ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 188 กระดูกของมังกรอมตะ

            บนจุดสูงสุดของขุนเขาชายหนุ่มกู้ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เสียงมังกรคำรามดังสนั่นสะท้านไปทั่วพิภพ ท้องฟ้าสั่นไหวก่อเกิดพายุที่น่าสะพรึง วังวนพลังมหาศาลพุ่งสูงเสียดฟ้า ร่างกายของชายหนุ่มกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงขีดสุด สำหรับหลินตงแล้วนับตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเจอกับความเจ็บปวดที่มากมายอะไรเช่นนี้มาก่อน ต่อให้จะถูกผลักลงมาจากด้านบนของเทือกเขาในตอนแรกก็ยังไม่รู้สึกเช่นนี้ ในครานั่นเสมือนว่าเพียงแค่หลับไปเท่านั้น ส่วนตอนที่ถูกคนของสี่ตระกูลใหญ่ลุมล้อม อาการสาหัสที่เกิดจากการต่อสู้จนแทบจะตัวตายมันก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่ครึ่งของตอนนี้


            ภายในร่างกระดูกแต่ละส่วนเริ่มถูกบดยี้ด้วยสายเลือดมังกรอมตะที่เพิ่งปลดผนึกออกมา มันเข้าแทรกซึมและทำลายชิ้นส่วนอย่างต่อเนื่องและพริบตาที่กระดูกถูกทำลายลง สายเลือดมังกรอมตะก็จะเข้าฟื้นคืนพลางแทรกซึมเข้าไปทีละนิด กระบวนการนี้ถ้าหลินตงจำไม่ผิดมันคือการแปรเปลี่ยนสายเลือดเทพมังกรอมตะในระดับช่วงท้าย เปลี่ยนกระดูกของเผ่าพันธุ์ให้เป็นสายพันธุ์ที่อยู่จุดสูงสุดของทั้งมวล กระดูกของมังกรเทพอมตะ แข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งใด ไร้เทียมทานในด้านพละกำลัง


            ยิ่งมันถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่มากเท่าไหร่ กายารวมถึงกระดูกภายในก็ยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น เพียงแค่ไม่กี่นาทีกระดูกทั่วทั้งร่างของเขาก็ถูกทำลายและฟื้นคืนขึ้นมาใหม่นับหมื่นๆครั้งแล้ว ยิ่งมันก่อขึ้นกระดูกของเขาจากที่เป็นสีขาวก็เริ่มมีประกายสีทองเปล่งมากเท่านั้น


            หลินตงทำได้เพียงกำหมัดแน่นและประคองสติของตนไม่ได้ดับวูบลง ถ้ามิเช่นนั่นกระบวนการเปลี่ยนแปลงก็จะหยุดลง ยิ่งเขาทนการทำลายและสร้างใหม่ได้เท่าไหร่ กระดูกของเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น ท่านอาจารย์ชิงหลงเซียนเคยเล่าให้ฟังว่าครั้งนึงที่เขาได้แปรเปลี่ยนกระดูกของตนเอง ชิงหลงเซียนใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันในอดทนมัน เพียงแค่ครึ่งวันกระดูกก็ถูกทำลายและสร้างใหม่นับล้านครั้ง มันจึงทำให้สายพันธุ์มังกรอมตะเป็นผู้ที่มีพละกำลังกายาที่แข็งแกร่งมากที่สุดกว่าทั้งมวล


            "อึก? ครึ่งวันหรอ!! นี่แค่ไม่กี่นาทีข้าก็แทบจะหมดสติลงแล้ว!! ดวงตาเริ่มพร่ามัวจนแทบจะประคองสติไม่อยู่ มันเป็นความเจ็บปวดที่คิดไว้้จริงๆแต่ถ้าเราหมดสติตอนนี้กระดูกมังกรอมตะก็จะหยุดการพัฒนาในทันที ยิ่งทนได้มากเท่าไหร่ในอนาคตเราจะยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น..!!"


            ชายหนุ่มกัดฟันแน่นพร้อมกับบ่นพึมพำออกมา ใบหน้าตอนนี้เปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าทั่วทั้งตัวของเขาเลยก็ว่าได้ ร่างกายที่ปูดโพนและยุบลงไปมามันทำให้หลินตงต้องทนต่อความเจ็บปวด


            ระหว่างที่กำลังจะหมดสติลงแล้วก็นึกถึงเรื่องราวต่างๆที่เขาพบเจอขึ้น ภาพต่างๆผุดขึ้นมาในสมอง ในวัยเด็กที่ต้องอยู่โดดเดี่ยวและทำได้เพียงจ้องมองผู้คนอยู่ห่างๆ เมื่อไม่จิตวิญญาณยุทธทุกคนก็ตีตัวออกห่างจากเด็กเช่นเขา ขาดความอบอุ่นจากครอบครัวที่ไม่เคยพบ เปลี่ยวเหงาอยู่ตัวคนเดียว ในทุกๆวันทำได้เพียงจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และคิดฝันว่าสักวันนึงตัวของเขาทะยานไปสุดขอบฟ้า พบเจออีกด้านของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ละโมภมาก ถ้าไม่มีมันในครั้งนั่นชีวิตของเขาก็คงจะต้องหยุดอยู่เช่นนั่น


            เขาพลันได้สติพลางสังเกตได้ว่าภาพที่เห็นห้วงความทรงจำที่ผุดขึ้นมา มันช่วยให้เขาฟื้นคืนสติจนกลับมาเช่นเดิมและเมื่อเขาเห็นเช่นนั่นนัยน์ตาของชายหนุ่มก็เปล่งประกายลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความมุ่นมั่น


            "ท่านอาจารย์ ข้าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าท่าน ท่านคอยดูให้ดีเลย..!!"


            หลินตงดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับตะโกนก้องออกมาอย่างสุดเสียง ต่อให้จะเป็นความเจ็บปวดที่มากมายแล้วทำไม ถ้าท่านอาจารย์สามารถทนได้ถึงครึ่งวัน แล้วทำไมเขาถึงจะทำเช่นนั่นไม่ได้ ถ้าเขาไม่สามารถอดทนได้ก็ไม่สมควรที่เขาจะถูกเรียกว่าผู้สืบทอดที่แท้จริงเทพมังกรอมตะหรอกนะ


            เพียงไม่นานเวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมง หลินตงที่ยืนอยู่นิ่งๆพลางกัดฟันอย่างอดทนมันชั่งเป็นอะไรที่สง่างามยิ่งนัก ถ้าชิงหลงเซียนได้มาพบเห็นถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงนี้ละก็เขาจะต้องเอ่ยชมออกมาอย่างยินดีแน่นอน


            อีกฟากนึงชายหนุ่มผมสีดำก็จ้องมองลงมาอย่างสนใจ นัยน์ตาสีดำทมิฬลุกวาวไปด้วยความตื่นเต้น ไม่ได้เห็นนานแล้วสิน่ะภาพที่ปรากฏขึ้นมาตอนนี้ การพัฒนาของสายเลือดมังกรอมตะที่ยิ่งใหญ่ นี้คือสายเลือดอันดับหนึ่งของห้วงจักรวาล ถ้าวัดกันที่พรสวรรค์สายเลือดเพียงอย่างเดียวละก็แม้แต่เขาที่ได้ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงได้ มันคือสายเลือดพิเศษที่ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าและถูกส่งมอบให้เพียงแค่ชิงหลงเซียนเท่านั้น ต่อให้เขาจะอยากได้มันมาให้ลูกสาวมากแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้


            "ไอ้หนูคนนี้คงจะลืมไปแล้วว่าอาจารย์ของเจ้าคือมังกรอมตะที่กำเนิดมาจากความว่างเปล่า ร่างกายรวมถึงห้วงจิตวิญญาณของเขานั่นเอามันมาเทียบกับร่างกายมังกรอมตะของเจ้าที่พัฒนามาจากร่างกายของมนุษย์เนี่ยนะ เหอะๆ เชื่อจะมันจริงๆ"


            "ครึ่งวันหรอ ตอนนี้ก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ชั่งเป็นพลังใจที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ความเจ็บปวดนี้แม้แต่เทพเจ้ายังทรมานเลยนะ"


            "เอาเถอะ ข้าจะรอดูละกันว่ากระดูกมังกรอมตะที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าของอาจารย์เจ้าจะปรากฏขึ้นมาหรือเปล่า"


            เย่ชิงหยูนอนลงพลางจ้องมองเหตุการณ์อย่างสนใจ สำหรับเขาแล้วการได้เห็นอะไรแบบนี้มันก็ทำให้เขาหายเบื่อได้อยู่บ้าง


            ตัดกลับมาที่เทือกเขาอัสนี ภายในถ้ำตอนนี้มีร่างเงาของทั้งสองคนค่อยๆฟื้นคืนสติอย่างช้าๆ หวังจื่อจินกับชิงหลงหวู่เทียนส่ายหัวไปมาเพื่อคลายมึนงงของตนเอง

            

            "เหอะๆ ข้าตกใจจนดับวูบไปเลย ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าเรื่องราวแบบนี้จะเกิดขึ้นใกล้ตัวเช่นนี้"


            องค์เทพผู้สร้างตัวเป็นๆอย่างงั้นเหรอ ไม่ว่าใครที่ได้ฟังก็ต้องตกใจจนตายเลยด้วยซ้ำ


            ทั้งสองคนพูดขึ้นอย่างหวาดกลัวพลางนึกภาพในหัว องค์เทพผู้สร้างจะเป็นเช่นไรกันนะ พวกเขาคงจะมีลักษณะที่สง่างามยิ่งใหญ่เหนือกว่าใครอย่างแน่นอน


            ขณะที่พวกเขากำลังครุ่นคิดอยู่นั่น ทั้งสองคนก็สัมผัสได้ถึงเสียงคึกโครมที่อยู่ด้านนอก นัยน์ตาแต่ละคนเบิกกว้างอย่างแปลกประหลาดเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเช่นนี้ กลิ่นอายของมังกรที่กำลังฟุ้งไปทั่วท้องฟ้าและรอบบริเวณมันทำให้พวกเขาต้องตื่นตะลึง


            "นะ.นี่คือกลิ่นอายของสายเลือดมังกรอมตะ? ไม่ผิดแน่ๆ..!!"


            หวังจื่อจินอุทานออกมาอย่างตกใจพร้อมกับรีบพุ่งออกไปยังปากถ้ำ ทั้งสองคนเมื่อออกมาแล้วก็ต้องพบคลื่นพลังที่มหาศาล วังวนพายุที่น่าสะพรึงบนท้องฟ้าทำให้ทั้งสองต้องแข็งทื่อ มังกรเพลิงสีแดงชาดที่มีรูปลักษณ์อหังการกำลังเปล่งประกายบนฟากฟ้าพร้อมกับบินวนไปมารอบๆขุนเขาแห่งนั่น


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน