ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 72 : เทวรูปรอบรู้ + จางหมิง

    จางหมิงในตอนนี้แม้ร่างกายจะอ่อนโทรม หากแต่มีบางอย่างที่มันมิอาจไม่กระทำ


    นั่นก็คือการไปเยี่ยมเยียนมารดาที่นอกเมืองฟ้าอนันตร์ เพราะบิดาของจางหมิงตายจากไปแล้ว ในชีวิตนี้ก็มีแต่เพียงมารดาเท่านั้นที่เหลืออยู่เพื่อให้มันแสดงความกตัญญู ปกติแล้วในแต่ละเดือน จางหมิงจะหาเวลา 1 ถึง 2 วันไปเยี่ยมนางเสมอ เดือนนี้ก็เช่นกัน


    ออกเดินทางมาได้ครู่ใหญ่ เข้าเขตชายป่าด้านนอกเมืองฟ้าอนันตร์ แมกไม้ปลิดปลิว สายลมเย็นโชยสบาย พร้อมกับตะวันที่ลับขอบฟ้า


    จางหมิงจับทรวงอกของตัวเองครู่หนึ่ง พยายามทำตัวให้เป็นปกติ เพราะหากเดินก้าว พุ่งทะยานอีกไม่นานก็จะถึงหมู่เมืองรอบนอกของมหานครฟ้าอนันตร์ อันเป็นที่พักของมารดาของตัวมันแล้ว


    หากแต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น


    ฟิว ฟิว ฟิว


    เสียงอาวุธลับพุ่งมาด้วยความเร็วสูง จางหมิงแม้จะยังบาดเจ็บอยู่ แต่ก็ช่างสมกับเป็น 1 ใน 10 ยอดอัจฉริยะของศิษย์นอกสำนักฟ้าอนันตร์ มันพลิกกายพลิ้วหลบลูกดอกเหล่านั้นได้ในทันที หากแต่แม้จะหลบได้ ในเวลานั้นจางหมิงก็สังเกตเห็นที่เหล่าลูกดอกแต่ละอันมียันต์อักษรโลหิตต่างติดอยู่ด้วยกันทั้งนั้น


    และยันต์เหล่านั้นก็มิใช่ยันต์ธรรมดา


    "!!!นิมันยันต์ระเบิด"


    แม้จางหมิงจะล่วงรู้ได้อย่างรวดเร็วแล้ว พร้อมพุ่งตัวและร่ายชั้นแห่งฤทธาคุ้มกาย หากแต่...


    !!!ตูมมมมมมมมมมม ตูม ตูม


    เสียงระเบิดดังซ้ำซ้อน ร่างกายของจางหมิงปลิดปลิว เปลวอัคคีครอบร่างมันไปกว่าครึ่ง หากตอนนี้จางหมิงมีสภาพปกติ ลูกดอกที่มาพร้อมกับยันต์ระเบิดเหล่านี้ย่อมทำอะไรมิได้แม้แต่น้อย หากแต่ตอนนี้...กับ


    แคร่ะ แคร่ะ จางหมิงไอสองสามที โลหิตคำโตพุ่งออก ก่อนที่ไม่ช้ามันจะวาดมือสร้างชั้นอิทธิฤทธิ์ใช้ไอเย็นไล่ไอร้อน


    หากแต่ยามนี้พลังวิญญาณในร่างมันช่างสับสนนัก ฝ่ามือฤทธาจากผู้แซ่เกาผู้เป็นอาจารย์ทำให้ชีพจรวิญญาณของมันสับสนนัก ดึงพลังลึกลับมาใช้ได้อย่างบางเบาเพียง 2 ถึง 3 ส่วนเท่านั้น นอกจากนั้นการขยับร่างกายต่างๆ ก็ย่ำแย่เกินทน


    ไม่ช้าก็มีผู้ย่างก้าวมาจากเงามืด พวกมันหัวเราะเยาะเสียงดัง


    "ฮะฮาฮา จางหมิงยอดอัจฉริยะ เหตุใดจึงฝีมือต่ำทรามนักละ คุณชายบุรุษผู้นี้ใช้จริง 1 ใน 10 ยอดอัจฉริยะจริงหรือขอรับ" บุรุษชุดดำผู้หนึ่งพูดกล่าว


