ณ บนท้องฟ้ากว้าง ห่างออกไปทางใต้ไม่ไกลจากดินแดนทะเลสาปไข่มุข
“มีหอคอยผุดขึ้นมาด้วยดอง! ”
“อยู่ตรงกลางดินแดนทะเลสาปไข่มุขพอดีเลยแฮะ”
กลุ่มของโฮปที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ดินแดนทะเลสาปไข่มุขเพื่อช่วยเหลือพรรคพวกของพวกเขา ต่างพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
พวกเขาขึ้นขี่รถลากที่ผู้กล้าชนเผ่าม้าเตรียมเอาไว้ให้ แล้วเดินทางตัดมาครึ่งทวีปด้วยความรวดเร็วในระยะเวลาเพียง 8 ชั่วโมง
จนในที่สุด พวกเขาก็มาถึงริมขอบเขตของดินแดนทะเลสาปไข่มุข
และสิ่งที่พวกเขาเห็นตรงหน้าในตอนนี้ คือดินแดนลอยฟ้าที่มีเสาทะเลสาปพุ่งขึ้นไปจรดผืนฟ้ากว้าง กับหอคอยสีขาวผิวเรียบที่สูงทะเลเหนือหมู่เมฆ
“รู้สึกไม่ดีเลยค่ะ”
“ปี้…”
พรุนกับมังกรวารีตัวน้อยลุกขึ้นมานั่งด้วยสภาพที่มีผ้าพันแผลทั่วทั้งตัว
*กีส! *
ในตอนนั้นเอง อสรพิษขนาดยักษ์ [เกล-อาบอก] สัตว์พาหนะของพวกเธอก็หยุดวิ่งกระทันหัน
“เหวอ!? ทำไมอยู่หยุดวิ่งละเจ้าค่ะ! ”
เอท กระต่ายขนดำที่คอยควบคุมเจ้าเกล-อาบอกอยู่ที่นั่งด้านหน้าบ่นขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ
พวกเธอล้มหัวคว่ำอยู่บนอานนั่งไม้ตัวยาวที่อยู่บนหลัง จนมีลูกซาลาเปาน่ารักขนาดใหญ่ปูดโปนขึ้นบนศรีษะขึ้นมาหนึ่งลูก
มันเกิดอะไรขึ้น?
นั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังคิด
*กิ… กีสสส…*
“ดูเหมือนว่ามันจะกลัวอะไรสักอย่างอยู่ค่ะ”
"... ดูท่าจะใช่อย่างที่ท่านพรุนว่าเจ้าค่ะ"
ในตอนนั้นเอง
“ทุกคน หมอบลงค่ะ! ”
ที่ไฮเจนกรีดเสียงดังเตือนทุกคน
สัญชาตญาณของเผ่ามนุษย์นกในกายของเธอเริ่มกรีดร้อง และจับสัมผัสได้ถึงเงาของยมทูตเหนือดินแดนทะเลสาปไข่มุข
ซึ่งยมทูตที่ว่านั้น มันไม่รอช้าที่จะลงเคียวสังหารฟันโจมตีใส่ดินแดนลอยฟ้าที่งดงามตรงหน้า
เสียงปืนใหญ่ดังกระหึ่มกึกก้อง
โลหะอาบเปลวเพลิงสีแดงวิ่งลากผ่านผืนฟ้ายามรุ่งอรุณ
โปรยปรายเรียงรายหน้ากระดาน ร่วงหล่นสู่หอคอย กลืนกินทุกสิ่งทุกตารางนิ้ว มิยอมให้ใครหนีรอดออกไปจากดินแดนตรงหน้า
เปลวเพลิงสีขาวลุกโชน ระเบิดปัดเป่าหมอกควันให้จางหาย
ป่ากรีดเสียงร้องโหยหวนเจ็บปวด แผ่นดินแตกระแหง สายธารหยุดเคลื่อนไหว
ทุกสิ่งในดินแดนของทะเลสาปไข่มุขต่างหยุดนิ่งพร้อมเพรียงกัน ราวกับสิ่งมีชีวิตที่หมดลมหายใจ
หมดลมหายใจ พร้อมกับการร่วงหล่นของดินแดนสู่ผืนปฐพีเบื้องล่าง…
