ขณะกำลังฝันหวาน ฉินเฉาก็ตามก้นสาวงามทั้งสองคนไป
ไม่รู้ว่าการซื้อของกับสาวงามจะถือว่าเป็นพรหรือไม่
ทั้งสองสาวต่างเป็น “ขาช้อป” พวกเธอเดินไปทั่วแผนกของผู้หญิงบนชั้นที่ 4 ไป 3 - 4 รอบ ไม่เหมือนกับเหลียวชาชา และหยูลู่ สองสาวเป็นแค่พวกซื้อของธรรมดา
หลังจากตระเวนไปทั่ว ในที่สุดฉินเฉาก็รู้สึกง่วง พร้อมกับหาวออกมาสองครั้ง
“คนสวยทั้งสอง” ฉินเฉาถูแก้มตัวเอง และถาม “พวกเธอยังไม่หิวกันอีกเหรอ? นี่เราเดินกันมาจะสองชั่วโมงแล้วนะ เรายังไม่ได้กินอะไรเลย”
“การซื้อของ เป็นอาหารที่ให้พลังงานที่สุด!” ซ่างกวนหยานพูดด้วยจิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยม “ยิ่งกว่านั้น มันยังช่วยให้น้ำหนักลดอีกด้วย ไม่ดีเหรอ”
“แต่ว่า สาวงามทั้งสองไม่ได้อ้วนสักหน่อย...” ฉินเฉาเค้นคำพูดของเขาออกมา
“ใครพูด!” ซ่างกวนหยานหยิกเอวอ้อนแอ้นของเธอด้วยนิ้วอยู่หลายครั้ง และพูดว่า “นายดู ฉันมีไขมันอยู่ที่เอวนิดหน่อย”
ฉินเฉากลอกตา ฉันล่ะไม่อยากพูดกับผู้หญิงเรื่องพวกนี้จริงๆ
เขายังไม่เคยพบกับหญิงสาวที่ประกาศว่าเธอผอมเกินไป บางคน เมื่อพบว่าน้ำหนักของพวกเธอเพิ่มขึ้น 1 หรือ 2 กิโล มันเป็นไปได้สูงที่พวกเธอจะไม่กินอะไรไป 2 วัน
อ๊า พวกผู้หญิง พวกเธอเป็นบุคคลที่น่ากลัวที่สุดในโลก
ฉินเฉาแอบพูด
เหมือนจะเห็นว่าฉินเฉาเหนื่อยแล้ว หลิวจางดึงแขนเพื่อนของเธอและพูด
“เอาล่ะ หยานหยาน ไปแผนกผู้ชาย ช่วยฉินเฉาเลือกชุดของเขากันเถอะ ฉันเริ่มหิวแล้ว”
“โอ้ จางจาง ความอยากอาหารของเธอเพิ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่?” ซ่างกวนหยานหยอกเพื่อนของเธอ “หรือว่า เธอกำลังชอบชายคนนี้ และกลัวว่าเขาจะหิวจนทนไม่ไหว?”
