นางมารจำเป็น

    ความสำเร็จก้าวแรก

    สายตาเชือดเฉือนถูกส่งออกมาจากชายที่นั่งอยู่ข้างๆสัตว์อสูรหนึ่งตัวรีบหลบสายตาก่อนจะลงมือเช็ดตัวให้ผู้เป็นนายต่อไปใช่แล้วสัตว์อสูรที่ว่าก็คือเด็กปีศาจนั่นเอง เมื่อคืนนี้หลังจากที่ทำพันธสัญญาโดยบังเอิญเขาและเจ้านายก็ถูกแสงสีทองโอบล้อมเอาไว้แสงนี้รักษาพวกเขาจากอาการบาดเจ็บทั้งหมด ตัวมันเองก็เกือบตายจากฝ่ามือพิฆาตของเจ้านายดีที่โชคช่วยตัวมันจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็ต้องมาทนรับชะตากรรมจากชายหนุ่มอีกคนที่เป็นสหายของเจ้านายมันเสียนี่

     

    "ดูแลหลี่ฟงให้ดีหากเขาเป็นอะไรเจ้าต้องรับผิดชอบ"

     

    จ้าวหลงเยี่ยนข่มขู่อสูรเด็กตรงหน้าทันที เขาแค้นใจนักแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้ต้องรอถามเรื่องทั้งหมดจากปากหลี่ฟงก่อน  ตอนที่เขาตื่นขึ้นมาก็เห็นเด็กนี่กำลังนั่งเช็ดตัวให้หลี่ฟงอยู่เห็นตอนแรกก็ตกใจถามไถ่ว่าเป็นใครมาจากไหน เจ้านี่ก็อ้ำๆอึ้งๆบอกแต่เพียงว่าเป็นสัตว์อสูรที่ทำพันธสัญญากับสหายของเขาแต่เมื่อถามถึงสาเหตุที่หลี่ฟงไม่ได้สติก็บอกเพียงว่าเป็นผลจากการสู้กัน เขาถึงกับเผลอยกมือทุบไปที่หัวของมันไปทีหนึ่งด้วยความโมโห

     

    "อืม.....น้ำ...ขอน้ำหน่อย"

     

    "อา........เจ้าพื้นแล้วรึหลี่ฟง ส่วนเจ้ารีบๆพยุงเขาขึ้นเอาน้ำมาป้อนเขาด้วย"

     

    หลงเยี่ยนสั่งเด็กนั่นทันทีมันเอาแต่นั่งนิ่งอึ้งตะลึงอย่างดีใจจนเขาต้องเรียกสติมันนิดหน่อย

     

    "ดีขึ้นหรือไม่ตอนนี้อาการเจ้าเป็นเช่นไรหลี่ฟง"

     

    หลงเยี่ยนเอ่ยถามเมื่อเห็นหลี่ฟงตื่นเต็มตาแล้ว

     

    "เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร"

     

    สิ้นคำหลี่ฟงก็ใช้เท้ายันเจ้าเด็กปีศาจจนตกลงมาจากแคร่บนต้นไม้แต่ก่อนที่จะถึงพื้นมันก็พลิกตัวเหินกายลงไปยืนที่พื้นอย่างสง่างาม

     

    "โอ้ใช้ได้นี่ฝีมือดีนะเรา"

     

    หลงเยี่ยนหันไปชื่นชมเด็กนั่นอย่างน้อยสหายเขาก็เลือกได้ดี

     

    "ท่านไปชมมันทำไมล่ะนั่นมันศัตรูมันเป็นสัตว์อสูรตัวร้ายที่คิดจะฆ่าเรานะขอรับ"

     

    หลงเยี่ยนที่ได้ฟังคำบอกจากหลี่ฟงก็หรี่ตาลงก่อนจะเหินกายลงไปยืนข้างๆเด็กนั่น

     

    "เจ้าเคยคิดจะฆ่าเราและสหายหรือเจ้าเด็กน้อย"

    แรงกดดันจากหลงเยี่ยนทำให้มันรู้เลยว่าชายตรงหน้าเริ่มไม่พอใจมันแล้วมันจนใจที่จะตอบแต่ก็ต้องตอบเพราะมันโกหกไม่ได้