***ว่าที่ราชินี [แฟต]
“อะ… อะไรกันค่ะเนี่ย!?! ”
สมองของฉันกำลังเริ่มสับสน เพราะว่าสถานการณ์มันวุ่นวายจนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มรับมือเช่นไร
มันเริ่มจากที่ฉันสั่งให้คุณเยลโล่พาหน่วยบินไปถล่มเพดานถ้ำ
พอเพดานถ้ำถล่มลงมา ก็มีจระเข้ติดปีกคล้ายค้างคาวจำนวนมากร่วงตามลงมาด้วย
แถมพวกศัตรูก็ยังเสียหายน้อยกว่าที่คิด เพราะการนำของเจ้ามนุษย์หมาป่าที่ถือดาบพระจันทร์เสี้ยวคนนั้น
มันรีบชี้ตำแหน่งปลอดภัยให้กับพรรคพวก แล้ววิ่งไปหลบภัยที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ทุกอย่างเริ่มสงบ เจ้าพวกจระเข้ติดครีบก็เริ่มคำรามดังลั่น แล้วแผ่หมอกสีชมพูออกมาเป็นจำนวนมาก
คนที่สัมผัสกับหมอกนั้น จะมีดวงตาเลื่อนลอย น้ำลายเยิ้มไปทั่วปาก แล้วเริ่มแก้ผ้าจับเอาคนข้าง ๆ มาปลุกปล้ำโดยไม่สนเพศ เผ่าพันธุ์ หรือแม้แต่ความเป็นศัตรู
โชคดีที่เผ่ายักษ์มีร่างกายต้านทานพิษโดยธรรมชาติ เลยทำให้พวกเขายังมีสติ แล้วใช้พละกำลังผืนบังคับอุ้มพวกที่คลุ้มคลั่งหนีออกมาจากระยะของหมอกสีชมพูที่กำลังแผ่ขยายออกกว้าง
หลังจากนั้น ก็มีพ่อบ้านวัยชราเผ่ากอลิล่าตัวผ่ายผอมมีกล้ามเข้าทรงได้รูป กับเมดสาวในชุดสีดำที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น กับพรรคพวกของไพไรต์ปรากฏตัวขึ้นที่บนท้องฟ้าเหนือหัวของพวกเรา
ในตอนนั้น ฉันรู้คำตอบได้ทันที ว่าทำไมถึงมีหอคอยโบราณผุดขึ้นที่นี่
พวกไพไรต์คงมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเรา พร้อมกับพวกลิลลี่กับโฮปสินะ?
ตอนแรกคิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้นที่เห็นพรรคพวก
แต่ทว่าเรื่องราวกลับเลวร้ายลงยิ่งกว่าเดิม
“อ๊างงง~ ลูกค้า~ ลูกค้าที่แสนคิดถึง! ช่างน่ายินดี~ ช่างน่ายินดีนัก~ ฉันจะจัดหนัก ให้บริการความสุขแก่ทุกท่านเองค่ะ! ”
คนที่สวมชุดเมดน้อยชิ้นพูดจาอย่างคลุ้มคลั่ง แล้วบินขึ้นไปยืนเหนือลม ก่อนจะเปิดท่อขับดันบางอย่างนูนออกมาจากแผ่นหลัง แล้วเริ่มโปรยหมอกสีชมพูออกมา
หมอกสีชมพูเหล่านั้นมีสีที่เข้มน่ากลัวยิ่งกว่าหมอกที่พวกจระเข้ติดปีกค้างคาวปล่อยออกมาเสียอีก
คนที่สัมผัสกับหมอกเหล่านั้น ต่างคลุ้มคลั่งหนักยิ่งกว่าเดิม
ไม่เว้นแม้แต่เผ่ายักษ์ ที่ว่ากันว่ามีร่างกายต้านพิษได้ทุกประเภทอีกด้วย
นั่นมันยากระตุ้นประเภทไหนกันเนี่ย?
แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะยังวุ่นวายสับสนไม่พอ
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงระเบิดดังกึกก้อง
สนามแม่เหล็กที่เคยรบกวนสมองของฉัน ได้ฉับพลันหายไป
แล้วเวลาถัดมา หอคอยที่ตั้งอยู่ข้างหลังก็เริ่มสั่นสะเทือน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปริแตกพร้อมกับการพังทลายลงของหอคอยสูง
ไม่ใช่แค่หอคอยที่ถล่มลงมา แม้แต่แผ่นดินเองก็ยังร่วงหล่นลงไปด้วย
ฉันรู้สึกได้ถึงร่างกายที่เบาโหวงชั่วขณะในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง ก่อนจะรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่กำลังดึงพวกเราลงไปข้างล่างพร้อมกับแผ่นดิน
ฉันเห็นเสาน้ำที่ใจกลางทวีปหยุดไหล แล้วเทกระจาดลงมาสู่เบื้องล่าง
เห็นลูกเหล็กโลหะคล้ายไข่มุขขนาดใหญ่จำนวนมาก กลิ้งไปตามพื้นดินอย่างน่ากลัว
เห็นแผ่นดินแตกระแหง พร้อมกับแยกกระจายออกเป็นส่วน ๆ
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนพังทลายลงมา ราวกับเป็นภาพของวันสิ้นโลก
พอทุกอย่างจบลง ฉันก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนเศษซากของแผ่นดินที่ล่มสลาย
ไม่มีบาดแผล ไม่มีส่วนใดที่บุบสลาย นอกจากศรีษะที่เคยถูกพวกผู้คุมคุกทุบตีเมื่อตอนนั้น
“... โชคดีชะมัด”
ใช่ โชคดีมาก…
ฉันลองแผ่คลื่นสมองของตัวเองออกไป และพบว่าทุกคนรอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์
คุณเยลโล่กับจาวิสเองก็รอดชีวิตมาด้วยเช่นกัน
มีคนโชคร้ายที่ถูกหินทับตายหรือไม่นั้น ฉันยังไม่รู้ แต่ที่ตรวจสอบอย่างหยาบในตอนนี้ คือยังไม่มีแม้แต่คนเดียว
“ทำไมถึงระเบิดขึ้นกันได้ละเนี่ย? ว่าแต่พวกคุณลูกค้าไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ!? ”
ผู้หญิงที่สวมชุดเมดน้อยชิ้น กำลังบินอยู่ใจกลางอากาศด้วยสภาพที่กึ่งโป๊เปลือย
ทั่วร่างกายของเธอมีท่อขับดันจำนวนมากผุดออกมา พร้อมกับแผ่ไอรังสี สีแดงประหลาดปกคลุมไปทั่วบริเวณ
เดียวก่อนนะ?
“... นี่มัน!? ”
พอฝุ่นควันเริ่มจางหายไป ฉันก็รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเรารอดชีวิตมาได้
สตรีผมสีคราม ต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนบ้าคลั่ง คือผู้ที่ช่วยปกป้องชีวิตของพวกเราทุกคนเอาไว้
ไอรังสีที่เธอแผ่ออกไปนั้น มันเข้าปกคลุมพื้นที่ในลักษณะทรงโดมคอยปกป้องพวกเราทั้งหมดเอาไว้อยู่
ส่วนเศษหิน ดิน และหอคอยที่พังทลายลงมา ต่างถูกรังสีทำให้ลอยตัวอยู่เหนือผิวโดมสีแดงข้างนอก
ด้วยเหตุนี้ พวกเราทุกคนจึงรอดชีวิตมาได้
เมดสาวคนนั้นเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่นะ?