“พอแล้ว เธอ ซ่างกวน ยัยปากเสีย!” หลิวจางพลันแก้มแดง และตีมือซ่างกวนหยานเบาๆ “ถึงยังไง เหตุผลที่เรามาที่นี่ก็เพื่อเลือกเสื้อผ้าให้เขา เราก็เตร็ดเตร่มานานแล้ว ฉันอายถ้าเรายังเอาแต่เดินเตร่อีก ถึงยังไงหน้าของฉันก็ไม่หนาเท่าของเธอ”
“จางจาง เธอพูดอย่างนี้กับเพื่อนสนิทได้ยังไง?” ซ่างกวนหยานเอามือกุมหน้าอก และทำท่าทางเสียใจ “โอ้ หัวใจของเค้าเจ็บ”
“ถ้าเธอรู้สึกเจ็บ งั้นก็ปล่อยมันลง!” หลิวจางเข้าใจเพื่อนของเธอดี โดยไม่สนใจท่าทางของเธอ เธอดึงแขนของซ่างกวนหยานและเดินตรงไปที่ลิฟต์
“พระเจ้า เธอสนใจคนรักมากกว่าเพื่อนจริงๆ!” ซ่างกวนหยานร้องออกมาอีกครั้ง ซึ่งทำให้ดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง
ฉินเฉาและหลิวจางทำเป็นมองไปที่ด้านข้าง แสร้งทำเป็นไม่รู้จักหญิงสาวนางนี้ และอยากจะไปให้ไกลจากเธอเท่าที่จะเป็นไปได้
ไม่นานทั้งสามคนก็มาถึงแผนกของผู้ชาย และซ่างกวนหยานก็นำฉินเฉาเข้าไปในร้าน
“มาลองดูที่นี่ก่อน เสื้อผ้าของพวกเขาเป็นของดี แล้วก็ไม่แพงมาก พร้อมทั้งคุณภาพดี และทันสมัยอีกด้วย”
หลิวจางพูดกับฉินเฉา เธอเหมือนจะรู้เกี่ยวกับเรื่องเสื้อผ้าของผู้ชายอย่างมาก
“เอาล่ะ ถึงยังไง วันนี้ ฉันจะให้พวกเธอสองคนมากกว่า 100 กิโล”
“นายพูดเหมือนพวกเรากำลังขายหมูงั้นแหละ” ซ่างกวนหยานจิกตาใส่เขา
“ฉันคิดว่าเธอเหมาะกับแม่เสือสาวมากกว่า” ฉินเฉาเถียง “ในนิยายเรื่อง ‘ซ้องกั๋ง’ มันมีโรงเตี้ยมที่ฆ่าและขโมยของของแขก เจ้าของโรงเตี้ยมนั้นชื่อ เอิ่ม กู่ต้าเส้า (พี่สะใภ้) [ชื่อเล่นของเธอในนิยาย ชื่อ “แม่เสือสาว” เพราะเธออารมณ์ดุร้าย] ”
“ไปตายซะ!” ในด้านการทะเลาะ ซ่างกวนหยานคิดว่าเธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา เธอกวาดสายตาที่ถลึงไปด้านข้าง และทันใดนั้นก็เห็นสูทสีขาวแขวนอยู่ใกล้ๆ
“ฉินเฉา ทำไมไม่ลองตัวนี้ดู มันจะต้องทำให้นายดูดีแน่นอน!”
ตาของฉินเฉากวาดไปมอง พระเจ้า สูทสีขาว! คนเขาจะคิดยังไง ถ้าฉันใส่เจ้านี่?
เมื่อเห็นสีหน้าของฉินเฉา ฉากที่คล้ายกันปรากฏในจิตใจของสองสาว ฉินเฉาในชุดสูทสีขาว พร้อมกับแว่นกันแดดสีดำ และแหวนทองวงใหญ่หลายวง
โดยเฉพาะ ฟันทองซี่ใหญ่ของเขา ด้วยท่าทางแบบนั้น เขาเดินออกไป และเข้าไปคุยกับหญิงสาว
“สาวน้อย ฉันเป็นหัวหน้าจาก XX ฟิล์ม ฉันเห็นเธอดีจริงๆ เธออยากจะเล่นหนังมั้ย?”
นี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว
“พอแล้ว หยานหยาน จะทำให้ฉินเฉาเป็นตัวตลก” หลิวจางยิ้ม และพูดกับหยานหยานที่อยู่ใกล้ๆ “คนอื่นกำลังจะไปพบกับพ่อตา ไม่ใช่ไปจับคู่ดูตัว ถ้าเธอให้เขาใส่มัน พ่อตาของเขาจะต้องโกรธแน่ๆ และนั่นจะทำให้เขาต้องตายเพราะมันแน่นอน”
“ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องดีหรอกเหรอ ถ้าเขาตาย?” ซ่างกวนหยานยกยิ้ม “ถ้าอย่างนั้น เขาก็จะได้พาลูกสาวของเขาไป”
“ตาแก่นั่นไม่ตายง่ายขนาดนั้นหรอก...” ฉินเฉาคิด ชายคนนั้นเป็นผู้ฝึกตน เขาต้องมีชีวิตอยู่ถึง 200 ปีนู่น!
