บทที่118
การประมูลที่ดินในรอบปี
การประมูลได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในตอนนี้งานประมูลที่ดินขนาดใหญ่ในรอบปีถูกจัดขึ้น
“ สองพันตำลึง!!!! ”
“ ข้าให้สามพันตำลึง!!! ”เสียงตะโกนดังขึ้นนี้คือเสียงต่อราคาของเหล่าผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆ
ตอนนี้พวกมันกำลังเสนอราคาออกไปประมูลที่ดินผืนใหญ่แห่งเมืองหลวง
จางหยวนนั่งอยู่บริเวณแถวด้านหลังเขานั่งอยู่ด้วยท่าทางสงบนิ่งมองเห็นเหล่าเศรษฐีบริเวณด้านหน้าทำการประมูลที่ดินกันอย่างดุเดือด
สำหรับเงินสองพันหรือสามพันตำลึงคนธรรมดาทั่วไปคงจะสามารถใช้ได้ทั้งชีวิตอย่างแน่นอนแต่ว่าสำหรับพวกมันเหล่าเศรษฐีแห่งเมืองหลวงหรือว่าเราพ่อค้าจากเมืองต่างๆเป็นเพียงแค่เศษเงินเท่านั้น
พวกมันกำลังแย่งการประมูลที่ดินกันอย่างดุเดือดตอนนี้กำลังเสนอราคาออกมาเรื่อยๆ
ทว่านี่เป็นเพียงแค่การประมูลที่ดินเพียงแค่ผืนแรกเท่านั้นมันยังมีการเสนอราคาออกมาอย่างดุเดือด
นี้เป็นที่ดินผืนแรกเป็นที่ดินผืนใหญ่ทางด้านที่ตะวันออกของเมืองหลวงเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ติดบริเวณทางเดินขนาดใหญ่มีพื้นที่กว่าประมาณสิบหมู่
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ดินแห่งเมืองหลวงแน่นอนว่ามันย่อมเป็นที่ดินผืนทอง
ราคานั้นก็ย่อมสูงขึ้นเป็นธรรมดาโดยที่ดินผืนนี้ตั้งอยู่บริเวณติดถนนทางเดินเพราะแบบนั้นก็สามารถนำเอาไปใช้งานได้หลายอย่าง
เมืองหลวงถือว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งการค้าขายและอารยธรรมราคาที่ดินจะสูงลิ่วขึ้นแบบนี้ก็ไม่แปลกอะไร
ในตอนนี้พวกพ่อค้าและพวกเศรษฐีบริเวณรอบๆเสนอราคาอย่างต่อเนื่องทำการยื่นราคาออกมายังไม่หยุด
จางหยวนนั่งเป็นผู้ชมเท่านั้นในตอนนี้
“ ห้าพันตำลึง!!! ”ราคาในตอนนี้ขึ้นสูงไปถึงห้าพันตำลึงเรียบร้อยแล้วกับที่ดินผืนแรกที่ทำการประมูล
จางหยวนที่นั่งอยู่บริเวณด้านหลังแสดงท่าทางสงบนิ่งเขาใช้บุคลิกท่าทางที่สงบนิ่งภายนอกของตนเองสังเกตพื้นที่บริเวณรอบๆในตอนนี้
ดวงตาของเขาลองมองบริเวณรอบๆพบเห็นว่าบริเวณรอบๆร่างกายมีเศรษฐีรายผู้ที่ยังไม่ขยับ
โม่เยี่ยนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเขาแสดงท่าทางสงบนิ่งเอาไว้
ในตอนนี้แม้ว่าที่ดินที่ถูกประมูลจะเป็นที่ดินภายในเมืองหลวงแถมยังตั้งอยู่ติดถนนใหญ่แต่ว่าเขาเองก็ยังไม่สนใจ
จางหยวนคิดภายในใจอย่างรวดเร็ว“การที่พวกเศรษฐีภายในสถานที่แห่งนี้ยังคงนิ่งอยู่แสดงว่าพวกมันต้องมีความคิดบางอย่างอย่างแน่นอน”
“ หรือเรียกง่ายๆก็คือที่ดินผืนนี้อาจจะไม่ใช่ที่ดินผืนที่ดีที่สุดจึงทำให้พวกมันไม่ขยับเขยื้อน”
“ พวกเศรษฐีภายในสถานที่แห่งนี้เดินทางมาพวกมันทุกคนเองก็หวังว่าตนเองจะได้ดีที่สุดไป”
“ เพราะแบบนั้นทุกคนเลยไม่ได้สนใจที่ดินภายในเมืองหลวงพื้นที่เลยแม้แต่น้อย”
จางหมิงทำการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้อยู่ทำการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้อยู่เขาเองก็รูนีย์กำลังของเขาในตอนนี้ไม่สามารถประมูลสู้กับที่ดินผืนใหญ่ที่พวกเศรษฐีมากมายตาได้
เขามีเงินอยู่เพียงแค่ห้าหมื่นตำลึงเท่านั้นแล้วราคาที่ดินผืนแรกมันก็ขึ้นไปเรื่อยๆจนตอนนี้ที่ดินผืนนี้ถูกประมูลไปจบลงที่ประมาณแปดพันตำลึง
เป็นราคาที่สูงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับที่ดินที่มีพื้นที่เพียงแค่สิบหมู่
แต่เป็นเพราะว่าที่ดินที่ตั้งอยู่ภายในเมืองหลวงแถมยังเป็นทำเลทองเลยมีราคาสูงขนาดนี้
พวกเศรษฐีเหล่านี้เองก็มีเงินเหลือใช้เพราะแบบนั้นการประมูลที่ดินในราคาเท่านี้ไปและก็นำเอาที่ดินไปต่อยอดมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียผลประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
โจวผิงมองเห็นว่าการประมูลที่ดินผืนแรกจบลงไปก็ทำการพูดขึ้นมา“ เหลือจะเชื่อจริงๆในตอนนี้ที่ดินผืนแรกก็ถูกประมูลไปในราคาแปดพันตำลึง ”
“ แล้วที่ดินผืนถัดไปจะโดนประมูลไปในราคาเท่าไหนกัน ”
จางหยวนหันไปมองสหายพ่อค้าของตนเองก่อนที่จะพูดขึ้น“ ตัวของท่านเองก็น่าจะมองที่ดินเอาไว้แล้วไม่ใช่หรือ ”
“ ให้ข้าคาดเดาตัวของท่านคงจะมองที่ดินที่ไม่ได้อยู่ในหมายตาของพวกตระกูลใหญ่หรือพวกผู้คน”
“ ท่านเป็นคนฉลาดคงจะไม่นำเอาเงินมากมายไปสู้กับตระกูลใหญ่ที่มีเงินเป็นถุงเป็นถังอย่าง”
จางหยวนมองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายนั้นเหมือนตนเองที่เป็นคนที่มีความคิดฉลาดเฉลียว
พวกเขาถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ในตอนนี้มองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าถ้าจะไปประมูลแข่งขันกับพวกตระกูลใหญ่คงจะเป็นไปไม่ได้
เขาเองก็คงจะเตรียมการเอาไว้แล้วเช่นเดียวกันว่าจะประมูลที่ดินผืนไหนที่ตนเองนั้นมีโอกาสที่จะได้ไป
โจวผิงยกยิ้มขึ้นที่มุมปากแล้วก็พูดขึ้นมา“ แน่นอนเพราะว่าคำพูดของเจ้าทำให้ข้านั้นคิดได้ ”
“ ตอนนี้ที่ดินภายในเมืองหลวงตัวของข้าเองก็ไม่ได้มองมันเลยแม้แต่น้อย ”
“ แต่ตัวของเจ้าเป็นคนบอกเองว่ากิจการของข้าจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วถ้าอยู่ภายในเมืองที่ห่างไกลจากเมืองหลวง”
“ เพราะแบบนั้นตัวของข้าจึงเล็งที่ดินผืนหนึ่งเอาไว้คิดว่าในครั้งนี้อยากจะได้ที่ดินผืนนั้นเอามาไว้ภายในกำมือ”
โจวผิงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
จางหยวนหลังจากที่ได้ยินแบบนั้นเขาเองก็ดีใจเช่นเดียวกันที่อีกฝ่ายนั้นคิดได้
พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการแย่งชิงที่ดินผืนใหญ่ๆจากพวกตระกูลใหญ่ในตอนนี้เพียงแค่อยากจะได้ที่ดินของตนเองเท่านั้น
ภายในงานประมูลแห่งนี้ยังคงเริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้คนภายในงานประมูลเริ่มทำการประมูลที่ดินในตอนนี้ที่ดินพื้นที่หนึ่งพื้นที่สองหรือว่าพื้นที่สามมันเองก็ถูกประมูลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“ ห้าพันตำลึง!!! ”
“ หกพันตำลึง!!! ”
“ หนึ่งหมื่นตำลึง!!! ”ที่ดินผืนนี้ในตอนนี้มีการประมูลที่ดินโดยที่เงินในการประมูลนั้นทะลุหนึ่งหมื่นตำลึงไปเรียบร้อยแล้ว
ที่ดินพื้นนี้เป็นที่ดินที่มีความกว้างถึงประมาณห้าสิบหมู่ตั้งอยู่ภายในเมืองใกล้ๆเมืองหลวงเป็นทำเลทองที่เป็นที่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก
โดยผู้ที่ทำการประมูลที่ดินผืนนี้นั่นคือเศรษฐีแห่งเมืองหลวงผู้หนึ่ง
จางหยวนไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวตามองเห็นแล้วท่าทางจะเป็นเศรษฐีภายในเมืองหลวงแห่งนี้ที่น่าจะมีเงินทองอยู่ภายในกระเป๋ามากพอสมควร
ที่ดินผืนแรกแน่นอนว่าย่อมมีราคาที่มันยังไม่สูงขณะที่เขาจะเอื้อมไม่ถึงเพราะว่าตามหลักของการประมูลแล้วที่ออกมาในช่วงแรกจะเป็นที่ดินที่มีระดับต่ำลงมา
ส่วนที่ดินที่ดีที่สุดก็คงจะอยู่ในการประมูลที่ดินในช่วงท้าย
จางหยวนเห็นว่าพวกเศรษฐีที่มีชื่อภายในเมืองหลวงหรือเมืองต่างๆที่น่าจะเป็นคนที่ใหญ่โตตอนนี้ยังไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย
พวกมันกำลังเฝ้ารอบางอย่างอยู่
ขณะที่เขากำลังนั่งอยู่นั่นเองทางด้านของคุณหนูใหญ่หงที่นั่งอยู่ข้างๆดวงตาเบิกกว้างขึ้นหันมองผู้เป็นนายแล้วก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ นายท่านเจ้าคะมาแล้วเจ้าคะ!!! ”
จางหยวนหันไปมองดวงตาของเขามองตรงไปด้านหน้ามองไปยังผู้ที่เป็นพิธีกรนำการประมูลในครั้งนี้
มันเดินออกมาบริเวณตรงใจกลางเวทีการประมูลและก็ยกโฉนดที่ดินผืนนึงขึ้นมาพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างฉะฉาน
“ เรียนนายท่านทุกท่านที่ดินผืนนี้ที่ท่านกำลังเห็นอยู่เป็นหนึ่งในที่ดินที่พวกเราคัดเลือกมาอย่างดี”
“ หนึ่งในที่ดินที่อยู่ใกล้เมืองหลวงใช้เวลาการเดินทางเพียงแค่ไม่กี่วันก็เดินทางไปถึง”
“ มันคือที่ดินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ที่เมืองไท่ซานขอรับ ”
จางหยวนยกยิ้มขึ้นที่มุมปากของตนเองเพราะว่าในตอนนี้สิ่งที่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้ามันคือดินที่เขาต้องการ
“ มาแล้ว.. ”
ในตอนนี้ที่ดินที่เขาต้องการมันออกมาเรียบร้อยแล้วถึงคราวที่เขาจำเป็นจะต้องลงไปประมูลที่ดินแข่งกับพวกที่อยู่บริเวณรอบๆ
จบบท