"เอาละนายน้อยก่อนจะเริ่มการฝึกท่านต้องรู้การตั้งท่าก่อนการวางเข่า การวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึก ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี 2 เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา
เหลี่ยมซ้าย หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง 1 ช่วงตัว สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา
เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา"กังหยูพูดอธิบายออกมาพลางขยับท่าทางให้ถังหลินดูไปด้วย
“เอาละถึงตาท่านแล้ว”กังหยูพูดออกก่อนที่จะมองไปที่ถังหลินอย่างคาดหวังเนื่องจากถังหลินนะแรงเยอะมากถ้าฝึกศิลปะการต่อสู้ไว้ละก็งานของเขาคงสบายขึ้นเยอะไม่ใช่เขาขี้เกียวจหรืออะไรหรอกนะแต่บางสถานการณ์เขาก็ไม่สามารถอยู่ข้างๆนายน้อยของตนได้ตลอดหรอก!
“แบบนี้งั้นเหรอ”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่เขาจะแสดงท่าทางการตั้งท่ามวยที่เรียกได้ว่าแทบจะสมบูรณ์แบบออกมาเลยก็ว่าได้ทั้งๆที่เขาเห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
“นี้…อัฉริยะงั้นเหรอ”กังหยูคิดในใจถึงการวางท่านั้นจะเป็นสิ่งพื้นบานที่หลายๆคนมองว่าง่ายแต่การทำสิ่งที่ง่ายที่สมบูรณ์แบบที่สุดนะยากมาก! และหลายคนๆก็มองข้ามมันไปถ้าตั้งท่าได้อย่างมั่นคงและถูกต้องละก็เวลาออกแรงไปที่หมัดนั้นจะมีความสมบูรณ์และรุ่งแรงมากยิ่งขึ้นไปอีกไม่สูญเสียกำลังไปเปล่าๆ
“อะไรกันไม่ต้องทำท่าทางตกใจแบบนั้นหรอกนายอุส่ายอมสอนฉันจริงๆจังสักทีที่ผ่านมานายเอาแต่อัดฉันอย่างเดียว”ถังหลินพูดขึ้นมาเมื่อเห็นสายตาที่เบิกกว้างขึ้นของกังหยูซึ่งเขาก็สัมผัสได้ว่ากังหยูนะแปลกใจเพราะปกติแล้วเขาไม่ค่อยแสดงสีหน้าอะไรออกมาเลยจึงคาดเดาความคิดได้ยาก
“ดีถ้านายน้อยพูดอย่างงี้ผมจะอธิบายขั้นตอนต่อไปเลย”กังหยูพูดขึ้นมาพร้อมบรรยากาศรอบตัวของเขาที่เปลี่ยนไปก่อนที่เขาจะตั้งท่ามวยและเหวี่ยงหมัดออกไปด้วยความแรงจนเกิดลมกระโชกออกมา!
“การใช้หมัด โดยอาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว และเท้ายันพื้น โดยน้ำหนักตัวอยู่ที่เท้าหน้า ใช้แรงส่งจากเท้าหลังและสะโพก หัวไหล่ และนี้ก็สามารถเป็นท่าสังหารที่ง่ายและดีที่สุดด้วย”กังหยูพูดอธิบายเพิ่มเติมออกมาก่อนจะกล่าวถามถังหลินว่า
“แล้วนายน้อยรู้ไหมครับการที่จะล้มคู่ต่อสู้ได้เร็วและมีประสิทธิภาพดีที่สุดต้องเล็งตรงไหน?”
