองขั้นของศัสตราวุธ ชนรุ่นหลังทั้งหลายต่างก็มองหน้ากัน ภายในดวงตานั้นมีเปลวเพลิงอันร้อนแรงลุกโชน
ภายใต้ของรางวัลอันยิ่งใหญ่ที่ได้ยินนั้น ไม่มีผู้ใดไม่หวั่นไหวกับวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่ พวกเขาทั้งหลายเริ่มลงมือในทันใด
ทางฝั่งของเมิ่งฝานก็มองวัตถุดิบทั้งหลายด้วยร่างกายที่สั่นเทา
แม้เขาจะต้องการซวินจางเพียงชิ้นเดียวแล้วจากไป แต่โอสถผสานพลังก็ดึงดูดเด็กหนุ่มไม่น้อย ในที่สุดเมิ่งฝานก็ไม่อาจยับยั้งความต้องการได้จึงขยับฝ่ามือเพื่อเริ่มการหลอมศัสตราวุธขึ้นมา
“หึ เมิ่งฝาน พวกเรามาลองแข่งกันสักตั้ง!”
ไกลออกไปนั้น เซี่ยหลันพูดแล้วกระตุกยิ้ม เมิ่งฝานเคยทำให้นางตกตะลึงมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นเซี่ยหลันก็สะกดความคิดและความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้ในใจแล้วหันมาสนใจกับการหลอมศัสตราวุธเพื่อกู้หน้ากลับมา
ฝ่ามือสวยขยับ เริ่มจับวัตถุดิบขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วสลักตราเวทย์ลงไปในทันใด ขณะเดียวกันทั้งอู๋หลงและคนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าที่เคร่งขรึมและระมัดระวังในทุกขั้นตอน
ภายในการประลองนั้น เมื่อเซี่ยหลันและคนอื่นๆ เริ่มทำการหลอมศัสตราวุธความเงียบงันก็ปกคลุมไปทั่ววิหารใหญ่ ทุกคนต่างจับจ้องมายังการหลอมศัสตราวุธด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
การหลอมศัสตราวุธถือเป็นสิ่งที่ลึกลับมาโดยตลอด ฉะนั้นแล้วการสร้างมันต่อหน้าผู้คนทั้งหลายจึงกลายเป็นเรื่องที่ดึงดูดความสนใจแก่ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนอย่างยิ่ง
เมิ่งฝานเองถือวัตถุดิบขึ้นมาหลายชิ้น เขาไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตรานั้นมีการเตรียมพร้อมที่ดีอย่างยิ่ง วัตถุดิบค่อนข้างครบสมบูรณ์
“ท่านพี่ ข้าควรจะสร้างสิ่งใดขึ้นมากันขอรับ?” เมิ่งฝานลูบปลายจมูกแล้วเอ่ยถามออกไป
ภายในไข่อสูรทมิฬนั้น รั่วสุ่ยอีครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “มิสู้สอนสิ่งที่น่าสนใจให้แก่เจ้าคงจะดีกว่า อิงตามศักยภาพของเจ้าในยามนี้การหลอมศัสตราวุธระดับสองแม้มันจะเป็นการฝืนตนเองไปเสียหน่อย แต่ก็ใช่ว่าหากเจ้ามีพลังจิตมากพอจะไม่อาจข้ามขั้นไปยังระดับสามได้ ซึ่งของเช่นนี้สามารถทดลองดูได้!”
“ท่านว่าอย่างไรนะขอรับ!” นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์แล้วเอ่ยถามอย่างชะงักงัน
“สิ่งที่มีอานุภาพคล้ายกับการระเบิดเตาหลอม!”
ประโยคนี้ของรั่วสุ่ยอีทำให้มุมปากของเมิ่งฝานกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย การระเบิดเตาหลอมนั้นหมายความว่าปรมาจารย์จิตศัสตราล้มเหลวในการหลอมศัสตราวุธ แม้แต่เตาหลอมยังระเบิดตาม มันคือสิ่งใดกัน!
