Zelion Fantasy Rewirte

    บทที่ 29 ข้ามเส้น

    บทที่ 29

    “เอาแบบนี้ดีมั้ย เรามาร่วมมือกันบุกไปถึงค่ายของพวกมันเดี๋ยวนี้ใชจังหวะที่มันคาดไม่ถึงเพื่อโจมตีกลับ”

    มัลคอมม์กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ มันเชื่ออย่างไม่เคลือบแคลงเลยว่ามันและเหล่าลูกน้องสามารถกำราบกลุ่มโจรกระจอกได้อย่างง่ายดายโดยตั้งใจให้พวกเซลีนทหน้าที่เปิดทางให้มันไปถึงตัวหัวหน้าโจรได้ก็พอหากเป็นไปตามคาดความดีความชอบจะตกเป็นของมันแต่เพียงผู้เดียว

    แต่แทนที่จะเป็นแบบนั้นเซลีนกลับกล่าวในสิ่งที่มันไม่คาดคิด

    “นี่นาย....โง่รึเปล่า”

    “ง โง่ ฉันคนนี้เนี่ยนะ นี่กล้าดียังไง”

    ยิ่งได้ยินแบบนั้นเซลีนก็ยิ่งแค่นเสียงดูแคลนก่อนจะผุดลุกขึ้น มัลคอมม์พลันมีสีหน้าดำมืดลุกขึ้เช่นกันมันจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

    “ที่พูดแบบนั้นแสดงว่าไม่ได้เข้าจสิ่งี่พวกเราทุคนพยายามจะบอกเลยสินะ จำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนี่คือข้อมูลจากเมืองหลวง กลุ่มโจรเงาทมิฬประกอบไปด้วยสี่หน่วยย่อยที่มีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ละหน่วยมีเลเวลประมาณ 60 เข้าใจแล้วรึยังว่าทำไมเราถึงไม่ตัดสินใจบุกไป”

    “ท ทำไมกัน”

    “ก็เพราะเรามีคนไม่พอ”

    เด็กสาวกระแทกเสียงกลับไปด้ยความหงุดหงิด เธอสังเกตุมาตลอดการประชุมว่าหากไม่ใช่เรื่องที่สนใจมัลคอมม์ก็แทบจะไม่เงี่ยหูฟังเลยซักนิด

    “ต แต่ถ้าเราร่วมมือกัน ฉันก็จะสามารถ....”

    “น้ำหน้าอย่างนายเนี่ยนะ? กำลังฝันอยู่รึไง”

    เซลีนกล่าวออมมาอย่างเหลืออด

    “ลำพังแค่ชนะชั้นกับลูน่ายังทำไมได้ นายจะมีปัญญาทำอะไร เลิกเห็นแก่ได้แล้วกลับมาโลกความเป็นจริงได้แล้ว”

    ราวกับถูกน้ำเย็นราดมัลคอมม์ชี้หน้าเซลีนพลางอ้าปากพะงาบๆเถียงไม่ออกแม้แต่คำพูดเดียว

    “อีกอย่างคิดจะไปตีบ้านเขา แล้วรู้เหรอว่ามันอยู่ที่ไหน”

    เซลีนสำทับเข้าให้อีกดอกหนึ่งทำให้ชายหน้าหนูจนคำพูด

    “เซลีน!”

    “ทีนี้ก็หุบปากแล้วนั่งลงซะ ตะโกนเรียกชื่อชั้นไปไม่ได้ช่วยให้นายชนะหรอกนะ ตั้งแต่พรุ่งนี้นายไม่มีอำนาจอะไรในมือแล้ว หากยังขัดคำสั่งชั้นจะส่งนายไปเป็นอาหารไวร์เวิร์น”

    “อ อะไรกัน”

    เซลีนพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ มัลคอมม์คล้ากับโลกถูกถล่มลงต่อหน้านอกจากจะถูกฉีกหน้าโดยเซลีนแล้วทั้งยังถูกฉีกหน้าต่อหน้าคนใหญ่คนโตของหมู่บ้านทั้งคนของสมาคมตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปมันจะกลายเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีอำนาจอะไรเลยนั่นคือสิ่งที่มันกลัว

    เมื่อถูกทำราวกับลูกไก่ในกำมือก็ไม่มีใครให้คั่บมัลคอมม์อีกการระชุมดำนินต่อไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งจบลง โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดสรรกำลังคนอย่างเป็นระบบและการวางแนวป้องกัน

    มัลคอมม์ไม่สนใจฟังเลยแม้แต่น้อยแต่กลับมีสีน้าเหม่อลอยราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ขณะที่ทุกนกำลังเดินออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้าสะใจลูกน้องคนหนึ่งองมันก็เดินสวนเข้ามา