“ดูเหมือนนายจะอยากให้พ่อตานายตายจริงๆ นะ!” ซ่างกวนหยานมองไปที่ฉินเฉา เหมือนกับกำลังจ้องไปที่ทวีปใหม่ “โอ้ ช่างเป็นตาลุงที่โหดร้ายนัก!”
“มันตรงกันข้ามแล้ว” ฉินเฉายักไหล่ “มันไม่ใช่ว่าฉันอยากให้ตาแก่นั่นตาย แต่มันเป็นเขา ตาแก่นั่น ที่อยากให้ฉันตาย”
“นี่มันไม่เกินไปเหรอ...” หลิวจางมองไปที่เสื้อผ้าและถาม “พ่อตาของนายเป็นใคร ทำไมเขาถึงโหดร้ายขนาดนั้น?”
“ถ้าพวกเธอมาจากซู่หนาน ก็คงจะรู้จักเขาสินะ” ฉินเฉาพูดชื่อออกไป “ชื่อของเขาคือ ซูเซียงปิง”
“อะไรนะ?”
“อะไรนะ?”
สองสาวเบิกตากว้าง พวกเธอพากันเอามือกุมปาก มองมาที่ฉินเฉาอย่างมึนงง
“ยะ อย่ามาล้อพวกเราเล่นน่า!” สีหน้าซ่างกวนหยานเหมือนจะเกินจริง สายตาของเธอเหมือนจะฉีกเสื้อผ้าฉินเฉาออกมา เพื่อตรวจดูว่าร่างกายของเขาทำมาจากอะไร
“เธอ เธอกำลังมองอะไร?” ฉินเฉาจับเสื้อไว้เหมือนกับหญิงสาวอ่อนแอ ที่กำลังขัดขืนพวกโรคจิต
เมื่อเห็นท่าทางเขาแบบนี้ ซ่างกวนหยานก็ร้องตะโกนว่าจะจัดการเขา
“ไอ้บ้า ทำท่าแบบนั้นทำไม! คุณหนูคนนี้ไม่ได้จะทำอะไรนายสักหน่อย จริงจังหน่อย โอเค๊!”
“ฉันเห็นสายตานั่นของเธอแล้วฉันกลัว” ฉินเฉาพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“เหอะ ต่อให้ฉัน คุณหนูคนนี้ มีรูปร่างเหมือนหมู ฉันก็ไม่มีทางสนใจนาย!” ซ่างกวนหยานพูดโดยไม่หายใจ
“ฉินเฉา นายบอกว่า ซูเซียงปิงเป็นพ่อตานายใช่มั้ย...” หลิวจางขมวดคิ้วถาม “งั้น ใครคือคนที่นายจะแต่งงานด้วย ซูเฟย หรือว่า ซูจี?”
“ยังต้องถามอีกเหรอ!” ฉินเฉารีบพูด “แน่นอนสิ ว่าต้องเป็นซูจี! ซูเฟย ผู้หญิงเย็นชาคนนั้น เธอจะไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายได้ยังไง!”
“ถ้าเธอไม่ชอบผู้ชาย งั้นนายก็ช่วยแนะนำพี่สะใภ้นายให้ฉันหน่อยเป็นไง?” ซ่างกวนหยานตบหน้าอกที่โดดเด่นออกมา และยิ้มอย่างกว้างขวาง “ฉัน คุณหนูคนนี้ ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว ฉันชอบสาวสวย”
“อามิตตาพุธ!” ฉินเฉาประสานมือและพูดกับหญิงสาว “โยม กามาคือสิ่งไร้ค่า สิ่งไร้ค่าคือกามา สำนึกบาปแล้วโยมจะปลอดภัย!”