หลังจากนั้นข้อมูลทั้งหลายพลันหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเมิ่งฝาน เด็กหนุ่มหลับตาลงเพียงชั่วครู่ก็เข้าใจในสิ่งที่รั่วสุ่ยอีมอบให้อย่างถ่องแท้ โดยมันมีนามว่าอัสนีทลายสรวง!
ของสิ่งนี้เป็นการสลักตราเวทย์แห่งพลังระเบิดทำลายล้าง โดยวัตถุดิบที่ต้องใช้ล้วนแต่เป็นธาตุไฟทั้งสิ้น
มรรคาแห่งปรมาจารย์จิตศัสตรานั้นมุ่งเน้นในการหล่อหลอม หยินหยางเสมอภาค แต่อัสนีทลายสรวงกลับหาใช่เช่นนั้นไม่
หล่อหลอมวัตถุธาตุไฟทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้วสลักลายตราเวทย์แห่งการทำลายล้าง เป็นสิ่งที่ใช้เพื่อการระเบิดคล้ายดั่งการระเบิดเตาหลอมก็ไม่ปาน ทรงอานุภาพและน่าสะพรึงยิ่ง
เมื่อได้เห็นเช่นนั้นนัยน์ตาของเมิ่งฝานก็มีความตกตะลึงปรากฏขึ้นมาอย่างไม่อาจปิดบัง หากอิงตามอานุภาพที่รั่วสุ่ยอีบันทึกเอาไว้นี่จะกลายเป็นไพ่ราชาอันแข็งแกร่งจนน่าแปลกใจของตัวเขาเอง ถึงขั้นที่เทียบเท่ากับพลังของสองหมัดสะท้านขุนเขาเลยก็ว่าได้ แต่ก็น่าเสียดายที่มันสามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ศัสตราวุธระดับสาม เขาเองก็อยากที่จะเผชิญกับความท้าทายนี้สักครั้ง!
เด็กหนุ่มกำหมัดแน่นเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มทำการหลอมศัสตราวุธในเวลาต่อมา วัตถุดิบทั้งหลายถูกหยิบใส่เข้าไปในเตาหลอม
เมิ่งฝานเพิ่งจะเริ่มทำการหลอมศัสตราวุธ ทว่าชนรุ่นหลังหลายคนข้างกายเขากลับทำเสร็จแล้ว แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่หลอมขึ้นมาได้ก็เป็นเพียงศัสตราวุธระดับหนึ่งธรรมดาเท่านั้น
แม้ว่าสำหรับพวกเขาที่มีอายุเพียงเท่านี้จะนับว่าเป็นศัสตราวุธที่ไม่เลว แต่ก็หาได้โดดเด่นเป็นที่น่าสนใจไม่
ชายชราชุดสีม่วงหรี่ตาเล็กลงก่อนจะเอ่ยว่า “ดูท่ารางวัลชนะเลิศในครั้งนี้หากไม่ใช่ขององค์หญิงสามก็คงจะเป็นของอู๋หลงแล้วล่ะ แม้ว่าอู๋หลงจะมีประสบการณ์ไม่น้อย แต่พลังจิตขององค์หญิงสามอยู่ในขั้นวิญญาณแล้ว นับว่ามีโอกาสชนะที่มากยิ่งกว่า!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นผู้อาวุโสแห่งสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย แต่ในเวลาต่อมาเสียงของตงหลายต้าซือผู้ซึ่งเงียบงันมาโดยตลอดกลับดังขึ้น “มันก็ไม่แน่ บางทีอาจจะมีม้ามืดที่พวกเจ้าไม่ทันได้สังเกตปรากฏตัวขึ้นมาก็เป็นได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของตงหลายต้าซือ เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายต่างชะงักงันด้วยความสงสัย
ในอาณาจักรต้าก้านแห่งนี้ พรสวรรค์ด้านการหลอมศัสตราวุธขององค์หญิงสามนั้นสามารถเรียกได้ว่าสูงส่งจนน่าประหลาดเลยก็ว่าได้ ส่วนม้ามืดที่สามารถทัดเทียมกับองค์หญิงสามผู้นี้ได้นั้น นอกเหนือจากอู๋หลงแล้ว...
เวลานี้เองที่สายตาของทุกคนล้วนแต่จับจ้องไปยังเมิ่งฝาน เมื่อมองไปยังตราเวทย์ที่เมิ่งฝานสลักลงไปก็ทำให้เกิดความประหลาดใจขึ้นมา
“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”
อายุน้อยเพียงเท่านี้ หากสามารถเอาชนะเซี่ยหลันได้ละก็ ผู้คนทั้งหลายต่างก็คิดถึงได้เพียงอัจฉริยะแห่งการหลอมศัสตราวุธอย่างราชครูผูซางเท่านั้น มีเขาเพียงผู้เดียวที่สามารถทำได้แม้จะมีอายุเทียบเท่ากับเด็กหนุ่มคนนั้น
“หืม เหตุใดวัตถุดิบที่เขาใช้จึงมีเพียงวัตถุดิบธาตุไฟกันเล่า?” สีหน้าของชายชราชุดสีม่วงเปลี่ยนไปก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
เมื่อได้เห็นความรวดเร็วของเมิ่งฝานก็ดูคล้ายว่านี่หาใช่การหลอมศัสตราวุธครั้งแรกไม่ แต่ถึงกระนั้นวิธีการของเด็กหนุ่มก็ช่างแปลกประหลาดเสียจริง
ตงหลายต้าซือหัวเราะออกมาเสียงเบา หลังจากนั้นจึงเอ่ยอย่างมีเลศนัย “เด็กหนุ่มผู้นี้มีวิธีการหลอมศัสตราวุธที่แปลกประหลาด แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่อาจเข้าถึงได้ ซึ่งนั่นก็บ่งบอกว่าเบื้องหลังของเขามีผู้ยิ่งใหญ่คอยให้คำชี้แนะ!”
คำพูดของเขาทำให้ผู้อาวุโสของสมาคมปรมาจารย์จิตศัสตราล้วนแต่ชะงักงัน ก่อนจะมองไปยังเมิ่งฝานด้วยความสงสัย
หลังจากนั้นเพียงไม่นานเสียงการสั่นสะเทือนของเตาหลอมก็ดังขึ้นเมื่ออู๋หลงหลอมศัสตราวุธเสร็จสมบูรณ์ ทันทีที่เขาเปิดเตาหลอมออกมาพลันมีแสงสีรุ้งเปล่งประกาย และสิ่งที่ได้มานั้นคือกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง
“กระบี่ปราณมรกต ศัสตราวุธระดับสองขอรับ!”
หลังจากที่เช็ดเหงื่อเม็ดใหญ่ออกจากหน้าผาก อู๋หลงจึงประสานมือบอกกับชายชราชุดสีม่วง
หลังจากที่ปรายตามองกระบี่ปราณมรกต ชายชราชุดสีม่วงก็เอ่ยขึ้นด้วยความพอใจ “ไม่เลว เป็นไปตามแบบฉบับไม่มีผิดเพี้ยน แม้จะเป็นกระบี่ปราณมรกตธรรมดา แต่การที่เจ้าสามารถหลอมมันขึ้นมาได้ในอายุเพียงเท่านี้ เหล่าฟูรู้ดีว่าตนเองนั้นไม่อาจเทียบได้!”
ในเวลาต่อมาเตาหลอมด้านข้างก็ส่งเสียงดังเช่นกัน ฝ่ามืองามของเซี่ยหลันตวัดออกไปก่อนเปลวเพลิงในเตาหลอมจะมอดดับ พลันมีสิ่งที่คล้ายดังไข่มุกแวววับปรากฏขึ้นมา
“มุกอัสนีสะท้าน ศัสตราวุธระดับสอง!”