     

    "ขะ....ขอรับ"

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลงเยี่ยนถึงกับครางฮือในลำคอ‘มันน่าจะตบสั่งสอนสักครั้งเด็กนี่บังอาจนัก’

     

    "ท่านอย่าเข้าใกล้มันเดี๋ยวมันจะทำร้ายเอา"

     

    หลี่ฟงที่ปีนลงต้นไม้ตามมารีบเอ่ยเตือนพลางเข้ามาขวางหน้าไว้เห็นทีต้องรีบอธิบายเรื่องตรงหน้าก่อนที่จะถามเรื่องเมื่อคืนนี้

     

    "ห๊า....ข้าเนี๊ยนะที่ทำพันธสัญญากับเจ้าเด็กปีศาจนี่!! เป็นไปไม่ได้ข้าจำเรื่องทำนองนั้นไม่ได้เลย"

     

    หลี่ฟงไม่อาจยอมรับ เขายังจำภาพที่มันใช้กรงเล็บแทงเข้าหน้าอกของเขาได้อยู่เลยแล้วจะให้เขาทำใจยอมรับช่างยากจริงๆ

     

    เมื่อสัตว์อสูรเด็กได้ยินว่านายของมันไม่ยอมรับการสร้างพันธะที่เกิดขึ้นนี้ก็ทำเอาจิตใจของมันตื่นกลัวร้อนรนรีบนึกถึงสถานการณ์ตอนนั้น

     

    "ตอนนั้นท่านเหมือนจะคุมสติไม่ได้และมีพลังที่แข็งแกร่งไหลออกมาจากตัวท่านนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ท่านลืมเรื่องราวต่อจากนั้นไปเสียหมด"

     

    สีหน้ามึนงงของหลี่ฟงที่เค้นความจำออกมาแต่ก็ยังนึกไม่ออกเมื่อตัวเขาลองเดินลมปราณดูก็รู้สึกว่าพลังปราณของเขานั้นเปลี่ยนไป

     

    "พลังของข้าแปลกไป"

     

    "แปลกไปเยี่ยงใด"

     

    หลงเยี่ยนสนใจพลังที่ซ่อนเร้นของหลี่ฟงมากเขาเชื่อที่เจ้าเด็กนั่นพูดคนเราสามารถมีพลังที่ถูกซุกซ่อนภายในร่างกายแต่มันจะถูกนำมาใช้เมื่อถึงอันตรายของชีวิตและหลี่ฟงก็น่าจะเป็นเช่นนั้น

     

    "พลังของข้าแกร่งขึ้นระดับก็สูงกว่าเมื่อก่อน....ไม่น่าเชื่อตอนนี้ข้าอยู่ขั้นก่อกำเนิดกายเซียนระดับสูงสุดและหากข้าบ่มเพาะอีกสักนิดข้าเชื่อว่าข้าสามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นกายเซียนสวรรค์ได้อย่างแน่นอน" หลี่ฟงอุทานอย่างตกใจเมื่อเขาได้ตรวจสอบขั้นพลังของตนเพียงข้ามคืนพลังของเขาก็ข้ามขั้นมาไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ

     

    "อ่า......ตอนนี้ตาข้าร้อนดั่งไฟเผาเสียแล้วสหายเจ้าได้ทั้งพลังและสัตว์อสูรชั้นยอดมาครอบครองข้าชักอิจฉาในโชคของเจ้าเสียจริงๆ"

     

    หลงเยี่ยนกล่าวทีเล่นทีจริงเขาทั้งยินดีและก็อิจฉาไปในคราวเดียวกัน

     

    "องค์ชายได้โปรดอย่ากล่าวเช่นนี้ข้ายังเป็นข้ารับใช้รองบาทของท่านเสมอไม่เปลี่ยนแปลง"

     

    หลี่ฟงนั่งคุกเข่าหนึ่งข้างกับพื้นเพื่อแสดงถึงความตั้งใจเดิมมิเสื่อมคลายเขายังอยู่ข้างองค์ชายเสมอ

     

