ตอนที่50 ไปกรุงเทพฯ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น...” เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิงห์เหนือมีใบหน้าที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้เพียงการไปคุยงานต่างจังหวัดไม่ถึง 1 สัปดาห์ ไม่น่าเชื่อภายในบ้านจะเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจเสือตกบันได หัวฟาดพื้น ขาบิดงอผิดรูป ด้วยความที่เสียเลือดมากจนเกินไป บวกกับคนไข้ทนความเจ็บปวดไม่ไหว สุดท้ายขาอีกข้างจึงถูกตัดออกอย่างไม่มีทางเลือกส่วนทางด้านศีรษะไม่มีอะไรมากนัก แค่เย็บไม่กี่สิบเข็มเท่านั้นถ้าหากเป็นเวลาปกติสิงห์เหนือคงคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะอุบัติเหตุ ทว่านอกจากเสือแล้ว เหม่งและเป้งที่อาศัยอยู่ในเรือนคนใช้ ยังมาเสียชีวิต ตายเป็นปริศนาภาพที่ถูกส่งมาให้สิงห์เหนือดูนับเป็นความสยดสยองชนิดหนึ่ง ทั้งคู่ถูกบิดงอศีรษะ ในลักษณะกำลังนอนหลับ สภาพคล้ายกับถูกใครบางคนบุกเข้ามาฆ่าแต่ด้วยกล้องวงจรปิดรอบบ้าน จากการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ จะมีเพียงเสียงดังแปลกๆ ตอนกลางคืน รวมถึงคนใช้ภายในบ้านเล่าให้ฟังว่า ได้เห็นวิญญาณย่างกรายเข้ามายามค่ำคืนสิงห์เหนือรู้สึกว่าเรื่องเกี่ยวกับภูติผีวิญญาณฟังดูไร้สาระ เขาแก่จนอายุปูนนี้แล้ว ยังไม่เคยเห็นวิญญาณเลยสักตน แต่คนรับใช้ภายในบ้านกับบอกว่าเห็นถ้าเป็นคนเดียวสิงห์เหนือคงไม่คิดอะไรมาก แต่นี่ถาม 2 คนก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน ถาม 3 คนก็ตอบแบบเดียวกัน ทำให้สิงห์เหนือเริ่มกลับมาคิด ไม่แน่อาจมีวิญญาณร้ายอยู่ในบ้านจริงๆ ก็ได้ครั้นจะถามเสือว่าเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายนั้นก็เอาแต่ตัวสั่นงันงก สภาพจิตใจย่ำแย่ เขาเสียขาไปหนึ่งข้างเพราะอุบัติเหตุรถฯ ภายหลังยังต้องถูกตัดขาทิ้งอีกข้าง จิตใจคงแหลกสลายไม่มีชิ้นดีสิงห์เหนือรู้ตัวคนทำให้ลูกของตนประสบอุบัติเหตุจนต้องเสียขา ทว่าเขาไม่สามารถทำอะไรฝ่ายนั้นได้ นักธุรกิจจากเมืองเชียงใหม่ แถมยังมีเส้นสายที่น่าสะพรึง หากสิงห์เหนือยังดื้อด้านไม่เลิกรา เกรงว่าคงเป็นเขานี่แหละที่ถูกเก็บ“เจ้านาย ผมว่าเราควรเชิญจอมขมังเวทย์มาให้ดูบ้านนะครับ” เลขาส่วนตัว โอม เจ้าของเรือนผมสีดำ ปัดผมไปข้างซ้าย กล่าวคำแนะนำหลังจากเปิดประตูรถให้ผู้เป็นนาย“จอมขมังเวทย์...ฟังดูไร้สาระ” ต่อให้ได้ยินว่าคนใช้ภายในบ้านพูดถึงวิญญาณกันถึง 10 คน แต่เอาเข้าจริงๆ สิงห์เหนือยังทำใจเชื่อได้ยากแถมตอนนี้เลขาส่วนตัวยังมาพูดถึงจอมขมังเวทย์อะไรนั่นอีก นี่เขาดูหนังไทยเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์มากไปหรือเปล่า ถึงได้คิดเป็นตุเป็นตะโอมเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ หลังจากกดปุ่มสตาร์ทรถ หันศีรษะมาบอกด้วยความหวังดี “แต่ผมว่าเขาเป็นของจริงนะครับ จอมขมังเวทย์ที่ผมพูดถึงเนี่ยได้ออกช่องทีวีดัง มีสำนักของตัวเอง ถึงขั้นว่ามีผู้อิทธิพลจากหลายแห่ง เข้าไปใช้บริการ”“ผู้มีอิทธิพลเหรอ...” สิงห์เหนือเริ่มให้ความสนใจ ไม่ใช่ว่าสนใจเกี่ยวกับจอมขมังเวทย์ เพียงแต่ผู้มีอิทธิพลเหล่านั้นต่างหากที่น่าสนใจ“ใช่ครับ จอมขมังเวทย์ อาคม นั่นเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จัก เขาโด่งดังมาก แถมเขายังมีเส้นสายกับผู้มีอิทธิพล ตั้งแต่เหนือจรดใต้”“อืม...งั้นติดต่ออาคม ให้เขามาดูบ้านให้”“รับทราบ ผมจะรีบติดต่อไปทันทีครับ”สิงห์เหนือหลับตาลง ระหว่างรถแล่นไปเขาคิดเกี่ยวกับผู้สืบทอดธุรกิจ ดูเหมือนว่าลูกชายคนเล็กจะหมดหวังแล้ว เสียขาไปสองข้าง แถมตอนนี้สติยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คนที่พอฝากความหวังได้คงเป็นพี่สาวคนโต อย่างนุ่มนิ่มสิงห์เหนือถอนหายใจยาว เกี่ยวกับจอมขมังเวทย์อะไรนั่นกล่าวสำหรับเขามันคงเป็นเรื่องแหกตา แต่ถ้าหากสามารถสานสัมพันธ์อันดีได้ นั่นเท่ากับว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเขากับผู้มีอิทธิพลเหล่านั้น..............เจมส์ยังไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านเสือ เขายังคงไปเรียนช่วงเช้าตามปกติ ตกบ่ายขึ้นรถกระบะที่ทอยมารับ ไปทำงานในบริษัทผลิตอนิเมชั่น ตกเย็นไปร้านหมูกระทะ กว่าจะได้นอนก็ตีหนึ่งหรือเที่ยงคืนระหว่างวันเจมส์นั่งอ่านอีเมลที่เข้ามา มันเป็นของโกมินจอง เด็กผู้หญิงที่มีความหมายสำหรับเขา ทำให้เขาอยากซัพพอร์ตเธอ ถึงขนาดต้องเดินทางไปถึงเกาหลีใต้ ขยับขยายธุรกิจทางทะเล ถึงมันจะเป็นแค่ธุรกิจขนาดเล็ก ทว่าด้วยความช่วยเหลือของหุ่นแบนเนอร์ คงไม่นานหรอกเนื้อหาอีเมลมีอยู่ว่า' โกมินจองผ่านการออดิชั่นค่ายเพลง NG เป็นเด็กฝึกภายใต้โครงการ Bad Girls หลังจากนี้เธอต้องซ้อมอย่างหนัก คาดว่าอาจใช้เวลานาน 4-5 ปี จะได้เดบิวต์เป็นศิลปินเต็มตัว'“4-5 ปีเชียวเหรอ...” เจมส์เดาะลิ้น ครุ่นคิดถึงอายุตอนนี้ของเด็กสาวโกมินจองในปี 2010 ยังอายุ 15 หากเดบิวต์ตามช่วงเวลาที่บอก คงอายุ 19-20 ตอนนั้นคงเป็นสาวเต็มตัว และคงมีแฟนคลับล้อมหน้าล้อมหลังเนื้อหาในเมลยังกล่าวอีกว่า 'ทางต้นสังกัดจะคิดชื่อในวงการให้ใหม่ โดยให้ฉันมีส่วนร่วมในการเลือกชื่อ ถึงตอนนั้นกลัวว่าพี่จะจำฉันไม่ได้ที่เปลี่ยนชื่อ จึงอยากบอกให้รู้แต่เนิ่นๆ ในอนาคตเห็นวง Bad Girls จะได้ไม่สับสนว่าทำไมถึงไม่มีชื่อ โกมินจอง''อ้อ...อีกอย่างหนึ่ง บุหรี่ของพี่เป็นอย่างที่บอกจริงๆ มันช่วยฉันได้มากเลย และก็เป็นเพราะมันนี่แหละที่ทำให้ฉันผ่านการออดิชั่น เข้ามาเป็นหนึ่งในเด็กในสังกัด ขอบคุณมากนะคะพี่ แล้วก็คิดถึงนะคะ'เจมส์อมยิ้มหน่อยนึง เริ่มตอบอีเมลของเด็กสาวระคนอารมณ์ดี จากนั้นหันไปอ่านอีเมลอีกฉบับ ที่ถูกส่งมาโดยโดม หนึ่งในทีมงานละคร'แดนพิศวง'เนื้อหามีอยู่ว่า ทางผู้จัดให้ได้สูงสุดสองล้านบาท หากมากกว่านี้ก็ไม่มีเรื่องต้องคุยกันอีก แถมโดมยังกล่าวอีกว่า ผมช่วยคุณได้เท่านี้จริงๆ“สองล้านเหรอ ไม่เลว เยอะกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย” เจมส์ตอบตกลง จากนั้นลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสายหน่อยนึงเงินจำนวน 2 ล้านบาทไม่ใช่เงินจำนวนน้อย แถมทางบริษัทฯ ของเจมส์ยังเพิ่งก่อตั้ง ไม่มีชื่อเสียง ยังไม่รู้เลยว่าลงทุนไปแล้วจะคุ้มทุนไหม ดังนั้นสองล้านจึงเป็นเพดานที่ทางนั้นให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ดี ด้วยการร่วมมือกับละคร'แดนพิศวง'มันจะทำให้บริษัทมีชื่อเสียง รวมถึงช่อง Animation Kids จะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นวันนี้เจมส์จึงค่อนข้างอารมณ์ดี