“ฮึ่ม ไม่ใช่เรื่องของนาย!” ซ่างกวนหยานมองเขาด้วยท่าทางเอาแต่ใจ
“หรือว่า ซูเซียงปิงจะเป็นคนธรรมดา?” หลิวจางพูด ช่วยฉินเฉาเลือกเสื้อผ้าต่อ และจากนั้นก็ถาม “หรือเขาจะชอบคนรวย ดูถูกคนจน ดังนั้น เขาจึงคิดว่าครอบครัวของนายไม่เข้าขั้นงั้นเหรอ?”
“อาจจะนะ” ฉินเฉาพูด “ตาแก่นี่เกลียดฉันไม่เหมือนคนปกติ เขาแม้กระทั่งไม่ลังเลที่จะส่งคนมาฆ่าฉัน”
“อะไรนะ?” ซ่างกวนหยานที่เดินไปที่อีกฝั่งเพื่อดูเสื้อผ้า และไม่ได้ยินคำพูดสุดท้าย
แต่หลิวจางได้ยินอย่างชัดเจน เธอร้องออกมาเสียงดัง “ทำไมเขาถึงใจร้อนอย่างนั้นล่ะ? หรือว่าเขาจะกล้าเย้ยกฎหมาย?”
“บางที เขาอาจกระทั่งดูถูกด้วยซ้ำ” ฉินเฉาพูด “สำหรับคนอย่างพวกเขา ขีดจำกัดด้านกฎหมายเป็นเรื่องเล็กๆ ต่อให้เขาฆ่าฉันจริงๆ เขาก็แค่หาแพะรับบาปมาก็เท่านั้น”
“ดูเหมือน นายจะได้พ่อตาที่ไม่ดีเท่าไหร่เลยนะ...” หลิวจางพูดอย่างเป็นห่วง
“อย่าห่วงเลย มันไม่เป็นไร” ฉินเฉายิ้ม เอามือล้วงกระเป๋า และพูดอย่างสบายๆ ว่า “อย่างคำพูดที่ว่า ทหารมาตั้งทัพสู้ น้ำมาก่อทำนบกั้น ฉัน ฉินเฉาไม่ใช่คนที่จะรังแกได้ง่ายๆ ถ้าฉันถูกจัดการได้ง่ายขนาดนั้น ฉันคงตายเป็นพันครั้งแล้วที่เมืองตงชวน”
“ฉินเฉา นายไม่ใช่คนธรรมดา ฉันพูดถูกมั้ย?” เมื่อเห็นว่าซ่างกวนหยานไปไกลจากพวกเขาแล้ว หลิวจางพลันถามขึ้น
“หา?” เมื่อถูกถามอย่างไม่ตั้งตัว ฉินเฉาทำได้แค่ถามกลับ “เธอถามว่าอะไรนะ?”
“ความสามารถที่นายใช้ ไม่ใช่มายากล” หลิวจางมองไปที่ฉินเฉา ดวงตาของเธอเผยรอยยิ้ม “ฉันไม่สงสัยเรื่องนี้ แฟนเก่าของฉันเป็นนักมายากล เพื่อที่จะเล่นกล จะต้องมีการเตรียมเครื่องมือ และกล แต่ขอโทษด้วย ฉันไม่แม้เห็นแม้แต่เครื่องมือหรือว่ากลอะไรจากนายเลย”
“แฮ่ม บางที อาจเป็นเพราะระดับของฉันสูงกว่าไง” ฉินเฉาพูดอย่างไม่สนใจ “เทคนิคของฉันไวมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงไม่เห็น”
“อย่างงั้นเหรอ?” หลิวจางเหมือนจะรู้ว่าฉินเฉาไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ ดังนั้น เธอจึงไม่เซ้าซี้ กลับกัน เธอดู “ถ้าอย่างนั้น ฉันคิดว่านายใส่...”