    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าอย่าได้กังวลไปข้าว่าเรามาทำความรู้จักกับเจ้าอสูรเด็กนี่ดีกว่า"หลงเยี่ยนยกมือตบไหล่สหายของตนเบาๆก่อนจะหันมาสนใจอีกหนึ่งชีวิตที่ยืนมองพวกเขาอยู่

     

    จุดสนใจกลับมาที่อสูรเด็กอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาของคนทั้งคู่พุ่งมามันก็อดที่จะหดคอลงจากสายตาสองคู่ที่มองมันอยู่ไม่ได้

     

    "เจ้าเป็นตัวอะไร มีชื่อว่าอย่างไร ไหนลองบอกข้ามาซิ" หลี่ฟงหันมาถามมันด้วยเสียงที่ราบเรียบ

     

    "ข้าคืออสูรปีศาจน้ำมีชื่อว่าต้ามูขอรับ"

     

    มันแนะนำตัวและค้อมกายลงอย่างนอบน้อม

     

    "อืมข้าต้องทำอะไรอีกหรือไม่ดูเหมือนสัญลักษณ์ที่หน้าผากยังส่องแสงอยู่"

     

    หลี่ฟงเหลือบมองสัญญาลักษณ์ที่เปล่งแสงอ่อนๆออกมาเป็นบางครั้งเหมือนเขายังทำบางอย่างไม่สำเร็จ

     

    "ข้าต้องให้คำสัตย์กับท่านก่อนขอรับ" ต้ามูรีบบอกเขาก็รู้สึกครึ่งๆกลางกับการทำพันธสัญญาที่ไม่สมบูรณ์ในตอนนี้ดีที่เจ้านายของมันไม่ได้ต่อต้านดั่งเช่นครั้งแรกที่ฟื้นขึ้นมาเจอมัน

     

    "อ้อได้.....ต้ามูเจ้าจะจงรักภักดีกับข้าคนเดียวหรือไม่"

     

    "ขอรับข้าต้ามูจะจงรักภักดีกับนายท่านคนเดียวตลอดชีวิตของข้าต้ามูจะไม่มีวันหักหลังนายท่านเด็ดขาดขอรับ"

     

    สิ้นเสียงกล่าวคำสัตย์แสงสีทองก็ส่องแสงเจิดจ้าเป็นรูปจันทร์เสี้ยวก่อนที่จะค่อยๆจางหายไป

     

    "ทำไมเป็นจันทร์เสี้ยวละ" หลี่ฟงถามต้ามูหลังจากที่เห็นเครื่องหมายที่เขาทำไว้

     

    "คงจะมาจากที่ท่านมองเห็นพระจันทร์เมื่อคืนนะขอรับ"

     

    อืมใช่ก่อนที่เขาจะหมดสติเขาได้มองบนท้องฟ้าและเห็นพระจันทร์เสี้ยวคงจะเป็นภาพติดตาซินะ

     

    "ในเมื่อเรื่องสรุปได้แล้วพวกเราก็เร่งเดินทางกันเถอะเจ้ารู้ทางไปป่าที่ท่านเทพมังกรอยู่หรือไม่"

     

    สีหน้าต้ามูซีดลงทันตาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ติดขัด

     

    "พะ.....พวกท่านจะไปหาท่านเทพหลวงหลงกันหรือ"

     

    "ใช่และเจ้าต้องนำทางไป"

     

    หลงเยี่ยนกดดันทั้งคำพูดและข่มขู่หากมันไม่ทำตามเข้าจะให้หลี่ฟงจัดการมัน

     

    หลี่ฟงเข้าใจแผนการนี้ทันทีมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรแต่มีผลดีกับจ้าวหลงเยี่ยนและเขามากนักส่วนต้ามูเขาจะหาทางสั่งสอนทีหลังอย่างแน่นอน

    ‘กรงเล็บที่แทงอกข้าข้าไม่ลืม’

     