“... คนที่ยังมีสติ ช่วยมารวมตัวกันตรงนี้ทีค่ะ”
ยัยนี่คือศัตรูหรือมิตรนั้น ช่างหัวมันไปก่อน
ตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับคนของตัวเองก่อนค่ะ
“นั่นแฟตใช่ไหม! ”
“... คุณไพไรต์อย่างงั้นหรือคะ? ”
ฉันหันไปมองที่ต้นเสียงนั้น
คุณไพไรต์ คุณโนอาร์ กับคุณโทแพซ พวกเขามาช่วยพวกเราจริง ๆ ด้วยสินะ
ว่าแต่พวกคุณโฮปอยู่ที่ไหนกันละคะ?
แล้วทำไมคุณโทแพซถึงมีสภาพเช่นนั้นกันละคะ?
“แฟต---”
“เรื่องอธิบายเอาไว้ทีหลังดีกว่าค่ะ”
ฉันหยุดคุณไพไรต์ที่กำลังทำท่าจะอธิบายยืดยาวน่าเบื่อเอาไว้
เพราะว่ามีคนอีกกลุ่มกำลังเดินเข้ามาใกล้ตอนนี้พอดีค่ะ
“แก! แสบนักนะ! ”
“หน่อย! ไอเทพเจ้าระยำ! ”
บุรุษหมาป่าขนดำกับสตรีกระต่ายขนสีขาว
คนที่ดูท่าทางแข็งแกร่งสองคนกำลังยืนประจันอยู่ตรงหน้าของพวกเรา พร้อมกับนักรบสีขาวอีกเป็นจำนวนมากที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“เบริล นายยังไม่ตาย!? ”
“เออสิวะ! นิล! ทำไมเจ้าไพไรต์กับท่านเทพเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่กันฟะ!? ”
“ฉันไม่รู้ค่ะ แต่ที่รู้คือทั้งหมดเป็นฝีมือของพวกมันค่ะ! ”
“ชิ… เทพเจ้าที่ทอดทิ้งพวกเราก็ไม่ใช่เทพเจ้าอีกต่อไปแล้ว! จัดการพวกมันซะ! ตัวประกันอย่างพวกมันไม่ต้องการแขนขาหรอก! ”
“โอ๊ว! ”
“สุดท้ายก็มาจบลงตรงนี้หรือเนี่ย... แฟต ฝากดูโทแพซให้ที! ”
คุณไพไรต์พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มตั้งท่าต่อสู้ด้วยมือเปล่าพร้อมกับคุณโนอาร์
“... แล้วพวกคุณซุนไกท์กับวานาติไนด์ละคะ? ”
“เป็นบ้าอยู่ในหมอกกามรมตรงนั้นนะ”
ฉันมองไปในทิศทางที่คุณไพไรต์ชี้
ตรงทางขวามือเลยออกไป มีคนบ้าสองคนที่คุ้นตาดี กำลังยืนแก้ผ้าเต้นระบำกลางแจ้งอยู่สองคน
… พอค่ะ อย่ามองให้เสียสายตาไปมากกว่านี้เลยดีกว่าค่ะ
จะว่าไป คุณจาวิสเองก็ติดอยู่ในหมอกตรงนั้นกับใครก็ไม่รู้ด้วยสินะคะ?
