การเรียนในห้องดีนั้นค่อนข้างง่ายๆสบายๆ และไม่ต้องกระตือรือร้นอะไร เนื่องจากในห้องเรียนนี้ไม่มีอาจารย์คอยสอนหรือเช็คชื่อ มีเพียงการสั่งงานง่ายๆหนึ่งครั้งในหนึ่งวันเท่านั้น และบางวันก็ว่างเว้นจากการสั่งงาน ทำให้นักเรียนห้องดีแทบจะนั่งกินนอนกินเฉยๆในบางวัน
แน่นอนว่าแลนซ์และแอนนาแปลกใจกับเรื่องแบบนี้ แต่ทว่าริชาร์ดหาข้อมูลมาให้ทั้งสองคนแล้ว โดยห้องดีจะถูกปฏิบัติแบบนี้จนถึงปีสาม หากใครไม่พอใจก็ยื่นเรื่องไปห้องซี หรือไม่ก็ลาออกไป แต่คนไม่ค่อยนิยมทำกัน
นั่นก็เพราะว่าใบวุฒิเมื่อจบการศึกษาจากห้องดีและซีเป็นใบวุฒิประเภทเดียวกัน นั่นคือหลักสูตรจอมเวททั่วไป ไม่ใช่หลักสูตรมหาจอมเวทแบบห้องเอ หรือหลักสูตรนักรบเวทแบบห้องบี
วุฒิจอมเวททั่วไป สามารถทำงานแทนวุฒิจากสายสามัญได้หลากหลายสาขา และยังสามารถทำงานเป็นนักวิชาการ หรืออาจารย์สอนทางด้านวิชาการเวทมนตร์ในระดับเบื้องต้นก็ได้ รวมทั้งสามารถสอบเพื่อรับใบประกาศในการเปิดร้านหนังสือเวทมนตร์ และขายอุปกรณ์เวทมนตร์ได้อีกด้วย
แต่นั่นคือนักเรียนที่สอบเข้าโรงเรียนจอมเวททั่วไป ไม่ใช่โรงเรียนจอมเวทชั้นนำอย่างแอสตรัล เพราะคนที่สอบเข้าโรงเรียนเวทมนตร์แอสตรัล ล้วนแล้วแต่อยากเติบโตในสายงานของวงการเวทมนตร์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นจอมเวทชั้นสูงในสมาคมจอมเวท งานราชการหรือรัฐบาลในกระทรวงเวทมนตร์ หน่วยทหารหรือตำรวจเวทมนตร์ในระดับชั้นสัญญาบัตร รวมถึงองครักษ์ส่วนตัวของผู้นำในระดับสำคัญ
ดังนั้นบางคนเมื่อทราบแบบนี้แล้วจึงไม่รู้ว่าตัวเองจะดิ้นรนไปทำไม และบางคนถึงขั้นน้อยใจชิงลาออกไปก่อนก็มี เพราะหลักสูตรจอมเวททั่วไปหาเรียนที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่กับหนึ่งในสามโรงเรียนชั้นนำแบบนี้
อาจารย์ประจำชั้นชายในชุดคลุมจอมเวทสีน้ำเงินมองห้องเรียนนี้ด้วยสายตาเรียบเฉย เขาเห็นนักเรียนห้องดีเป็นเหมือนอย่างทุกครั้งและทุกปี นั่นคือนักเรียนในห้องขาดการกระตือรือร้นและการไขว่คว้าเมื่อถูกผู้มีอำนาจกำหนดชะตากรรมเอาไว้แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงเขียนสั่งงานบนกระดานติดผนัง ก่อนจะเตรียมออกจากห้องอย่างทุกๆที...
