ตอนที่ 390 บททดสอบห้วงฝันตำรา
ขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าเปล่งประกายงดงามดึงดูดสายตา รูปลักษณ์อันงดงามของขนนก วัสดุอันคล้ายคลึงกับแก้วใส แสงยามส่องกระทบพาให้เกิดแสงสะท้อนที่งดงามยิ่งกว่า รูปลักษณ์ของมันตรงกับข้อมูลที่นิทานได้รับมาทุกประการ
เพียงความสวยงามของมันก็มากพอจะเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมันจึงเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่งดงามที่สุด แม้มันจะเกิดจากเผ่าซือบาสที่ร่วงหล่นหากความงดงามของมันกลับเป็นหลักฐานอันดีถึงความงดงามของเผ่าพันธุ์ซือบาส
นิทานมองขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าอย่างเหม่อลอยหากก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น สิ่งที่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ไม่ใช่เพียงขนปีก แต่เป็นซอเด็ต เอเทลที่ยืนถือขนนกนี้อยู่ แสงสีส้มอัสดงกลับส่องสะท้อนกับขนปีกและเส้นผมของเธอ ปีกสีขาวด้านหลังลู่ไปตามแสงสีส้มดั่งไผ่ลู่ลม อาจเป็นเพราะซอเด็ตอารมณ์ดี รอยยิ้มของเธอเวลานี้จึงดูอ่อนโยนยิ่งกว่าครั้งใด
นิทานไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขาต้องการเห็นภาพนี้ให้นานยิ่ง แม้จะเพียงเสี้ยววินาทีก็ยินดี
ตื่น! ตื่น!
เสียงเรียกของคีตาดังขึ้นในห้วงจิต ดึงสติของเขาให้กลับมาจดจ่ออยู่ที่เรื่องตรงหน้าได้อีกครั้ง นิทานเบนสายตาออกจากดวงหน้าของเธอกลับคืนสู่ขนนก
“อะ…เอ่อ…คุณพกขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าติดตัวด้วยเหรอครับ??” นิทานที่ยังสติกลับไม่เต็มที่นักถามอย่างติด ๆ ขัด ๆ
ซอเด็ตเลิกคิ้วน้อย ๆ กับคำถามเช่นนี้ “ฉันใช้ซากของเทวทูตแห่งท้องฟ้าไปไม่นานนี้ค่ะ เลยยังมีมันติดตัวอยู่”
ทางตระกูลของเธอมอบซากร่างของเทวทูตแห่งท้องฟ้าให้เธอเป็นจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือในด้านการค้นหาตัวตนและเรียนรู้เรื่องวิถี ดังนั้นเธอจึงมีซากร่างของเทวทูตแห่งท้องฟ้าติดตัวอยู่บ้าง เพียงแต่เธอย่อมนึกไม่ถึงว่านิทานกำลังตามหาพวกมันอยู่ เธอเพียงรู้ว่ามันมีค่าอยู่บ้างก็เท่านั้น
“ไม่ทราบว่าคุณซอเด็ต เอเทลยินดีขายให้กระผมสักชิ้นสองชิ้นมั้ยครับ เรื่องราคาไม่ใช่ปัญ…เรื่องราคาถ้าไม่สูงจนเกินไปก็จะเป็นพระคุณอย่างมากครับ” เมื่อได้ยินดังนั้นนิทานก็ตาลุกวาว เขาเปลี่ยนจากท่าการกอดอกคุยกับอีกฝ่ายเป็นท่าทีนอบน้อมอย่างรวดเร็ว
ซอเด็ตผู้ไม่ค่อยมีโอกาสพูดคุยอย่างสนิทสนมหรือเล่นตลกบ่อยนักชะงักไป เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง
“ขอโทษนะคะแต่คงขายไม่ได้ ทางตระกูลสั่งไว้เช่นนั้นค่ะ แล้วอยู่ ๆ เป็นอะไรรึเปล่าคะนิทาน ทำไมใช้คำพูดแบบนั้น?” เธอก้มมองขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าด้วยสีหน้ามึนงง
หรือว่าขนปีกนี้จะมีผลหลอนประสาทเผ่าพันธุ์อื่นที่โดยที่เธอไม่รู้?