ที่จะหวังพึ่งได้ในตอนนี้ เลยมีแค่คุณเยลโล่กับพวกที่บินอยู่เหนือหมอกบนท้องฟ้า กับกลุ่มคนที่ยืนอยู่รอบฉันซึ่งมีจำนวนไม่ถึงหนึ่งร้อยคนเท่านั้น
ข้างหน้าคือกองทัพศัตรู ข้างหลังคือหมอกสีชมพูที่ทำให้คนคลุ้มคลั่ง
คงหลีกเลี่ยงการปะทะตรง ๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้วละคะ
การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น โดยที่มีหมอกสีชมพูปกคลุมเป็นฉากหลัง
เสียงของผู้คนที่มักมากในกามรมสอดประสานกับเสียงคำรามของสงคราม
ศัตรูนั้นมีจำนวนมากกว่า ส่วนฝ่ายของเรานั้นไร้ซึ่งอาวุธโจมตี
เผ่าภูติที่อยู่ตรงนี้ ก็คงหวังพึ่งอำนาจพลังสังหารไม่ได้เช่นกัน
เพียงพริบตาเดียว กองทัพของฝ่ายเราก็ถูกพวกนักรบขาวตัดแขนขา พร้อมกับถูกดันตีวงล้อมให้แคบลงจากทุกทิศทาง
ส่วนคุณไพไรต์กับคุณโนอาร์นั้น พวกเขาต้องรับมือบุรุษหมาป่าขนดำกับสตรีกระต่ายขนสีขาว จึงไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือการปะทะที่เกิดขึ้นอย่างเป็นวงกว้างนี้ได้
นี่ฉัน… จะต้องมาตายตรงนี้อย่างงั้นหรือ?
ถ้าดำดินหนีไปคนเดียวก็คงจะรอด
แต่ราชินีที่ทอดทิ้งผู้คน จะกลายเป็นราชินีที่ดีในภายหน้าได้หรือเปล่า?
ฉัน… ไม่รู้ค่ะ
“เดียวก่อน”
ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้เห็นคุณบานาติดรวมอยู่ในนี้ด้วยหรอกหรือ?
บางที… เขาอาจจะจมอยู่ในหมอกแห่งกามรมสีชมพูก็เป็นไปได้ค่ะ
ถ้าสามารถดึงเขามาอยู่ที่นี่ได้ ก็น่าจะช่วยเป็นกำลังให้กับพวกเราได้เช่นกัน
“คุณเยลโล่! เห็นคุณ ผอ.บานาจากข้างบนหรือเปล่าคะ? ”
“หืม!? เห็นอยู่ปิว! เขาอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง แต่ดูเหมือนว่าจะถูกใครไม่รู้สามคนกำลังรุมกอดอยู่นะปิว! ”
เยี่ยม! ถ้าอย่างงั้นละก็…
“ทำยังไงก็ได้ ช่วยล่อเขามาตรงนี้ทีค่ะ! ”
***สุภาพบุรุษ [เยลโล่ คาร์เนชั่น]
“ทำยังไงก็ได้ ช่วยล่อเขามาตรงนี้ทีค่ะ! ”
แล้วจะ… ให้เราทำยังไงกันละครับ! ปิว!
เราไม่เหมือนคุณลิลลี่ผู้น่ารักและเก่งกาจคนนั้นหรอกนะปิว
แต่ถ้าไม่ลงมือทำอะไร ทุกคนคงได้ถูกตัดแขนขาเป็นไอแขนด้วนกันหมดแน่นอนปิว
แถมไม่รู้ทำไม พอเห็นภาพของผู้คนที่ลุ่มหลงในกามรมใต้หมอกสีชมพูนั้นแล้ว ตัวเราถึงได้รู้สึกโหยหาอะไรบางอย่างขึ้นมาก็ไม่รู้ปิว
ราวกับว่าเคยลืมอะไรสักอย่างที่สำคัญมาก ๆ ในอดีตไป---
“ระวังข้างหลังค่ะคุณเยลโล่! ”
“!?! ”
มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก
มีผู้หญิงแต่งตัวกึ่งโป๊เปลือยมาปรากฏที่ด้านหลังของเรา
“อุ้ยตาย~ มีคุณลูกค้าสุดน่ารักอยู่ตรงนี้คนหนึ่งด้วยหรือคะ? ”
เธอเข้ามากอดเราสุดแรง แล้วใช้ภูเขามาชเมลโล่สีเนื้อเบียดเข้ามาที่ใบหน้า
*ปริ! *
รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างภายในจิตใจกำลังจะแตกสลาย
“ว่าแต่พวกคุณลูกค้าจะมาตีกันแบบนี้ไม่ได้นะคะ~ แบบนี้ที่ฉันทุ่มพลังปกป้องเมื่อกี้มันก็ไร้ความหมายนะสิค่ะ~”
พะ… พูดอะไรของผู้หญิงคนนี้กันนะปิว!
