บทที่ 134 ทหารพิเศษ
“มะ ไม่ได้นะ! แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!”
ในขณะที่พวกนักเรียนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับคำพูดนั้น แม้พวกเขาจะไม่ได้มีอคติต่อนักเรียนทุนอัน แต่นักเรียนทุนคนอื่นๆก็เป็นได้แค่ตัวถ่วงของพวกเขาเท่านั้น
ไม่ใช่ว่านักเรียนทุนอันแข็งแกร่งมากหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ให้พานักเรียนทุนคนอื่นๆไปด้วยเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่มาเป็นภาระของคนอื่น
แต่ที่พวกเขาไม่คิดก็คือ นักเรียนทุนอู่ฉวนกลับรีบตะโกนขึ้นมา ท่าทางเหมือนกับว่าต่อให้ตายก็ไม่คิดจะร่วมมือกับพวกนักเรียนทุนด้วยกัน!
“พวกเรานักเรียนทุนคุยกันแล้วว่าจะไม่รวมกลุ่มกัน พวกเรา...พวกเราจะไปอยู่กับคนอื่นๆเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และช่วยเหลือกัน” อู่ฉวนช่างกล้าพูด นักเรียนในห้องที่ได้ยินก็แค่นหัวเราะ
“เหอะ! แลกเปลี่ยนประสบการณ์? ทำไมต้องเจาะจงว่าจะไม่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างนักเรียนทุนด้วยกันล่ะ ที่จริงแล้ว..ไม่ใช่ว่ารู้ความสามารถของพวกเดียวกันดีหรอกหรอ?”
“ใช่ ต่อให้พวกเราไม่ได้ดูถูกนักเรียนทุน พวกเขาก็สามารถดูถูกกันเองได้อยู่ดี ดังนั้น...อย่าได้คาดหวังเลยว่าคนอื่นๆจะไม่มองนักเรียนทุนว่าเป็นตัวถ่วงน่ะ”
“พวกนักเรียนทุนอยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะอะไร? หรือเพราะต้องการเกาะแข้งขาของพวกเรากันล่ะ?”
เมื่อได้เห็นการแสดงออกของอู่ฉวน นักเรียนคนอื่นๆก็แค่นหัวเราะออกมา พวกเขาดูถูกอู่ฉวนเป็นอย่างมาก แม้แต่เขาก็คงไม่คิดว่าภารกิจนี้...ลำพังนักเรียนทุนจะสามารถผ่านมันไปได้
“ฉันจะรวมกลุ่มกับนักเรียนทุนอันเอง ซานหยาน...นายจะอยู่กับพวกเราไหม”
เห็นทุกคนต่างก็ดูถูกพวกตนเองแบบนี้ ไหนจะนักเรียนทุนอันที่มีภารกิจรัดตัวมากมายและไม่ได้อยู่ในบทสนทนาของวันนี้อีก ในฐานะที่เป็นนักเรียนทุนเหมือนกัน ถงเฟยกลับรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่ควรจะปกป้องอีกฝ่าย
“แน่นอน ฉันเอาด้วย ต่อให้นักเรียนทุนอันไม่ว่างมาช่วย แต่ลำพังเราสองคน พยายามให้มากหน่อยก็ทำได้แล้ว” ซานหยานก็คิดเหมือนกัน เขาไม่ได้ตำหนินักเรียนทุนอัน เมื่อมีโอกาสที่จะก้าวหน้า ใครบ้างไม่ต้องการ
อีกอย่าง ถ้าให้เขาต้องไปตามง้อนักเรียนคนอื่นๆ สู้ให้พยายามด้วยตัวเองยังจะดีกว่า สำหรับตัวเขาเอง แม้จะเรียนไม่จบชั้นปีที่หนึ่งเพราะเหตุผลนี้ก็ไม่เป็นอะไร ด้วยทักษะเบื้องต้นที่มี เพียงพอที่จะทำให้เขากลายเป็นนักล่าในเขต A แล้ว แค่นี้ก็หาเงินเพื่อครอบครัวได้ ไม่ต้องอดอยากเหมือนก่อนหน้านี้อีก
