คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 39 :ศัตรูของพี่ไป่

    ตอนที่ 39:ศัตรูของพี่ไป่

     

            “ฉันจำได้แล้ว ตอนที่นายร้องเพลงในร้านอาหารในวันนั้นเยว่เยว่ก็เหมือนจะอยู่ที่นั่นด้วยสินะ ? ” เธอปรบมือราวกับว่านึกบางอย่างออก

             

            “ใช่ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้า “เธอดูวิดีโอนั้นด้วยหรือ ? ”

             

            “วิดีโอนั้นโด่งดังเป็นพลุแตก แน่นอนว่าฉันต้องได้ดู ! ”เธอหัวเราะออกมา “ฉันเข้าไปโหลดเพลงในเพนกวินมิวสิคแล้วด้วย เพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’เพราะจริง ๆ ”

             

            “ขอบคุณมาก”หลิวจือเซียยิ้มออกมาและชี้ไปที่หลังเวทีก่อนจะพูดขึ้น “ฉันต้องไปแล้วฉันต้องไปเตรียมตัวทำการแสดง ฉันต้องให้ทำนองเพลงกับอาจารย์ ขอตัวก่อน”

             

            “ได้ แล้วเจอกัน” เธอพยักหน้าและมองดูสองพ่อลูกเดินไปที่หลังเวทีแต่อยู่ ๆ ก็เธอก็ถามขึ้นมา “ตอนนี้นายยังไม่รู้จักฉันอีกหรือ ? ”

             

            “มันสำคัญด้วยหรือไง ? ” หลิวจือเซียยักไหล่และพูดขึ้น“เธอเองก็ไม่รู้จักชื่อฉันไม่ใช่หรือไง ? ”

             

            “นายชื่อหลิวจือเซียไม่ใช่หรือ ? ” เธอพูดขึ้น “ถ้านายเดาชื่อฉันได้บางทีอาจจะมีเรื่องน่าแปลกใจรอนายอยู่ ! ”

             

            “หืม ? ” หลิวจือเซียส่ายหน้า “ช่างเถอะเรื่องแปลกใจน่ะเอาไว้ให้กับคนที่ต้องการมันดีกว่า ! ”

             

            หลังจากที่พูดจบหลิวจือเซียก็ได้จูงมือเยว่เยว่เดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง

             

            “ตาบ้านี่ ! ” เมื่อเห็นว่าหลิวจือเซียเดินออกไปเธอก็กัดฟันด้วยความไม่พอใจ สีหน้าเธอตอนนี้ราวกับจะกินหลิวจือเซียทั้งเป็น

             

            “ฉีฉี เธอมาที่นี่ทำไม ? ” ในตอนนั้นเสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา จากนั้นก็มีผู้หญิงวัยกลางคนใส่ส้นสูง แต่งตัวดีและหน้าตาดูธรรมดาเดินเข้ามา

             

            “พี่หลี่” เมื่อเห็นอีกฝ่าย สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป“มีอะไรหรือ ? ”

             

            “ฉีฉี เธอเลิกเดินไปเดินมารอบ ๆ ได้หรือเปล่า ? ”พี่หลี่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกและพูดขึ้น “ฉันคิดว่าเธอหลงทางอีกแล้วซะอีกเธอทำฉันกังวลแทบตาย “

             

            “โหพี่หลี่ ครั้งที่แล้วน่ะไม่นับหรอก”ฉีฉีกระทืบเท้าและพูดขึ้นมา “นอกจากนี้ ครั้งที่แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรไม่ใช่หรือไง? ”

             

            “เธอก็พูดแต่แบบนี้...” พี่หลี่อยากจะต่อว่าฉีฉีต่อแต่อยู่ ๆก็นึกบางอย่างออก “มองฉันนี่ เธอน่ะพูดขัดจังหวะทำให้ฉันลืมไปเลย  ตามฉันมาซะดี ๆ ”

             

            พี่หลี่พูดจบก็ลากฉีฉีวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสาม

             

            “พี่หลี่ มีเรื่องอะไรกัน ? ” ฉีฉีแสดงสีหน้าสับสนออกมา

             

            “หวงเหลามาที่นี่ ! ” พี่หลี่พูดขึ้นด้วยท่าทีร้อนใจ“การแสดงในวันนี้จุกจิกชะมัด วันนี้คือวันครบรอบปีที่ 13 ในการก่อตั้งสาขาการแสดงวิทยาลัยได้ทำการเชิญหวงเหลามาดูการแสดงด้วยตัวเองอีกด้วย”

             