นิทานหน้าขึ้นสี ดูเหมือนเขาจะค่อนข้างเคยชินกับการที่คนรอบตัวเขาเฮฮากันแทบทุกคน เขาจึงเข้าใจไปเองว่าซอเด็ตเองก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกัน อย่างถ้าเป็นไพลินมั่วครู่เธอคงจะจีบปากจีบคอตอบกลับกวนโมโหเขาแล้ว
“ผมไม่เป็นอะไรครับ ขอโทษที” นิทานกระแอม
ซอเด็ตยังคงมึนงงกับท่าทีของนิทาน แม้เธอจะไม่เข้าใจแต่เธอก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นการพูดเล่นหรือการพูดหยอกล้อกันตามประสาเพื่อน เธอพยายามคิดตามหากสุดท้ายก็ยังคงไม่เข้าใจ จะง่ายกว่ามากหากเป็นการประชดประชันเพื่อแข่งขันกันที่เธอถนัด
“พอจะมีทางบ้างมั้ยครับ แลกเปลี่ยนสมบัติหรืออะไรก็ได้ครับ” นิทานอ้อนวอน
“ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางหรอกนะคะ แต่ก็คงต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกันบ้าง” ซอเด็ตยิ้ม เธอนั้นรอให้นิทานเป็นฝ่ายเสนอก่อนเช่นนี้อยู่แล้ว
ของที่เธอได้รับมาจากตระกูลแม้จะไม่สามารถขายได้ แต่ถ้าเธอนำมันไปแลกเปลี่ยนเป็นอะไรที่คุ้มค่ากว่าได้ทางตระกูลเอเทลก็ไม่มีสิทธิ์ใด ๆ จะมาตำหนิเธอ ฐานะในตระกูลของเธอนั้นสูงมากพอจะไม่ต้องสนใจกฎใด ๆ เสียด้วยซ้ำ ที่เธอยังคงปฏิบัติตามอยู่ไม่ใช่เพราะโดนกดดันแต่อย่างใด เธอมีเหตุผลของตัวเองที่ทำให้เธอเลือกจะปฏิบัติตามกฎ
“นอกจากขอยืมตัวคีตาไปก็ได้หมดเลยครับ” นิทานกล่าวติดตลก หากเป็นเรื่องเงินเขายังพอจะหาทางได้ แต่ถ้าขอยืมคีตาไปตัวนิทานเองคงทำใจไม่ได้
“ฟืด!”
ไม่ได้!
คีตารับลูกอย่างรวดเร็ว มันเองก็ไม่ยินยอมจะจากนิทานไปนาน ๆ เช่นนั้นเหมือนกัน ท่าทีของทั้งสองทำให้ซอเด็ตหลุดหัวเราะ เธอนั้นเป็นลูกคนเดียวจึงไม่เคยมีความรู้สึกผูกพันพี่น้องระหว่างครอบครัวเช่นนั้น
เธอส่ายหน้าไปมา เธอไม่ได้ต้องการยืมตัวคีตาแต่อย่างใด ภารกิจนี้มันพิเศษกว่านั้น และที่สำคัญคือ มันไม่ใช่ภารกิจที่ต้องใช้พลังในการทำให้สำเร็จ
“ไม่ได้จะขอยืมแค่ตัวคีตาค่ะ แต่จะขอยืมตัวนิทานด้วย” ซอเด็ตตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
นิทานชะงักไปอีกครั้ง สายตาสีน้ำเงินหม่นคู่นั้นดูไม่เหมือนคนที่กำลังพูดเล่นหยอกล้อเลยแม้แต่น้อย
“ภารกิจที่ซอเด็ตทำคนเดียวไม่ได้เหรอครับ?”
“ค่ะ”
คำตอบของซอเด็ตทำให้นิทานถอนหายใจโล่งอก หลายครั้งวิธีการพูดของเธอก็กำกวมเสียเหลือเกิน อาจเป็นเพราะปกติแล้วเธอต้องรักษาภาพลักษณ์ของผู้ที่อยู่สูงกว่า คำพูดจึงดูไม่เป็นธรรมชาติในหลาย ๆ ครั้ง
“เป็นภารกิจแบบไหนเหรอครับ พวกผมมีเหตุจำเป็นให้ต้องรีบนิดหน่อยครับ เพราะงั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะรู้กำหนดเวลาครับ” ขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าอยู่ตรงหน้าแล้ว ไม่มีเหตุผลใดให้ต้องปฏิเสธ
“หลังจากนี้นิทานจะกลับไปทำธุระให้เสร็จก่อนก็ไม่มีปัญหาค่ะ ภารกิจของฉันจะทำตอนไหนก็ได้ขอแค่สำเร็จก็พอ” ซอเด็ตไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เธอนั้นติดพันภารกิจนี้มานานหลายเดือนแล้ว
“ขอบคุณนะครับ” เห็นได้ชัดว่าซอเด็ตนั้นปรับตารางของตนให้เข้ากับเขา ธุระหลักของเขายังคงเป็นขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าดังนั้นนิทานจำเป็นต้องจัดการอย่างอื่นโดยเร็ว
“นิทานรู้จักการทดสอบห้วงฝันตำรามั้ยคะ? มันเป็นการทดสอบที่จะจัดขึ้นที่นครรูนิคสำหรับนักเรียนน้ำหมึกของหอสมุดและผู้ที่ทางหอสมุดหอสมุดยอมรับ”
“ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยครับ” นิทานส่ายหน้า เขารู้จักหอสมุดและนครรูนิค ระดับของนักเรียนอย่างนักเรียนปกนอก นักเรียนปกใน นักเรียนกระดาษ และนักเรียนน้ำหมึกเขาเองก็รู้จัก แต่การทดสอบห้วงฝันตำราที่ซอเด็ตกล่าวถึงนั้นเขาไม่เคยได้ยินเลยแม้แต่น้อย
“นักเรียนของหอสมุดหากสามารถเข้าสู่ห้องเรียนน้ำหมึกได้สำเร็จ คนคนนั้นจะมีสิทธิ์เขารับการทดสอบห้วงฝันตำราสามครั้งค่ะ หากสามารถผ่านการทดสอบไปได้ก็จะสามารถเข้าเยี่ยมชมหอสมุดผลึกฝันได้เป็นเวลา 1วัน”
นิทานเบิกตาโพลงกับคำกล่าวของซอเด็ต แม้เขาจะไม่เคยรู้จักการทดสอบดังกล่าวหากหอสมุดผลึกฝันนั้นเขาเคยได้ยินชื่อเสียงของมันมานาน
หอสมุดผลึกฝันคือแหล่งเก็บรวบรวมหนังสือทุกเล่มบนมหาทวีปนี้ไว้ ขอเพียงหนังสือเล่มนั้นมีตัวตนอยู่บนมหาทวีป หอสมุดผลึกฝันย่อมมีสำเนาของมันเก็บไว้อย่างแน่นอน
ต่อให้มันจะเป็นหนังสือที่สูญหายไปแล้วหรือมีเพียงเล่มเดียวในโลกก็ไม่สำคัญแม้แต่น้อย หอสมุดผลึกฝันจะมีหนังสือเล่มนั้นอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย
ความรู้ปัจจุบัน ความรู้โบราณ คัมภีร์เปลือกไม้ชำระ สารานุกรมสัตว์อสูร หนังสือรวมท่าของเหล่าผู้โด่งดังในอดีต หนังสือรวมวิถีของเหล่ายอดคน ประวัติศาสตร์ที่เลือนหาย หรือแม้แต่ศาสตร์หม่นหมอง หอสมุดผลึกฝันนั้นมีทุกสิ่ง
หอสมุดผลึกฝันนี้เองคือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หอสมุดคือสถานศึกษาเอกชนอันดับหนึ่งของมหาทวีป พวกเขานั้นรู้ทุกสิ่งและสามารถสั่งสอนได้ทุกอย่าง
