[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

192 ยื่นข้อเสนอเต็มที่

“หนูขอร่วมฟังข้อเสนอด้วยคนนะคะ”


ผู้เป็นพ่อมองไปยังลูกสาวที่เข้ามาในห้องรับแขก เมื่อรู้ว่าแอนเดอร์สันเป็นคนเรียกโซเดียร์เขาจึงให้พ่อบ้านจัดเตรียมเก้าอี้อีกตัว


“ผมขอเป็นคนแรกนะครับพอดีต้องเดินทางไปยังตระกูลเกรย์และเวสวู้ด รวมไปถึงตระกูลโทรฟ่า จากนั้นก็เดินทางไปล่ารอเวลาสามเดือน  หวังว่าทุกคนจะไม่มีปัญหานะ”


แอนเดอร์สันกวาดตามองไปยังตัวแทนของพี่ชายทั้ง 4 พวกเขาทำเพียงนั่งนิ่งไม่ไหวติง ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ แอนเดอร์สันจึงฉีกยิ้มส่งไปให้ผู้นำตระกูลไลท์สเปียร์พร้อมกับแนะนำชื่อพลางมองไปยังโซเดียร์เพื่อพูดข้อเสนอกับเธอ


“ในวันที่ 1 มกราคมจะเป็นสงครามครั้งสุดท้าย เธอจะมาอยู่กับฉันไหม”


“ตระกูลไลท์สเปียร์ของเราจะไม่เลือกฝ่าย”


“ฉันต้องใช้ไม้ตายแล้วสินะ เอาล่ะนี่คือสิ่งฉันมอบให้ได้เพราะฉันรู้ว่าสุดท้ายตระกูลไลท์สเปียร์ก็จะถูกบีบบังคับให้เลือกฝ่าย” กระดาษถูกสร้างขึ้นมาจากมานา มันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเลียนแบบได้เพราะแอนเดอร์สันเป็นผู้สร้าง  ทันทีที่แอนเดอร์สันยื่นกระดาษให้กับโซเดียร์ผู้นำตระกูลถึงกลับอึ้งเมื่อได้ยินสิ่งที่แอนเดอร์สันพูด


“ธุรกิจที่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ดูแล เธอสามารถเลือกได้ 1 อย่าง หลังจากเลือกตระกูลไลท์สเปียร์จะกลายเป็นผู้ถือหุ้น 50 % ร่วมกับฉัน ส่วนนี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่ฉันจะมอบให้ หากเธอยอมรับข้อเสนอ”


แอนเดอร์สันนำดาบระดับ 10 ออกมาปักเอาไว้กลางโต๊ะจนพังเสียหาย ทุกคนที่สัมผัสได้ว่าสิ่งนี้เป็นอาวุธระดับ 10 ถึงขั้นตกใจที่แอนเดอร์สันกล้ามอบสิ่งนี้ในการยื่นข้อเสนอ


“แต่ถ้าเธอไม่ได้เลือกฉันไม่เป็นไร ขอเพียงอย่างเดียวอย่าหยิบดาบนี้ขึ้นมา ต้องขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ ผมรีบจริงๆเวลาไม่คอยท่า”


แอนเดอร์สันโค้งหัวคำนับผู้นำตระกูลไลท์สเปียร์พลางยิ้มให้กับโซเดียร์แล้วเดินจากไป  ก่อนจากเขาได้ใช้คำอวยพรของภูติร่วมกับเวทย์รักษาร่ายไปทั่วตระกูลไลท์สเปียส์จนทำให้ผู้ที่กำลังบาดเจ็บลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ใครก็ตามที่เจ็บป่วยจากคำสาปหรือยาพิษล้วนแล้วได้รับการชำระล้างจากฉายาผู้ล้างบาปของแอนเดอร์สัน


“ของขวัญอีกชิ้นจากจ้าวแห่งภูติ ผมไปล่ะ”


ทุกคนมองตามหลังแอนเดอร์สันก่อนที่เขาจะหายไปอย่างรวดเร็วไม่สามารถตรวจจับได้อีก ทันทีที่ผู้นำตระกูลไลท์สเปียร์รับรู้ได้ว่าพวกเขาได้รับการอวยพรจากภูติจึงรีบวิ่งไปดูภรรยาในทันทีก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นภรรยาที่นอนติดเตียงมาเป็นเวลานานกำลังพยายามลุกขึ้นยืน


“คุณ เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น มันทำให้ฉันอยากลุกขึ้นยืน”


“ภูติ มีผู้ที่ได้รับพลังของภูติใช้เวทย์แสงชำระล้างและเวทย์รักษาให้กับตระกูลของเรา แต่เขา…”


เรื่องราวของแอนเดอร์สันถูกพูดถึง ผู้นำตระกูลยิ่งไม่อยากเข้าร่วมสงครามเพราะกลัวว่าภรรยาที่ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งจะสูญเสียสิ่งสำคัญอย่างพวกเขาที่เข้าร่วมสงครามอีกครั้ง โซเดียร์ที่รู้ว่าแม่ลุกยืนขึ้นได้นี้เองนั้นเธอจึงรีบกลับไปหาตัวแทนของนายน้อยทั้ง 4 เพื่อฟังข้อเสนอให้จบตามมารยาท


—------------------


“ฮันน่าอยู่บ้านไหมครับ!”


แอนเดอร์สันกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจนพ่อบ้านมองด้วยความรู้สึกสะพรึงกลัว ด้วยใบหน้าที่ใครต่างก็รู้จักทำให้เขารู้สึกไม่อยากต้อนรับชายคนนี้ที่เดินทางมายังหน้าบ้านตระกูลเกรย์


“นายน้อย 11 คุณได้นัดไว้ไหมครับ”


“ไม่ล่ะ ผมแค่เพื่อนคนหนึ่งที่แวะมาหาก่อนจะเดินทางไกล อยากจะเจอเธอสักครั้ง”


“ให้เขาเข้ามา” เสียงส่งผ่านเวทย์ดังมาจากภายในบ้าน พ่อบ้านจึงพาแอนเดอร์สันเดินไปยังสวนดอกไม้ที่ฮันน่าเป็นคนปลูก


“สวัสดี เราเจอกันอีกแล้วนะ มาปลูกดอกไม้ที่นี่ตลอดเลยเหรอ”


“ใช่ เป็นเพราะนายทำให้ทุกคนเข้าใจฉันผิดไป ฉันจึงต้องปลูกต้นไม้ที่นี่รอสงครามครั้งสุดท้าย”


“แล้วตระกูลเกรย์และตระกูลเวสวู้ดไม่คิดจะเลือกฝ่ายใหม่อย่างนั้นเหรอ”


แอนเดอร์สันพูดด้วยรอยยิ้มพลางดีดนิ้วเสียงดัง ทันทีที่พลังเวทย์ของเขากระจายไปทั่วสวนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง ดอกไม้ทั้งหมดก็เริ่มปลดปล่อยมานาออกมาจนทำให้สวนดอกไม้แห่งนี้สดชื่นกว่าเดิม ภูติน้อยทั้งสองที่ชอบดอกไม้เป็นทุนเดิมจึงบินเที่ยวเล่นด้วยความสนุนสนาน


“พวกเราไม่สามารถเลือกใหม่ได้”


“เธอคิดจริงๆเหรอว่าพี่ 1 จะพาทุกคนชนะได้” แอนเดอร์สันมองจ้องภูติทั้งสองกำลังบินเล่น ระหว่างนี้เองเขาก็ได้ดีดนิ้วอีกครั้งส่งผลให้มานาบริสุทธิ์ผุดออกมาจากดอกไม้จนเกิดเป็นกลุ่มแสงคล้ายกับหิ่งห้อยลอยเต็มสวน


“เธอก็ไม่แน่ใจสินะกับการเลือกในครั้งนี้ เอาเป็นว่ามาอยู่กับฉันไหม ฉันไม่เล่นลิ้นเหมือนพี่ชายฉันหรอก”


กระดาษที่เกิดจากพลังของภูติปรากฎในมือของแอนเดอร์สันก่อนที่เขาจะยื่นมันให้ฮันน่าได้พิจารณา


“กระดาษนี้ เธอสามารถเขียนสิ่งที่ต้องการได้ 2 ข้อสำหรับตระกูลทั้งสองของเธอ ส่วนกำลังของตระกูลเกรย์และเวสวู้ดที่ฉันต้องการ เธอพอใจจะช่วยแค่ไหนก็แค่นั้น คาดหวังกับฉันมากแค่ไหนก็ให้ฉันแค่นั้น”


ฮันน่ามองกระดาษในมือของเธอพลางมองไปยังแอนเดอร์สันด้วยความคิดอันหลากหลาย ตั้งแต่เธอถูกปลดจากเลขาจนต้องอยู่บ้าน เธอได้ทำการติดตามข้อมูลนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ทุกๆคนจนทำให้เห็นหลายอย่างที่สามารถพลิกผันได้มากมาย แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจที่จะเปลี่ยนฝ่ายในตอนนี้ ถึงอย่างนั้นเธอต้องเลือกเพราะตอนนี้ข่าวของแอนเดอร์สันเล็งนายน้อย 1 ถูกกระจายออกไปไกลแล้ว ยิ่งเป็นข่าวที่แอนเดอร์สันจัดการกับเหล่าพี่ชายยิ่งทำให้เธอชั่งใจ แต่ไม่กล้าตัดสินใจเพราะแอนเดอร์สันไม่ได้แสดงกลุ่มอำนาจของเขาให้ใครเห็นเลย จึงทำให้เธอกลัวว่าจะเลือกผิด


“ฉัน”


“อย่าพึ่ง ฉันไม่ได้ต้องการคำตอบในวันนี้ อย่าพึ่งปฎิเสธ ฉันมีเวลาให้เธอได้คิดจนกว่าสงครามครั้งสุดท้ายจะมาถึง”


“แล้วนายจะเอาอะไรมาค้ำประกันให้ฉันเชื่อ ตอนนี้นายไม่มีใครหนุนหลังเลยสักนิด”


แอนเดอร์สันทำเพียงหันไปยิ้มให้กับฮันน่า รอยยิ้มของเขาเพียงรอยยิ้มนี้สามารถตอบคำถามที่ค้างคาใจเกี่ยวกับกองกำลังที่หนุนหลังได้ทุกอย่าง ถึงมันจะไม่มาก คุณภาพกลับมีมากพอจะทำสงครามกับพี่ชาย


“หวังว่าวันนั้นมาถึง เธอจะเลือกมาอยู่กับฉันนะ เอาล่ะฉันไปหาตระกูลไลท์สเปียร์มาแล้ว กำลังจะไปตระกูลโทรฟ่าต่อ ขอให้โชคดี”


“ฉันหวังเช่นเดียวกันว่านายจะทำตามที่ฉันหวังได้”


“แน่นอน เมื่อสงครามมาถึงเธอจะได้รู้เอง แต่ขอบอกก่อนว่าครั้งนี้ฉันไม่มีแผนจะเล่นงานเธอเพื่อให้พี่ 1 เข้าใจผิดหรอกนะ การที่ฉันยื่นข้อเสนอให้เธอมาอยู่กับฉันก็เพราะต้องการให้มาอยู่ด้วยกันจริงๆ ไม่ได้คิดจะทำลายกองกำลังของพี่ 1 แต่อย่างใด”


แอนเดอร์สันกวักมือเรียกภูติน้อยทั้งสองก่อนจะร่ายเวทย์ไปทั่วบ้านตระกูลเกรย์เช่นเดิม มันเป็นของขวัญในการพบกัน หลังจากแอนเดอร์สันบินจากไปด้วยความรวดเร็วแล้วนั้น ฮันน่าได้มองจ้องไปยังกระดาษภายในมือ มันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อตระกูลทั้งสองของเธอมาก เพียงแค่เขียนสิ่งที่ต้องการก็จะได้เข้าร่วมกับตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถึง 50 % แม้ข้อจำกัดมันจะมีเพียง 1 อย่างเท่านั้น ข้อจำกัดที่ว่ามันกลับยากนั่นก็เพราะแอนเดอร์สันจะต้องชนะสงคราม ข้อเสนอนี้จึงจะเริ่มต้นขึ้น


“เขามาทำอะไรอย่างนั้นเหรอ”


“พ่อคะ เขามายื่นข้อเสนอ”


“แล้วลูกคิดว่าไง”


“ครั้งนี้เขาพูดจริงค่ะ เพียงแต่ว่าหนูไม่มั่นใจว่าเขาจะชนะเพราะไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับกองกำลังที่หนุนหลังเขาเลย นอกจากตระกูลเฟียร์แล้วไม่มีใครอีกเลยนอกจากนี้”


“เขาให้เวลาคิดกี่วันล่ะ”


“จนกว่าสงครามจะเกิด”


“งั้นก็เคลื่อนไหวพร้อมกับตระกูลที่เขาบอกชื่อมาสิ ดูเหมือนเขาจะให้ทางเลือกลูกถึงช่วงที่ตระกูลใหญ่เคลื่อนไหวเลยนะ”


“ค่ะ หนูจะลองคิดให้ดี ”


—------------------------


“ดูแตกต่างจากตระกูลหลักอื่นๆแฮะ”


แอนเดอร์สันมองไปยังบ้านตระกูลโทรฟ่า หนึ่งในตระหลักและเป็นอันดับ 2 ของตระกูลที่ทรงอำนาจภายในสหพันธ์โคเวียรองลงมาจากตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ แอนเดอร์สันที่มองเข้าไปในบ้านตระกูลโทรฟ่าเขาก็พบว่าที่นี่ถูกออกแบบให้เป็นเหมือนค่ายฝึก โดยเน้นสิ่งก่อสร้างไปที่พื้นที่ฝึกซ้อมเป็นส่วนใหญ่ ทันทีที่พ่อบ้านเชิญแอนเดอร์สันเข้าไปในบ้าน เขาก็ได้กวาดตามองดูคนในตระกูลโทรฟ่าฝึกซ้อม


“นี่มัน พวกเขาจะทำให้ตัวเองเป็นตระกูลที่ไอคิวสูงที่สุดหรือยังไงกัน”


แอนเดอร์สันมองไปยังหมากกระดานขนาดใหญ่ บนหมากกระดานมากมายรอบข้างทางเดินเข้าไปในบ้านมีทหารถูกส่งลงไปแทนตัวหมาก นอกจากพวกเขาจะฝึกพละกำลังแล้วยังฝึกหัวคิดในการวางแผนอีกด้วยว่าจะทำอย่างไรให้หมากตัวนั้นชนะ และที่น่าตกใจมากที่สุดสำหรับแอนเดอร์สันคือเด็กในตระกูลโทรฟ่ากำลังนั่งเล่นหมากรุกพร้อมกัน 2 กระดานและมากกว่านั้น ใครที่พักพวกเขาจะใช้เวลาอ่านหนังสือสงคราม เมื่อรู้ว่าตระกูลนี้ทุ่มกำลังไปที่การฝึกสมองอย่างหนักเขาถึงขั้นถอนหายใจไม่คิดว่าตระกูลโทรฟ่าจะเน้นหนักไปด้านการฝึกทุกคนให้เชี่ยวชาญการวางแผนมากขนาดนี้


“ถึงแล้วครับ กระผมขอตัวก่อน” พ่อบ้านเดินจากไปปล่อยให้แอนเดอร์สันมองจ้องไปยังเวียร์น่าที่กำลังนั่งเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์จำนวน 10 จอด้วยกัน บนหน้าจอที่เขามองเห็นนั้นมีทหารมากมายกำลังจำลองการต่อสู้ ทำให้เขารู้ว่าตอนนี้เธอกำลังต่อสู้กับคอมพิวเตอร์เพื่อเอาชนะในเกมการแข่งขัน  มันกลับเป็นการแข่งที่บ้ามากเพราะเธอกำลังใช้สมองควบคุมกองทัพทั้ง 10 ของเธอที่อยู่คนละเกม

 

“เวียร์น่า ฮัลโหล ได้ยินหรือเปล่า”


“ได้ยิน มีอะไรก็พูดมา”


“เย็นชาจังนะ ฉันอุส่ามาหาทั้งทีไม่พูดกันสักหน่อยเหรอ”


“ก็กำลังพูดอยู่นี่ไง เล่ามานายอยากเสนออะไรเพราะเมื่อคืนพี่ชายของนายผลัดกันเข้าออกตระกูลฉันด้วยตัวเอง”


“ฉันจะไม่ถามถึงข้อเสนอที่เธอได้รับจากพวกเขาก็แล้วกัน เอาล่ะในเมื่อเธอเป็นคนจากตระกูลเสาหลักฉันมีข้อเสนอพิเศษให้ สิ่งนี้คือกระดาษภูติ เธอจะขออะไรก็ได้จากฉัน 2 อย่าง ข้อจำกัดของมันคือต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ถ้าเธอเขียนลงไปตระกูลโทรฟ่าจะมีสิทธิในหุ้น 50 %”


“มีอะไรอีก พี่ชายนายให้มากกว่านี้นะ”


“ฝันไปเหอะที่พี่ชายสับปลับพวกนั้นจะให้มากกว่านี้” แอนเดอร์สันพูดพลางยิ้ม เวียร์น่าที่รู้ว่าเธอหลอกแอนเดอร์สันไม่ได้จึงหยุดเกมแล้วหันมาพูดคุยกัน


“นายมีอะไรอยากให้ฉันเป็นพิเศษไหม อะไรก็ได้ที่แตกต่างและอยากให้ฉันไปเข้าร่วมกับนาย”


“ก็คงมีเพียงแค่เสนอเมื่อครู่แหละ แต่ถ้าตระกูลโทรฟ่าไม่เห็นด้วยฉันก็มีข้อเสนอให้เฉพาะเธอคนเดียวเท่านั้น”


“หืม ฉันสำคัญขนาดนั้น”


“ใช่ไง ฉันไม่ว่างมานั่งวางแผนการรบเองหรอกนะ คาดว่าถ้าสงครามเกิดขึ้นฉันน่าจะอยู่แนวหน้าตลอด เธอจึงจำเป็นกับฉันมากไง”


“ถ้าอย่างนั้นค่าตัวของฉันก็สูงมากๆเลยรู้ไหม ว่าแต่นายคงมีกองกำลังของตัวเองแล้วสินะถึงได้มาขอให้ฉันเข้าร่วมส่วนตัวแบบนี้”


“ใช่ อยู่ที่เธอแล้วล่ะว่าจะไปไหม ข้อเสนอ 2 ข้อแลกกับการช่วยเหลือจากตระกูลโทรฟ่า หรือถ้าตระกูลไม่พอใจ ขอแลกเปลี่ยนเป็นเธอกับข้อเสนอ 1 อย่างก็ได้”


เวียร์น่ามองไปยังข้อเสนอของแอนเดอร์สัน หากเธอนำตระกูลเข้าร่วมจะได้รับข้อเสนอเต็มๆถึง 2 อย่าง แต่ถ้าหากตระกูลของเธอใช้แผนการส่งเธอไปกับแอนเดอร์สัน แล้วนำตระกูลไปร่วมกับพี่คนที่มีโอกาสจะชนะสูง แบบนี้ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงและทำให้พวกเขามีโอกาสมากกว่าตระกูลอื่นที่จะได้ครอบครองผลประโยชน์จากสงครามครั้งนี้ 


หากนายน้อยที่ตระกูลโทรฟ่าเข้าร่วมชนะพวกเขาก็ได้ประโยชน์มากมาย หากว่านายน้อยที่เลือกพ่ายแพ้แต่แอนเดอร์สันเป็นฝ่ายชนะ เวียร์น่าก็ยังสามารถเก็บผลประโยชน์กลับมาให้ตระกูลได้เช่นเดียวกัน ถึงอย่างนั้นพวกเธอก็ต้องการเส้นทางที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ผิดใจกับนายน้อยที่เลือก


“เวลาในการตัดสินใจมากน้อยแค่ไหน”


“จนกว่าสงครามจะเริ่มต้นขึ้น”


“ถ้าอย่างนั้นใกล้วันเราจะติดต่อไป  ถ้าบอกตอนนี้มันจะทำให้นายน้อยคนอื่นๆเล่นงานเราได้ หากเราไม่เลือกพวกเขาหรือเลือกนาย”


“โอเค หวังว่าวันนั้นมาถึงฉันจะเจอเธอนะ”


“หวังไปก่อนก็แล้วกัน” เวียร์น่าฉีกยิ้มส่งแอนเดอร์สันกระทั่งเขาหายไปจากบ้านเธอก็เริ่มมองจ้องกระดาษในมือพลางชั่งใจเกี่ยวกับข้อเสนอของนายน้อยแต่ละคน