หนึ่งชั่วโมงต่อมากลุ่มของซีเผิงได้กลับออกไปด้วยท่าทางตกตะลึงถึงขีดสุดทว่าก่อนที่พวกเขาจะกลับออกไปพวกเขาก็ได้สั่งอาหารมาเพิ่มและทําการจ่ายเงินเพราะพวกเขาไม่เคยได้กินอะไรที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยพวกเขาจึงต้องการกินให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้แม้จะต้องตวัดลิ้นก็ตาม !
ซึ่งรสชาติของอาหารทั้งสองนั้นซีเผิงสามารถบอกได้เลยว่ามันจะต้องเป็นอาหารที่อยู่ในระดับของสุดยอดเชฟหรือเหนือกว่านั้นอย่างแน่นอน
เขาจึงทําอะไรไม่ได้นอกจากกลับออกมาอย่างผู้แพ้เพราะเขาไม่กล้าไปเผชิญหน้ากับคนที่มีฝีมือในระดับสุดยอดเชฟหรอก
ไห่ป้าน เปียวหยี่ เปียวหยูทั้งสามคนในตอนนี้รู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างมากเพราะพวกเขารู้ดีว่าหลังจากนี้ซีเผิงคงจะปิดร้านไปจริงๆ
ดังนั้นพวกเขาคงจะต้องตกงานอย่างแน่นอน
หลังจากที่กลุ่มซีเผิงกลับออกไปยูหมิงและหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวกับเชฟเจิ้งฝานจึงได้ทํางานต่ออย่างมีความสุข
เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนกระทั่งตกเย็น เวลานี้เป็นเวลาปิดร้านแล้วพวกเขาจึงทําการปิดร้านและกลับมาอยู่ที่ห้องโถง
“ เชฟยูคุณมีเรื่องอะไรจะบอกพวกเรางั้นเหรอ ? ”เชฟเจิ้งฝานมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเป็นกังวลเขากังวลว่ายูหมิงอาจจะขอลางานเอาในเวลาแบบนี้
“ คุณไม่ต้องกังวลอะไรหรอกสิ่งที่ผมจะพูดกับพวกคุณในวันนี้ก็คือเรื่องการฝึกของพวกคุณ ” ยูหมิงฟังนํ้าเสียงของอีกฝ่ายออกจึงส่ายหัวก่อนพูดต่อ “ ผมมีแผนจะไปเมืองหลวงในเร็วๆนี้ดังนั้นพรุ่งนี้ก็ปิดร้านไปก่อนและทําการฝึกอย่างที่ผมบอกให้ครบ หลังจากที่พวกคุณฝึกเสร็จผมจะเป็นคนสอนวิธีทําข้าวผัดไข่ให้เองมีใครมีข้อคัดค้านอะไรไหม ? ” เขาวางแผนจะไปเมืองหลวงในเร็วๆนี้ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาจะไม่สามารถมาทําอาหารให้กับภัตตาคารบัวสวรรค์ได้อีกดังนั้นเขาจึงต้องฝึกให้ทั้งสองคนนี้ทําข้าวผัดไข่เป็นก่อน ไม่อย่างนั้นถ้าเขาไปร้านนี้คงแย่เอาได้
“ คุณจะไปเมืองหลวง ? ” หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานโพล่งออกมาพวกเขารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายจะไปเมืองหลวงในเร็วๆนี้
“ ใช่ ก็อย่างที่ผมบอกไปนั่นแหละ ” ยูหมิงพยักหน้าเบาๆ
“ อย่างนั้นก็ดีเหมือนกันเพราะในตอนนี้ทางร้านก็ยังไม่มีพนักงานบริการและพนักงานล้างจานซึ่งในระหว่างที่พวกเราฝึกพวกเราก็จะเปิดรับสมัคไปด้วยเลย ” หลังจากที่ครุ่นคิดหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็พูดออกมาอย่างเห็นด้วย
เพราะในตอนนี้ทางร้านไม่มีพนักงานอยู่เลยขืนถ้ายังเปิดร้านแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ พวกเขาคงจะได้เหนื่อยตายเอาเสียก่อน
ดังนั้นในระหว่างที่พวกเขาฝึกพวกเขาก็จะเปิดรับสมัคพนักงานไปพร้อมๆกันพอถึงวันเปิดร้านก็จะได้เพียบพร้อม
ส่วนเรื่องการฝึกทําข้าวผัดไข่พวกเขาไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะพวกเขาเชื่อว่าคนอย่างยูหมิงที่มีความสามารถด้านการสกัดจุดอย่างน้อยคงไม่พูดลอยๆออกมาเป็นแน่…
อีกอย่างที่ต้องปิดร้านก็คือเรื่องวัตถุดิบ ใช่หลังจากที่มีลูกค้ามากมายในตลอดสองวันวัตถุดิบส่วนมากที่ใช้ในการทําข้าวผัดไข่และเสี่ยวหลงเปาก็ลดลงมากอย่างน้อยในระหว่างช่วงฝึกพวกเขาคงต้องจัดการเรื่องนี้ไปด้วย
ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลทั้งหมดที่ควรปิดร้านไปก่อน !