    “ลูกพี่เป็นอะไร”

    มันถามขึ้นอย่างงุนงงทำให้มัลคอมม์ได้สติ

    “ม มีอะไร”

    “ก็เรื่องที่ลูกพี่สั่งให้จับตาดูที่บ้านของตะแก่เรกิลน่ะสิ ตอนนี้เป็นเรื่องแล้ว”

    มัลคอมม์คล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้พลันเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง

    “ทำไม ได้เรื่องอะไรมาบ้าง”

    “ตาแก่เรกิลเพิ่งจะผลิตยุทธภัณฑ์ชิ้นใหม่เสร็จ พวกเราเห็นแสงสว่างวาบออกมาจากโรงเหล็กของมัน”

    พอได้ยินแบบนั้นมัลคอมม์พลันมีสีหน้าลิงโลด

    “แล้วยุทธภัณฑ์นั่นคือ?”

    “เราก็ไม่รู้ครับ แต่หลังจากนั้นเจ้าช่างตีเหล็กคนที่ลูกพี่สนใจก็เดินเซเหมือนไม่มีแรงออกมาจากบ้านของตาแก่”

    “เรกิลคงไม่มีสูตรผลิตยุทธภัณฑ์ระดับสูงหรอก สูตรคงมาจากเจ้าเด็กจากเมืองหลวงนั่นแล้วให้เรกิลช่วยสร้างให้โดยมีมันเป็นผู้ช่วย”

    มัลคอมม์วิเคราะห์มันเชื่ออย่างไม่เคลือบแคลงเลยว่าเรกิลมีศักยภาพพอจะสร้างยุทธภัณฑ์แรงค์ S อีกหนึ่งชิ้นเพราะมันเคยแห็นเกลลันดร้ามาแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้มัลคอมม์มีโอกาสครอบครองยุทธัณฑ์ระดับสูงไม่ใช่แค่หนึ่งแต่เป็นสองชิ้น

    “ไม่คิดเลยว่าตะแก่นั่นจะออกไข่ทองคำในเวลาแบบนี้”

    “หืม ตาแก่เรกิลเป็นคนแคระไม่ใช่เหรอ จะออกไข่ทองคำได้ยังไง”

    ลูกน้องถามขึ้นด้วยสีหน้างุนงงก่อนจะถูกมัลคอมม์ตบหัวเข้าให้ฉาดหนึ่ง

    “ไอ้โง่ ข้าแค่เปรียบเทียบโว้ย รีบไปกันเถอะก่อนที่จะมีคนอื่นรู้ตัว”

    ยุทธภัณฑ์มีค่าย่อมต้องตกเป็นเป้าหมายในการแย่งชิง ถึงเวลาแล้วที่มัลคอมม์จะยกระดับอุปกรณ์สวมใส่ครั้งใหญ่เสียที ความมั่นใจที่สูญเสียไปเมื่อครู่จะถูกเรียกกลับมาทันทีที่มันลงมือสั่งสอนเซลีนและลูน่าด้วยหอกเกลลันดร้า มันจินตนาการเอาไว้ถึงเสียงร้องขอชีวิตของเด็กสาวก่อนที่จะถูกมันเปลี่ยนเป็นนางสนมภายในคืนวันพรุ่งนี้

    “คึๆๆ อะไรๆก็เข้าข้างเราไปหมด”

    มัลคอมม์หัวเราะอย่างชั่วร้ายได้มีสองสาวพยศอยู่ในอ้อมแขนบนเตียงคงจะมีความสุขไม่น้อย เพื่อให้น้องชายของมันทำงานผิดเวลามันจึงรีบสลายจินตนาการของตัวเองทิ้งก่อนจะรีบรุดไปยังโรงหลอมของเรกิล

     

    เสียงนกร้องปลุกเอเลนให้ตื่นขึ้นจากความฝันในสภาพทุเรศนัยน์ตาสุดๆหลังจากหลับไปหลายชั่วโมง แม้อยากจะหลับให้นานกว่านี้แต่เนื้อตัวของเขาเหนียวเกินกว่าจะรับได้ เอเลนรีบรุดไปยังห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายก่อนจะเหลือบไปเห็นภาพของเรกิลและภรรยาที่เสียไปตั้งอยู่บนโต๊ะ

    “แหม คลั่งรักพอตัวเลยนี่ตาลุง”

    เอเลนพูดพลางยิ้มน้อยๆเพราะในรูปคือเรกิลกลังโอบกอดภรรยาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข เอเลนรีบชำระล้างร่างกายก่อนจะออกมาข้างนอกบ้านด้วยสีหน้าสดใส

    “เป็นอีกวันที่อากาศดี”

    เอเลนพูดเสียงใสก่อนจะผลักประตูบ้าน ทันใดนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติเนื่องจากพื้นหญ้าบริเวณบ้านของเรกิลถูกอะไรบางอย่างลากผ่านไป กระถงต้นไม้แตกไปหลายใบและที่สำคัญที่สุดคือประตูโรงเหล็กที่ถูกเปิดทิ้งไว้และมีร่องรอยการต่อสู้หลงเหลือ

    ไม่รอช้าเอเลนรีบเข้าไปในโรงหลอมพลันมีสีหน้าดำมืดเมื่อเรกิลที่ยังยิ้มอยู่เมื่อวานตอนนี้ล้มลงและมีตู้ไม้ใบโตทับอยู่

    “ลุง!”

    เอเลนตกใจรีบผละเข้าไปใช้มือข้างเดียวโยนตู้ไม้ออกไปจากร่างของชายชราแล้วรับพลิกร่างของชายชราขึ้นมาตอนนั้นเองสีหน้าของเอเลนกลายเป็นยับย่นเมื่อร่างกายของคนแคระชรามีบาดแผลพกช้ำประปรายแต่เมื่อเห็นว่าเรกิลยังคงหายใจอยู่เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

    เอเลนรีบหอบหิ้วร่างของเรกิลตรงไปยังสถานพยาลของหมู่บ้านในทันที ผู้รักษาที่ทำหน้าที่อยู่ตกใจที่เอเลนถีบประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาทแต่ยังไม่ทันดุด่าสายตาพลันเหลือบไปเห็นร่างของเรกิลที่เต็มไปด้วยบาดแผลจึงออกคำสั่ง

    “เอาเขาไปไว้ที่เตียง เร็ว”

    เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนจะวางร่างของชายชราไว้ที่เตียงที่ใกล้ที่สุดแล้วผละออก ผู้รักษาและผู้ช่วยรีบเข้ามาดูอาการผู้รักษาร่ายเวทย์เพิ่มพลังชีวิตอย่างรวดเร็วทำให้บาดแผลลดลงไปหลายส่วนเมื่อพ้นขีดอันตรายเขก็ตรวจสอบอาการแทรกซ้อนอื่นๆของชายชราก่อนจะพูดกับเอเลน

    “พลังชีวิตพ้นขีดอันตรายแล้ว พักผ่อนอีกเดี๋ยวเขาก็ฟื้น แต่มันยังมีปัญหาอยู่พ่อหนุ่มพอจะมีน้ำยานักษาระดับสูงติดตัวมาด้วยไหม”

    แทนคำตอบเอเลนส่งน้ำยาที่ว่าไปให้ผู้รักษาทันที เขาทราบาจากเซลีนว่าสถานพยาบาลที่นี่ขาดแคลนน้ำยารักษาระดับสูงมานานแล้วซึ่งแตกต่างจากน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตคือมันเอาไว้รักษาบาดแผลโดยตรงและโชคดีที่เอเลนพกติดตัวมาหลายขวด

    “โชคดีจริงๆ”

    ผู้รักษากล่าวก่อนจะเทน้ำยาออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกถูกกรอกใส่ปากของเรกิลและอีกส่วนผู้ช่วยได้นำผ้าพันแผลมาชุบก่อนจะเอาไปพันที่มือทั้งสงของชายชรา

    “เกิดอะไรขึ้นกันแน่หมอ”

    เอเลนถามขึ้น

    “...กระดูกมือทั้งสองข้างของเรกิลของเรกิลแตก ต้องขอบใจน้ำยารักษาของพ่อหนุ่มจริงๆไม่งั้นตาแก่นี่คงได้เสียมือไปตลอดชีวิตแน่ๆ”

    ผู้รักษาเอ่ยพลันถอนหายใจพร้อมพูดต่อ

    “ใครกันนะที่ใจร้ายทำกับเรกิลได้ ถึงจะไม่ชอบคนแคระแต่ก็ไม่น่าจะทำนาดนี้”

    เอเลนพลันมีสีหน้ามืดมนจิตสังหารเล็ดลอดออกจากการควบคุมเล็กน้อยจนผู้รักษาสะดุ้ง แม้จะแค่แวบเดียวแต่ผู้รักษากับผู้ช่วยสาบานได้เต็มปากว่ารู้สึกราวกับมีมีดมาจ่อที่ลำคอ

    “ขอบคุณหมอมากที่ช่วยลุงไว้ ฝากดูแลเขาด้วยเดี๋ยวผม....”

    ยังไม่ทันที่เขาจะฝากฝังเสร็จน้ำเสียงแหบแห้งที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น

    “อ ไอ้หนู”

    “ลุง!”

    เอเลนรีบถลาไปหาเรกิลยิ่งเห็นสีหน้าอ่อนแรงของชายชราก็ยิ่งทำให้เอเลนทวีความรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เรเกิลอยู่คนเดียวเมื่อคืนนี้แต่ก่อนจะทันได้โทษตัวเองเรกิลก็พูดขึ้นมาว่า

    “ก เกราะของเอ็งเสร็จแล้ว”

    “ช่างเกราะเถอะลุง พักผ่อนได้แล้ว”

    “แต่มันถูก มัลคอมม์เอาไป”

    ชายชราเอ่ยพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้นแล้วพูดต่อด้วยความสำนึกผิด

    “พวกมันมากันหลายคน อ้างว่าจะเอาเกราะไปใช้เพื่อปกป้องหมู่บ้านแต่ข้าไม่ยอมเพราะเกราะนี้ข้าทำขึ้นมาให้เอ็ง ข้าพยายามอธิบายแต่พวกมันบอกว่าข้าไม่ให้ความร่วมมือ ก็เลย....”

    พูดจบชายชราก็สะอื้นไห้ด้วยความเสียใจผู้ช่วยผู้รักษาได้ยินก็อดพูดออกมาไม่ได้

    “แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ ไอ้ทุเรศมัลคอมม์”

    คนในหมู่บ้านรู้นิสัยของมัลคอมม์นานแล้วจะมีก็แต่คนหนุ่มที่ยังหลงมัวเมาเชื่อในคำพูดที่มัลคอมม์คอยพ่นออกมา เอเลนรีบปลอบชายชรายิ่งคิดว่าวกมันลงมือกับเรกิลได้อย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้เอเลนก็ยิ่งทวีความเกลียดชัง

    “ไม่เป็นไรลุง พักผ่อนเถอะนะปล่อยให้ผมจัดการเอง”

    “ม มันเอาหอกของเอ็งไปด้วย”

    !

    “ข้าขอโทษที่ปล่อยให้มันเอาไป ข้าน่าจะทำได้ดีกว่านี้”

    ยิ่งได้ยินแบบนั้นเขาก็ยิ่งซาบซึ้ง แม้จะเพิ่งพบกันไม่กี่วันแต่เรกิลกลับเติมเต็มในสิ่งที่เอเลนขาดหายไปน่นคือสายสัมพันธ์กับพ่อ ในขณะเดียวกันเรกิลก็เอ็นดูเด็กหนุ่มประดุจลกชายและถ้าเขากับภรรยาที่เสียไปมีลูกเข็วาดฝันว่าลูกจะเป็นเหมือนเอเลน

    “ขอบคุณมากลุงทำได้ดีแล้ว พักผ่อนเถอะไว้ลุงตื่นมาครั้งต่อไปผมจะเอาพวกมันที่ทำร้ายลุงทุกๆตัวมากราบขอขมาลุงเอง”

    เอเลนยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับจับที่หัวไหล่ของชายชรา ความอบอุ่นแผ่ซ่านจะทำให้ชายชราค่อยๆหลับตาและผล็อยหลับไปในที่สุด

    เอเลนถอนมือออกพลางเปลี่ยนสีหน้าเป็นดุร้าย ดวงตาสีทับทิมเต็มไปด้วยจิตสังหารก่นจะฝากฝังกับผู้รักษาเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับหมัดจนกระดูกมือลั่นกร๊อบแล้วเดินลากฝีเท้าหนักๆจากไปพร้อมกับถ้อยคำที่เย็นเยียบไปจนถึงดวงวิญญาณ

    “พวกมันต้องชดใช้”

    เอเลนออกมาจากสถานพยาบาลระหว่างที่กำลังด่มกันเมื่อหลายวันก่อนชาวบ้านขี้เมาบางคนได้พูดถึงเรื่องราวที่กลุ่มของมัลคอมม์ทำ โดยเรื่องที่คุณเจ้าของร้านขายอาหารเล่าก็เป็นหนึ่งในนั้นเวลามรามัลคอมม์มักต้องการประกาศชัยชนะหรือฉลองความสำเร็จพวกมันมักจะยกพวกกันมาที่ร้านของเขาเสมอ

    มัลคอมม์ติดดนิสัยกินก่อนจ่ายทีหลังแถมยังต้องจ่ายหนักอีกด้วยแต่ด้วยบารมีของมันทำให้มักจะได้ส่วนลดอยู่เสมอ เจ้าของร้านร่ำไห้ทุกครั้งที่มัลคอมม์มักจะทำตัวเป็นเศรษบีปลอมพาคนนั้นคนนี้มากินอาหารที่ร้านและเบี้ยวไม่จ่ายเป็นประจำ

    แม้กระทั่หัวหน้าหมู่บ้านก็จนปัญญากับสันดานของบุตรชาย ครั้งนึงที่เจ้าของร้านเคยปฏิเสธไม่ยอมให้มัลคอมม์เบี้ยวหนี้แต่ทุกอย่างกลับจบลงอย่างเลวร้ายที่สุดมัลคอมม์เป็นคนโมโหร้ายเมื่อไม่พอใจก็จะทำลายข้าวของสุดท้ายแลวข้าวของในร้านของคุณเจ้าของก็พังเลเทะ

    เอเลนตรงไปยังร้านดังกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็ง ดวงตาสีทับทิมมองร้านก่อนจะคำณวนอะไรบางอย่างก่อนจะผลักประตูเข้าไป

    “ฮ่าๆๆ เอาเหล้ามาอีก”

    “มันต้องแบบนั้นสิวะ”

    เสียงหัวเราะเอิกเริกลอยมาเข้าหูทันทีที่เข้ามา ภาพของชายหน้าหนูพลันปรากฏสู่สายตามันกำลังดื่มเบียร์อยูบนเก้าอี้ที่ตกแต่งอย่างหรูหราที่สุดพนักเก้าอี้ทั้งสองข้างมีสาวชาวบ้านกำลังเอาอเอาใจด้วยการป้อนผลไม้ใส่ปาก ส่วนลูกน้องของมันกำลังดื่มเบียร์แลดื่มกินอาหารอยู่ไม่ห่างแต่คละคนสวมใส่อุปกรณ์ใหม่เอี่ยมที่หยิบออกมาจากโรงตีเหล็กของเรกิลผลงานทั้งชีวิตของเขากำลังถูกสวมใส่โดยพวกระยำ

    เอเลนพลันมีสีหน้าดำมืดเมื่อสิ่งที่มัลคอมม์กำลังสวมทับเสื้ออยู๋นั้นคือชุดเกราะอ่อนสีขาวี่ถักทอขึ้นมาจากเกล็ดของไวร์เวิร์นเดาได้ไม่ยากเลยว่านั่นคือเกราะอ่อนที่เรกิลตั้งใจสร้างให้กับเขาหนำซ้ำเท้าข้างหนึ่งยังเหยียบอยู่บนกล่องที่บรรจุควินดีลเอาไว้

    ไกลออกไปบริเวณเคาท์เตอร์หลังร้านคุณเจ้าของร้านกำลังยืนซับเหงื่อด้วยใบหน้าซีดเซียว ดวงตาสีทับทิมกวาดไปรอบร้านเพื่อประเมินราคาข้าวของเครื่องใช้คร่าวๆก่อนจะหยิบเหรียญทองคำขาวที่มีค่าเท่าเงินหนึ่งล้านเหรียญทองออกมาดีดส่งให้เจ้าของร้าน

    เพียงประกายของเหรียญก็แวววาวมากพอจะดึงดูดความสนใจของคนทั้งหมด เจ้าของร้านพลันรู้สึกตัวรบถลันตัวเข้าไปรับเหรียญทองคำขาว

    “ค่าเสียหายหนึ่งล้านเหรียญทอง”

    เอเลนกล่าวราวกับมาจ่ายตลาดเจ้าของร้านตาแทบถลนแต่เอเลนไม่ปล่อยให้ใครพูดแทรก

    “รับมันไว้ครับ แล้วออกจากร้านไปก่อนไม่อย่างนั้นผมเองก็ไม่อาจรับรองความปลอดภัยของคุณได้”

    เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเอเลนมันก็พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะเดินออกไปเงียบๆ แต่แล้วลิ่วล้อของมัลคอมม์คนหนึ่งที่อยู่ในสภาพเมามายพลันเดินมาขวางเจ้าของร้าน

    “เงินนั่นแกเอาไปมันเสียของ ส่งมาให้ข้าซะ”

    ไม่พูดเปล่ามันเอื้อมมือหมายจะฉวยเหรียญทองคำขาวไปจากเจ้าของร้าน เอเลนพ่นล่มลมหายใจก่อนจะส่งมันบินไปทางนักผจญภัยอย่างเงียบเชียบ

    ฉึก

    “อ้ากกกก”

    โลหิตสาดกระเซ็นคมมีดเฉือนนิ้วของมันออกไปทีเดียวสามนิ้วก่อนจะปักลงที่ผนังร้าน ความเจ็บปวดช่วยเรียกสติของมันให้พ้นจากสภาพเมามายทันใดนั้นเองมัลคอมม์และคนที่เหลือพลันผุดลุกขึ้นแต่เอเลนกลับพูดออกมาสั้นๆ

    “ไปครับ ไปตามเซลีนและผู้รักษามาอีกเดี๋ยวจะมีคนเจ็บอีกเยอะ”

    เจ้าของร้านพยักหน้าก่อนจะเดินออกมาเงียบๆโดยไม่มีใครกล้าขัดขวางอีก

    ปัง

    เสียงประตูปิดดังสนั่นแต่เอเลนยังคงนิ่งเงียบแต่พลังเวทมนต์ในร่างหมุนวนราวกับม้าป่า เอเลนลอบปล่อยพลังเวทมนต์ผ่านฝ่าเท้าแทรกตัวผ่านวัตถุคลองคลุมพื้น ผนัง และเพดานห้อง ตอนนี้ร้านอาหารแห่งนี้กเปลี่ยนเป็นยุทธภัณฑ์แรงค์ B ชิ้นหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครสามารถหนีรอดออกไปได้

    “แกล้ำเส้น”

    ในที่สุดเอเลนก็เปิดปากก่อนจะชี้นิ้วไปที่ชุดเกราะและกระเป๋าที่วางอยู่

    “ส่งมันคืนมาแล้วไปก้มกราบขอขมาลุงเรกิลซะ ชั้นจะทำเป็นว่าเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

    มัลคอมม์และพวกที่ได้ยินดังนั้นก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ในสายตาของพวกมันถ้อยคำที่พูดออกมาล้วนเป็นเรื่องเหลวไหล

    “ทำไมชั้นต้องคืนด้วย ในเมื่อชั้นได้มันมาอย่างถูกต้อง”

    มัลคอมม์กล่าวโดยไม่มีสีหน้าละอายใจเลยซักนิด

    “ทำร้ายเลยฉกฉวยของของคนอื่นมาคือความถูกต้อง?”

    ตั้งแต่เกิดมาเขาเพิ่มเคยพบกับคนที่มีตรรกกะบิดเบี้ยวที่สุดเท่าที่เคยพบมา ทำร้ายคนไม่มีความสู้ไม่พอยังขโมยของเขามาอีก หากมีสำนึกของความเป็นมนุษย์ซักนิดก็ต้องมีวามละอายใจกันบ้าง แต่มัลอมม์นั้นเลวเสียยิ่งกว่าเดรัจฉานซะอีก

    “ใช่แล้ว ที่ชั้นทำไปก็เพื่อปกป้องหมู่บ้าน ยุทธภัณฑ์พวกนั้นอยู่กับตาแก่ไปก็มีแต่เสียของ ข้าแค่ขอความร่วมมือให้มันส่งมอบ แต่มันกลับเห็นแก่ตัวหวังจะหุบอาวุธเอาไว้คนเดียว”

    มัลคอมม์ยังคงพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งว่าสิ่งที่มีทำไม่ว่าจะเลวทรามต่ำช้าแค่ไหนก็ล้วนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เด็กหนุ่มจนปัญญาจะสรรหาถ้อยคำมาพูดกับคนแบบนี้แล้วจึงปล่อยให้มันพูดต่อ

    “แต่เจ้าอมนุษยนั่นทนทายาทซะเหลือเกิน ชั้นให้เวลามันตั้งนานมันก็ยังกอดของไม่ยอมปล่อยก็เลยเผลอทำให้มือทั้งสอข้างของันหักซะได้”

    พูดจบมันก็ไหวไหล่วืด

    “หมู่บ้านเล็กนี่ก็ไม่มีน้ำยารักษาระดับสูงซะด้วยสิ น่าสงสารแต่ตาแก่นั่นคจะต้องพิการไปตลอดชีวิตแล้วล่ะแต่ไม่ใช่ความผิดชั้นนะ ก็มันไม่ให้ความร่วมมือเองนี่”

    หากเอเลนไม่ใช่คนที่หิ้วเรกิลไปสถานพยาบาลเองคงจะปรี่เข้าชกหน้าอีกฝ่ายไปแล้ว บุคคลอย่างมัลคอมม์คือคนที่คิดว่าตนเองคือศูนย์กลางของจักรวาลอย่างแท้จริงตรรกะบิดเบี้ยวชื่อมั่นอย่างมากว่ามันคือโอรสสวรรค์หากไม่ได้อย่างใจก็โทษทุกสิ่งทุกอย่างยกเว้นตัวของมัลคอมม์เองไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าหลังจากนี้เรกิลจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

    นั่นทำให้มันกล้าขัดคำสั่งเรียกรวมตัวของเซลีนทั้งยังหาญกล้าพาพรรคพวกมันนั่งดื่มกินฉลองกลางวันแสกๆโดยไม่สนใจสถานะการณ์ใดๆ ที่จริงแล้วมันตั้งใจให้คนที่เดินผ่านประตูเข้ามาเป็นเซลีนมากว่าหากเป็นเช่นนั้นมันจะใช้จำนวนที่มากกว่าที่สวมใส่อุปกรณ์ใหม่เข้ากรุ้มรุมโดยจะระวังไม่ให้ใบหน้าสวยๆของเธอเป็นแผลจบด้วยมัลคอมม์และเกลลันดร้าสยบเด็กสาวในกระบวนท่าเดียว

    หลังจากถูกทุบตีมาคราวก่อนมันได้ระดมมันสมองเพื่อหาวิธีสยบการเคลื่อนไหวของเซลีน หากทำสำเร็จมันตั้งใจจะย่ำยีศักดิ์ศรีของเด็กสาวและมันยังหวังผลอย่างอื่นเอาไว้ด้วย มันรู้มาว่าเซลีนคือคุณหนูตระกูลขุนนางหากมันทำให้เธฮตั้งครรภ์ได้มันก็จะได้ตระกูลขุนนางนั่นต้องยอมรับมันเป็นสามีของเธอแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม

    มันตั้งใจจะใช้แผนการนี้กับลูน่าเช่นเดียวกัน แน่นอนว่ามันมีข้อมูลว่าลูน่าคือบุตรสาวของราชทูตของเผ่าพันธ์เอลฟ์ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ชื่อเสียง อำนาจ และบารมีที่มันใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กกำลังจะได้มาครอบครองในไม่ช้า

    เว้นแต่ว่าคนที่เปิดประตูเข้ามาจะเป็นเอเลน

    มันสำรวจเอเลนตั้งแต่หัวจรดเท้าตามปกติในคามคิดของมัลคอมม์คนเก่งจะต้องแผ่อำนาจทางเวทมนต์ออกมาบ้างอย่างเซลีนและลูน่าที่เปรียบเสมือนไฟกองใหญ่ เอเลนก็เหมือนกองฟืนแห้งๆไม่มีพลังเวทมนต์ออกมาให้เห็นแม้แต่นิดเดียว

    นั่นก็เพราะเอเลนใช้พลังแบบภายในมาตลอด ยิ่งซ่อนพลังได้เนียนเท่าไหร่ศัตรูก็ยิ่งประมาทมากขึ้นเท่านั้นพลังเวทมนต์มหาศาลอัดแน่นในร่างเบียดเสียดแน่นตามวงจรเวทมนต์จนแทบระเบิดแต่ดวงตาของเอเลนยังคงสงบนิ่ง

    มัลคอมม์คิดว่าเอเลนเป็นเพียงลูกไก่ที่มันจะลงมือตอนไหนก็ได้ แม้เอเลนจะบังอาจมาพูดจาใหญ่โตใส่มันแต่มันก็ระงับอารมณ์เอาไว้เพื่อการณ์ใหญ่ในวันข้างหน้าความสามารถในการตีเหล็กของเอเลนคือสิ่งจำเป็น

    ใช่แล้วนอกจากเซลีน ลูน่า และเรกิลแล้วคนอื่นๆล้วนเชื่อกันหมดว่าเอเลนคือช่างตีเหล็กไม่ใช่คลาสหายากและไร้ประโยชน์อย่างช่างฝีมือ

    มัลคอม์ไม่ได้ระแวงเลยซักนิดว่ามันกำลังยุ่งอยู่กับระเบิดลูกโตที่พร้อมจะทำลายมันให้สิ้นซาก

    “ชั้นจะเมตตาแกสักหน่อยแล้วกัน ก้มหัวขอร้องชั้นซะแล้วชั้นจะยอมให้แกเป็นผู้ติดตาม”

    “ทำไมชั้นต้องทำแบบนั้น?”

    “ก็เพราะชั้นกำลังจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่น่ะสิ”

    มัลคอมม์กู่ร้องขึ้นเสียงดัง

    “จงจำใส่สมองของแกซะ ว่าท่านมัลคอมม์ผู้นี้กำลังจะมีชื่อเสียงที่โด่งดังด้วยยุทธภัณฑ์ชั้นสูงพวกนี้ไม่ว่าจะบุตรสาวตระกูลขุนนางหรือราชทูตก็จะตกเป็นของชั้น ถึงตอนนั้นว่าจะชื่อเสียงหรือเงินทองชั้นก็สามารถมอบให้แกได้”

    พูดจบมันก็ชี้มาที่ใบหน้าของเอเลน

    “เพียงแกร่วมมือกับชั้น กำราบยัยสองคนนั่นแล้วชั้นจะมอบในสิ่งที่อาชีพของแกไม่มีวันมอบให้ได้”

    “นี่แกกำลังขอให้ชั้นทรยศเพื่อน?”

    เอลเนเอ่ยขึ้นคราวนี้เขากำลังประหลาดใจโดยแท้จริงๆ เจ้าคนที่ไม่มีอะไรเลยกำลังหลอกล่อเขาด้วยผลประโยชน์ที่ดูเหลวไหลไม่น่าเชื่อว่าคนที่เอาแต่ปั้นน้ำให้เป็นตัวคนนี้จะสามารถครองใจเหล่าเด็กวัยรุ่นทั้งหมดนี่ได้ด้วยผลประโยชน์กลวงๆที่ไม่มีน้ำหนักให้จับต้องได้เลยแม้แต่น้อย

    ตั้งแต่ฟังเรื่องราวมาเอเลนมองไม่เห็นความเป็นได้แม้แต่น้อยทุกๆประโยคมีแต่เรื่องราวเลื่อนลอยอย่าง ชั้นกำลังจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ หรือ ชั้นจะเป็นสามีของผู้หญิงที่เพิ่งกระทืบลูกน้องของชั้นไปเมื่อวานนี้ มัลคอมม์ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่นเลยถ้อยคำสุดเหลวไหลถูกพ่นออกมาจากปากของชายคนที่ทำร้ายคนอื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

    “ชั้นฟังมาพอแล้ว”

    เอเลนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “อย่างที่ชั้นบอกไปตอนแรก ส่งมันคืนมาแล้วไปก้มกราบขอขมาลุงเรกิลซะ ชั้นจะทำเป็นว่าเรื่องในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

    ทันใดนั้นรอยยิ้มพลันสลายไปจากใบหน้าของมัลคอมม์แทนที่ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวซึ่งเป็นโฉมหน้าที่แท้จริงของชายช่างฝันมันโบกมือเล็กน้อยให้เด็กสาวสองคนถอยไปด้านหลัง

    “กล้าดียังไงถึงปฏิเสธความต้องการของชั้น เป็นแค่ช่างตีเหล็กแท้ๆ”

    “ช่างฝีมือ เรียกให้ถูกด้วย”

    ไม่พูดเปล่าเอเลนพลันเรียกหอกยาวออกมาเล่มหนึ่ง ส่งผลให้คนทั้งหมดหัวเราะเยาะออกมา

    “เป็นแค่ช่างตีเหล็กแต่คิดจับอาวุธขึ้นสู้ ดมเขม่าควันจนสมองกลับจนเลอะเลือนไปแล้วรึไง”

    มัลคอมม์เอ่ยด้วยความไม่ชอบใจอย่างแรงคนทะเยอทะยานเช่นมันย่อมมีความถือดี มันฝึกฝนการใช้หอกมาตั้งแต่ยังเด็กในฐานะของคลาสพลหอกแต่เจ้าเด็กช่างฝีมือกลับวางท่าถือหอกราวกับมือสมัครเล่นทำให้ศักดิ์ศรีของพลหอกถูกระคายเคืองอย่างรุนแรง

    ดวงตาสีทับทิมแหลมคมราวกับใบมีดแม้ภายนอกดูสงบนิ่งแต่ภายในใจนั้นคุกรุ่นราวกับกองไฟ เขาต้องพยายามหักห้ามใจอย่างยิ่งไม่ให้เชือดพวกมันทิ้งเร็วเกินไป 

    ลูกน้องของมัลคอมม์พลันชักอาวุธออกมาโดยพร้อมเพรียงก่อนจะค่อยๆล้อมเอเลนจากทุกทิศทางโดยไม่รู้เลยว่าที่พวกมันกำลังสู้ด้วยไม่ใช่ลูกไก่แต่เป็นมังกรที่พร้อมจะพ่นเปลวเพลิงที่สามารถแผดเผาพวกมันให้ไหม้เป็นจุล

     

    ******************************************************************************

    ช่วงบ่นท้ายตอน

    แวะเอาตอนใหม่ที่ถูกพิมพ์ด้วย Mechanical keybord ยี่ห้อหนึ่งที่ถูกเอามารีสต๊อกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(จะอวดแหละ) ไม่บอกหรอกว่ายี่ห้ออะไรเพราะเขาไม่จ่าย(ฮา)

    อะแฮ่ม(เข้าเรื่อง) ชีวิตต้องดำเนินต่อไปหน้าที่การงานก็ต้องเติบโตไปด้วยเช่นกันผ่านมาสองสัปดาห์แล้วที่ผมได้ลูกน้องประจำตำแหน่งมาแบบไม่ทันตั้งตัวเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1 คน หลักๆแล้้วน้องเขามีหน้าที่มาถ่ายงานไปจากผมส่วนหนึ่งเพื่อให้ผมที่โดนจิกหัวใช้ย่อยๆได้หายใจหายคอบ้าง กว่าอะไรๆจะลงตัวก็เสียเวลาไปไม่ใช่น้อยและคิดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

    ขอบคุณที่อ่านจนจบ แล้วพบกันใหม่

    สวัสดีครับ

    Zero Times