“ขม่อมหรือปลายคางเพราะมันเชื่อมต่อกับเส้นประสาทสมองโดยตรง”ถังหลินตอบกลับไป
“ถูกต้องถ้าสมองได้รับความกระทบกระเทือนมากเกินไปคนเรามีสิทธิ์ตายได้แต่ว่าถ้านายน้อยยังไม่อยากฆ่าก็ให้เล็งไปที่ข้อต่อส่วนต่าง ๆของร่างกายได้และถ้าต้องการให้อีกฝั่งกลายเป็นอัมพาตก็เล็งที่กระดูกสันหลังส่วนล่าง”กังหยูพูดขึ้นมาพร้อมชี้ไปยังจุดต่าง ๆให้ถังหลินดู
“เอาละวันนี้นายน้อยก็ฝักออกหมัดตรงนี้แหละ”กังหยูพูดขึ้นมาก่อนที่ถังหลินจะหยักหน้า
“ก็ดีเหมือนกันเชี่ยวชาญไปทีละอย่างดีกว่าฝึกไปครึ่งๆกลางๆ”ถังหลินพุดขึ้นมาก่อนที่เขาจะออกหมัดเหมือนที่กับกังหยูสาธิตให้ดู
“ไม่ถูกครับนายน้อยต้องออกแรงตั้งแต่ส่วนล่างขึ้นบนไม่ใช่แค่ออกแรงจากหัวไหล่อย่างเดียว…..”กังหยุก็คอยแนะนำในส่วนที่ถังหลินทำผิดพลาดถึงจะอฉริยะแค่ไหนก็ยังต้องเรียนรู้จากศูนย์เหมือนเดิมเมื่อขาดประสบการณ์
วันต่อมา
“นี้นะเหรอวะเหมืองหยกที่แกว่า”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อเพราะว่าเหมืองตรงหน้านั่นใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้สะอีก
“ถูกต้องแล้ว”ถังหลินตอบกลับไปถึงในใจเขาจะแปลกใจเหมือนกันก็เถอะแต่ไม่ได้แสดงออกมา
“แล้วแกเป็นอะไรไปวะฉงติ่งเงียบตั้งแต่ลงมาแล้ว”เมิ่งฮ่าวถาม
“ฉันแค่กำลังคิดว่าห้าชั้นมันจะพอเหรอวะถังหลินถ้าเหมืองแกจะใหญ่ขนาดนี้และดูเหมือนต้องขยายโกดังเก็บของสะด้วย”ฉงติ่งพูดขึ้นมาหลังจากเขาวิเคราะห์ขนาดของเหมืองที่อยู่ตรงหน้าแล้วนั้นโกดังสองหลังไม่น่าจะเก็บหยกพอ
“งั้นเหรอเรื่องนี้ค่อยว่ากันอีกมทีละกันเราเข้าไปดูกันเถอะ”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินนำหน้าไปโดยที่ยามหรือรปภ.ไม่ได้หยุดพวกเขาเลยแม้แต่น้อยเพราะเขาให้ซุนหยางแจกจ่ายภาพเหมือนของเขาไปให้คนของตัวเองหมดแล้วไม่งั้นถ้าเขาถูกหยุดไว้หน้าเหมืองตัวเองแบบนี้คงน่าอึดอัดไม่น้อย
“นายน้อย”ชายวัยกลางคนที่กำลังใส่เซฟตี้และชุดคนขุดเหมืองเดินมาหาพวกถังหลินทันทีเมื่อเห็นทั้งสามเดินเข้ามา
“ที่นี้เปลี่ยนเป็นคนของเราหมดแล้วใช่ไหม”ถังหลินกล่าวถามออกมา
“แน่นอนครับนายน้อยแต่เนื่องจากเราต้องการถ่ายโอนคนจำนวนมากจึงทำให้การขุดล่าช้าออกไปนิดหน่อยส่วนผมหนี่ลี่เป็นหัวหน้าเหมืองนี้”หนี่ลี่พูดขึ้นมาแต่เขาก็แสดงสีหน้าลำบากใจขึ้นมา