“เฮ้ เลือกกันได้หรือยัง?” ในตอนนี้เอง ซ่างกวนหยานเดินกลับมา “เมื่อเจ้านี่ไม่มีเงื่อนไขอะไร งั้นก็เลือกมาสักตัว”
หญิงสาวที่กำลังถือสูทสีดำ เธอปล่อยให้ทั้งสองคนเห็นมัน “นี่ นายเอาไปลองดู”
“เมื่อนี่เป็นชุดที่คุณหนูซ่างกวนเลือกให้ งั้นฉันจะลองมัน”
ฉินเฉายื่นมือออกไปรับชุดจากเธอ และจากนั้นก็ตามผู้ช่วยร้าน เดินไปที่ห้องลองเสื้อที่อยู่ใกล้ที่สุด และจากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
“หยานหยาน ฉันไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะเลือกเสื้อผ้าให้ผู้ชายได้จริงๆ” หลิวจางมองไปที่ซ่างกวนหยานเหมือนกับเพิ่งเคยเห็นเธอครั้งแรก
“ไม่เห็นจะมีอะไร” ซ่างกวนหยานเชิดคางขึ้นอย่างภูมิใจ “ก่อนหน้านี้ ฉัน คุณหนูคนนี้ แม้จะกินหมู ฉันก็ยังเคยเห็นหมูวิ่ง!”
“ฉันไม่รู้ว่าสายตาของเธอเป็นยังไง” หลิวจางยังไม่มั่นใจ
“เดี๋ยวก็รู้” ซ่างกวนหยานเหมือนจะเปลี่ยนตัวเองเป็นอาจารย์สาว เต็มไปด้วยความมั่นใจ เธอพูดกับหลิวจาง “ธรรมชาติของผู้ชาย เขาจะแต่งตัวเพื่อเอาใจสาว เท่าที่ฉันเห็น ชุดนั้นเหมาะกับเขา นั่นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ!”
“แต่...ไม่ใช่ว่าเขากำลังแต่งตัวไปพบพ่อตา และก็ไม่ได้แต่งตัวเพื่อเอาใจคุณหนูใหญ่ซ่างกวนไม่ใช่เหรอ...?”
“เอิ่ม...นี่...” ซ่างกวนหยานกะพริบตา เหมือนว่าเธอจะลืมเรื่องสำคัญไป “เรื่องแบบนั้น ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? ลืมมันซะ รอเขาออกมา แล้วเรามาดูกัน”
หลังจากพูดอย่างนั้น ห้องลองเสื้อพลันถูกผลักออก
ฉินเฉาในชุดสูทสีดำที่ซ่างกวนหยานเลือกให้ เดินออกมาจากข้างใน
เมื่อเขาออกมา หญิงสาวหลายคนที่เห็น รวมทั้งผู้ช่วยร้าน ต่างพากันตะลึง
เมื่อเขาแต่งตัวด้วยโค้ตยาวสีดำ ร่างของฉินเฉาราวกับถูกล้อมไว้ด้วยออร่าที่ดิบเถื่อน แต่ในชุดสูทสีดำนี้ บรรยากาศรอบตัวฉินเฉาเหมือนกับเปลี่ยนไปเป็นบรรยากาศของนายน้อย เขากลายเป็นสง่างาม
ยิ่งกว่านั้น เมื่อรวมกับรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาแต่เดิมแล้ว ด้วยรูปหน้าที่ชัดเจน เขาก็ดึงดูดสายตาเอาไว้ไม่น้อย
เสื้อผ้าสร้างผู้ชาย อานม้าสร้างม้าจริงๆ
ยังไงก็ตาม ถ้าฉินเฉาไม่พูด มันคงจะดีกว่านี้
“ลุงมันเถอะ ชุดนี้โคตรไม่สบายเลย”
จบตอน