    ไม่ช้าน้ำเสียงที่คุ้นเคยนักสำหรับจางหมิงก็ร้องดัง


    "หึ ยอดอัจฉริยะอะไร ก็แค่สวะไร้ตระกูลผู้หนึ่ง วันนั้นทำเป็นถือดี มันคงไม่คิดว่าจะมีวันเช่นนี้กระมัง"


    เมื่อมันก้าวย่างออกจากความมืด แสงแห่งจันทราก็ฉายอาบมาที่มัน ไม่ช้าใบหน้าของมันก็ปรากฏ


    "ซุนเข่อซิน... นิเจ้า..." พูดยังไม่จบคำดีจางหมิงก็ไอออกมาเป็นโลหิตอีกรอบหนึ่ง มือกุมท้องในจุดเชื่อมกระแสพลังวิญญาณ ที่ตอนนี้แปรปรวนและเจ็บปวดยิ่งนัก จากอาการบาดเจ็บครั้งเก่า หากแต่ตอนนี้กลับโดนกระตุ้นด้วยแรงระเบิดซ้ำเข้าไปอีก


    "ใช่ข้าเองซุนเข่อซิน จางหมิงเจ้าคิดว่าจะมีวันนี้หรือไม่ ฮะฮาฮา"


    "ไม่คิดเลย ในวันนั้นความผิดเดียวที่ข้ากระทำคือไม่สังหารเจ้าเสีย นิสินะปล่อยงูเข้าป่า ปล่อยเสือร้ายมีชีวิต สุดท้ายมันก็กลับมาแว้งกัดตัวเอง!!!แคร่ะ!!!แคร่ะ"


    "ฮะฮาฮา จางหมิง หากเจ้าจะพูดแบบนี้ก็มิผิด หากแต่ที่ผิดที่สุดก็คือตัวเจ้าเอง ตัวข้าซุนเข่อซินเบื่อหน่ายเจ้ามานานแล้ว สีหน้าเย่อหยิ่งถือดีของเจ้าทำให้ข้าผู้แซ่ซุนรำคาญนัก ถือดีว่ามีฝีมือเหนือผู้อื่นเล็กน้อย คิดว่าจะทำอะไรก็ได้งั้นรึ ตัวเจ้าอย่างมากก็ทำได้ดีก็แค่ในการบำเพ็ญในสำนักเล็กจ๋อยแห่งนี้ หากแต่ในโลกหล้าแท้จริงมันเป็นข้าซุนเข่อซินผู้นี้ต่างหากที่เป็นอัจฉริยะ ยอดฝีมือแล้วไง อย่างไรชีวิตก็ต้องตกตาย เก่งกล้าแล้วไง เจ้าสู้ข้าที่มีผู้บำเพ็ญนับสิบเป็นบริวารได้หรือ หึ จางหมิงนะจางหมิง เจ้าจงจำไว้ เจ้ามันก็แค่ขยะ นอกจากนั้นอีกไม่ช้า... หึหึ อีกไม่ช้า นางตัวดีหลงหลิน..."


    "!!!หลงหลินทำไม" จางหมิงถลึงตากล่าวน้ำเสียงโกรธแค้น


    "ฮะฮาฮา เจ้าคิดว่ามีสหายเป็นผู้แซ่จูจะปกป้องนางได้รึ ข้าจะบอกอะไรให้ ในถ้ำสำนึกตนนั้นข้าได้ติดต่อกับหัวหน้าผู้คุมไว้แล้ว รอการสับเปลี่ยนเวรในรอบหน้าก่อนเถอะ ข้าซุนเข่อซินผู้นี้จะไปเปิดขานางให้อ้ากว้าง ยัดถลึงองค์ความเป็นชายแห่งข้าโถมทับนางไม่หยุด เสพสมกับร่างนางให้หนำใจ ไม่เพียงแต่ข้าเท่านั้น หากแต่ข้ายังจะเชิญสหายแซ่เกาไปร่วมดื่มด่ำกับนางด้วย หึ คิดว่าตัวเองเป็นใครจึงกล้าปฏิเสธตัวข้า ถือดีว่ามีชีพจรวิญญาณ 7 เส้น หน้าตาพอดูได้หน่อย คิดว่าข้าจะหลงนางจริงรึ ฮะฮาฮา ก็หาใช่ ข้าก็แค่อยากได้ขอเล่นชิ้นใหม่ก็เท่านั้น หามิใช่เพระอาวุโสในตระกูลบอกกว่าว่านางเป็นแม่พันธุ์ชั้นดี เจ้าคิดว่าข้าซุนเข่อซินผู้นี้จะสนใจนางหรือ หากแต่เมื่อนางกล่าววาจาทำให้ข้าเสียหน้า นางก็ต้องพบเจอเรื่องเช่นนี้ก็จึงนับว่าสมควรแล้ว"


    .


    .


    .


    ไม่ช้าบุรุษผู้หนึ่งก็โกรธเกรี้ยว


    โทสะพร้อมเข้าครอบงำซึ่งจิตใจ


    แม้ร่างกายจะบอกช่ำ


    ฤทธาพลังวิญญาณภายในก็แสนปั่นป่วนและอ่อนแอ


    หากแม้ตัวจะต้องตกตาย


    หากแต่จางหมิง... ก็ขอลากไอ้เดรัจฉานซุนเข่อซิน!!!ตกตายตามกัน


    "!!!ไอ้เดรัจฉานซุนเข่อซิน วันนี้หากเจ้าไม่ตาย ก็เป็นข้าม้วย"


    ทั่วร่างจากหมิงเกิดปราณไอวิญญาณ วิชาลับแห่งมันถูกปลดปล่อย ร่างพุ่งเร็วราวกับสายลม


    เมื่อซุนเข่อซินเห็นเช่นนั้นก็ตกใจ ร้องเรียกผู้มีฤทธา เข้าช่วยเหลือทันที


    "เวรเอ๊ย คุ้มกันข้าเร็ว"


    .


    .


    .


    ฉินเทียนในวันนี้นั่งนอนเบาสบายในห้องพักของโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง วันนี้ตัวมันได้พาเจ้าตัวน้อยทั้งสองเที่ยวเล่นทั้งวัน


    ไม่ช้าทั้งสองก็เหน็ดเหนื่อย เมื่อกินอาหารเลิศรสเสร็จ วันนี้ก็เข้านอนหลับปุ๋ยกันทันที ฉินเทียนเอามือลูบศีรษะของทั้งสอง ที่นอนหลับกันอยู่บนเตียง ในใจรู้สึกติดขัดเล็กน้อยเมื่อมองไปที่ฉินผิง


    นางกอดเจ้าชัคกี้อย่างสุขสันต์ ราวกับพึงได้รับของรักชิ้นใหม่มา


    ฉินเทียนเห็นแบบนี้ หัวใจก็แอบเจ็บปวดอยู่หลายส่วน มันหวังว่าจะหาทางเปลี่ยนรสนิยมของเจ้าตัวน้อยให้ได้


    'เหอ คงมีแต่ต้องค่อยๆ เปลี่ยนนิสัยเจ้าตัวน้อย อย่างไรนางก็ยังเป็นเด็กน้อย ไม้อ่อนย่อมดัดง่าย'


    คิดได้แบบนี้ฉินเทียนก็เอามือลูบศีรษะนางไปพลาง


    ไม่ช้ามันก็ได้ยินเสียงพึมพำของเจ้าตัวน้อย


    "ฉินผิงรักท่านพ่อกับท่านพี่ที่สุดเลยเจ้าค่ะ ชัคกี้ด้วย... ค่อก ฟิวววววว ค่อก ฟิววววว"


    เมื่อฉินเทียนได้ยินเช่นนี้มันอยากจะตัดเจ้าชัคกี้ออกไปเสียเหลือเกิน ความรักที่สตรีตัวน้อยจะมีให้ต้องมีมันเป็นอันดับหนึ่ง บุตรล่ำบึ้กเป็นอันดับ แต่ส่วนไอ้ชัคกี้... หนอยแน่ะ


    ถอนหายใจเฮือกใหญ่ไป ฉินเทียนก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ที่กลางห้อง มันทบทวนเรื่องสำคัญต่างๆ พร้อมพบว่าตัวมันเองยังเหลือเซียมซีเหล็กอยู่ นอกจากนั้นแต้มบุญก็มีมากนัก ในเมื่อเป็นแบบนี้มันควรใช้เซียมซีเหล่านี้เสีย คิดได้ดังนั้นมันจึงเลือกกดปุ่ม พร้อมเริ่มเขย่าเซียมซีเหล็ก


    ครั้งแรกมันพบว่ามันได้ [ไม้เกาหลังสุขสันต์] มา ของชิ้นนี้นับว่ากึงไร้ประโยชน์เต็มทน หากแต่คิดว่าพออาบน้ำล้างตัวมีเจ้าสิ่งนี้มาช่วยเกาช่วยถูหลังให้ก็นับว่าพอทน ไม่ช้าฉินเทียนก็เก็บสิ่งนี้เข้ากำไลวิเศษของตัวมัน


    จากนั้นก็เริ่มเขย่าเซียมซีเหล็กอีกอันที่เหลือ


    เสียงของเหล่าทหารหนุ่มยังดังก้องเหมือนเคย


    "เขย่าข้า, เขย่าข้า, เขย่าข้า"


    ไม่ช้าฉินเทียนก็เดินเลือกกระบอกเซียมซีเหล็กมาอัน พร้อมเขย่ามันอย่างไม่ใส่ใจ หากแต่เมื่อ... ไม้เซียมซีกระเด่นหลุดออกมาจากกระบอก แผ่นดินกับคล้ายสั่นไหว


    ไม่ช้าเสียงระบบของศาลเทพก็ร้องเตือน มันช่างคล้ายกับคราว... ได้รับเซียมซีภารกิจในครั้งที่แล้วนัก




    - [เซียมซีเหล็ก หมวดภารกิจ หมายเลข 009] [ภารกิจเทวรูปรอบรู้ : เพื่อที่จะให้รู้ว่าท่านนั้นเหมาะสมกับการได้รับสมบัติวิเศษที่ยิ่งใหญ่ เจ้าของศาลเทพสวรรค์ท่านจำต้องพิสูจน์ตัวเอง จงชักนำบุรุษผู้หนึ่งสู่เส้นทางแห่งมหาปรมาจารย์ ความคืบหน้าและพัฒนาการของมันผู้นี้จะสัมพันธ์กับระดับของ ของวิเศษชิ้นนี้ เทวรูปรอบรู้เป็นสมบัติวิเศษที่สามารถยกระดับตัวเองได้] -


    - [รางวัล เทวรูปรอบรู้ (ระดับต่ำ) 1 ชิ้น : ความสามารถของเทวรูปรอบรู้ สามารถสอบถามเรื่องราวใดๆ กับมันได้ เรื่องราวต่างๆ ที่อยู่ในระยะปัญญาของมันจะถูกเฉลยตอบอย่างง่ายดาย : ขอบเขตการใช้งานล่วงรู้ทุกอย่างในดาราที่มันสถิตอยู่ หยั่งรู้เรื่องราวย้อนหลังได้ 100,000 ปี] -


    - [หมายเหตุ เพื่อความสะดวกในการทำภารกิจ ท่านจะได้รับเทวรูปรอบรู้เป็นเครื่องช่วยในการทำภารกิจ หากแต่ความสามารถของเทวรูปรอบรู้จะถูกจำกัดให้ท่านถามได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับภารกิจเท่านั้น จนกว่าท่านจะทำภารกิจสำเร็จ ท่านถึงจะใช้งานมันได้อย่างอิสระ การจะเปิดใช้งานครั้งแรก ท่านต้องได้รับการยอมรับจากจางหมิงเสียก่อน] -


    - [หมายเหตุเพิ่มเติม การวัดระดับความสำเร็จภารกิจ วัดจากระดับการบำเพ็ญของจางหมิง หากเข้าสู่ระดับกึ่งตำนาน จึงผ่านเกณฑ์แรก สองระดับศาสตร์ความรู้ใน 7 ความรู้หลักของเหล่าเซียน คืออย่างที่สองที่ใช้พัฒนาอัปเกรดเทวรูปรอบรู้ ยิ่งจางหมิงรอบรู้มากเท่าไร เทวรูปรอบรู้ก็จะทรงอานุภาพมากยิ่งขึ้นเท่านั้น] -


    และในไม่ช้าฉินเทียนก็พบว่า เวลาของภารกิจค่อยๆ นับถอยหลังอีกครั้ง


    ฉินเทียนรอบร้องฉิบหายในใจ


    ตัวมันยังมีภารกิจต้องนำเจ้าบุตรตัวน้อยไปประลองยุทธ์อยู่นะ และนิมันเรื่องห่าเหวอะไรกัน เหตุใดจึงมีภารกิจซ่อนภารกิจอย่างนี้ ศาลเทพสวรรค์กลั่นแกล้งมันอีกแล้วหรือเนี่ย


    หากคราวนี้ถูกส่งไปต่างโลกอีกตัวมันจะทำเช่นไรกับภารกิจของเจ้าตัวน้อยละ


    แม้ฉินเทียนจะสับสน


    หากแต่เวลาก็ก้าวเดิน


    .


    .


    .


    ภารกิจจะเริ่มในอีก 5... 4.. 3.. 1 . 0


    ไม่ช้าร่างของฉินเทียนก็หายไปจากห้องพักอย่างเงียบงันโดยไม่มีใครรู้


    .


    .


    .


    ตูมมม เสียงระเบิดดังลั่น จางหมิงซัดสาดอิทธิฤทธิ์ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า แต่ถึงแบบนั้น...


    "ฮะฮาฮา จางหมิงนะจางหมิงฝีมือแบบนี้เจ้าจะทำอะไรข้าได้" ซุนเข่อซินพูดกล่าว โดยที่ข้างกายของมันตอนนี้มีระดับผู้โบยบินตราสัญลักษณ์วิญญาณสีเหลืองเข้ม 5 จุดแต้มคุ้มกายอยู่ถึง 2 คน


    คนหนึ่ง ณ ตอนนี้มายืนอยู่ข้างกายมัน ส่วนอีกคนตอนนี้กำลังเข้าสัประยุทธ์อยู่กับจางหมิง


    โดยที่มีเหล่าผู้บำเพ็ญระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณสีเหลืองจางอีกนับสิบ ล้อมจางหมิงเอาไว้มิให้หนีได้


    ตึกๆๆๆๆๆๆ เสียงเศษหินมากมาย ถาโถมเกิดเป็นกำแพงยักษ์ หมายเข้าผนึกร่างของจางหมิงจากสี่ทิศ ก่อนที่จะ... ตูมมมมมมมมมม


    เสียงระเบิดดังระงม จากหมิงกระโดดสูงขึ้นเหนือท้องนภา มันร่ายฤทธิ์เรียกปักษาวิญญาณออกก่อนย่ำเหยียบ


    จางหมิงรู้ตัวมันมิอาจจะเอาชนะได้แล้ว ตอนนี้วิชาลับที่มันใช้เวลาก็ใกล้หมดเต็มที่


    ผู้บำเพ็ญระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณสีเหลืองเข้มเมื่อเห็นจางหมิงเรียกปักษาวิญญาณออกมัน มันก็ร้อง หึ ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะกล่าวบ่น


    "ไหนว่าเป็นอัจฉริยะไง เหตุใดฝีมือจึงต่ำทรามเช่นนี้ หากแค่นี้ยังรับมือมิได้ เจ้าถูกเรียกว่าอัจฉริยะได้อย่างไร ฮะฮาฮา แม้วันนี้เจ้าจะคิดหนี หากแต่ก็ไม่ทันการแล้ว"


    ผู้บำเพ็ญนักล่าพูดกล่าว ก่อนที่ในไม่ช้ามันจะร่ายฤทธา ใบไม้ไหวรอบผืนป่า กลับกลายเป็นดังใบมีด มันม้วนตัวแผ่พุ่งไปหมายสังหารจางหมิงทันที


    จางหมิงกระโดดพลิกกายหลบ มันจำต้องทิ้งปักษาวิญญาณไป


    ไม่ช้ามันก็ร่ายฤทธิ์อีกครั้ง ร่างของมันก็กลายเป็นประดุจหมึกสีดำพุ่งเข้าไปในผืนป่ามืดมิดอย่างรวดเร็ว ใช้ความมืดมิดและสีแห่งหมึกดำคล้ายเป็นเครื่องบังกาย


    ผู้บำเพ็ญนักล่าหัวเราะบางเบา กล่าววาจาว่า ดีดี ออกมาอยู่หลายคำ ในวิกฤติเช่นนี้ ทั้งที่ยังบาดเจ็บ จางหมิงผู้นี้ก็ยังมีสติมากพอที่จะเลือกใช้ฤทธาได้อย่างเหมาะสม มันหัวเราะเสียงดัง ก่อนก่อนจะร่ายฤทธิ์เกิดอักขระรอบลำคอของมันขึ้น มันหายใจลึกสูดลมเข้าปอด ร่างกายของมันพองโตราวกับเป็นอึงอาง อากาศโดยรอบถูกสูบเข้าไปในร่างของมันอย่างรวดเร็วยิ่ง


    [อิทธิฤทธิ์เสียงกัมปนาท]


    "!!!ย๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"


    เสียงร้องตะโกนของผู้บำเพ็ญนักล่า ราวกับมหาวายุ คลื่นเสียงแห่งฤทธานี้ทำเอาผืนป่าที่อยู่ในเขตแห่งฤทธาแทบจะราพณาสูร ใบไม้ ใบหญ้าต่างหลุดร่วง ต้นไม้น้อยใหญ่ก็หักโคน จางหมิงที่คิดใช้ความมืดมิดรอบเร้น


    ไม่ช้าร่างหมึกทมิฬของมันก็กระเด็นออกมา ฤทธาสลาย


    โลหิตและสรรพธาตุในร่างกายก็สั่นไหวราวกับเลือดเนื้อถูกฉีกกระชาก


    "อ๊าาาาาา" เสียงจางหมิง กรีดร้องอย่างเจ็บปวดพร้อมร่างกระเด็นกระดอนเกลือกกลิ้งอย่างไม่น่ามองไปตามแรงแห่งเสียงกัมปนาท


    หากแต่เกลือกกลิ้งได้ไม่นาน จางหมิงก็พลิกตัว พร้อมพยายามตั้งสติให้ได้มากที่สุด มันพุ่งร่างหนีไปตามเคลื่อนเสียง พร้อมนำยันต์แผ่นหนึ่งออกมา ไม่ช้าเมื่ออานุภาพแห่งยันต์สำแดงร่างของมันก็ราวกับสายลมกลายเป็นกลีบดอกไม้มากมาย ล่องลอยไปตามคลื่นเสียงที่รุนแรงนั้นไป ปลิดปลิวหนีหายไปอย่างรวดเร็ว


    "!!!บัดซบ"


    ผู้ใช้ฤทธาที่หมายล่าสังหารกรีดร้อง


    ซุนเข่อซินก็ไม่ต่างกัน


    หากมันมิอาจจะสังหารจางหมิงในวันนี้ได้ มันรู้ตัวดีว่าในไม่ช้าปัญหาจะตามมันมาอีกมากมาย เพราะมันก็พึงถูกอาวุโสในตระกูลด่าว่ามาเช่นกันเหตุแห่งการก่อเรื่องก่อราว โชคดีที่ตัวมันเป็นสายเลือดหลักมิเช่นนั้นมันคงไม่ถูกไยดีแม้แต่น้อย และด้วยความโกรธแค้นที่จางหมิงทำให้ตัวมันถูกอาวุโสในตระกูลด่าว่า มันจึงเป็นที่มาของแผนสังหารนี้


    ซุนเข่อซินหมดดวงแก้วแห่งแรงศรัทธาไปไม่น้อย นอกจากนั้นเรื่องนี้มันก็กระทำการโดยมิได้บอกกล่าวผู้ใดด้วย


    .


    .


    .


    "บัดซบจางหมิง ไม่ว่ายังไงวันนี้แก่ก็ต้องตายไอ้เดรัจฉานจางหมิง!!!เร็วทุกคนรีบตามมันไป"


    กล่าวจบ เหล่าผู้ใช้ฤทธาทั้งหลายต่างก็รีบเร่งไล่ล่าหนึ่งบุรุษบำเพ็ญผู้อ่อนโทรม


    นาม... จางหมิง


    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน