มารสยบฟ้า

    บทที่ 37 : ฝึกซ้อม

    เมื่อหน่วยลาดตระเวนของเมืองตะวันดับมาถึง กลุ่มของชายชุดดำก็พาได้กันหลบหนีหายไปหมดแล้ว พวกเขาทำได้เพียงแค่สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะส่งคนออกแกะรอยเพื่อไล่ล่ากลุ่มของชายชุดดำ

     

    หน่วยลาดตระเวนส่วนหนึ่งได้มาส่งทุกคนถึงหน้าตระกูลปิง “ตอนนี้พวกเราได้ส่งคนออกไล่ติดตามกลุ่มชายชุดดำที่พวกท่านบอกแล้ว แต่ด้วยระดับพลังของอีกฝ่าย เกรงว่าพวกข้าจะไม่อาจจับตัวพวกนั้นได้”

     

    หัวหน้าชายชุดดำมีระดับพลังปราณสูงถึงปานนั้น ปิงหยวนจึงไม่ได้คาดหวัง ว่าหน่วยลาดตระเวนจะตามจับตัวอีกฝ่ายกลับมาได้ “ปิงมู่ เจ้าไปตามสืบเรื่องราวของชายชุดดำพวกนี้ให้ข้าที ข้าอยากรู้ว่าพวกมันเป็นใคร จงระวังตัวด้วย”

     

    “ข้าจะสืบมาให้ได้” ปิงมู่พยักหน้า ตัวเขาเองก็อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าอีกฝ่ายเป็นใคร และมีจุดประสงค์อะไรถึงเข้ามาสร้างความวุ่นวายในเมืองตะวันดับ

     

    ปิงหยวนหันกลับมาหาโม่เฟิงด้วยสีหน้าขอบคุณ “ตระกูลปิงเป็นหนี้เจ้าเพิ่มอีกแล้ว!”

     

    โม่เฟิงส่ายหน้า “ท่านปิงหยวน พวกนั้นหมายตากระถางหลอมโทสะที่ข้าประมูลมาได้ เป็นข้าเสียอีกที่ต้องเอ่ยขอบคุณพวกท่านทั้งสอง”

     

    ปิงหยวนมองเห็นใบหน้าซีดเซียวของโม่เฟิงจึงสั่งให้ปิงหยุนพาโม่เฟิงกลับไปพักผ่อนที่ห้อง

     

    โม่เฟิงใช้ยันต์อสรพิษเขี้ยวสายฟ้า ถึงจะไม่อาจดึงประสิทธิภาพของยันต์ระดับสองขั้นสูงออกมาใช้ได้เต็มร้อย แต่มันก็ได้สูบพลังลมปราณของโม่เฟิงออกไปจนหมด ทำให้ตอนนี้ ใบหน้าของโม่เฟิงดูซีดเซียว ปิงหยุนและตงห่าวจึงต้องช่วยกันประคองร่างของโม่เฟิงกลับไปพักที่ห้อง

     

    ค่ำคืนนั้นโม่เฟิงผลอยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ตื่นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงเย็นของอีกวันหนึ่งแล้ว

     

    โม่เฟิงลุกขึ้นมาจากที่นอน ลองขยับร่างกายเพื่อสำรวจตัวเองดู “เรี่ยวแรงของข้ากลับมาเป็นปกติแล้ว”

     

    เมื่อร่างกายกลับมาเป็นปกติ โม่เฟิงจึงเดินออกมาจากห้องพัก เดินไปจนถึงบริเวณลานกว้าง ก็เห็นปิงหยุน ตงห่าว เสี่ยวฟ่านและลู่หานกำลังซ้อมต่อสู้กันอย่างขะมักเขม้น

     

    เมื่อทุกคนเห็นโม่เฟิงเดินมาจึงได้หยุดการซ้อมเอาไว้ รีบเดินเข้ามาถามไถ่ “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

     