“ไม่ต้องห่วงยังไงโกดังและโรงงานยังสร้างไม่เสร็จว่าแต่นายเป็นถึงระดับ A เลยไม่ใช่เหรอทำไมถึงได้รับหน้าที่มาเป็นหัวหน้าคนขุดเหมืองละ”ถังหลินพูดขึ้นมาพร้อมกล่าวถามหนี่ลี่อย่างแปลกใจเขาไม่กล้าพุดว่าจำรายชื่อระดับ B ได้ทุกคนแต่ระดับ A และ S เขาจำได้หมดแล้วไม่เว้นแม้แต่รูปร่างหน้าตาของพวกเขา! ส่วนระดับ SS เขาที่ไม่มีข้อมูลใดๆเลยเขาก็รู้จักแค่ซุนหยางและกังหยูเท่านั้น
“เพราะว่าตลอดมามีคนพยายามจะลักลอบเข้ามาขโมยหยกจากเหตุการณ์วุ่นวายนะครับเพราะเราต้องถ่ายโอนคนออกไป”หนี่ลี่อธิบายออกมาก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาอีกว่า
“แล้วยังมีเรื่องที่น่าลำบากใจอีกเรื่องครับนายน้อยเนื่องจากกำลังขุดของเราจะลดลงไปเยอะแต่ไม่ใช่ว่าจะหยุดขุดไปเลยตอนนี้จึงเกิดปัญหาขึ้นเนื่องจากเราไม่มีที่เก็บหยกดิบ”
ถังหลินขมวดคิ้วทันทีเขานะจัดการทุกอย่างแต่กลับมองข้ามปัญหานี้ไปก่อนที่เขาจะพูดออกมาว่า
“พาฉันไปดูหน่อยว่าตอนนี้หยกมีมากเท่าไหร่แล้ว”
“งั้นรบกวนนายน้อยทั้งสามใส่เซฟตี้ด้วยครับเพื่อความปลอดภัย”หนี่ลี่พูดขึ้นมาก่อนที่จะมีคนสามคนเดินเอาอุปกรณ์ป้องกันมาให้ถังหลินและเพื่อนทั้งสองคนของเขาใส่อาทิเช่นหมวกนิรภัยแว่นตานิรภัยทั้งสามคนก้ไม่ได้เกี่ยงหรือเล่นตัวแม้แต่น้อยเพื่อความปลอดภัยของตัวเองกเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหนี่ลี่ก็พาทั้งสามคนไปที่ที่เก็บหยกไว้ก่อนที่จะโอนถ่ายไปยังโกดัง
“น..นี่แน่ใจแล้วนะว่ากำลังขุดน้อยลงนะ”ฉงติ่งพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อยเพราะตรงหน้าเขานั้นเต็มไปด้วยก้อนหยกหลากหลายขนาดที่ถูกผ่าอย่างดีและสามารถมองเห็นเนื้อสีเขียวสะท้อนแสงออกมาซึ่งหมายความว่าพวกนี้คือเนื้อหยกจักรพรรดิที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเท่านั้นแถมยังมีเป็นตัน!
“ซี๊ดดถ้าขายออกไปคงไม่ต่ำกว่าพันล้าน”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมา
“นี้คือหยกที่ขุดได้ช่วงนี้ครับนายน้อยมีหลายขนาดทั้งเล็กลางหรือว่าใหญ่แต่รวมๆแล้วก็มีขาดไม่ต่ำกว่าหนึ่งตัน”หนี่ลี่พูดขึ้นมา
“หยกเนื้อเกรด A มีเยอะสุดเกรดจักพรรดิจะมีส่วนน้อยที่เป็น เกรด B หรือเนื้อหยกน้ำผึ้งเก็บไว้เปล่าๆแบบนี้ก็น่าเสียดายติดต่อโรงประมูลและขายเถอะไม่งั้นก้ติดต่อร้านเครื่องประดับ”ถังหลินพูดขึ้นมาหลังจากที่เขาสังเกตดูตัวเนื้อหยกแล้ว
“โอ้วนี่แกมีความรู้ทางนี้ด้วยงั้นเหรอ”ฉงติ่งกล่าวถามออกมาอย่างแปลกใจ
“แน่นอนในเมื่อจะทำฉันก็ต้องศึกษาหาข้อมูลมาบ้าง”ถังหลินตอบกลับไปและถามเมิ่งฮ่าวขึ้นมาว่า
“ฉันเห็นแกชอบสะสมพวกเครื่องประดับหรือไม่ก็หยกด้วยแกพอจะรู้จักร้านดีๆหรือโรงประมูลดีๆสักแห่งไหม”
“อืมมนี้แปปนะฉันขอคิดก่อน”เมิ่งฮ่าวไม่ตอบกลับทันทีก่อนที่เขาจะจมสู่ความคิดถังหลินก้ไม่ได้ขัดอะไรเพราะเขาไม่ได้รีบ
“ฉันคิดว่าติดต่อโรงประมูลเถอะคงได้ราคาดีกว่าพวกร้านเครื่องประดับ”เมิ่งฮ่าวยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
"เฮ้แกคงไม่ได้คิดอะไรพิเรนๆได้หรอกนะ"ฉงติ่งพูดขึ้นมาเมื่อเห็นรอยยิ้มของเพื่อนตน
“ฮี่ๆรอดูได้เลยพรุ่งนี้นายรวยเละแน่นอนถังหลิน”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะเดินรอบๆดูอีกสักหน่อยก่อนพากันกลับและจะมาอีกทีในวันรุ่งขึ้นเนื่องจากเมิ่งฮ่าวจะเชิญโรงประมูลหยกเข้ามาประมูลหยกในเหมืองแต่เขาไม่ได้เชิญมาแค่โรงประมูลเดียวนะสิเขาเชิญมาห้าโรงที่เขารู้จัก
หลังจากที่ถังหลินกลับมาถึงคฤหาสน์ถังหลินก็ได้รับกลับไปห้องตัวเองทันทีเพราะว่ามันถึงเวลาลงชื่อเช็กอินอีกครั้งแล้ว!
“พี่ระบบฉันต้องการลงชื่อเช็กอิน”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนทีตรงหน้าเขาจะมีหน้าจอเด้งขึ้นมา
“พี่คนนี้ไม่เชื่อหรอกว่าคนเราจะโชคดีไปได้ตลอด”ระบบพูดขึ้นมา
“เอาสิ”ถังหลินตอบพลางเอานิ้วตัวเองจิ้มไปที่หน้าจอทันที
[ติ๊งยินดีด้วยโฮสต์ได้รับหุ้น จำนวน 50 เปอร์เซ็นของโนงประมูลหยก เทียนกังเนื่องจากโฮสต์มีตัวช่วยในการคูณของรางวัลทำให้ท่านได้รับหุ้น 100เปอร์เซ็นของ โรงประมูลเทียนกังทันทีพร้อมข้อมูลต่าง ๆไว้ให้กับท่าน] พร้อมกันนั้นก็มีเอกสารถูกเสกขึ้นมากลางอากาศและนั้นเป็นข้อมูลทั้งหมดของโรงประมูลเทียนกัง
“…..”ระบบ ใบ้กินทันทีนี้ดูเหมือนมันจะไม่ถูกต้องนะ!