...แต่ทว่าวันนี้แปลกไปกว่าทุกวัน เพราะมีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งสนใจอาจารย์ที่มามอบรายงานประจำวันให้ แลนซ์นั่นเอง
“อาจารย์ครับ ไม่ทราบว่าอาจารย์ชื่ออะไร พอดีผมพึ่งย้ายมาใหม่น่ะ”
แลนซ์และกลุ่มของเขาเดินมาหาอาจารย์ ก่อนจะเริ่มทักทาย ทำเอาอาจารย์มองด้วยความสงสัย แต่ทว่าริมฝีปากของเขานั้นกลับเผลอฉีกยิ้มขึ้นมา
อาจารย์ที่มาส่งรายงานนั้นเป็นหนุ่มอายุยี่สิบกว่าๆ เขามีผมสีดำยาว มีดวงตาสีน้ำเงินเข้มบนใบหน้าที่เงียบขรึมและเย็นชา ผิวของเขาสีเหลืองบ่งบอกว่ามีเชื้อสายจากทวีปหมิง และเขาสวมชุดสูทของจอมเวทสีน้ำเงิน บ่งบอกว่าเขาสังกัดธาตุน้ำ
“ฉันชื่อว่าแจ็ค ไม่มีนามสกุล สามัญชนโอนสัญชาติน่ะ...เป็นอาจารย์พิเศษที่แอสตรัลจ้างมาต่างหาก เพื่อให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาประจำห้องดี”
แลนซ์นึกหงุดหงิดในใจ ดูเหมือนอาจารย์จากแอสตรัลที่ส่วนใหญ่เป็นขุนนาง จะรังเกียจสามัญชนกันมาก ถึงขั้นไม่อยากเป็นแม้แต่อาจารย์ประจำชั้น
“เพราะแบบนี้สินะครับ เลยไม่สามารถอยู่สอนนักเรียนได้ตลอดเวลา เพราะมีตารางสอนที่อื่นอีก” แลนซ์กล่าวถามอย่างเป็นกันเอง
“อันที่จริงก็อยากสอนนะ แต่ฉันเองก็โดนผู้อำนวยการบอกมาว่าไม่ต้องทำอะไรกับพวกห้องดี ให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองเยอะๆก็พอ เลยแบ่งเวลาไปสอนโรงเรียนอื่นหมดแล้ว”
“งั้นหรือครับ” แลนซ์กล่าว “ถ้าอย่างนั้นอาจารย์สอนวิชาอะไรครับ โดยปกติ”
“อันที่จริงอาจารย์สอนวิชาทฤษฏีเวทมนตร์เบื้องต้นน่ะ” อาจารย์แจ็คกล่าว “ร่ายเวท หรือสร้างเขตแดนก็พอทำได้อยู่หรอก แต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรล่ะนะ เพราะอาจารย์เป็นอาจารย์สายสามัญของกระทรวงศึกษาธิการ ที่สอนให้คนทั่วไปรู้จักใช้เวทมนตร์ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่อาจารย์จากสมาคมจอมเวทยังไงล่ะ รายงานที่ให้พวกเธอทำบางอันอาจารย์ก็พึ่งเรียนรู้ได้ไม่นานด้วยซ้ำ”
แลนซ์กลืนน้ำลายคำโตเมื่อได้ยินเช่นนั้น เอาอาจารย์หลักสูตรทั่วไปของกระทรวงมาสอนหลักสูตรเวทมนตร์เฉพาะทาง มันชักเละเทะและดูถูกนักเรียนกันใหญ่แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะขอยืมชื่ออาจารย์มาใช้ในการนัดฝึกสอนพิเศษระหว่างนักเรียนด้วยกัน ”แลนซ์กล่าวตามจริง “ผมน่ะ อยากให้ห้องดีพัฒนาตนเองมากกว่านี้ เพียงพอจะต่อสู้กับพวกห้องเอและบีได้ ผมจะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน แต่ถ้าตัวผมนัดหรือเรียกประชุมเองทุกคนคงไม่ฟังหรอกครับ”
