ด้วยฤทธิ์ของน้ำฉุนหยาง ขาหลังที่หักของมันค่อยๆ กลับคืนสภาพ เ้าหมารู้สึกสบายในอารมณ์เย็นซาบซ่า
แต่มันไม่รู้หรอกว่า่เวลาต่อจากนี้มันจะต้องเจอกับขุมนรก
“คืนร่าง”
“หึ่ม”
ต้นเหลยหยางยิงแสงสีเขียวพุ่งออกไปที่ร่างของเ้าหมา
ถึงจะเป็พลังที่ปล่อยออกมาเพียงเล็กน้อย แต่มันเป็พลังของของวิเศษลำดับที่ห้า
แค่พลังของวิเศษระดับที่หนึ่งอย่างน้ำฉุนหยาง ยังสามารถต่อกระดูกให้กลับสภาพเดิมได้ง่าย ระดับห้านั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ความต่างชั้นของพลังในแต่ละระดับ มันไม่ใช่แค่เพิ่มขึ้นเท่าหรือสองเท่าตัว มันเกินกว่าที่เราจะคาดได้
มันสะดุ้งเหมือนโดนไฟช็อต ร้องเสียงลั่น “เอ๋งงงง”
“การฝืนเปลี่ยนธรรมชาติมันยากเอาเื่ หวังว่าแกจะผ่านความทรมานนี้ไปได้นะ”
จางฮ่านเฝ้าดูเ้าหมา เขาไม่รู้ว่ามันจะทนได้หรือไม่
ถ้าทนได้ มันก็จะสลับร่างเปลี่ยนกระดูกได้ร่างใหม่ แต่ถ้าทนไม่ไหว มันคงต้องจบชีวิตลงที่นี่ซะแล้ว
ทุกอย่างมีการแลกเปลี่ยน เมื่ออยากได้ร่างกายที่พิเศษ ก็ต้องทนรับความเ็ปที่ไม่ธรรมดา
ถึงจางฮ่านจะบำเพ็ญตบะได้อย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคเหมือนเซียนอื่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายโดนเทพสายฟ้าเล่นงานจนร่วงลงมากลับกลายเป็มนุษย์ธรรมดาเดินดิน
เ้าหมาโดนแสงสีเขียวเข้าไปก็ถึงกับตาเหลือก มันตัวสั่นไปทั้งตัว กัดฟันเสียงกรอดๆ
ไม่ถึงห้านาที ฟันของมันก็ร่วงหมดปาก ขนซังกะตังก็ค่อยๆ ร่วงจนเหลือแต่หนังขาวๆ
เสียงกระดูกลั่นติดต่อกัน ราวกับเสียงประทัดในวันตรุษจีน
จากร่างขนาดหมาพันธุ์ซามอยด์ ก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนใหญ่พอๆ กับหมาพันธุ์ทิเบตัน ในเวลาแค่หนึ่งนาที
มันสูงถึงเมตรกว่าๆ ในตอนที่ยืนแบบปกติ พอยืนสองขามันสามารถงับคอจางฮ่านที่สูงถึงเมตรแปดสิบได้สบายๆ
ฟันก็งอกออกมาเรียงสวยจนเต็มปาก เป็พรีเซนเตอร์โฆษณายาสีฟันได้เลยทีเดียว
ขนก็ค่อยๆ งอกออกมาใหม่จนทั่วทั้งตัว ขนที่ดำก็ดำเป็ประกายเงางาม ที่เป็สีทองก็ทองอะร้าอร่ามตัดกันดูหรูหรา เหมือนหมาของคนรวย พอขนงอกออกมาจนทั่วทั้งตัว การเปลี่ยนร่างของมันก็สิ้นสุด
มันนอนครางอยู่ที่พื้น สภาพครึ่งตาย แต่พอเห็นจางฮ่านกำลังจะเดินจากไป มันก็รีบพุ่งเข้าไปหา ท่าทางสวยสง่าของมันในตอนนี้ดูไม่เหลือสภาพของหมาที่จรจัดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้นเลย
“นับแต่นี้ไปแกชื่อ เ้าดำก็แล้วกัน” จางฮ่านลูบหัวมันเบาๆ
พอรู้ว่าตัวมันมีชื่อ ก็กระดิกหางดีใจดิ๊กๆ ๆ ๆ
“น่าจะเป็หมาที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้แล้วมั้ง?”