    “ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ใช้พลังลมปราณมากเกินไปหน่อย” โม่เฟิงส่ายหน้าก่อนจะถามกลับไป “แล้วตอนนี้พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”

     

    “พวกข้ากำลังฝึกการต่อสู้จริง เจ้าก็มาฝึกกับพวกข้าสิ”

     

    นอกจากยกระดับพลังลมปราณของตนเองแล้ว โม่เฟิงยังไม่เคยฝึกซ้อมการต่อสู้กับคนอื่น ๆ เลย การฝึกกับพวกเขาในครั้งนี้จึงนับว่าเป็นเรื่องที่ดี

     

    โม่เฟิงตอบตกลงและขอให้เสี่ยวฟ่านมาเป็นคู่ฝึกซ้อมของตน “ถ้าเช่นนั้น เสี่ยวฟ่าน..เจ้าช่วยมาเป็นคู่ฝึกให้ข้าหน่อย”

     

    “ได้เลย!” เสี่ยวฟ่านหัวเราะร่วนตอบตกลงในทันที เขาเองก็อยากจะแสดงความเก่งกาจให้โม่เฟิงได้เห็น

     

    เสี่ยวฟ่านปลดปล่อยพลังลมปราณธาตุสายฟ้าออกมา โดยใช้พลังเพียงแค่นั้ห้าส่วนเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้โม่เฟิงที่มีระดับพลังน้อยกว่า ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม

     

    เขาใช้พลังลมปราณธาตุสายฟ้าเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสการตอบสนองของอวัยวะทุกส่วน การเคลื่อนไหวของเขาจึงเร็วกว่าผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน

     

    เสี่ยวฟ่านเคลื่อนที่ออกไปทางขวา เอี้ยวตัวเหวี่ยงลูกเตะเข้าใส่โม่เฟิงอย่างรวดเร็ว

     

    แม้เสี่ยวฟ่านจะว่องไว แต่โม่เฟิงยังพอที่จะขยับตามได้ทัน ยกแขนข้างซ้ายขึ้นมาป้องกันเอาไว้ได้

     

    เมื่อลูกเตะถูกสกัด เสี่ยวฟ่านใช้ลำตัวเป็นจุดสูนย์กลาง หมุนตัวใช้ส้นเท้าเหวี่ยงเข้าใส่โม่เฟิงอีกครั้ง

     

    โม่เฟิงยังคงมองออก ใช้ขาของตนยันฝ่าเท้าของเสี่ยวฟ่านเอาไว้ ก่อนจะเอนตัวไปข้างหน้าชกหมัดสวนกลับไป

     

    หมัดของโม่เฟิงพุ่งเข้ามา เสี่ยวฟ่านกลับไม่คิดที่หลบหลีก เพราะถึงแม้ตัวเขาจะใช้พลังเพียงแค่ห้าในสิบส่วน แต่ตนเองมีระดับพลังสูงกว่า ไม่มีทางที่โม่เฟิงจะทำอันตรายใด ๆ ให้กับตนได้ จึงเลือกที่จะยกฝ่ามือขวาขึ้นตั้งรับเอาไว้

     

    เปรี้ยง!

     

    ยามที่ฝ่ามือของเสี่ยวฟ่านรับหมัดของโม่เฟิงเข้าไปนั้น ฝ่ามือของเขาถึงกับปลิวกระเด็น หมัดของโม่เฟิงทะลวงเข้ามาที่ใบหน้า ทำให้เสี่ยวฟ่านต้องรีบร้องตะโกนออกมาพร้อมกับหลับตาปี๋ “เดี๋ยวก่อนนนนน!”