ว่ากันว่าในอดีตมีผู้แสวงวิถีผู้หนึ่งที่ติดขัดอยู่กับการค้นหาวิถีของตนมาเนิ่นนาน ผ่านไปนับร้อยปี เขาที่ทนไม่ไหวจึงได้จ่ายเงินไกอาจำนวนมหาศาลเพื่อว่าจ้างหอสมุดให้ช่วยอบรมสั่งสอนเขา เพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้น ผู้แสวงวิถีผู้นั้นกลับเลื่อนระดับไปเป็นผู้ร้อยเรียงได้จริง
คำกล่าวหนึ่งของหอสมุดคือ หากมีสิ่งตอบแทนที่มากพอ ไม่ว่าสิ่งใดหอสมุดก็สามารถสอนสั่งได้
และหอสมุดผลึกฝันคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่พวกเขาสามารถทำเช่นนั้น การครอบครององค์ความรู้แทบทั้งหมดบนมหาทวีปไว้ทำให้สถานะขุมกำลังใหญ่ของพวกเขามั่นคงไม่มีสั่นคลอน ไม่ด้อยไปกว่าขุมกำลังใหญ่ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรไฟกัลป์ จักรวรรดิมาลาไค หรือศาสนาปฐมมันตรา
เข้าเยี่ยมชมหอสมุดผลึกฝันได้ 1วัน? การทดสอบที่ให้รางวัลระดับนี้ไม่แปลกใจแล้วทำไมขนาดซอเด็ตยังไม่ผ่าน นิทานได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าใจ เขาเองยังสงสัยอยู่ว่าต้องเป็นสิ่งใดกันปีกแห่งผืนฟ้าคนนี้จึงไม่อาจกระทำได้มาตลอดหลายเดือน
“เพราะทางตระกูลฉันมีข้อตกลงบางอย่างกับหอสมุด ฉันจึงได้รับอนุญาตให้เข้าทดสอบได้เป็นกรณีพิเศษค่ะ การทดสอบห้วงฝันนั้นจะมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล โชคร้ายที่ของฉันค่อนข้างจะพิเศษ” ซอเด็ตอธิบายต่อ
“เพราะงั้นก็เลยต้องการให้ผมช่วยสินะครับ ไม่มีปัญหาครับ” นิทานฉีกยิ้ม โอกาสดี ๆ เช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ ตัวเขานั้นไม่หวังเข้าไปเยี่ยมชมหอสมุดผลึกฝันกับซอเด็ต แต่การได้ไปเยี่ยมชมนครรูนิคก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี
อีกหนึ่งส่วนคือนิทานอยากใช้เวลากับเธอให้มากขึ้น เขาจะได้สามารถเตรียมตัวรับมือในอนาคต
ซอเด็ตยิ้มนุ่มนวลเมื่อนิทานกล่าวตกลง แต่เธอกลับทำท่าราวกับคิดอะไรได้ รอยยิ้มมากมารยาทก่อนหน้าเริ่มกลายเป็นรอยยิ้มซุกซน “แต่พูดตามตรงแค่นี้เหมือนทางฉันจะยังเสียเปรียบอยู่นะคะ มูลค่าของขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าก็ค่อนข้างสูงและหายากมากแล้ว”
คำพูดของซอเด็ตทำให้คีตาหลุดหัวเราะออกมา มันที่ฟังทั้งสองแลกเปลี่ยนบทสนทนามาตลอดอดไม่ได้ที่จะสนุกไปกับความเร็วในการพัฒนาของซอเด็ต เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้กลเม็ดบ้างแล้ว
นิทานเหงื่อตกน้อย ๆ หากเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด เอ่ยปากถามต่อด้วยสีหน้าปั้นยิ้ม “ซอเด็ตอยากได้อะไรเพิ่มเหรอครับ”