จางฮ่านชี้ไปที่หญ้าเนื้อ “ไปคาบมากอหนึ่ง”
ฟังคำสั่งเสร็จมันก็วิ่งไปคาบมาอย่างรวดเร็ว ความเร็วปานสายฟ้าแลบเหมือนหมาในการ์ตูน
“กินเลย” จางฮ่านไม่รู้ว่ามันเข้าใจที่พูดไปจริงๆ หรือเปล่า เลยได้แต่พูด “ต่อไปแกเป็องครักษ์พิทักษ์ที่นี่ อย่าให้คนอื่นเข้ามาได้”
จางฮ่านทำท่าทำทาง
“โฮ่ง ๆ .....” เ้าดำส่งเสียง เหมือนจะบอกว่ามันเข้าใจแล้ว
“เรามาดูกันว่าใครเร็วกว่า” จางฮ่านชวนมันแข่ง
จางฮ่านรวมกำลังภายในส่งลงไปที่ขาทั้งสอง วิ่งไปข้างหน้าไวราวกับลูกธนูที่ถูกยิงออกไปอย่างสุดแรง เท้าเขาแทบจะไม่แตะพื้นด้วยซ้ำ เหมือนกับว่าเขาวิ่งอยู่บนยอดหญ้า
เ้าดำก็รีบกระโจนพุ่งตามไป ในแต่ละก้าวมันพุ่งไปได้ไกลถึงสามเมตร ท่าทางดูเหมือนราชสีห์ ตามจางฮ่านไปติดๆ
วิ่งจนมาหยุดอยู่ที่รถจี๊ป จางฮ่านหยิบน้ำออกมาจากในรถ เทลงไปบนพื้นให้เ้าดำ ระยะทางหนึ่งกิโลเมตรมันไม่มีอาการหอบเลย แรงดีขึ้นมหาศาล
“พวกเราวิ่งกลับไปที่เดิมกัน ฉันต่อให้แกสามร้อยเมตร ไป”
จางฮ่านพูดออกไป ดูว่ามันแสนรู้มากขนาดไหน
พอพูดจบมันก็วิ่งออกไปตามคำสั่งทันที ทำให้เขาใไม่น้อย
“ฉลาด....สมองดีเป็บ้า”
หมาแต่ละสายพันธุ์มีระดับคุณภาพสมองต่างกัน ถึงเป็หมาสายพันธุ์ที่มีระดับสมองจัดอยู่อันดับต้น โตเต็มที่ก็เทียบได้กับเด็กอายุเจ็ดแปดขวบ หมาพันทางยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ด้วยพลังของต้นเหลยหยาง กับน้ำฉุนหยาง น่ากลัวว่าระดับสมองของเ้าดำจะพัฒนาขึ้นไปหลายขั้น
พอกลับมาถึง จางฮ่าน ก็ส่งพลังออกไปให้ต้นเหลยหยางดูดเอาน้ำฉุนหยางแปรสภาพเป็น้ำศักดิ์สิทธิ์ ส่งออกไปให้เต็มในบ่อน้ำทุกบ่อ น้ำศักดิ์สิทธิ์เต็มทุกบ่อแล้ว แต่น้ำฉุนหยางกลับเหลือน้อยเต็มที
จางฮ่านแบ่งน้ำกรอกใส่ขวด ตั้งใจจะเอาไว้ให้เิเิ กับแม่ของเธอได้ดื่ม
พอกรอกน้ำเสร็จ จางฮ่านก็เดินลงจากเขาไปที่รถจี๊ป ก่อนจะขับรถออกไปเขาหันมากำชับเ้าดำให้เฝ้าบ้านดีๆ
ตอนนี้ฟ้าก็มืดเต็มที จางฮ่านขับรถตรงไปที่ร้านอาหาร
ภายในยังคงทำงานกันอย่างคึกคัก ระยะเวลาวันเดียว ปูกระเบื้องเสร็จไปกว่าครึ่ง ห้องครัวก็เกือบจะเสร็จเรียบร้อย ส่วนชั้นสองนั้นปูพื้นปาร์เกต์เสร็จเรียบร้อย เหลือแต่เก็บรายละเอียด ใส่ของตกแต่งตามผนังก็เป็อันเสร็จสิ้นดี