ความมักน้อยของซานหยานจะกลายเป็นเรื่องน่าขบขันในอนาคตอย่างแน่นอน วันนี้ที่เขาแสดงความจริงใจต่อซูหยวน วันหน้าเธอย่อมต้องตอบแทนเขามากกว่านี้หลายเท่า
“ดี ในเมื่อนักเรียนทุนซานและนักเรียนทุนถงเห็นด้วย เช่นนั้นก็รวมกลุ่มกันระหว่างนักเรียนทุนไปเลย”
“ใช่แล้ว ดีที่พวกนายรู้ตัวว่าไม่เป็นที่ต้องการ อย่าพยายามฝืนใจคนอื่นเลย”
“ฮ่าๆ ไม่ใช่แค่เป็นการรวมตัวของนักเรียนทุนเท่านั้น แต่ยังมีคนหนึ่งที่ไม่ค่อยเข้าร่วมทำงานด้วย ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าสภาพจะออกมาเป็นแบบไหน”
พวกนักเรียนคนอื่นๆได้ยินถงเฟยและซานหยานกล่าวแบบนั้น พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะขึ้นมา ลำพังแต่นักเรียนทุนอันก็ทำให้พวกเขาไม่พอใจอยู่แล้ว พอได้เห็นการแสดงความอวดดีของทั้งสองคน ยิ่งทำให้พวกเขามีแต่จะนึกดูแคลน
ซานหยานและถงเฟยไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป พวกเขาคงจะน่าหัวเราะในสายตาของคนเหล่านั้นจริงๆนั่นแหละ ทว่า...อู่ฉวนไม่สามารถยอมรับได้เหมือนทั้งสองคน
“ไม่ได้ๆ ฉันไม่เอาด้วยหรอก นักเรียนทุนจะมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง ในเมื่อพวกนายอยากจะอยู่ด้วยกันก็อยู่ไป อย่ามาเหมารวมฉันไปอยู่ด้วยเลย ฉันไม่เอาด้วย”
อู่ฉวนปฏิเสธที่จะจับกลุ่ม เขาใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อหากลุ่มใหม่ ต่อให้ศักดิ์ศรีของเขาถูกเหยียบย่ำก็ไม่เป็นไร ขอแค่เขาผ่านครั้งนี้ไปได้ก็พอแล้ว
ซานหยานและถงเฟยไม่ได้สนใจเขา ถ้าอีกฝ่ายไม่ต้องการ พวกเขาก็ไม่คิดจะบังคับอยู่แล้ว ดังนั้นตอนลงทะเบียน...อันซูหยวนจึงมีชื่ออยู่รวมกลุ่มกับนักเรียนทุนทั้งสองคน
แน่นอนว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ กว่าซูหยวนจะได้รับรู้ก็ผ่านไปหลายสัปดาห์แล้ว ....
เวลานี้ อันซูหยวนก็มาอยู่ที่เขต D ซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ได้รับมอบหมายรอเธออยู่ก่อนแล้ว พวกเขาพาเธอเข้ามาในพื้นที่ล่า ดูแลความปลอดภัยจนมาถึงเขต D จากนั้นจึงได้จากไป
เนื่องจากซูหยวนได้รับมอบหมายภารกิจพิเศษ จึงมีทหารที่รู้เกี่ยวกับภารกิจของเธอน้อยมาก ผู้ที่จะติดตามซูหยวนไปเพื่อดูแลความปลอดภัยให้มีเพียง 3 คนเท่านั้น พวกเขาล้วนเป็นทหารพิเศษเช่นกัน โดยหน้าที่ของพวกเขามีแค่การปกป้องไม่ให้ซูหยวนได้รับอันตรายถึงชีวิต ไม่ว่าภารกิจที่ซูหยวนได้รับจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม...