เมื่อได้ยินที่แลนซ์กล่าว อาจารย์แจ๊คจึงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอามือวางบนหัวเขา
“เธอชื่อแลนซ์สินะ ที่มีปัญหากับพวกขุนนางจนย้ายมาห้องดี” อาจารย์แจ็คกล่าว
“อาจารย์ก็ทราบเรื่องนี้หรือครับ และอาจารย์คิดว่าผมผิดจริงหรือเปล่า”
“ไม่เลย เธอไม่ผิด” อาจารย์แจ็คตอบพลางหัวเราะเบาๆ “ถ้าหากมีนักเรียนที่ต่อต้านอย่างเธอมากๆเข้า บางทีกระทรวงศึกษาและสมาคมจอมเวทในประเทศเราก็คงใช้อำนาจกดดันโรงเรียนแห่งนี้ได้ แต่ทุกวันนี้ที่เราทำอะไรไม่ได้ก็เพราะไม่มีการต่อต้านจากภายในน่ะสิ ซ้ำโรงเรียนยังมีผลงานดีเด่นตลอดสามปีที่ผ่านมา เลยยิ่งแล้วใหญ่”
“ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าจะช่วยสนับสนุนผมสินะครับ” แลนซ์กล่าวอย่างมีความหวัง
“ใช่แล้วล่ะ อาจารย์จะสนับสนุนเธอเท่าที่ทำได้ อย่างแรกเลยถ้าเธออยากจะเป็นผู้ชี้นำนักเรียน ทำไมไม่ลองตั้งชมรมสักชมรมดูล่ะ” อาจารย์กล่าวแนะนำก่อนจะเอามือวางข้างตัวดั่งเดิม
“ตั้งชมรม” แลนซ์กล่าว “ก็น่าสนนะครับ ถ้าผมจะตั้ง อาจารย์จะเป็นที่ปรึกษาชมรมให้ผมหรือไม่”
“มันเสี่ยงเกินไป” อาจารย์แจ็คกล่าว “ฉันเป็นอาจารย์พิเศษ ถ้าหากฉันถูกเลิกจ้างกระทันหัน ชมรมเธอจะไม่มีผู้ดูแล และเสี่ยงต่อการถูกยุบชมรม ถ้าให้แนะนำลองไปหาอาจารย์ที่เป็นกลางต่อระดับชนชั้นของนักเรียนดีไหมล่ะ อาจารย์พอแนะนำได้นะ”
“ผมว่าผมพอจะหาอาจารย์ที่เป็นกลางต่อระดับชนชั้นของนักเรียนได้ครับ” แลนซ์กล่าว “ขอบคุณมากครับ”
แลนซ์ก้มหัวขอบคุณอาจารย์แจ็ค เขาโบกมือให้ก่อนจะเดินออกไปเงียบๆ หลังจากนั้นแลนซ์จึงหันมามองกลุ่มของเขาซึ่งบัดนี้มีจำนวนเป็นสิบกว่าคนแล้ว
“อาจารย์ว่าไงบ้างคะแลนซ์” แอนนากล่าว “อาจารย์จะช่วยพวกเราไหม”
“อาจารย์แนะนำให้ตั้งชมรม และให้หาที่ปรึกษาชมรมน่ะ” แลนซ์กล่าว “ถ้าเป็นแบบนั้นเราจะสอนหรือแนะนำอะไรสมาชิกชมรมก็ได้”
“งั้นเอาชมรมอะไรดี” ริชาร์ดกล่าว “การก่อตั้งชมรม และการสร้างชมรมต้องระบุประเภทและจุดประสงค์ เพราะเราสามารถลงแข่งขันหรือทำกิจกรรมพิเศษในนามของชมรมได้ด้วย นอกเหนือจากในนามของห้อง แต่ไม่ว่ายังไงสุดท้ายก็อยู่ที่ปลายปากกาของผู้อำนวยการ ในการอนุมัติก่อตั้งชมรม”
“ยากตรงนี้สินะ” แลนซ์กล่าว “ผู้อำนวยการนี่ล่ะปัญหา เพราะเขาเป็นตัวการของการแบ่งชนชั้นในโรงเรียนอย่างแท้จริง”