กลับลงมาที่ชั้นล่าง จางฮ่าน สูดลมหายใจดมหากลิ่นสมบัติ ตรวจดูว่าที่เขาสั่งให้ใช้หยกประดับด้านหลังโทรทัศน์นั้นเป็ของจริงหรือเปล่า จ้าวข่าย ไม่ได้ย้อมแมวเขา เป็ผู้รับเหมาที่มีความซื่อสัตย์ทีเดียว
สั่งงานเสร็จจางฮ่านก็กลับออกไป หาโรงแรมเข้าพักใกล้ๆ ในคืนนั้นจื่อเหยียนก็โทรศัพท์เข้ามาบอกว่า พรุ่งนี้สิบโมงเช้าเจอกันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
วันต่อมาเก้าโมงเช้า
“เฟยเฟย ชุดนี้เป็ไงบ้าง? จะมีคนดูออกมั้ยว่าเป็ฉัน?” จื่อเหยียนยืนพูดอยู่หน้ากระจก
เป็ดารา จะไปไหนมาไหนก็ต้องคอยระวังตัว ตอนที่เธอยังมีชื่อเสียงไปเดินช็อปในห้าง แล้วถูกคนมองออก เธอโดนล้อมอยู่เป็ชั่วโมงกว่าจะออกมาได้
ถึงตอนนี้จะไม่เหมือนตอนนั้น แต่จื่อเหยียนก็ยังอดกังวลไม่ได้
“ขอทีเหอะ พี่เหยียน นี่พี่ไม่เชื่อฝีมือการแต่งตัวของฉันหรือไง?” โจวเฟย พูดอย่างเซ็งๆ “นี่ถ้าไม่รู้มาก่อน ต่อให้เป็ฉันเจอพี่ข้างนอก ฉันเองยังดูไม่ออก นับประสาอะไรกับคนอื่น”
“จริงนะ?” จื่อเหยียนสำรวจตัวเองในกระจก
วิกผมบ๊อบสีทอง ชุดลำลองเสื้อแขนสั้น กางเกงยีนโชว์แก้มก้น ถุงเท้ามีระบายลูกไม้สีชมพู รองเท้ากีฬา ดูคล้ายคนบ้า เป็ชุดที่เธอนึกอยากจะลองแต่งขึ้นเวทีดูสักครั้ง ดูมีความสดใสน่ารักเหมือนคนไม่ค่อยเต็มเต็งดี
ที่หน้าขาวๆ ของเธอ โจวเฟย จัดการติดไฝเม็ดโตไปที่แก้มทั้งสองข้าง ขนตาปลอมยาวเป็คืบ ขอบตาถูกวาดยาวไปถึงขมับยังกะจะไปเล่นงิ้ว
บิ๊กอายสีฟ้า แถมวาดคิ้วหนาเตอะ
“เฟยเฟย ไฝสองเม็ดนี้น่าเกลียดจังเลย เอาออกได้มั้ย?” จื่อเหยียนพูดเพราะรู้สึกขัดๆ
โจวเฟยสวนขึ้น “อย่างนี้แหละดีแล้ว พี่ไม่ใช่ว่ากลัวคนดูออกหรอกเหรอ”
“แต่ แต่มัน....” แม้ว่าแต่งตัวแบบนี้จื่อเหยียนจะรู้สึกแปลกใหม่ แต่มันดูอุบาทว์กว่าเดิมเยอะ
ผู้หญิงที่ไหนก็ชอบความสวยงาม
“แต่อะไรล่ะ ไม่มีแต่แล้ว ไปทั้งอย่างนี้แหละ” โจวเฟยเบ้ปากหันไปทางห้องนอน “เิเิ เสร็จหรือยังลูก พวกเราจะไปกันแล้ว”
“มาแล้วๆ ” เิเิออกจากห้องมาท่าทางดีอกดีใจ ตรงไปที่จื่อเหยียน “คุณแม่ กอดหน่อย”
จื่อเหยียนก้มลงไปอุ้มเ้าหญิงตัวน้อยขึ้นมากอด
“ป๊ะป๋าอยู่ไหนเหรอ?”
หน้าประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เิเิมองหาป๊ะป๋าไปทั่วท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมาขวักไขว่
จบตอน