เชฟเจิ้งฝานก็พยักหน้าเห็นด้วยในเมื่อเพื่อนของเขาเยี่ยหลิวเห็นด้วยแล้ว เขาจะไปมีอะไรคัดค้านอีก ? สู้รีบฝึกและรีบเรียนรู้วิธีในการทําข้าวผัดไข่อันแสนสุดยอดของเชฟยูไม่ดีกว่าเหรอ?
หลังจากที่ปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็แยกย้ายกันไปทําหน้าที่ของตัวเองโดยที่ก่อนจะแยกย้ายไปนั้นหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็ได้ทําการโอนเงินรายได้ของวันนี้จํานวนหนึ่งมาให้ยูหมิงซึ่งนั่นก็คือเงินทั้งหมดสามแสนหยวน
ยูหมิงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรไปเพราะเงินนั่นเขาก็สมควรที่จะได้รับมันอยู่แล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะให้เขามากน้อยแค่ไหนเขาก็รับหมดนั่นแหละแน่นอนว่าเขาไม่ตั้งใจจะรับเอากําไรทั้งหมดที่ทําได้หรอกเพราะเงินแค่สามแสนหยวนกับเงินเมื่อวานที่ได้มามันก็เยอะพอที่จะใช้ไปได้อีกนานๆแล้วซึ่งจุดๆนี้หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวก็รู้ดีเพราะถ้าขืนอีกฝ่ายจะเอามากกว่านั้นอีกฝ่ายคงจะเอาไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วเขาจึงได้โอนให้ยูหมิงแค่สามแสนหยวนเท่านั้น
…
ที่เขตชนบทแห่งหนึ่งในเมืองในตอนนี้มีกลุ่มคนสามคนกําลังยืนประจันหน้ากันอย่างดุเดือดอยู่ฝ่ายหนึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยเสือขาว ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งก็คือหัวหน้าหน่วยเสือดํา
หัวหน้าหน่วยเสือดํานั้นก็คือชายหนุ่มที่กํายําหน้าตาหล่อเขาคนนี้ก็คือเหลียงเย่ !
ในตอนนี้เหลียงเย่กําลังจ้องมองหัวหน้าหน่วยเสือขาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความโมโหและสับสนในเวลาเดียวกัน “ ฉินเลี่ยเมื่อคืนนายไปยั่วยุคนที่แข็งแกร่งเข้าสินะถึงได้มีสภาพเป็นอย่างนี้’’ เขารู้สึกดีใจไม่ใช่น้อยที่ได้เห็นสภาพน่าอนาถของอีกฝ่ายในตอนนี้
เบื้องหน้าของเหลียงเย่มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าซีดเผือดแขนข้างหนึ่งของเขาพันเฝือกเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างของเขานั้นได้ใช้ไม้ค้ำยันยันพื้นเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ตัวเองล้ม ซึ่งรอบๆหน้าท้องของเขาก็ได้พันผ้าพันแผลไว้เป็นจํานวนมาก
“ เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องของแก ! ’’ หลังจากที่ถูกทักถึงเรื่องนี้ ฉินเลี่ยถึงกับหน้าเสียเลยทีเดียวเขาในตอนนี้ช่างอนาถนัก กระดูกซี่โครงหลายซี่และกระดูกแขนได้ถูกทําลายในคืนเดียวนี่ถือได้ว่าเป็นความอัปยศตั้งแต่ที่เคยมีมาเลย
หากไม่ใช่ว่าวันนี้หัวหน้าแก๊งค์เสือป่าจะเดินทางมาเขาคงต้องนอนพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลโดยไม่ยอมออกไปไหนมาไหนอีกหลายวัน
ในตอนนี้เขาจึงรู้สึกแค้นคนที่ทําให้เขามีสภาพนี้เป็นอย่างมากเขาได้แต่จดจําใบหน้าของคนๆนั้นเอาไว้เมื่อหายดีเมื่อไหร่มันจะต้องถูกเขาเอาคืนอย่างสาสมแน่ !