“ถ้าก่อตั้งชมรมแล้วฉันขอเข้าด้วยได้มั้ยคะ”
มีเสียงใสของหญิงสาวดังจากหน้าห้อง เมื่อแลนซ์หันกลับไปมองก็พบกับเด็กสาวยืนรอเขาอยู่ เด็กสาวคนนั้นคือแคลร์ ไอเล็กซ์ บุตรสาวของหัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงสุดนั่นเอง
แคลร์ในคราวนี้ดัดผมสีฟ้าของเธอเป็นลอนยาว ดวงตาสองสีเขียวและฟ้าอันโดดเด่นบนใบหน้าเรียวสวยของเธอทำเอาใจของเด็กคนหนึ่งละลายเรียบร้อยแล้ว คนๆนั้นคือริชาร์ดนั่นเอง
“แคลร์...มาทำอะไรที่ห้องบ๊วยหรือครับ” แลนซ์กล่าวทักอีกฝ่ายอย่างเป็นกันเอง แคลร์ยิ้มพลางก้มหัวให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะกล่าว
“ฉันย้ายลงมาจากห้องเอค่ะ พึ่งทำเรื่องเสร็จไม่นานนี้เอง ตอนนี้ฉันเป็นสมาชิกห้องดีแล้วค่ะ และมาทันแลนซ์คุยเรื่องตั้งชมรมพอดี”
“ชื่อแคลร์สินะครับ” ริชาร์ดกล่าวเสียงหล่อ ก่อนจะมายืนด้านหน้าแล้วแนะนำตัว “ผมริชาร์ด ไมเยอร์ครับ เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์แลนซ์ครับ ดำรงตำแหน่งศิษย์เอก”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” แคลร์กล่าว “ศิษย์เอกของคุณแลนซ์เลยหรือคะ ท่าจะเก่งน่าดู”
“ฉันต่างหากล่ะคะศิษย์เอก” โดโรธีกล่าวแทรก เธอเองก็อยู่หน้าห้องพบดิบพอดี ก่อนจะเดินเข้ามาร่วมวงด้วย “คุณน่ะเบอร์สองค่ะริชาร์ด เพราะฉันทำตามที่อาจารย์แลนซ์สอนให้ได้มากกว่า”
“ฉันมาก่อนนะ ดันนั้นฉันจึงเป็นศิษย์เอก ไม่เกี่ยวกับฝีมือ” ริชาร์ดกล่าวค้านก่อนจะมองไปยังแคลร์ “ดังนั้นถ้าอยากรู้เรื่องการโคจรประสานเวทหรือการร่ายมหาเวทล่ะก็ ปรึกษาผมได้เลยครับ ผมสอนได้นะ”
“สวัสดีค่ะคุณแคลร์” โดโรธีกล่าวพลางแนะนำตัวขณะผลักริชาร์ดออกไป “ฉันโดโรธี ศิษย์เอกตัวจริงของอาจารย์แลนซ์ค่ะ อยู่ห้องซี ดีที่ฉันนึกเอะใจมาเยี่ยมทุกคน ไม่งั้นริชาร์ดคงคุยโวใหญ่เลย”
“ไม่ได้คุยโวนะ แต่ของจริง” ริชาร์ดกล่าว
โดโรธีกับริชาร์ดแข่งกันเป็นศิษย์เอกอยู่พักหนึ่ง ทำเอาแคลร์ยิ้มแห้งๆ แต่เธอก็ยังคงฟังทั้งสองคนตามมารยาท ในขณะที่พยายามหาจังหวะคุยกับแลนซ์ไปด้วย
“ฉันไปแต่งตั้งศิษย์เอกตอนไหนหว่า” แลนซ์กล่าวกับตัวเองเบาๆพลางเกาหัว เมื่อเห็นริชาร์ดและโดโรธีเถียงกัน แอนนาใช้ศอกดันแลนซ์เบาๆ ก่อนจะกระซิบ “ริชาร์ดชอบแคลร์ แต่โดโรธีเข้าใจว่าริชาร์ดกำลังอวดเก่ง ผลเลยออกมาอย่างที่เห็นไง คุณดูไม่ออกหรือคะแลนซ์”
“งั้นหรือ...จีบว่าที่จักรพรรดินีองค์ต่อไปของเอเธียน่า ใจกล้าไม่เบา” แลนซ์กล่าวพลางยิ้มที่มุมปาก พลางมองแคลร์ที่เริ่มคุยกับลอตโต้ ลิซ่า และหยางจง อีกทั้งยังมีนักเรียนหลายคนเริ่มแนะนำตัวและคุยกับแคลร์ด้วยความนอบน้อม เพราะบางคนรู้ว่าเธอเป็นลูกของผู้พิพากษา
“นั่นมันก่อนเราย้อนเวลามา” แอนนากล่าวขัดก่อนจะตีแลนซ์เบาๆ “คุณทำลายความเป็นไปได้นั้นเองไม่ใช่หรือไงกัน”
“ว่าแต่มีชื่อชมรมหรือยังคะ”แคลร์เดินมาใกล้แลนซ์ก่อนจะกล่าว ดูเหมือนเธอจะโล่งใจที่ได้คุยกับแลนซ์เสียที “ถ้ายังไม่ได้คิดฉันขอร่วมก่อตั้งด้วยค่ะ”
“ยินดีเลยล่ะ” แลนซ์กล่าวพลางมองไปยังทุกคน “พวกเรามาช่วยกันก่อตั้งชมรมพัฒนาพลังเวทของพวกเรากันเถอะ ว่าจะให้ชมรมนี้ชื่อว่าอะไร”
“คุณแลนซ์พูดว่าชมรมพัฒนาพลังเวทสินะคะ” แคลร์กล่าวทวนสิ่งที่แลนซ์พูดออกมา ก่อนจะหันไปมองทุกคน “เอาชื่อนี้ดีไหมคะทุกท่าน ชมรมพัฒนาพลังเวท”
เมื่อได้ยินแคลร์กล่าว หลายๆคนมองหน้ากันเพื่อขอความเห็น ดูเหมือนแคลร์จะช่วยตั้งชื่อชมรมให้แล้ว
“เอาสิคะ” ลิซ่ากล่าวสนับสนุนเป็นคนแรก พลางยกมือ “มันตรงตัวดี ว่าจะช่วยกันพัฒนาเวทมนตร์ของทุกคน และชื่อชมรมดูน่าเข้าหาด้วย”
“แถมชื่อยังดูเรียบง่ายดีด้วย ไม่น่าตกเป็นเป้าของพวกขุนนาง” หยางจงกล่าวเสริม “ฉันน่ะมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับพวกลูกขุนนาง เลยรู้ว่าพวกนั้นหาเรื่องเราได้ทุกเรื่อง หากพวกมันไม่พอใจ”
“ฉันเห็นด้วยอีกเสียง” แอนนากล่าว “ง่ายๆดี ไม่ต้องจำให้ลำบากด้วย”
หลังจากนั้นทุกคนก็พร้อมใจกันเห็นด้วย เมื่อมีคนสนับสนุนจำนวนหนึ่ง
“งั้นเอาตามนี้นะ” แลนซ์กล่าว “หากทุกคนตกลงฉันจะทำเรื่องก่อตั้งชมรมด้วยชื่อนี้ และฉันก็จะเริ่มดำเนินการก่อตั้งชมรมวันนี้เลย”
“คุณแลนซ์คะ แล้วใครจะทำการสอนพวกเราล่ะ” ลิซ่ายกมือก่อนจะกล่าว แลนซ์จึงมองไปที่ริชาร์ดทันที
“ริชาร์ด ฝากนายช่วยสอนการร่ายเวทระดับสี่ให้ทุกคนทีสิ ระหว่างนี้ฉันกับแอนนาจะไปทำเรื่องก่อตั้งชมรม”
ริชาร์ดพยักหน้าพลางยิ้มเยาะโดโรธี ทำเอาโดโรธีแก้มป่อง ก่อนจะกล่าวว่าไว้เลิกเรียนเธอจะมาช่วยสอนด้วย และจะสอนให้ดีกว่าริชาร์ดอย่างแน่นอน
“...ไม่พอใจเลยว่ะ มันคิดว่าตัวเองเป็นใครจะมาทำตัวเป็นอาจารย์”
ผู้ที่กล่าวเป็นกลุ่มเด็กห้องดีจำนวนหกคน ซึ่งแอบฟังอยู่ทางประตูหลัง พวกเขามองหน้ากันก่อนที่คนใดคนหนึ่งจะกล่าวออกมา
“ไว้ไอ้ตัวหัวหน้ากับแฟนมันออกจากห้องเมื่อไหร่ เราค่อยสั่งสอนล่ะกัน มันจะได้เลิกนิสัยทำตัวเด่นเสียที เห็นแล้วรำคาญลูกตา”