    ทั้งหมดออกเดินทางทันทีหลังจากกินอาหารเสร็จ พวกเขาได้ต้ามูนำทางถือว่าดีกว่าแต่ก่อนที่ต้องสุ่มเดาหาเส้นทางเองทำให้ไม่ถึงครึ่งวันพวกเขาก็เข้ามาถึงใจกลางป่าเขตสองแล้วแถมสัตว์อสูรตัวอื่นก็ไม่ค่อยเข้ามาใกล้ถ้าไม่ใช่พวกเขาที่หลีกเลี่ยงก็เป็นพวกมันที่หลบไปเนื่องจากทนแรงกดดันจากพลังที่ขั้นสูงกว่าไม่ได้

     

    "พักเสียหน่อยดีกว่าขอรับตอนนี้ที่นี่ถือว่าปลอดภัยที่สุดหากเข้าไปลึกกว่านี้คงไม่มีโอกาสได้พักแล้ว"ต้ามูรีบแจ้งเจ้านายของตนเพราะถ้าไม่ถือโอกาสพักตอนนี้ทางข้างหน้าก็ไม่สามารถที่จะหาที่พักได้อีกแล้ว

     

    ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะหามุมนั่งพัก เจ้าอสูรต้ามูก็รีบจัดเตรียมที่พักให้นายของมันทันทีหลี่ฟงเลิกคิ้วแต่ก็รับการปรนนิบัติโดยดี

     

    "อ่า...ข้าชักจะอยากได้อสูรมาทำพันธะสักตัวแล้วละซิ"

     

    หลงเยี่ยนบอกก่อนจะส่งสายตาที่อิจฉาสุดๆให้หลี่ฟงแม้สุดท้ายเขาจะมีหลี่ฟงดูแลอีกทีก็ตาม

     

    "ก็ต้องย่อมเป็นเช่นนั้นหาไม่แล้วท่านหลงเยี่ยนจะไม่สามารถออกจากป่าได้"

     

    ต้ามูพูดอย่างไม่เข้าใจ พวกของนายท่านไม่รู้หรือว่าหากเข้าป่าแห่งนี้แล้วถ้าจะออกไปจะต้องมีสัตว์อสูรนำทางเพราะทางออกมีแค่ที่เดียวไม่เช่นนั้นก็จะติดอยู่ที่นี่ตลอดการ

     

    "พวกท่านยังไม่รู้กฎของป่าทำไมถึงได้พากันเข้ามากัน"

     

    "ไหนลองบอกข้าหน่อยกฎที่เจ้าพูดถึงเป็นเช่นไร" จ้าวหลงเยี่ยนสนใจในคำพูดของเจ้าอสูรต้ามูขึ้นมาทันทีเหมือนเรื่องกฎนี้จะเกี่ยวกับปริศนาที่ราชวงศ์ทิ้งไว้ให้ลูกหลานนัก

     

    ต้ามูอธิบายทุกเรื่องครบถ้วนอย่างไม่ปิดบังว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการจะออกจากป่าได้มนุษย์จะต้องเลือกสัตว์อสูรมาทำพันธะเพื่อเป็นสิ่งที่พิสูจน์ตัวว่าได้รับการยอมรับจากสัตว์อสูรกฎของป่ามรณะแห่งนี้จึงจะยอมปล่อยให้ออกไปเมื่อต้ามูเล่าถึงกฎของป่าจบนั่นถึงทำให้เจ้านายและสหายมีสีหน้าที่ดีขึ้นอย่างมาก

     

    " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่นึกเลยว่ามันจะง่ายอย่างนี้แค่หาสัตว์อสูรมาเป็นตัวเลือกดีๆสักหนึ่งตัวแล้วทำพันธสัญญาซะ ที่เหลือก็แค่คอยระวังอันตรายในระหว่างการเดินทางหากเขาคัดเลือกไม่สำเร็จก็แค่หาทางออกจากป่าแห่งนี้เสียเพราะการจะเอาชีวิตรอดกลับไปนั้นยากยิ่งและหากข้าจะมาห่วงในลาภยศก็หาใช่นิสัยของข้าไม่"

     

    หลงเยี่ยนเห็นความหวังที่จะได้กลับออกไปหาซีซีแล้วนั่นยิ่งทำให้เขามีกำลังใจที่จะเอาชีวิตให้รอดกลับไปให้ได้

    คล้ายกับเรื่องนางมารจำเป็น ที่คุณอ่าน