เซี่ยหลันยืนเอามือไขว้หลังแล้วเอ่ยด้วยความภูมิใจ
ท่ามกลางเตาหลอมนั้น ไข่มุกดังกล่าวได้แสดงอานุภาพอันแข็งแกร่งของพลังอัสนีออกมาให้เห็น หากมันผ่าลงไปบนร่างของมนุษย์เกรงว่าแม้แต่กระดูกก็คงจะแหลกสลายไปด้วย
ผู้คนโดยรอบต่างก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาในทันใด ก่อนจะมองไปยังเตาหลอมนั้นด้วยความตกตะลึง ต่อให้เป็นศัสตราวุธในระดับเดียวกันก็ยังมีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามุกอัสนีสะท้านนี้ถือเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากในบรรดาศัสตราวุธระดับสองทั้งหลาย
ชายชราชุดสีม่วงปรายตามอง นัยน์ตาของเขามีความตื่นเต้นปรากฏ ฝ่ามืออันแก่ชราลูบลงไปก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “ไม่เลว นี่คือมุกอัสนีสะท้านจริงๆ องค์หญิงสามช่างมีพรสวรรค์เลิศล้ำเหนือกว่าผู้ใดเสียจริงขอรับ การหลอมของสิ่งนี้นับว่ายุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ทั้งที่ยังทรงพระเยาว์ ในภายหน้าท่านจะต้องเป็นปรมาจารย์จิตศัสตราผู้แข็งแกร่งอย่างแน่แท้!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างก็ครุ่นคิดขึ้นมาในใจอย่างตกตะลึง เกรงว่าในครั้งนี้ชนรุ่นหลังของเมืองไท่หยางทั้งหลายคงจะต้องอยู่ใต้พรสวรรค์ขององค์หญิงสามเป็นแน่
เดิมทีองค์หญิงเซี่ยหลันแห่งอาณาจักรก็เป็นชนรุ่นหลังผู้มีพรสวรรค์อันน่าสะพรึงอยู่แล้ว ถือว่าอยู่แนวหน้าของอาณาจักรต้าก้านแห่งนี้เลยก็ว่าได้
เมื่อเห็นมุกอัสนีสะท้านปรากฏ ผู้คนโดยรอบรวมถึงอู๋หลงต่างก็ยิ้มเจื่อนขึ้นมา
ชายชราชุดสีม่วงผู้นั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนจะมองไปรอบกายแล้วเอ่ยเสียงเข้ม “ดูท่าครั้งนี้คงไม่ต้องประลองกันต่อไปแล้ว เมื่อมุกอัสนีสะท้านปรากฏก็หมายความว่าผู้ที่จะเอาชนะองค์หญิงสามได้ต้องหลอมศัสตราวุธในระดับที่สูงกว่าระดับที่สอง!”
คำพูดของชายชราชุดสีม่วงทำให้ผู้อาวุโสทั้งหลายพยักหน้าเห็นด้วย เพราะมุกอัสนีสะท้านนั้นถือเป็นศัสตราวุธระดับสองขั้นสูงสุดแล้ว
แต่ในวินาทีต่อมานั้น ในชั่วพริบตาที่ชายชราชุดสีม่วงกำลังจะประกาศว่าชัยชนะเป็นของเซี่ยหลันพลันมีเสียงอันราบเรียบของคนผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากที่ไม่ไกลนัก
“ช้าก่อน ดูเหมือนว่าจะยังไม่จบนะขอรับ!”
เจ้าของเสียงนั้นคือเมิ่งฝานนั่นเอง
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซี่ยหลันจึงมองไปตามต้นเสียง ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอมจำนน “หมายความว่าอย่างไร เจ้าสามารถหลอมศัสตราวุธในระดับที่สูงยิ่งกว่าข้าได้อย่างนั้นหรือ?”
“ลองดูก็จะรู้เองไม่ใช่หรือขอรับ?”
นัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ ขณะเดียวก็ตบเตาหลอมเบาๆ ก่อนจะมีเสียงสั่นสะเทือนดังขึ้นมา หลังจากนั้นพลันมีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสิ่งที่คล้ายกับไข่มุก อยู่ท่ามกลางเตาหลอมนั้นอย่างเงียบงัน...