“นั่นสินะคะ อืม…. นิทานสนิทกับกลุ่มการค้าอิสึกะใช่มั้ยคะ? ที่สุสานของขุนนางพันธุ์ผสมคุณก็มาในฐานะตัวแทนของกลุ่มการค้าอิสึกะนี่นา”
นิทานสังหรณ์ไม่ค่อยดีนักเมื่อมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอ “ตระกูลของฉันได้สิทธิ์ในการเลือกซื้อปลาคาร์ปผนึกอักษรแค่ไม่กี่ตัวต่อสิบปีเท่านั้นค่ะ และสิทธิ์นั้นก็หมดไปแล้วก่อนที่ฉันจะมีโอกาส”
“ยิ่งหลังจากที่กลุ่มการค้าอิสึกะจับมือกับองค์หญิงที่ 4 สิทธิ์การซื้อขายปลาคาร์ปผนึกอักษรก็ยิ่งยากแก่การได้มาขึ้นหลายเท่าเลยค่ะ”
นิทานหางตากระตุก เขาพอจะเดาได้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใดเพิ่มเติม
“ฉันขอปลาคาร์ปผนึกอักษรสักตัวได้มั้ยคะ”
นิทานนั้นอยากปฏิเสธอย่างถึงที่สุด ปลาคาร์ปผนึกอักษรนั้นเป็นวัตถุดิบชั้นยอดสำหรับการรังสรรค์สมบัติ หากได้เลือกปลาที่เหมาะสมกับตนและสามารถนำคำแห่งพลังคำนั้นไปใช้ได้อย่างคุ้มค่า ปลาคาร์ปผนึกอักษรหนึ่งตัวอาจมีค่าไม่น้อยไปกว่าละอองรูบีออน
หากซอเด็ตได้ไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะแข็งแกร่งขึ้นอีกมากมายเท่าใด
“นิทานสนิทกับพวกเขาขนาดนั้น ฉันเชื่อว่ากลุ่มการค้าอิสึกะต้องมอบสิทธิ์เลือกซื้อให้คุณใช่มั้ยคะ” รอยยิ้มของซอเด็ตกว้างขึ้น เธอยกแขนขึ้นมาเท้าคางของตน เมฆาลอยเข้ามาเติมใต้ศอกของเธอคล้ายกับโต๊ะตัวยาว ท่าทางของเธอเวลานี้ไม่ต่างอะไรกันกับนักธุรกิจมือฉมังที่รู้ว่าตนครองความได้เปรียบอยู่ทุกประการ
สิ่งที่โหดร้ายที่สุดคือนิทานไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอนี้โดยการใช้ข้ออ้างใด ๆ ได้ เพราะเขาสามารถเลือกซื้อปลาคาร์ปผนึกอักษรได้จริง และขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้าก็สำคัญกับเขาถึงเพียงนั้น
“ขี้โกงนี่ครับ” นิทานในร่างเรนเดลพองแก้มอย่างไม่พอใจนัก หากสายตาและรอยยิ้มของซอเด็ตกลับไม่หวั่นไหวใด ๆ ท้ายที่สุดเขาจึงถอนหายใจยาว
“เฮ้อ…ตกลงครับ เสร็จภารกิจแล้วผมจะพาคุณไปเลือกปลาคาร์ปผนึกอักษรครับ”
“ให้เลือกได้ด้วยเหรอคะ? ขอบคุณค่ะ” ซอเด็ตเผยอยิ้มพร้อมกับหลุดหัวเราะ
เธอไม่ได้เสนอขอเลือกแต่อย่างใด เธอเข้าใจว่าปลาคาร์ปผนึกอักษรนั้นสำคัญขนาดไหน แม้จะเป็นนิทานก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถซื้อไปแจกใครได้ง่าย ๆ เธอจึงเหลือทางไว้ให้นิทานได้ใช้ต่อรอง
แต่เขากลับพูดเองว่าจะพาไปเลือกเสียอย่างนั้น แม้จะเป็นเพื่อนหากเธอย่อมต้องสนใจผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก ถือโอกาสตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
นิทานตบหน้าผากของตนอย่างหมดแรง ปากพึมพำขี้โกงอย่างน่ารักพร้อมกับคีตาที่หัวเราะขำอยู่ข้าง ๆ