แม้ว่าพวกผู้นำจะรู้ว่าซูหยวนมีเจ้าหนูขาวเป็นสัตว์เลี้ยง แต่พวกเขาก็ยังเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเธอเหมือนกัน ถึงอย่างไรอันซูหยวนก็เพิ่งเป็นนักล่าได้ไม่ถึงปีเท่านั้น พื้นที่ล่าเขต D ยังอันตรายสำหรับเธอเกินไป
ภารกิจของซูหยวนจะสำเร็จได้ก็ด้วยการจับราชาหนูขาวกลายพันธุ์โดยไม่ทำให้มันตาย ถ้าเธอทำสำเร็จ...แต้มภารกิจที่กองทัพจะมอบให้ทหารจำนวนมากนั้นจะกลายเป็นของเธอเพียงคนเดียว ซึ่งมันน่าจะมากพอให้เธอเลื่อนขั้นไปอีกขั้นได้ หรือไม่ก็ใกล้เคียงที่จะเลื่อนขั้น
“ทหารพิเศษอัน พวกเราพร้อมแล้ว ขอให้คุณตั้งใจทำภารกิจของตนเองก็พอ เรื่องความปลอดภัยของคุณที่นี่จะเป็นหน้าที่ของพวกเรา” ทหารระดับสูงพิเศษกล่าวทักทายซูหยวน
พวกเขาไม่เหมือนกับทหารคนอื่นๆที่มองซูหยวนเพียงผิวเผิน แม้เธอจะดูอายุน้อยขนาดนี้ แต่กลับสามารถได้รับความไว้วางใจจากเหล่าผู้นำได้ เช่นนั้นจะต้องมีความสามารถพิเศษที่น่าทึ่งแน่นอน
ก่อนหน้านี้ พวกเขาเองก็ผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมาแล้ว ทุกคนกลายเป็นทหารพิเศษก็เพราะเป็นผู้มีฝีมืออย่างแท้จริง ถ้าไม่เคารพซูหยวน ก็เท่ากับไม่เคารพตัวเองด้วย!
“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างมั่นคง เพียงแค่ท่าทางนี้ของอีกฝ่าย ก็สร้างความประทับใจไม่น้อยแล้ว
ทั้ง 4 ไม่ได้รอช้า เมื่อพร้อมกันแล้วก็ออกเดินทางทันที ในขณะเดียวกัน...ด้านหลังของพวกเขา กลับมีสายตาของผู้เกลียดชังเฝ้ามองอยู่
“เด็กคนนั้นไปแล้วหรือ?”
“ใช่ ต่อไปก็ต้องฝากคุณแล้ว”
“หึ เชื่อมือได้เลย ก็แค่จัดการเด็กคนเดียว...”
“พลธนูอี้...เรื่องนี้ยังต้องระวังให้มากหน่อย ทหารที่ติดตามเธอไปนั้นดูเหมือนจะเป็นคนมีฝีมือ”
“หัวหน้ากองสนับสนุนฯ คุณคิดว่าทหารแบบไหนที่จะถูกส่งมาทำภารกิจในเขต D ร่วมกับเด็กคนหนึ่งล่ะครับ ถ้าพวกเขาแข็งแกร่งขนาดป้องกันการโจมตีของผมได้ อย่างนั้นผมก็ยอมให้ถูกจับเลย”
“ฮ่าๆ นั่นก็จริง ถ้าอย่างนั้น...พวกเราก็มาหยุดตัวปัญหานี้กันเถอะ”
“ได้เลยครับ แล้วก็...ขอบคุณสำหรับข้อมูล รวมถึงอุปกรณ์ดีๆพวกนี้นะครับ” พลธนูอี้หัวเราะเบาๆ เขามองธนูล้ำค่าในมือที่หยิบยืมมาจากฝ่ายสนับสนุนโดยผู้นำกองฯ ด้วยธนูนี้...เขามั่นใจว่าจะสังหารเด็กอวดดีคนนั้นได้ด้วยการโจมตีเดียว!!