“ นั่นไม่ใช่เรื่องของฉันก็จริงแต่ฉันโคตรรู้สึกดีเลยว่ะที่ได้เห็นแกมีสภาพเป็นแบบนี้หากได้เจอคนที่ทําร้ายแกได้ขนาดนี้ฉันคงต้องขอเป็นเพื่อนกับเขาแล้วล่ะ ! ’’ เหลียงเย่ยิ้มเยาะด้วยความสะใจ เพราะอีกฝ่ายคือศัตรูของเขาการที่ได้เห็นอีกฝ่ายเจ็บตัวแบบนี้เขาย่อมดีใจและมีความสุขอยู่มากทีเดียว
“ แก… ’’ ฉินเลี่ยได้แต่กัดฟันหากไม่ใช่ว่าเขาเคลื่อนไหวไม่ได้ เขาคงจะกระโดดไปซัดเจ้าเหลียงเย่นี่ไปแล้ว
เหลียงเย่ไม่สนใจฉินเลี่ยอีกต่อไปในตอนนี้สายตาของเขามองไปยังชายหนุ่มคนข้างๆฉินเลี่ยด้วยความโกรธ “ ซ่งหมิน ! ’’ หากไม่ใช่ไอ้หมอนี่ที่ทรยศเขาหัวหน้าแก๊งค์เสือป่าคงจะไม่ออกเดินทางมาพบเขาในวันนี้แน่ !
“ พี่ใหญ่เหลียงคุณจ้องมองผมแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไร? ’’ ชายหนุ่มที่ชื่อซ่งหมินเพียงยิ้มเย้ยส่งให้เหลียงเย่
“ ทําไมแกถึงทรยศฉัน ? ’’ เหลียงเย่ถามออกไปด้วยนํ้าเสียงเย็นชาที่เต็มไปด้วยความโกรธเขาไม่เข้าใจเลยว่าทําไมคนที่เขาเชื่อใจมากที่สุดในหน่วยถึงได้ทรยศเขา
“ ฮ่าๆๆๆ ไอ้โง่เอ๊ยซ่งหมินน่ะมันเป็นคนของฉันตั้งนานแล้ว ที่มันทําไปก็เพราะคําสั่งของฉันแน่นอนนั่นก็เป็นเพราะแกมันโลกสวยเกินไป จะเป็นนักเลงโดยไม่ค้ายา ? นี่น่ะโลกสวยเกินไปแล้ว ! หากไม่ใช่เพราะเรื่องนี้และความไม่ชอบหน้าแกฉันคงจะให้มันเป็นคนของแกต่อไป ! ’’ ฉินเลี่ยที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาแทนเขามองไปยังเหลียงเย่ราวกับมองตัวโง่งม
“ จริงเรอะซ่งหมิน ? ’’ เหลียงเย่ไม่สนใจฉินเลี่ยเขาเพียงถามซ่งหมินด้วยนํ้าเสียงเย็นชา ในตอนนี้เขาพอเข้าใจแล้วว่าทําไมซ่งหมินถึงได้ทําอะไรอย่างนั้นที่แท้เหตุผลมันก็มาจากฉินเลี่ยนี่เอง
“ ใช่แล้ว ! คุณน่ะมันคนโง่ที่โลกสวยเกินไปลูกพี่ใหญ่เลยทนเห็นไม่ได้จึงให้ผมทําการใส่ร้ายคุณเพื่อที่จะให้หัวหน้าแก๊งค์กําจัดคุณให้หายๆไปซะแล้วหลังจากนั้นพวกเราก็จะได้หาหัวหน้าหน่วยเสือดําคนใหม่มาแทนที่คุณ ! ’’ ซ่งหมินพยักหน้าแล้วมองเหลียงเย่อย่างดูถูก
“ อืม ! เข้าใจล่ะ ! ’’ เหลียงเย่ที่ถูกดูถูกไม่ได้ทําอะไรทั้งนั้นเขาเพียงยืนนิ่งพยักหน้าเบาๆ
ฉินเลี่ยและซ่งหมินถึงกับผงะไปตามๆกัน ไอ้การนิ่งเฉยนี่มันอะไรกัน ? ไม่ใช่ว่าต้องโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแล้วพุ่งมาซัดพวกเขาแล้วหรอกเหรอ?
“ พวกนายกําลังทําอะไรกัน ? ’’ เสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากทางเข้าเขตชนบทก่อนจะตามมาด้วยการปรากฏตัวของชายหนุ่มที่แลดูสูงใหญ่ลํ่าสันใบหน้าของชายคนนี้มีแผลเป็นเต็มไปหมด ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือแววตาของเขามันคมกริบราวกับเหยี่ยวที่จ้องมองเหยื่อ!