ตอนที่ 4
หลังจากวันนั้น ซีฟางหรู ก็ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านนี้ไปวันๆ เพราะทุกคนยังทำเหมือนกับเธอเป็ส่วนเกินเหมือนทุกครั้ง แต่เธอเองก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด แต่กลับใช้ชีวิตไปอย่างปกติ จนในที่สุดพรุ่งนี้ก็จะเป็วันที่จะต้องเดินทางไปชนบทแล้ว ในที่สุดก็จะเป็อิสระเสียที
หลังอาหารเย็นวันนั้น พ่อและแม่จึงได้เรียกให้เธอตามไปที่ห้องนอน คงจะเอาหนังสือตัดขาดให้กับเธอล่ะมั้ง เธอไม่คิดจะสนใจอยู่แล้วอยากจะทำอะไรก็แล้วแต่พวกเขาแล้วกัน ในเมื่อเธอเองก็ไม่ใช่เ้าของร่างคนเก่าเสียหน่อย พวกเขาเองก็เป็เพียงคนแปลกหน้าเท่านั้นเหมือนกัน
"ฟางหรู เดี๋ยวตามพ่อกับแม่ไปที่ห้องนอนด้วย พรุ่งนี้จะต้องเดินทางไปแล้วไม่ใช่หรือ" ซีเต๋อซวน บอกกับลูกสาวคนร้องด้วยเสียงที่เรียบเฉย
"ค่ะ"
เธอตอบเพียงเท่านี้ เหมือนไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร และไม่ได้สนใจอะไรเลยสักนิด และเดินตามพ่อและแม่ไปที่ห้องอย่างเงียบๆ
"พี่เต๋อฉุน ฉันรู้สึกว่าพี่ฟางหรูเปลี่ยนไปมาก เหมือนกับไม่ใช่พี่สาวของฉันคนเดิมเลย" ั้แ่ไม่สบายวันนั้น เธอเหมือนกับไม่รู้จักพี่สาวคนนี้เลยสักนิด ดูแล้วมันแปลกไปเสียหมดทุกอย่าง
"พี่เองก็รู้สึกเหมือนกัน เหมือนกับไม่้าที่จะเป็ครอบครัวกับพวกเราอีกแล้ว หรือเป็เพราะพ่อกับแม่ที่้าตัดขาดกับน้องสาวหรือเปล่านะ ทำให้ห่างเหินกันมากกว่าเดิมอย่างนี้" ถ้าเป็เขาที่ถูกพ่อและแม่ตัดขาด ก็คงรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน
"แต่พ่อกับแม่ก็ทำถูกแล้วไม่ใช่หรือคะ พี่สาวไปอยู่ที่ชนบทอย่างไรแล้วก็เหมือนตัดขาดกันอยู่ดี" เธอคิดอย่างนี้จริงๆ จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้
"แต่ว่าที่น้องสาวไปอยู่ที่นั่นเป็เพราะพี่ไม่ใช่หรือ ไม่อย่างนั้นพี่ต้องได้ไปอยู่ที่นั่น"
"แต่ว่าพี่เป็ผู้ชาย อยู่ที่นี่เป็สิ่งที่สมควรที่สุดแล้ว พี่อย่าได้โทษตัวเองเลยค่ะ เป็พี่ฟางหรูดีที่สุดแล้ว เพราะอยู่ที่นี่พี่สาวก็เหมือนเป็คนอื่นสำหรับครอบครัวอยู่ดี ได้ไปอยู่ที่อื่นอาจจะดีกว่านี้ก็ได้"
แม้จะพูดไปอย่างนั้น แต่ใจจริงกับไม่ใช่ เพราะต่อไปเธอจะกลายเป็ลูกสาวคนเดียว ไม่มีใครให้เปรียบเทียบอีก ความสวยขอพี่สาวมักจะโดดเด่นกว่าเธอมาก ยิ่งตอนที่ไปโรงเรียนยิ่งมีข้อเปรียบเทียบมาก เพราะพี่สาวของเธอทั้งเรียนเก่งและสวยมากในโรงเรียน จนทำให้เพิ่มความไม่พอใจกับพี่สาวคนนี้มากขึ้นเช่นเดียวกัน
แม้จะรู้สึกไม่ดีแค่ไหน แต่ความเห็นแก่ตัวก็ยังมีมากกว่า จะให้เขาไปทำงานที่ชนบท เขาเองก็ไม่คิดที่จะไปทำเช่นเดียวกัน เพราะเขาไม่อยากที่จะไปอยู่ที่ชนบท ไม่รู้ว่าความเป็อยู่จะเป็อย่างไรบ้าง แต่คงไม่ได้ดีสักเท่าไร
ทางด้านซีฟางหรู ที่เดินตามมาจนมาอยู่ในห้องของพ่อและแม่แล้ว แต่พวกเขาไม่ยอมพูดอะไรออกมาเสียที เอาแต่มองหน้าของเธอนิ่งๆ ส่วนเธอเองก็มองหน้าพวกเขานิ่งๆ เหมือนกับมองคนแปลกหน้าเช่นเดียวกัน
"พวกคุณสองคนมีอะไรก็พูดมาได้เลยค่ะ ฉันจะรีบไปพักผ่อน พรุ่งนี้จะเดินทางไปที่สถานีรถไฟั้แ่เช้า"
เป็เธอเองที่ไม่อยากจะอยู่ในห้องนี้นานๆ จึงได้ถามขึ้นมา ไม่อย่างนั้นคงได้จ้องตากันไม่เลิกเสียที
"ที่พ่อและแม่ เรียกมาในวันนี้จะเอาหนังสือตัดขาดมาให้ เราจัดการให้เรียบร้อยแล้ว ต่อไปพวกเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก เข้าใจใช่ไหม จะไม่มีการขอร้องอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าเื่อะไรก็แล้วแต่" ซีเต๋อซวน บอกเสียงเรียบกลัวว่าลูกสาวจะมีปัญหา ไม่ยินยอม แต่ก็ต้องผิดจากที่คาดเอาไว้มาก
"เข้าใจแล้วค่ะ ไหนล่ะค่ะ หนังสือตัดขาดที่พวกคุณจะให้ฉัน"
เธอมองหาว่ามันอยู่ตรงไหน เพราะไม่เห็นว่าทั้งสองคนถือเอาไว้ ไม่รู้ว่าจะรอทำไม มอบให้เธอก็จะได้จบๆ ไปเสียที
"เหมือนว่าลูก้าที่จะไปจากพวกเราเหลือเกินนะ ถึงได้รีบอย่างนี้"
แม้จะตัดขาดกันแล้ว แต่ก็รู้สึกไม่ชอบใจนักที่ลูกสาวทำเหมือนกับไม่สนใจพวกเขาทั้งสองคนเลยสักนิด แม้สิ่งที่ทำจะไม่ได้สนใจความรู้สึกของลูกสาวก็ตามที
"ทำไมพวกคุณถึงได้ถามอย่างนั้นล่ะคะ เป็ความ้าของพวกคุณทั้งสองคนไม่ใช่หรือ ที่ไม่้าลูกสาวอย่างฉัน แล้วยัง้าอะไรกันอีก ฉันทำตามที่พวกคุณ้าอย่างแน่นอนค่ะ จะไม่ขอความช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่งรู้จักกับพวกคุณอีก ต่อไปฉันจะเหลือตัวคนเดียวอย่างที่พวกคุณ้า"
"ดี เก่งกล้าไม่เบา ฉันเองก็อยากจะรู้นักว่าจะเอาตัวรอดได้เหมือนปากที่เก่งหรือเปล่า" พูดออกไปด้วยความโมโห
"ไม่รบกวนให้พวกคุณมาเดือดร้อนหรอกค่ะ อยู่ไหนคะหนังสือตัดขาด" เธอเองก็ไม่อยากจะสนใจพวกเขาเช่นเดียวกัน
"พรุ่งนี้พวกเราไม่ได้ไปส่งนะ ไปเองคนเดียวก็แล้วกัน"
จริงๆ อยากจะให้ลูกสาวขอร้องพวกเขาเหมือนที่เคยทำมา พวกเขาก็จะไปส่งเป็ครั้งสุดท้าย แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะลูกสาวไม่ได้สนใจว่าจะไปส่งหรือว่าไม่ไป เพราะในเมื่อตัดขาดกันไปแล้วก็ให้เป็คนอื่นจากนี้ไปก็แล้วกัน
"ฉันทราบแล้วล่ะค่ะ ว่าพวกคุณไม่ไปอยู่แล้ว ในเมื่อพวกคุณตัดขาดกับฉันแล้วนี่นา ต่อไปเราก็ไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันแล้ว"
ถึงแม้จะตัดขาดแต่ทั้งสองคนก็ถึงอย่างไรลูกสาวคนนี้ก็ยังเป็ลูกสาวอยู่ แต่คงไม่ใช่แล้ว พวกเขาคิดว่าคงได้เสียลูกสาวคนนี้ไปแล้ว แต่ก็เพียงครู่เดียวที่รู้สึกไม่ดี แต่เมื่อคิดว่ามีลูกอีกสองคนที่รักอยู่ แล้วจะไปสนใจทำไมกันคนที่ตัดขาดไปแล้ว ความรู้สึกแย่ๆ จึงได้คืนกลับมา
"นี่เป็หนังสือตัดขาด และเงินสิบหยวน พวกเราให้ได้แค่นี้" บอกพร้อมทั้งยื่นเอกสารและเงินให้
"อืมก็สมควรแล้วกับความใจร้ายของพวกคุณดี อย่างนั้นฉันขอตัวก่อน จะกลับไปพักผ่อนแล้ว"
เธอมองเงินสิบหยวนด้วยความเฉยชา เงินแค่นี้ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับเงินซื้อชุดของน้องสาวเสียด้วยซ้ำ นี่คือความลำเอียงขั้นสุดสินะ
คนที่เป็พ่อและแม่ที่มองตามหลังของลูกสาวไปด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย และคิดว่าลูกสาวจะขอร้องมากกว่านี้ พวกเขาก็จะให้เงินเพิ่ม เพราะเงินสิบหยวนมันน้อยมากจริงๆ แต่ลูกสาวของเขากลับว่ากลับเสียอย่างนั้น แม้จะไม่พอใจ แต่มันกลับตีแสกหน้าว่าพวกเขาใจร้ายกับลูกสาวคนนี้จริงๆ แต่ทิฐิที่มีอยู่ในใจก็ไม่สามารถที่จะลดลงได้ ในเมื่อลูกสาวของเขาไม่ขอ พวกเขาก็จะไม่ให้เพิ่มอย่างแน่นอน
ส่วนซีฟางหรู ที่เดินกลับมาที่ห้องของตัวเองพร้อมทั้งหนังสือตัดขาดและเงินสิบหยวน อย่างไม่ได้รู้สึกอะไร แต่กลับพบกับน้องสาวที่มายืนรออยู่ คงจะมาเยาะเย้ยเธออย่างแน่นอน เพราะน้องสาวคนนี้ต่อหน้าคนอื่นมักจะแสดงเป็คนดี แต่ใครจะรู้ว่าลับหลังนิสัยแย่แค่ไหน
"พี่สาวกลับมาแล้วหรือคะ พี่เสียใจมากหรือเปล่า" ถามออกมาด้วยเสียงอ่อนหวาน
"ไม่ต้องมาเสแสร้งเล่นละครหรอกนะ ตรงนี้ไม่มีใคร มีอะไรก็ว่ามา หรือถ้าไม่มีก็กลับไป เกะกะอยู่ได้" แค่ฟังเสียงแล้วขนลุกเลย
"ทำไมพี่พูดกับน้องสาวอย่างฉันอย่างนี้ล่ะคะ ฉันแค่ถามด้วยความเป็ห่วงเท่านั้น เพราะต่อไปพี่ก็จะเป็คนอื่นสำหรับครอบครัวเราแล้ว"
"เอาเป็ว่าพี่สาวคนนี้ไม่ได้รู้สึกอะไร ออกจะดีใจเสียด้วยซ้ำ ที่ออกไปจากครอบครัวนี้ได้"
ในเมื่อ้าที่จะเห็นเธอเสียใจ ใครจะทำให้สมหวังกัน ดูสิว่าจะทำอย่างไรต่อ ไหนๆ แล้วอยากเล่นละคร ก็เล่นด้วยกับน้องสาวไปก่อนแล้วกัน
"ฉันไม่เชื่อหรอก ว่าพี่ไม่เสียใจ ตอนนั้นพี่ยังร้องไห้จะเป็จะตายอยู่เลยไม่ใช่หรือ แล้วนี่มาบอกว่าไม่รู้สึกอะไร ใครจะไปเชื่อกัน" พูดออกไปด้วยเสียงที่ดัง โดยลืมเสียงอ่อนเสียงหวานก่อนหน้านี้ไปเลย
"ทำไมหรือ น้องสาวของพี่อยากให้พี่เสียใจขนาดนั้นเลยหรือ แต่เสียใจด้วยนะ พี่คนเก่าได้ตายไปแล้ว เหลือแต่พี่สาวคนใหม่ ที่ไม่ได้เสียใจเลยสักนิด ถ้าจะเสียใจพี่คงร้องไห้ไปแล้ว มีอะไรอีกหรือเปล่า ไม่มีพี่สาวจะได้รีบเข้านอนพรุ่งนี้จะได้เดินทางแต่เช้า"
ซีซูหลิน ที่มองพี่สาว ที่ไม่มีทีท่าว่าจะเสียใจเลยสักนิดด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมเื่มันถึงได้เป็อย่างนี้กัน ทำไมพี่สาวของเธอไม่ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนที่แล้วมากันนะ หรือว่าพี่สาวของเธออยากจะไปจากบ้านนี้จริงๆ เพราะพ่อกับแม่ไม่สนใจ อาจจะเป็อย่างนี้ก็ได้
ส่วนซีฟางหรูที่ไม่ได้สนใจว่าใครจะคิดอย่างไร เพราะไม่ได้สนใจอยู่แล้ว จึงได้เดินเข้าห้องไป เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้านอน โดยเอกสารต่างๆ และของบางส่วนเธอเอาเก็บเอาไว้ในมิติ เอาเพียงเสื้อผ้าเล็กน้อยเท่านั้นที่ใส่ในกระเป๋า เพื่อที่จะได้ไม่ลำบากในการเดินทาง
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )