ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 219 วิชาและทักษะเสริม

ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากความเหือดแห้งมานาน

แต่ถึงแม้จะมีพลังมากมายไหลเวียน นาฟก็รู้สึกได้ว่าผืนป่าแห่งนี้ยังไม่อาจฟื้นฟูเต็มที่เพียงแต่ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ ราวกับโลกมิติใบนี้ต้องการมากกว่านี้ต้องการบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่าพลังที่เขามีในตอนนี้ เขาจึงค่อยๆเปิดตาขึ้นและมองดูผืนป่ารอบๆ ที่ฟื้นตัวได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น“มันยังไม่พอ!”

นาฟพึมพำกับตนเอง ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังผืนป่าที่ค่อยๆกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

“พลังธาตุไม้แห่งชีวิตเพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะฟื้นฟูโลกมิติใบนี้ให้สมบูรณ์ต้องหาธาตุแห่งชีวิตที่เหลือมาเติมเต็มให้ได้"

นาฟมองไปไกลสุดสายตาภูเขาสูงตระหง่านและแม่น้ำที่ไหลรินอยู่เบื้องหน้าเตือนให้เขานึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่ตนเองแบกรับไว้

โลกมิติแห่งนี้เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเขาเป็นสถานที่ที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณและพลังชีวิตของเขาอย่างลึกซึ้ง

“ข้าจะต้องรักษาโลกมิติใบนี้ไว้ให้ได้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม”

นาฟกล่าวด้วยความมุ่งมั่นเสียงของเขาดังก้องอยู่ในใจ คล้ายเป็นคำสาบานที่ไม่อาจถอดถอน

เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนมองดูผืนป่าที่ฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย แม้ว่ามันจะต้องใช้เวลา แต่เขาก็ไม่อาจหยุดได้การเดินทางของเขายังไม่สิ้นสุด เขาต้องออกตามหาพลังที่เหลืออยู่

 

ในค่ำคืนนั้น นาฟนั่งอยู่บนแท่นหินภายในถ้ำส่วนตัวรอบกายของเขามีหนังสือเก่าและบันทึกหลายเล่มที่วางกระจายอยู่บนโต๊ะสายตาของเขาจับจ้องไปยังแสงจากโคมไฟเล็กๆที่ส่องสว่างให้เห็นตัวอักษรบนกระดาษอย่างชัดเจน

นาฟพยายามศึกษาบันทึกเกี่ยวกับรูปแบบการต่อสู้ต่างๆ

เขาพลิกหน้ากระดาษด้วยความระมัดระวังบันทึกของท่านผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกถ่ายทอดไว้ต่อๆ กันมาหลายชั่วอายุคนเอกสารเหล่านี้เต็มไปด้วยความรู้และทักษะที่เก่าแก่มีบางอย่างที่เขารู้สึกได้ว่าซ่อนอยู่ภายในตัวอักษรเหล่านั้น แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าใจได้ทั้งหมดเขาเลื่อนสายตาไปยังข้อความหนึ่งที่ถูกเน้นไว้เป็นพิเศษ

 

"ผู้ที่จะฝึกวิชาและทักษะเสริมกับสายพลังได้อย่างสมบูรณ์นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ใช้พลังระดับสี่ขึ้นไปเท่านั้นการฝึกฝนนี้ต้องอาศัยทั้งพลังชีวิตที่มั่นคงและจิตใจที่เข้มแข็ง วิชาและทักษะเสริมอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุถึงขั้นนั้นการเร่งรัดอาจส่งผลให้เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวง.."

นาฟหยุดอ่าน พลางนิ่งคิดไปถึงเหตุการณ์ก่อการร้าย การต่อสู้ของผู้ใช้พลังระดับสูง ล้วนแล้วแต่มีการใช้พลังและทักษะที่ลึกล้ำควบคู่กัน

ถึงจะมีพลังที่มหาศาลแต่ไม่มีทักษะการเคลื่อนไหวและการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมก็ล้วนแล้วแต่ไร้ซึ่งความหมาย

นาฟเข้าใจแล้วว่าทำไมหลายๆครั้งการฝึกฝนของเขาถึงยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

 

 บันทึกนี้เปิดเผยถึงข้อจำกัดสำคัญของพลังและระดับการฝึกฝนการก้าวเข้าสู่ระดับพลังที่สูงขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องยากเพียงแค่ต้องการเวลาและทรัพยากรแต่การหาวิชาและทักษะเสริมควบคู่ไปกับพลังที่ตนมี นี่แหละคือใจความสำคัญของการพัฒนาอย่างแท้จริง

“พลังระดับสี่ขึ้นไป...?”

นาฟพึมพำเสียงเบาเขารู้ว่าตนเองยังไม่ถึงระดับนั้น แต่ก็ใกล้เข้ามาทุกทีความรู้ที่ซ่อนอยู่ในบันทึกเหล่านี้คือสิ่งที่เขาต้องการเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองและเมื่อถึงวันนั้น เขาจะสามารถฝึกฝนวิชาและทักษะเสริมกับสายพลังได้อย่างสมบูรณ์

 

ขณะนั่งอยู่ในความเงียบของถ้ำ นาฟกำลังจมอยู่กับการอ่านบันทึกเก่าเสียงลมเย็นพลันพัดผ่านอย่างแผ่วเบา ทำให้โคมไฟสั่นไหวเล็กน้อย

ทันใดนั้นแสงเรืองรองอันอ่อนโยนก็ปรากฏขึ้นในมุมหนึ่งของถ้ำเสียงฝีเท้าบางเบาดั่งสายลมดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของจิตวิญญาณสาวจาชาที่คุ้นเคยผิวของนางเปล่งประกายราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน

จิตวิญญาณสาวถือบันทึกโบราณสองเล่มในมือสายตาของนางจับจ้องมาที่นาฟก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยน

"ข้ารู้ว่าเจ้าคร่ำเคร่งกับการฝึกฝนเพื่อการแข่งขันก่อนหน้านี้ข้าจึงไม่อยากกวนใจเจ้า"

นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความหนักแน่น

"แต่ตอนนี้ เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเจ้าควรจะเพิ่มศักยภาพให้กับตนเอง ข้าจึงนำบันทึกสองเล่มนี้มาให้"

นาฟเงยหน้า มองดูจิตวิญญาณสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้านางค่อยๆ ยื่นบันทึกโบราณทั้งสองเล่มออกมา บันทึกเล่มหนึ่งมีสัญลักษณ์ของดาบแสงจ้าสลักด้วยลายเส้นทองอันประณีต

อีกเล่มหนึ่งมีสัญลักษณ์ของรอยเท้าที่เลือนหายไปในสายลมพลังแห่งความลึกลับแผ่ออกมาจากทั้งสองเล่ม

“นี่คือ ทักษะดาบพลัง และ ทักษะก้าวไร้เงา”เป็นทักษะเสริมชั้นสูงที่นายท่านได้เรียนรู้มา จิตวิญญาณสาวอธิบาย

“ทักษะดาบพลังจะช่วยเพิ่มความสามารถของเจ้ากับพลังดาบของเจ้าทำให้ดาบของเจ้าทรงพลังยิ่งขึ้น และสามารถทำลายล้างศัตรูได้ในพริบตาส่วนทักษะก้าวไร้เงา จะช่วยเพิ่มความเร็วและการเคลื่อนไหวของเจ้าเจ้าแทบจะกลายเป็นเงาที่ไม่สามารถจับต้องได้”

นาฟจับจ้องไปที่บันทึกทั้งสองเล่มในมือของจิตวิญญาณสาวเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายในเล่มหนังสือเหล่านั้นความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่าทักษะทั้งสองนี้จะทำให้เขาก้าวไปอีกขั้นหนึ่งในการฝึกฝน

นาฟนั่งจ้องมองบันทึกโบราณสองเล่มที่วางอยู่เบื้องหน้าคิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยพลางคิดคำนึงถึงคำพูดของจิตวิญญาณสาวที่เพิ่งมอบบันทึกให้กับเขา

ความสงสัยและความกังวลก่อตัวขึ้นในใจทำให้เขาเอ่ยปากขึ้นด้วยเสียงที่เจือด้วยความไม่แน่ใจ

"ข้า... ข้ายังเป็นแค่ผู้ใช้พลังระดับสามอยู่เลยข้าจะฝึกทักษะพวกนี้ได้จริงหรือพี่สาว?"