จนเต้ย พนักงานชายเพียงคนเดียวในบริษัท อดถามไม่ได้“บอสครับ ยิ้มหน้าบานเชียวนะครับ หรือว่าเย็นนี้มีนัดกับสาวสวย”“สาวสวยเหรอ ไม่น่าเป็นไปได้นะครับ เพราะช่วงนี้เจ้านายยุ่งมาก เวลาทานข้าวแทบไม่มี แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับสาว” ทอยแย้ง เพราะเขาอยู่กับเจมส์แทบตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าหากเจมส์มีผู้หญิงจริง เขาก็ต้องรู้สิ“เลิกเดากันได้แล้ว ที่ผมอารมณ์ดีน่ะก็เพราะมีละครเรื่องหนึ่งติดต่อมาจ้างบริษัทฯ เราทำซีจี อ้อ...ได้งบมาสองล้านนะ”“สองล้าน...” น้ำผึ้งอ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่าบริษัทนี้ที่เพิ่งเปิดจะเข้าตา ถึงกับมีละครเรื่องหนึ่งให้งบมากถึงสองล้านบาทจ้างทำซีจีกล่าวสำหรับน้ำผึ้งแล้ว เรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อมาก เพราะตอนแรกที่มาสมัครงาน หากไม่เป็นเพราะไม่มีเงินกลับ ไม่อยากกลับไปทำสวนปลูกผัก เกรงว่าเธอคงพลาดโอกาส ในความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เพียงน้ำผึ้งที่ตกตะลึง เต้ยเองก็อยู่ในลักษณะไม่ต่างกัน ส่วนทอยยกยิ้มยิงฟัน เหมือนกับคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้“ตามนั้นแหละ เราจะทำงานร่วมกับละครดัง แต่ด้วยพนักงานที่มีอยู่ตอนนี้มันคงไม่พอ ผมจะรับพนักงานเข้ามาเพิ่ม งานจะได้ไม่หนักจนเกินไป ส่วนผลงานของช่อง Animation Kids คงต้องลงน้อยกว่าเดิม” เจมส์เริ่มแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนงาน จากนั้นเขาต้องเดินทางขึ้นไปกรุงเทพฯ เพื่อเซ็นสัญญา รวมถึงคุยรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆเย็นวันนั้นเจมส์พาลูกน้องในบริษัทมาเลี้ยงหมูกระทะที่ร้านตัวเอง ตกกลางคืน แล่นเรือยอร์ชดำน้ำไปเมืองกรุงเทพฯอาศัยเวลานอนพักผ่อนช่วงกลางคืน เช้าตื่นขึ้นมาเรือก็มาถึงแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วการเดินทางด้วยเรือเป็นอะไรที่สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลว่ารถจะติด โดยมีทอยเป็นกัปตันเรือ ไม่ต้องกลัวว่าจะไปไม่ถึงที่หมายเจมส์อยู่ในชุดสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงสแลคขายาว รองเท้าหนังปลายแหลมด้านข้างมีสุภาพบุรุษหัวโล้นยืนขนาบ ท่วงท่าการเดินเหมือนกับภูเขาสูงชัน ให้ความรู้สึกเหมือนป้อมปราการใหญ่พวกเขาจอดเรือไว้ที่แม่น้ำเจ้าพระยา ในโหมดดำน้ำร่องหน จากนั้นเดินขึ้นมาบนฝั่ง“ว้าว ที่นี่คือเมืองหลวงเหรอครับ” ทอยดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ เริ่มถ่ายรูปตรงโน้นที ตรงนี้ทีอย่างกับเด็กเพิ่งเคยมาเที่ยว“ใช่” เจมส์ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ เพราะเขาเองก็เพิ่งเคยมาเมืองกรุงเทพฯ เหมือนกัน เมื่อก่อนเคยเห็นแต่ในทีวี เพิ่งจะได้มาเหยียบก็วันนี้แหละวันนัดกับทีมงานละครคือช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ส่วนวันเสาร์ เจมส์อยากผ่อนคลายไปกับเมืองกรุงฯ จึงได้เดินทางมาถึงก่อนหนึ่งวันค่อยคุยงาน.....ในขณะเดียวกัน สิงห์เหนือได้พบกับอาคม ผู้ได้ชื่อว่าเป็นจอมขมังเวทย์ตัวจริง แถมเบื้องหลังยังมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง นับว่าเป็นตัวตนที่ไม่สามารถดูถูกได้