     

    เสียงร้องของเสี่ยวฟ่านทำให้โม่เฟิงรีบหยุดหมัดไว้ โดยระยะห่างระหว่างหมัดและใบหน้าของเสี่ยวฟ่านเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือกั้น

     

    เสี่ยวฟ่านค่อย ๆ เปิดดวงตาข้างขวาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เห็นหมัดจ่ออยู่ที่บริเวณใบหน้าของตน เขาถึงกับหงายหลัง

     

    “นี่ข้ารอดแล้ว?” เมื่อรู้ว่าตนเองรอดจากหมัดของโม่เฟิง เสี่ยวฟ่านเอามือทาบไปที่หน้าอกของตนอย่างโล่งใจ หากโม่เฟิงหยุดหมัดเอาไว้ไม่ทัน หน้าของเขาคงจะแหกยับเยินเป็นแน่แท้

     

    ปิงหยุนสังเกตเห็นฝ่ามือขวาของเสี่ยวฟ่านที่ยังคงสั่นสะท้าน ถึงแม้เสี่ยวฟ่านจะออมมือ แต่โม่เฟิงเองก็ไม่ได้ใช้พลังลมปราณทั้งหมดออกมาเช่นกัน อีกทั้งยังสามารถทำลายการป้องกันของเสี่ยวฟ่านเข้ามาได้ ความแข็งแกร่งของโม่เฟิงนั้น อาจจะสูสีหรือไม่ก็เหนือกว่าพวกเขาที่มีระดับพลังมากกว่าเลยทีเดียว

     

    การประลองกับเสี่ยวฟ่านทำโม่เฟิงได้รับรู้ถึงระดับความแข็งแกร่งของตัวเอง

     

    ระดับความแข็งแกร่งของข้าในตอนนี้ ถ้าแค่พละกำลังเพียงอย่างเดียว ข้าสามารถต่อกรกับผู้ที่อยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับสิบได้อย่างสูสี แต่ถ้าใช้พลังลมปราณร่วมด้วย การจะต่อกรกับผู้ที่อยู่ระดับหนึ่งของขอบเขตหลอมกายาก็ไม่น่าจะมีปัญหา

     

    เพื่อเพิ่มความชำนาญในหลาย ๆ ด้าน โม่เฟิงจึงเรียกบันทึกอสูรออกมา “พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันได้เลย!”

     

    ทุกคนแปลกใจที่ด้านหน้าของโม่เฟิงมีหนังสือเล่มสีม่วงปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า นอกจากนั้น เมื่อหนังสือได้เปิดออก เงาร่างของสัตว์อสูรตนหนึ่งพุ่งออกมายืนอยู่ข้างกายของโม่เฟิง ซึ่งมันเป็นตนเดียวกับที่เคยทำให้หัวเจี่ยต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้ม

     

    เสี่ยวฟ่านรู้สึกแปลกใจมาก ที่โม่เฟิงเป็นผู้ฝึกยุทธสายจิตมหาศาสตรา “ว้าว...นี่เจ้าเป็นเป็นผู้ฝึกสายจิตมหาศาสตราเหมือนกับลู่หานหรือนี่? ทั้งยังใช้อาวุธที่สามารถควบคุมสัตว์อสูรได้เหมือนกับผู้ฝึกยุทธสายควมคุมอสูรอีกต่างหาก ช่างวิเศษไปเลย!”

     

    ในบรรดาผู้ฝึกยุทธทั้งสี่สาย สายจิตมหาศาสตรานับว่าแข็งแกร่ง ลึกลับ และมีอยู่น้อยมาก หากไม่นับรวมโม่เฟิงกับลู่หาน ชั้นปีที่หนึ่งของสถาบันใบไม้เขียว มีผู้ฝึกยุทธสายจิตมหาศาสตราอยู่เพียงแค่ห้าคนเท่านั้น

     

    หลังได้เห็นระดับพลังของเสือโคร่งเนตรอัคคีที่โม่เฟิงได้เรียกออกมา ปิงหยุน ตงห่าว ลู่ห่านและเสี่ยวฟ่านต่างก็หันมาสบตากัน พวกเขาเข้าใจได้ในทันที ว่าถึงแม้อีกฝ่ายจะมีระดับพลังที่ต่ำกว่า แต่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นเหนือกว่าพวกเขาไปแล้ว

     

    ตงห่าววางถุงขนมลง เรียกดวงจิตของหมูป่าสองเขี้ยวเข้ามาสถิตร่าง ทำให้ร่างกายของเขานั้นขยายใหญ่และทรงพลังมากขึ้น ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเสือโคร่งเนตรอัคคีในทันที

     

    เมื่อเห็นตงห่าวเข้าไปรับมือกับเสือโคร่งเนตรอัคคี เสี่ยวฟ่านและลู่หานจึงวิ่งตีคู่เข้าไปโจมตีโม่เฟิง ส่วนปิงหยุนที่อยู่ด้านหลังสุดเองก็สร้างเกล็ดน้ำแข็งขึ้นมา ปล่อยมันเข้าใส่โม่เฟิงโดยไม่รอช้า

     

    เกล็ดน้ำแข็งของปิงหยุนพุ่งเข้ามาเป็นเส้นตรง ทำให้ง่ายต่อการหลบหลีก แต่เกล็ดน้ำแข็งดังกล่าวก็ทำให้โม่เฟิงและเสือโคร่งเนตรอัคคีนั้นต้องถูกแยกออกจากกัน

     

    ตงห่าวที่สวมใส่ดวงจิตของสัตว์อสูรได้เข้าปะทะกับเสือโคร่งเนตรอัคคี แม้ระดับพลังของเขาจะต่ำกว่าอยู่หนึ่งระดับ แต่ในเรื่องของพละกำลังแล้ว นับว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับเสือโคร่งเนตรอัคคีเลยทีเดียว ดังนั้นเขาจึงสามารถรั้งมันเอาไว้ เปิดโอกาสให้อีกสามคนที่เหลือจัดการกับโม่เฟิงได้

     

    เสี่ยวฟ่านและลู่หานเข้าโจมตีพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง ทำให้โม่เฟิงต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับ

     

    ขณะที่โม่เฟิงกำลังรับมือกับทั้งสองคนอยู่ เสี่ยวฟ่านและลู่หานก็ดีดตัวถอยออกไปด้านข้าง เปิดโอกาสให้กับปิงหยุนที่วิ่งเข้ามา ใช้ฝ่ามือน้ำแข็งซัดเข้าใส่โม่เฟิง

     

    เมื่อปิงหยุนเข้ามาประชิดตัว โม่เฟิงขยับถอยหลังไปได้เพียงเล็กน้อย เขาไม่อาจหลบการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทัน แต่ชั่ววินาทีที่เขากำลังจะโดนฝ่ามือของปิงหยุน กระต่ายหายดาบก็โผล่ขึ้นมาขวางเอาไว้ รับการโจมตีของปิงหยุน ทำให้ร่างของมันกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในทันที

     

    โม่เฟิงอาศัยช่วงเวลาที่ปิงหยุนโจมตีพลาด เหวี่ยงลูกเตะสวนเข้าไปที่ข้างลำตัวของปิงหยุนจนกระเด็นออกไป ก่อนจะฉวยโอกาสช่วงที่เสี่ยวฟ่านและลู่หานยังไม่ทันได้ตั้งตัว วิ่งไปหาตงห่าวที่กำลังรับมือเสือโคร่งเนตรอัคคีอยู่

     

    เห็นโม่เฟิงวิ่งไปทางตงห่าว เสี่ยวฟ่านและลู่ห่านจึงรับวิ่งไล่ตามไป แต่ก็ช้ากว่าโม่เฟิงอยู่หนึ่งก้าว

     

    ตงห่าวไม่ได้ตกใจที่เห็นโม่เฟิงวิ่งเข้ามาหา แต่เขาไม่อาจละมือไปจากเสือโคร่งเนตรอัคคีตัวนี้ได้ เพราะถ้าปล่อยให้หลุดไป การต่อสู้จะยิ่งลำบากขึ้น  ดังนั้นตงห่าวจึงตัดสินใจ ยืนรับการโจมตีของโม่เฟิงอย่างไม่เกรงกลัว มั่นใจในร่างกายที่แข็งแกร่งของตน

     

    โม่เฟิงเป็นคนคัดสรรเคล็ดวิชาให้กับทุกคน ดังนั้นเขาจึงรู้ถึงความแข็งแกร่งทางร่างกายของผู้ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชากายปฐพีราชันสวรรค์เป็นอย่างดี แม้วิชาเพลิงไร้ลักษณ์เก้าวิถีจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนปกติทั่วไป แต่ก็ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับตงห่าวได้เลย เขาจึงทำทีเป็นเหวี่ยงหมัดสุดแรง แต่เมื่อใกล้จะถึงเป้าหมายชายเสื้อของเขากลับมีอสรพิษเกล็ดดำเลื้อยออกมา ฉกเข้าไปที่ท่อนแขนของตงห่าว

     

    ฉึก!

     

    อสรพิษเกล็ดดำตัวนี้ คือสัตว์ที่โม่เฟิงสังหารได้ขณะที่ทำการเฝ้าเวรยาม คุ้มกันโลหิตของหนูดินเขาหอกเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่สัตว์อสูรระดับที่สามในขอบเขตกำเนิดลมปราณ แต่พิษของมันสามารถทำให้ร่างกายของผู้ที่ต่ำกว่าขอบเขตหลอมดวงจิตเกิดอาการชาได้

     

    ตงห่าวถูกอสรพิษเกล็ดดำกัดเข้าไปที่ท่อนแขน ถึงแม้พิษของมันจะไม่ได้ส่งผลมากมายอะไร แต่มันก็ทำให้ท่อนแขนของเขานั้นด้านชา เรี่ยวแรงที่ใช้ตรึงเสือโคร่งเนตรอัคคีจึงลดลง เปิดโอกาสให้เสือโคร่งเนตรอัคคีนั้นสะบัดอุ้งเท้าจนหลุดจากแขนทั้งสองข้างของตงห่าว

     

    เมื่อหลุดจากพันธนาการไปได้ เสือโคร่งเนตรอัคคีทำตามคำสั่งของโม่เฟิงในทันที มันกระโจนเข้าใส่เสี่ยวฟ่านและลู่หานที่วิ่งตามหลังมา ใช้อุ้งเท้าตบเข้าใส่ทั้งสองคน

    เสี่ยวฟ่านเห็นอุ้งเท้าของเสือโคร่งเนตรอัคคีตะปบลงมา จึงรีบใช้ฝ่าเท้าแตะไปที่พื้นเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหว เคลื่อนตัวฉากออกไปด้านข้างได้อย่างว่องไว แต่ด้วยระยะที่สั้นมาก เขาก็ยังไม่อาจหลบการโจมตีได้ทัน ยังคงถูกจะปบเข้าที่บริเวณข้อเท้าจ้มลมกลิ้งลงไปกับพื้น

     

    ส่วนลู่ห่านนั้นเคลื่อนไหวได้ไม่รวดเร็วเหมือนกับเสี่ยวฟ่าน ขึงลวดหลายเส้นที่ตนเองเรียกออกมาเพื่อป้องกันการโจมตีเอาไว้ ทำให้ฝ่าเท้าของเสือโคร่งเนตรอัคคีนั้นสลายออกไปบางส่วน แต่ก็ยังมีบางส่วนพุ่งผ่านช่องว่างเข้ามา ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

     

    การต่อสู้จบลง โม่เฟิงเดินเข้ามาหาทุกคน “การประสานงานของพวกเจ้านับว่าทำได้ยอดเยี่ยม แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน พวกเจ้ายังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการได้ นั่งพักก่อนแล้วค่อยมาเริ่มฝึกกันอีกครั้ง”

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ

    คล้ายกับเรื่องมารสยบฟ้า ที่คุณอ่าน

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810