            เมื่อมาถึงชั้นสาม พี่หลี่ก็หอบหายใจและพูดขึ้น“ฉันขอบอกเธอเอาไว้ก่อนว่าหวงเหลาเป็นอธิบดีคนเก่าของวิทยาลัยฮัวเซียแห่งนี้เขามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีดาราชั้นนำหลายคนที่เป็นศิษย์ของเขาวันนี้เธอโชคดีมาก ในฐานะสปอนเซอร์แล้ว หวงเหลาจึงอยากพบเธอด้วย !หลังจากนี้เธอทำตัวดี ๆ เข้าไว้ล่ะ อย่าทำให้ฉันผิดหวังเด็ดขาด ! ”

             

            ‘สปอนเซอร์ ? ’

             

            ใช่ หญิงสาวคนนี้คือหลิวฉีฉี เป็นสปอนเซอร์ของการแสดงครั้งนี้เธอคือหนึ่งในนักร้องชั้นนำของเฉิงกวงมีเดีย !

             

            “พี่หวงก็มาที่นี่ด้วยหรือ ? ” หลิวฉีฉีถอดแว่นตาออกและพูดขึ้นด้วยท่าทีกังวล“ไม่ใช่หวงปิงคุนหรอกหรือ แต่เป็นหวงเหลางั้นหรือ ? ”

             

            “เธอคิดว่าไงล่ะ ? ” พี่หลี่กรอกตาใส่ “เอาล่ะฉันจะเคาะประตูแล้วนะ ! ”

             

            ............................

             

            เมื่อหลิวจือเซียจูงมือเยว่เยว่เดินมาที่หลังเวที ก็มีคนที่เตรียมทำการแสดงอยู่หลายคนที่นั่น

             

            หลิวจือเซียเดินไปข้างหน้าพร้อมกับจูงมือเยว่เยว่ไปด้วย อยู่ ๆเยว่เยว่ก็ชี้ไปที่ทางเดินไม่ไกลนักและตะโกนออกมา “คุณพ่อ พ่อดูสิลุงซ่งกับลุงอ้วน ! ”

             

            ช่วงนี้หลิวจือเซียออกบ้านตั้งแต่ 7.30 น.และกลับบ้านตอน 6โมงเย็น ดังนั้นเขาจึงไม่เจอกับพวกซ่งจิงจ้านมาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว

             

            ซ่งจิงจ้านและอีกสองคนดีกับเยว่เยว่มากไม่ว่าอะไรที่อร่อยหรือของเล่นก็มักจะซื้อมาให้กับเยว่เยว่แถมยังเล่นเกมกับเธออีกด้วย เยว่เยว่จึงชอบทั้งสามคนอย่างมากเมื่อไม่ได้เจอกันกว่า 1 อาทิตย์ มันจึงไม่แปลกที่เธอจะคิดถึงพวกเขา

             

            หลิวจือเซียมองไปที่ทางเดินอีกด้านที่นั่นมีคนกลุ่มใหญ่ซึ่งมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงยืนอยู่

             

            เยว่เยว่ตะโกนออกไปและวิ่งไปหาชายตัวอ้วนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางตื่นเต้นดังนั้นหลิวจือเซียจึงได้แต่เดินตามไปด้วยเท่านั้น

             

            และที่ตรงนั้น ตอนนี้มีคนสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากันอยู่

             

            กลุ่มหนึ่งมี 7 คน ซึ่งก็คือซ่งจิงจ้าน ซู่ปางจือและไป่เหลียนเฉิง ด้านหลังพวกเขาคือสาวสี่คนที่ใส่ชุดกี่เพ้าสีดำ

             

            อีกฝ่ายเป็นผู้ชาย 4 คนอายุประมาณ 20 ปีทุกคนใส่ชุดแบบพังค์ดูเหมือนพวกเล่นดนตรีร็อค

             

            คนพวกนี้หลิวจือเซียไม่รู้จัก

             

            หลังจากที่คิดดูสักพักแล้วเขาก็สะกิดคนข้าง ๆ แล้วถามขึ้นมา “เพื่อน เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ? ”

             

            ชายคนนั้นแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมา เขาพูดขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง“นายรู้จักจางหนิงไหม ? เขารังแกคนอีกแล้ว ! ”

             

            “จางหนิง ? ” หลิวจือเซียอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะลองคิดดู

             

            ชายที่ชื่อ จางหนิงนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในสาขาการแสดงเพราะพี่เขยของเขา เฉินลั่วคือเจ้าของฮัวเยว่มีเดีย และเพราะพี่เขยของเขาจึงทำให้จางหนิงได้เซ็นสัญญากับฮัวเยว่มีเดีย

             

            ฮัวเยว่มีเดียคือบริษัทชั้นสองในวงการบันเทิงส่วนมากแล้วจะมีแต่ศิลปินระดับ 2 และ 3

             

            หลังจากที่ทำสัญญาแล้วจางหนิงก็ได้รับทรัพยากรในการพัฒนาตัวเองจากบริษัท เขาเข้าวงการมากว่า 2 ปีแล้วตอนนี้เขาถือว่าเป็นศิลปินระดับ 4

             

            แต่เขามีนิสัยเพล์บอยเขามักจะไปนอนกับแฟนคลับไม่ก็มีอะไรกับดาราผู้หญิงที่ไม่ค่อยดัง…สรุปคือข่าวลือแย่ ๆ ของเขาน่ะดังไปทั่ว

             

            สำหรับซ่งจิงจ้านแล้ว พวกเขา... ช่างเถอะ แค่เข้าไปถามดูก็พอ

             

            “พี่ใหญ่ พี่ไป่ เจ้าอ้วน ! ”หลิวจือเซียจูงมือเยว่เยว่เดินเข้าไปและทักทายทั้งสามคน

             

            “น้องสาม นายมาแล้ว ! ” เมื่อเห็นหลิวจือเซียซ่งจิงจ้านและคนอื่น ๆ ต่างก็พากันยิ้มออกมา

             

            ซู่ปางจือยื่นมือออกมาจับมือเยว่เยว่ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอด“เยว่เยว่ของเราก็มาด้วย ! ”

             

            “สวัสดีค่ะลุงซู่” เยวเยว่ยอมให้ซู่ปางจืออุ้มแต่โดยดี“สวัสดีค่ะลุงซ่ง สวัสดีค่ะลุงไป่”

             

            “น่ารักจริง ๆ ! ” ซ่งจิงจ้านและคนอื่น ๆ พากันหัวเราะออกมา

             

            “พี่ใหญ่ มีเรื่องอะไรกัน ? ” หลิวจือเซียถามขึ้น

             

            “มีคนรังแกพี่สะใภ้ ! ”ไป่เหลียนเฉิงดึงหวางหยิงหยิงเข้ามาและพูดขึ้น “นี่คือพี่สะใภ้นาย หวางหยิงหยิง !”

             

            “สวัสดีพี่สะใภ้ ! ” หลิวจือเซียอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นมา

             

            “สวัสดี ! ” หวางหยิงหยิงหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย

             

            “หยิงหยิง บอกน้องสามไปสิว่าเกิดอะไรขึ้น ! ” ไป่เหลียนเฉิงเหมือนจะระเบิดแล้ว

             

            “อืม”หวางหยิงหยิงพยักหน้าและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้หลิวจือเซียฟัง

             

            เรื่องก็คือว่า จางหนิงคอยตามจีบหวางหยิงหยิงแต่กลับโดนหวางหยิงหยิงปฏิเสธมาตลอด

             

            แต่จางหนิงไม่ยอม เขาจึงเริ่มก่อกวนหวางหยิงหยิงหลังจากนั้นไป่เหลียนเฉิงและหวังหยิงหยิงก็เริ่มคบหากันทำให้จางหนิงหยุดสร้างปัญหาไปได้ 2-3 วัน

             

            แต่เมื่อจางหนิงรู้ว่าหวางหยิงหยิงเข้าร่วมการแสดงนี้เขาจึงมาที่นี่เพื่อก่อกวนเธออีกครั้ง

             

            ส่วนหวางหยิงหยิงที่ไม่อาจจะหนีไปไหนได้ก็โดนคนพวกนี้ขวางเอาไว้

             

            โชคดีที่ซ่งจิงจ้านมาทัน ดังนั้นจึงยังไม่ทันได้เกิดปัญหาขึ้น

             

            .......................

             

            “หยิงหยิง ฉันจริงใจกับเธอนะ ! ”จางหนิงคนที่ยืนอยู่หน้าสุดพูดขึ้น “ไอ้หน้าขาวนี่มันมีดีอะไร ?พี่เขยฉันเป็นถึงประธานฮัวเยว่มีเดีย ถ้าเธออยู่กับฉัน เธอจะได้เป็นศิลปินของฮัวเยว่มีเดียด้วย! ”

             

            “ฮัวเยว่มีเดียคือบริษัทชั้นนำในเขตจิงฮัวเชียวนะ ! ”

             

            “พวกเขาบอกกันว่าจางหนิงมีคนหนุนหลังไม่คิดเลยว่าประธานของฮัวเยว่มีเดียจะเป็นพี่เขยเขา”

             

            “แล้วเธอจะลังเลอะไรอีก ? ถ้าเป็นฉันนะฉันยอมตกลงไปตั้งแต่แรกแล้ว ! ”

             

            เมื่อได้ยินคำพูดของจางหนิง นักศึกษาที่อยู่รอบ ๆก็พากันพึมพำออกมา สายตาของคนพวกนั้นมองไปที่จางหนิงด้วยความอิจฉา

             

            มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่อิจฉา นี่ไม่ต้องพูดถึงวิทยาลัยอื่นเลยทุกปีจะมีนักศึกษาจบจากที่นี่มากกว่า 600 คนมันถือว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์แล้วที่นักเรียน 1 ใน 10 จะได้เซ็นสัญญากับบริษัทพวกนี้

             

            เมื่อจางหนิงกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคน เขาก็รู้สึกพอใจอย่างมากเขายิ้มออกมาที่มุมปากและยืดอกขึ้นด้วยความภูมิใจ “ว่าไง หยิงหยิงเธอจะไปกับฉันหรือเปล่า ? ”

             

            “จางหนิง ฉันบอกไปชัดแล้วนะ”หวางหยิงหยิงหน้าแดงขึ้นมาเพราะความโกรธ “ฉันไม่คบกับนายหรอก !ยิ่งกว่านั้นแฟนของฉันก็คือเหลียนเฉิง นายอย่ามายุ่งกับฉันอีก ! ”

             

            “หยิงหยิง อย่าดื้อไปหน่อยเลยน่า ! ”จางหนิงเหมือนจะได้ใจมากขึ้น “ไอ้เหลียนเฉิงนี่ฉันตรวจสอบมาแล้วตระกูลเขาทำสวนลูกแพร์ เขาไม่ได้มีดีอะไร ก็แค่นักแสดงงิ้วถึงเธออยู่กับเขาไปก็ไม่มีอะไรดีหรอก”

             

            “เฮ้ย เกินไปแล้ว นายไม่พูดเกินไปหน่อยหรือไง ? ”

             

            “ใช่ ถึงยังไงมันก็เป็นวัฒนธรรมของเรา”

             

            เพราะมีคนหนุนหลัง จางหนิงถึงได้กล้าพูดแบบนี้ออกมา

             

            ผู้คนรอบ ๆ อดทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป พวกเขาจึงพากันตะโกนออกมาตอนแรกพวกเขาก็อิจฉาจางหนิงอยู่ แต่ตอนนี้จางหนิงกำลังดูถูกวัฒนธรรมของพวกเขา

             

            มันเกินกว่าจะรับได้ !

             

            หลังจากที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดตอนแรกหลิวจือเซียที่ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ เขาคิดว่าจะปล่อยให้พวกนี้จัดการปัญหาของตัวเองไปแต่ยิ่งไม่สนใจเท่าไหร่ จางหนิงก็พูดได้ใจมากขึ้นเรื่อย ๆสุดท้ายถึงกับดูถูกวัฒนธรรมจีน ในฐานะคนจีนแล้ว พวกเขาไม่อาจจะรับไหวจริง ๆ !

             

            “ไอ้แซ่หยาง แกจะพูดอะไรก็พูดไป แต่อย่าดูถูกอาชีพของคนอื่น ! ”หลิวจือเซียก้าวออกมา “แกก็เป็นนักแสดง พี่ไป่ก็เป็นนักแสดงแกมีสิทธิ์อะไรมาดูถูกเขา ? ”

             

            นักแสดง ?

             

            หลิวจือเซียสวมหมวกอยู่จางหนิงจึงไม่เห็นหน้าตาของหลิวจือเซียชัดนัก เขาฮึดฮัดออกมาแล้วพูดขึ้น“อย่าเอาเขามาเทียบกับฉันเลย ฉันน่ะเป็นดาราไปแล้ว เขาน่ะเป็นอะไร ?อย่างมากก็แค่นักแสดงระดับ 2 ! ”

             

            “ถ้าไม่มีพี่เขยของแก แกคงไม่มีปัญญาเป็นนักแสดงระดับ 2 ด้วยซ้ำ! ” หลิวจือเซียเถียงกลับ“แกคิดว่าแกจะมีความสามารถขึ้นมาเพราะการดูถูกคนอื่นหรือไง ? ”

             

            “งั้นหรือ ? ” จางหนิงยิ้มออกมา “ก็ได้!เมื่อแกบอกว่าเขามีความสามารถ งั้นไอ้หน้าขาว แกกล้ามาแข่งกับฉันมั้ย ? ”

             

            “แข่งอะไร ? ” หลิวจือเซียฮึดฮัดออกมา“อย่าบอกนะว่าจะแข่งเรื่องคนหนุนหลัง ? ถ้าแบบนั้นก็อย่าพูดเลยดีกว่า ! ”