เขาไม่กลัวหรอกว่าจะถูกจับได้ ต่อให้พวกนั้นรู้ว่าเป็นเขาที่โจมตี เขาก็แค่บอกว่าตัวเองโจมตีผิดไปก็ได้แล้ว
ในการต่อสู้จริง มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่ไม่เคยเกิดขึ้น อีกอย่าง....เด็กเซ่อซ่าอย่างอันซูหยวน จู่ๆจะวิ่งเข้ามาหาวิถีการโจมตีของเขาก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ตั้งแต่วันที่รู้ว่าผู้นำกองสนับสนุนฯ ก็ไม่ชอบซูหยวน เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะร่วมมือกันจัดการเธอให้ได้ โดยผู้นำกองสนับสนุนจะมอบทรัพยากรที่ดีที่สุดให้แก่เขา ดูอย่างธนูอันนี้ก็ได้...ถ้าซื้อข้างนอก ราคาของมันแพงจนทหารระดับพวกเขาไม่มีทางซื้อใช้ได้เลย เพื่อให้ผู้นำกองสนับสนุนฯพอใจ เขาจะใช้โอกาสนี้ทำลายศัตรูคนนี้ไปให้ได้
เพราะแบบนั้น ด้านหลังของอันซูหยวนจึงมีพลธนูติดตามไปอย่างลับๆด้วยอีกคน ... โดยที่เขาไม่ได้รู้เลยว่า ซูหยวนสามารถมองเห็นตำแหน่งของเขาตั้งแต่แรกแล้ว....
พื้นที่เขต D นี้ไม่เหมือนพื้นที่เขต A และ B ที่นี่เต็มไปด้วยป่าหญ้าสูงท่วมหัวเข่า หญ้าพวกนี้ก็เป็นหญ้ากลายพันธุ์เหมือนกัน เพียงแต่มันไม่ได้ทำอันตรายโดยตรงต่อมนุษย์ เป็นเพียงพืชอาหารของสิ่งมีชีวิตในชั้นนี้เท่านั้น ทว่า...หากมนุษย์กินพวกมันเข้าไป ก็จะเหมือนการกินสารพิษเข้าไปเต็มๆนั่นเอง
อ้างอิงจากแผนที่ที่พวกผู้นำมอบให้ เธอจะต้องผ่านตำแหน่งรังหนูขาวจำนวนมากเข้าไปก่อน ราชาของพวกมันอาศัยอยู่ด้านที่ลึกที่สุด เป็นจุดศูนย์กลางของหนูขาวทั้งหมด พูดให้ถูกก็คือ...พวกมันเป็นเหมือนกับโล่เนื้อเพื่อราชาหนูขาวกลายพันธุ์นั่นแหละ
การอาศัยอยู่เป็นรังเช่นนี้ ก็เหมือนกับหนูในชีวิตก่อนของเธอ นิสัยของพวกหนูเป็นพวกที่ชอบหาของกินในตำแหน่งเดิมๆ อยู่กันเป็นกลุ่ม มีอาณาเขตของตัวเอง ตราบเท่าที่พื้นที่มีซอกซอยหรือมุมต่างๆ พวกมันจะชอบเป็นพิเศษ ด้วยความที่มันค่อนข้างฉลาดและรวดเร็วมาก ประกอบกับความแข็งแกร่งที่ถูกพัฒนาหลังจากการกลายพันธุ์ ทันทีที่ผู้ล่าเข้ามาในเขตของพวกมัน...ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าหาความตาย
ทหารพิเศษ 3 คนที่ติดตามซูหยวนมา พวกเขาเป็นผู้แข็แกร่งมาก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น...พวกเขาก็ยังไม่กล้าประมาทในเขตรังหนูเช่นนี้
“พวกเราจะพาทหารพิเศษอันเข้าไปใกล้กับรังของราชาหนูกลายพันธุ์มากที่สุด หลังจากนั้น...ต่อให้ภารกิจสำเร็จหรือไม่ พวกเราก็จะพาคุณกลับอย่างปลอดภัยทันทีที่รับรู้ถึงอันตราย” ทหารพิเศษย้ำเตือนซูหยวนอีกครั้ง ซึ่งเด็กสาวก็พยักหน้าเข้าใจ
ทุกคนมีภารกิจของตัวเอง ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะยอมไม่สำเร็จไปด้วย
แซ่กๆ
ฝีเท้าของคนทั้ง 4 ค่อยๆแหวกพงหญ้าเข้าไป นอกจากหนูขาวกลายพันธุ์แล้ว ที่นี่ก็มีสัตว์กลายพันธุ์ที่อันตรายมากอยู่บริเวณทุ่งหญ้าเหล่านี้ด้วย ซึ่งนั่นก็คือ “งูสิงลายครามกลายพันธุ์” นั่นเอง
เหมือนกับในชีวิตก่อน ที่ไหนมีหนู ที่นั่นก็มีงูอยู่ด้วย พวกมันเป็นอาหารและนักล่าที่จับคู่กันอยู่เสมอ งูสิงลายครามกลายพันธุ์นี้ชอบกินหนูขาวเป็นอาหารมากที่สุด ในขณะที่พวกหนูขาวกลายพันธุ์มีกรงเล็บที่ตัดได้กระทั่งเหล็ก เจ้างูสิงลายครามกลายพันธุ์กลับมีเกร็ดที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า
นับเป็นการคัดสรรของธรรมชาติอย่างแท้จริง ดังนั้นก่อนที่นักล่าจะล่าหนูขาวกลายพันธุ์ พวกเขานิยมมองหางูสิงลายครามกลายพันธุ์ก่อนเป็นอันดับแรก เผื่อจะสามารถทำชุดเกราะเกร็ดงูสิงลายครามกลายพันธุ์ได้
“ระวัง! ฉันได้กลิ่นงูสิงลายครามกลายพันทางด้าน 9 นาฬิกา 2 ตัว”
ในขณะที่ซูหยวนมองดูแผนที่ ซึ่งกำลังแจ้งเตือนถึงตำแหน่งสิ่งมีชีวิตที่ขยับเข้าใกล้กลุ่มของพวกเขา ทหารพิเศษคนหนึ่งก็พูดขึ้นมา ทำเอาซูหยวนต้องมองเขาด้วยความสนใจ
ปรากฏว่าทหารนายนี้ หลังจากกลายเป็นผู้ใช้พลังงาน ประสาทสัมผัสด้านการดมกลิ่นของเขาถูกพัฒนาไปจนถึงขีดสุด เขาสามารถรับรู้ตัวตนของศัตรูที่เคยได้กลิ่นมาแล้วได้ แถมยังแยกแยะออกด้วยว่าเป็นตัวเดียวกันหรือไม่ ดังนั้น..ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาก็ถูกเลือกให้กลายเป็นทหารพิเศษ
“งูพวกนี้มันจมูกไวเหมือนกับคุณ”
“ฮ่าๆ ฉันจะถือว่านี่เป็นคำชมนะครับ”
“แน่นอน แน่นอนเลย” ทหารพิเศษหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม เพราะพวกเขาเริ่มต้นด้วยการให้เกียรติกัน ดังนั้นในบรรดาทหารพิเศษทั้งหมด บรรยากาศจึงดีมากๆ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจำนวนทหารพิเศษมีน้อยหรือไม่ พวกเขาต่างก็รู้จักกันหมด เคยทำภารกิจร่วมกันมาก็หลายต่อหลายครั้งแล้ว ดังนั้นจึงพูดคุยล้อเล่นกันอย่างสบายๆ
“งูสิงลายครามสองตัวนี้ฉันจัดการเอง”
“ได้ อย่างนั้นพวกเราจะไปข้างหน้าต่อ”
“อืม แล้ว...แต่นอกจากงูสิงลายครามกลายพันธุ์ 2 ตัวแล้ว ฉันยังได้กลิ่นพลธนูจากด้านหลังด้วยนะ ตอนแรกเห็นติดตามมา นึกว่าจะอาศัยพวกเราเพื่อไปยังพื้นที่ทำภารกิจของตัวเอง ก็เลยปล่อยให้เดินตามมาด้วย แต่ตอนนี้...พวกเราจะเข้าพื้นที่รังหนูขาวกลายพันธุ์ที่อันตรายแล้ว เจ้านั่นก็ยังติดตามมาไม่ห่างอีก เจตนาคงจะเป็นการตามพวกเรานี่แหละ จะให้ทำยังไงกับเขาไหม?”
ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ปรากฏว่าไม่ได้มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้ว่ามีคนติดตามอยู่ พอเห็นว่าพวกเขามีทักษะที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ซูหยวนก็ผ่อนคลายลงไปอีกมาก
สมแล้วที่ทหารพิเศษถูกยกย่องมาก ท้ายที่สุดแล้ว...การที่พวกเขาได้รับการยกย่อง ก็เป็นเพราะฝีมือของพวกเขาเอง!
……………………………