“ฮ่าๆเห็นไหมพี่ระบบบอกแล้วว่าข้านะคือบุตรแห่งสวรรค์”ถังหลินหัวเราะออกมาอย่างสะใจถึงเขาจะมองไม่เห็นค่าสเตตัสของตัวเองแต่เขาเชื่อว่าค่าโชคคง 999 เป็นแน่
“โรงประมูลงั้นเหรอฮี่ๆดูเหมือนฉันจะคิดอะไรดีๆออกแล้วสิ”ถังหลินจับคางครุ่นคิดอย่างชั่วร้ายก่อนที่เขาจะเริ่มแผนการภายในหัวตัวเองทันที
“ก่อนอื่นคงต้องยืนยันสินะ”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่เขาจะรอรอให้คนโทรมา
กริ๊ง กริ๊ง ถังหลินยิ้มออกมาและกดรับสายทันที
“นายท่านท่านมีอะไรจะรับสั่งไหมหรือว่าท่าต้องการเลื่อนการประมูลออกไปและจัดงานเลี้ยงสำหรับการเข้าซื้อกิจการของโรงประมูลเทียนกังดี”ฉินฉูพูดขึ้นมาเนื่องจากตัวเขาเป้นรองประธานเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่เพราะเขานั่งตำแหน่งนี้ด้วยความสามารถไม่ได้ถือหุ้นใดๆเลยแม้แต่น้อยแต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงเขาแค่คนเดียวแล้วเนื่องจากเขาได้รับข่าวสุดช้อคมาว่าหุ้น 100 เปอร์เซ็นถูกโอนไปให้เจ้าของคนหใม่แล้ว
“ไม่ต้องๆนายคงเป็นฉินฉูสินะดีมากฉันชอบคนมีความสามารถต่อจากนี้นายจะเป็นคนบริหารโรงประมูลเทียนกังทั้งหมดและงานแรกจะมีคนส่งข้อมูลไปให้นายเองและฉันหวังว่านายจำทำอย่างสุดความสามารถไม่งั้นละก็เหอะๆคงรู้สินะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”ถังหลินพูดขึ้นมาพลางอ่านข้อมูลของโรงประมูลเทียนกังไปด้วย
“ครับท่านผมจะไม่ทำผิดพลาดใดๆเลยแม้แต่น้อย”ฉินฉูพูดออกมาอย่างจริงจังและเขาอดตื่นเต้นในใจขึ้นมาไม่ได้นี้สิที่เขาพูดกันว่าเคราะห์ในโชคลาภ! เพราะเขารอเวลาที่จะครอบครองโรงประมูลนี้มานานแล้วถึงจะเป็นแค่หุ่นเชิดก็ตาม
“ดี”ถังหลินพูดสั้น ๆก่อนวางสายไปและพูดขึ้นมาว่า
“ซุนหยางนายเข้ามานี้หน่อยสิ”
ซุนหยางก็ค่อยเดินเข้ามาและก้มหัวเคารพถังหลินเล็กน้อย
“นายน้อยมีอะไรให้รับใช้งั้นเหรอครับ”ซุนหยางพูดขึ้นมา
“นายช่วยเอาข้อมูลพวกนี้ไปให้พี่ชายที่รักทั้งหลายของฉันหน่อยละกัน”ถังหลินพูดขึ้นมาก่อนที่เขาจะบอกซุนหยางว่าข้อมูลที่ว่านั้นคืออะไร
“ได้ครับ”ซุนหยางตอบรับและออกไปทันทีฃ
“กังหยูเข้ามานี่หน่อยสิ”ถังหลินตะโกนเรียก
“มีอะไรงั้นเหรอครับนายน้อย”กังหยูเดินเข้ามาและกล่าวถามทันที
“ตอนนี้คนของเราพร้อมลงมือนะมีมากน้อยแค่ไหน”ถังหลินตรงเข้าประเด็นทันที
“ผมกับซุนหยางและระดับ S ห้าคนระดับ A ยี่สิบคน ระดับ B อีกนับร้อย”กังหยูตอบกลับไปก่อนที่ในใจเขาอดจะตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้หรือว่านายน้อยจะส่งพวกเข้าไปเข้าสงคราม? กลิ่นของดินปืนและเลือดช่างน่าคิดถึงสะจริงๆ!!
“ดีงั้นตามนี้นะ”ถังหลินเล่าแผนการของเขาให้กังหยูฟังก่อนที่กังหยูจะอดมุมปากกระตุกไม่ได้เพราะยิ่งฟังเท่าไหร่เขาก็ยิ่งคิดว่ามันเสียเกียรติไม่น้อยในฐานะนักรบนะ!!
“ครับนายน้อย”กังหยูพูดขึ้นมาใช่ใครให้เขาเป็นลูกน้องละคนเป็นนายสั่งอะไรมาเขาก็ต้องทำตาม!
“เอาละออกไปได้แล้วได้เวลาที่ฉันจะทดสอบหมากอีกตัวแล้วละ”ถังหลินโบกมือส่งสัญญาณให้กังหยู
“หวังว่าพรุ่งนี้พวกนายจะทำให้ฉันสนุกได้นะ”ถังหลินพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม