ยามเช้า แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องลงบนยอดเขาหลักของสำนักเมฆาคราม เสียงระฆังโบราณดังกังวานไปทั่วทั้งสำนัก เป็นสัญญาณสิ้นสุดการคัดเลือกศิษย์ในประจำปีอย่างเป็นทางการ
ลานเมฆาขาวในวันนี้เต็มไปด้วยศิษย์ที่ผ่านการคัดเลือกทั้งยี่สิบคน ทุกคนสวมชุดศิษย์นอกเช่นเดิม แต่สีหน้ากลับเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง บางคนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ บางคนตื่นเต้นกับอนาคตที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า
สำหรับคนส่วนใหญ่ การได้เป็นศิษย์ในหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิต
หลินเย่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างเงียบ ๆ เขามองรายชื่อบนแผ่นศิลาอีกครั้ง ราวกับยังไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะเดินมาถึงจุดนี้ได้จริง
ตั้งแต่วันที่ตื่นขึ้นมาโดยไร้ความทรงจำ จนถึงวันนี้ ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่สุดท้ายเขาก็สามารถก้าวผ่านมันมาได้ทีละขั้น
"ยินดีด้วย"
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้าง
หลินเย่หันไปมอง พบหลี่เฟิงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
"หลังจากนี้ พวกเราก็เป็นศิษย์ในเหมือนกันแล้ว"
หลินเย่ประสานมือคารวะ "ยินดีด้วยเช่นกัน"
หลี่เฟิงหัวเราะเบา ๆ "ไม่ต้องเคร่งเครียดนักหรอก ข้ารู้สึกว่าต่อไปพวกเราคงได้เจอกันอีกบ่อย"
ก่อนที่ทั้งสองจะพูดคุยต่อ เสียงของผู้อาวุโสเฉินก็ดังขึ้น
"ทุกคน จงตามข้ามา"
ศิษย์ทั้งยี่สิบคนรีบรวมตัวและเดินตามผู้อาวุโสขึ้นไปยังยอดเขาชั้นในเป็นครั้งแรก
เส้นทางบนภูเขาคดเคี้ยวและเต็มไปด้วยพลังปราณที่หนาแน่นกว่าพื้นที่ศิษย์นอกหลายเท่า เพียงก้าวเข้ามา หลายคนก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
ซ่งเหวินซึ่งมาส่งเพื่อนถึงเชิงเขาได้แต่โบกมืออย่างอิจฉา
"ปีหน้า ข้าต้องขึ้นไปให้ได้!"
หลินเย่ยิ้มและพยักหน้า ก่อนหันกลับไปมองเส้นทางเบื้องหน้า
ไม่นานนัก กลุ่มศิษย์ใหม่ก็มาถึงลานกว้างแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่กลางภูเขา บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเรือนไม้เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ มีศิษย์ในรุ่นก่อนเดินผ่านไปมาบ้างเป็นครั้งคราว
บางคนเพียงมองผ่านอย่างไม่สนใจ บางคนกลับหยุดพิจารณาศิษย์รุ่นใหม่ด้วยสายตาสำรวจ
"ที่นี่คือเขตศิษย์ใน" ผู้อาวุโสเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ตั้งแต่นี้ไป พวกเจ้าจะได้รับทรัพยากรและสิทธิประโยชน์มากกว่าศิษย์นอก แต่ในขณะเดียวกัน การแข่งขันก็จะรุนแรงขึ้นเช่นกัน"
"ทุกเดือน สำนักจะมอบหินวิญญาณและโอสถพื้นฐานตามลำดับอันดับของพวกเจ้า หากต้องการมากกว่านั้น ก็ต้องอาศัยความสามารถของตนเอง"
หลายคนพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
โลกของผู้ฝึกตนไม่เคยมีของฟรี
แม้จะก้าวขึ้นมาเป็นศิษย์ในแล้ว แต่เส้นทางเบื้องหน้ากลับยิ่งโหดร้ายกว่าเดิม
หลังจากกล่าวอธิบายกฎต่าง ๆ จบ ผู้อาวุโสเฉินก็เริ่มแจกป้ายประจำตัวใหม่
เมื่อถึงคิวของหลินเย่ เขารับป้ายหยกสีฟ้าอ่อนมาไว้ในมือ บนพื้นผิวสลักคำว่า "ศิษย์ใน สำนักเมฆาคราม"
เพียงเท่านี้ ฐานะของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์
"เรือนพักของเจ้าคือเรือนหมายเลขสิบเจ็ด" ผู้อาวุโสกล่าวเพิ่มเติม "พื้นที่ไม่ใหญ่นัก แต่เพียงพอสำหรับการฝึกตน"
หลินเย่ประสานมือขอบคุณ ก่อนเดินตามแผนที่ไปยังที่พักแห่งใหม่
เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาพบเรือนไม้เรียบง่ายหลังหนึ่ง ภายในมีห้องพัก ห้องฝึกตน และสวนเล็ก ๆ ด้านหลัง แม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ดีกว่ากระท่อมศิษย์นอกหลายเท่า
ที่สำคัญที่สุดคือ...
บริเวณนี้มีพลังปราณหนาแน่นกว่าที่เดิมเกือบสองเท่า
หลินเย่นั่งลงกลางห้อง หลับตาและเริ่มหมุนเวียนพลังภายในร่าง
พลังปราณจากภายนอกไหลเข้าสู่ร่างอย่างนุ่มนวล ทำให้การฝึกตนราบรื่นกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด
ทว่า ขณะที่เขากำลังฝึกอยู่ ความรู้สึกประหลาดกลับแล่นผ่านจิตใจอีกครั้ง
ภาพซากปรักหักพังสีดำ
ท้องฟ้าที่แตกร้าว
และเศษแสงสีทองลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
ทุกอย่างปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
หลินเย่ลืมตาขึ้นทันที
เหงื่อเย็นไหลลงมาตามขมับ
ช่วงหลังมานี้ ภาพลักษณะเช่นนี้เริ่มเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใด เขาก็ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรกันแน่
เป็นเพียงความฝัน?
หรือเป็นความทรงจำที่สูญหายไป?
ไม่มีคำตอบใดปรากฏขึ้น
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ เขาจึงลุกขึ้นเดินออกไปยังสวนด้านหลังเรือนพัก
ยอดเขาชั้นในเงียบสงบกว่าพื้นที่ศิษย์นอกมาก ลมเย็นพัดผ่านต้นไม้ เกิดเป็นเสียงใบไม้ไหวเบา ๆ
แต่ขณะนั้นเอง...
"เจ้าคือหลินเย่ใช่หรือไม่?"
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อหันกลับไป เด็กหนุ่มในชุดศิษย์ในคนหนึ่งกำลังยืนมองเขาอยู่ ใบหน้าของอีกฝ่ายสงบนิ่ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสนใจ
"ข้าชื่อซูมู่"
"ได้ยินเรื่องของเจ้ามาบ้าง"
หลินเย่ประสานมือทักทายอย่างสุภาพ
"ยินดีที่ได้รู้จัก"
ซูมู่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนมองสำรวจเขาอยู่ครู่หนึ่ง
"คนที่เอาชนะหลิวหยวนและเข้ามาเป็นศิษย์ในได้ทั้งที่ไม่มีภูมิหลัง... น่าสนใจจริง ๆ"
พูดจบ เขาก็หันหลังจากไปโดยไม่อธิบายอะไรเพิ่มเติม
หลินเย่มองแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ
ดูเหมือนว่า...
ชีวิตในฐานะศิษย์ในของเขา จะไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิดเอาไว้เสียแล้ว