ว่าแต่นุ่มจัง~
นี่มัน… ไอความรู้สึกที่โหยหานี้มันคืออะไรกันปิว?
*แกร๊ก! ”
“แย่ละสิ ฉันคนเดียวคงรับมือลูกค้านิสัยเสียไม่ไหวแน่ แต่หอคอยก็ดันพังไปแล้ว ร่างสำรองเลยพังพินาศไปพร้อมกันหมดเลย… งั้น… รบกวนคุณลูกค้าเอเลี่ยนผู้น่ารักตรงนี้มาช่วยเป็นลูกมือให้ฉันทีสิค่ะ”
สตรีผู้มากไปด้วยมาชเมลโล่สุดนุ่มนิ่มเริ่มกอดแน่นรุนแรงมากขึ้น
แน่นจนร่างกายเล็ก ๆ ของเราจมหายเข้าไปในภูเขาเนื้อของเธอ
จะ… จะทำอะไรกับผมกันนะปิ้ว!
ว่าแต่กลิ่นกายหอมจัง
*แกร๊ก… แกร๊ก! *
ในตอนนั้นเองที่มีไอหมอกสีชมพูจำนวนมากแผ่ออกมาปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย
นี่มัน
อารมณ์…
อารมณ์บางอย่างกำลังลุกโชน
“คุณเยลโล่ ตั้งสติเอาไว้นะคะ! ”
ได้ยินเสียงของแฟตดังมาจากข้างล่าง
แต่ทว่าเสียงนั้นไม่อาจส่งมาถึงเราได้
เพราะว่ามันมีบางสิ่งที่สำคัญกว่ากำลังเกิดขึ้นกับเรา
*เพล๊ง! *
ใช่แล้ว
เพราะเรือนร่างกับกลิ่นหอมแสนรัญจวนของสตรีผู้นี้ เลยทำให้เรานึกออก
นึกออกถึงสิ่งสำคัญที่เคยสูญเสียไป
นึกออกถึงอดีตที่เคยร่วมมือกระทำกับเหล่าสาวก [ออกซิเจน] กับ [โอโซน]
นึกออกถึงผลงานโดจินลามกที่เราเคยวาดขึ้นแล้วผลิตออกขายเป็นล่ำเป็นสัน
นึกออกถึงสันติภาพระหว่างเผ่าที่เกิดขึ้นจากพลังแห่งความลามกและผลงานของเรา
นักออกถึง [ลัทธิ] ของเรา
เราไม่ใช่สุภาพบุรุษเยลโล่ผู้เรียบร้อยและอ่อนโยน
เราคือ…
“เราคือ [จ้าวแห่งลัทธิมืด เยลโล่ คาร์เนชั่น] ต่างหาก! ”
บุรุษผู้เชื่อมสัมผัสระหว่างสองทวีปด้วยพลังแห่งกามรมและตัณหา [จ้าวแห่งลัทธิมืด เยลโล่ คาร์เนชั่น] ได้กลับมาแล้ว! ปิว!
***ทางด้านมุมมองของแฟต ณ เวลานั้น---
“... สถานการณ์ยังวุ่นวายไม่พออีกหรือคะเนี่ย? ”
---เธอกำลังบ่นอุบกับตัวเองด้วยความรู้สึกเช่นนั้นแล