บทที่ 19 นึกรังเกียจ
เสียงคันเร่งของรถยนต์คันหนึ่งดังขึ้น สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับคนแถวนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งเขมจิราและเมฆา เธออาศัยจังหวะนี้รีบสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนของเขาโดยเร็ว
“อย่ามายุ่งกับฉันอีก” เขมจิราเอ่ยทิ้งท้าย
รู้สึกผิดหวังจนแทบไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าเมฆา แล้วรีบตรงดิ่งกลับมาที่บ้านหลังเดิม ทว่าเห็นรถสปอร์ตคันคุ้นเคยจอดอยู่ก่อนแล้ว เขมจิรานึกแปลกใจที่จู่ๆ เรวัชโผล่มาที่บ้านของเธอ ทั้งที่พึ่งจะเป็นช่วงบ่ายเท่านั้น
เมื่อลองเคาะกระจกรถของเขาเบาๆ รออยู่นานกลับไม่เห็นจะมีใครเปิดกระจกลงมา
“หรือว่าเขาแค่มาจอดรถไว้ที่นี่” เธอพึมพำ
ทว่าเมื่อลองเอาหน้าแนบกระจก มองทะลุเข้าไปด้านในตัวรถก็เห็นว่ามีใครบางคนนั่งอยู่ด้านในจริงๆ
“เรวัช เปิดประตูหน่อย”
ความเงียบถูกตอบกลับมา เธอไม่เข้าใจว่าเขากำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่ สุดท้ายคนที่หมดความอดทนก็คือตัวเธอเอง เขมจิราเลือกที่จะเดินออกไป แต่ทันใดนั้นกลับมีเสียงดังขึ้นที่ด้านหลัง
“แค่นี้ก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ” เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น
“...”
“ขึ้นมาบนรถ”
แม้ใบหน้าจะไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่เธอกลับสัมผัสถึงความอันตรายภายในตัวของเขาได้เป็นอย่างดี แววตาคมกริบคู่นั้นกำลังจดจ้องมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ฉันว่าเข้าไปคุยกันด้านในดีกว่า”
“แต่ผมอยากคุยบนรถ” เขาตอบ
“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ฉันจะเข้าไปในบ้านแล้ว”
ทันทีที่หันหลังกลับไป เสียงบีบแตรรถยนต์ดังขึ้นไปทั่วทุกทิศทาง สร้างความรำคาญให้กับคนเพื่อนบ้าน ยิ่งเห็นว่าเขมจิราไม่ขยับเขยื้อน เสียงยิ่งดังขึ้นไปอีก
“จะมาหรือไม่มา” เขาขู่ มือยังคงวางอยู่ที่พวงมาลัย
“นี่คุณเป็นบ้าอะไรกัน เมื่อเช้ายังดีๆ อยู่ไม่ใช่หรือไง” เธอเดินเข้าไปใกล้ แต่แทนที่จะได้คำตอบ เขากลับบีบแตรเสียงดังอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ “ก็ได้ๆ ฉันจะขึ้นไปบนรถแล้ว ช่วยเงียบสักทีเถอะ”
เธอไม่มีทางเลือก จำใจต้องเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถสปอร์ตคันนี้อย่างไม่เต็มใจนัก วันนี้ต้องทะเลาะกับคนถึงสองคนมาแล้ว จึงไม่อยากที่จะเปิดสงครามกับชายเขาอีก
เมื่อเข้าไปนั่งในรถได้เพียงไม่กี่วินาที เขาก็ล็อกรถทันที
“คุณไปที่ไหนมา” เขาถาม
“ฉันไปส่งบัลลังก์ที่บ้านของพ่อแม่มา”
“จากนั้นล่ะ”
“คุณจะอยากรู้ไปทำไม ฉันเองก็มีธุระของตัวเองเหมือนกัน” เขมจิราไม่อยากเอ่ยถึงเมฆามากนัก ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกผิดหวัง
“ธุระอะไรถึงสำคัญขนาดที่ต้องทิ้งลูกชายเอาไว้กับพ่อแม่”
“ฉันไม่ได้ทิ้งบัลลังก์ เขาไปหาพ่อแม่ของฉันเป็นประจำอยู่แล้ว” เขมจิราไม่อยากทะเลาะด้วย จึงเอ่ยปากไล่อีกฝ่าย “ถ้ามาที่นี่เพราะต้องการทะเลาะก็กลับไปซะเถอะ ฉันไม่มีอารมณ์ด้วยหรอกนะ”
“ทำไมล่ะ พึ่งไปทะเลาะกับใครมาหรือไง” เขาพูดอย่างรู้ทัน
“คุณไปรู้อะไรมาอีก” เธอเริ่มสงสัย
“แล้วคุณไปทำ ‘ธุระ’ อะไรมาล่ะ” เขาเน้นย้ำคำพูดนั้น
“ต้องให้ฉันบอกอีกกี่รอบว่ามันไม่ใช่เรื่องของคุณ” เขมจิราไม่อยากอยู่ใกล้คนอารมณ์ร้อนแบบนี้อีก เธอจึงพยายามจะเปิดประตูรถ แต่มันกลับถูกล็อกโดยชายคนข้างๆ เรียบร้อยแล้ว “เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ”
“ทำไม อยู่กับผมแล้วรู้สึกแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาเริ่มหาเรื่องเธอ “แย่จนถึงขั้นต้องออกไปจากที่นี่เร็วๆ เลยใช่ไหม”
“ตอนนี้คุณกำลังเป็นบ้า ใครจะอยากคุยกับคนบ้ากัน”
“งั้นคุณเองก็คงอยากคุยแค่กับคนในตระกูลเทวราชสินะ”
เขมจิราชะงักกับคำพูดของอีกฝ่าย เขาคงจะรู้แล้วว่าเธอไปเจอกับเมฆามาแน่ แต่แล้วทำไมต้องโมโหถึงขนาดนั้นด้วยล่ะ
“นี่น่ะเหรอธุระของคุณ”
“ใช่ นี่แหละคือธุระของฉัน และมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณด้วย เลิกมาหาเรื่องฉันสักที” เธอสุดจะทนแล้วเหมือนกัน
“ไม่เกี่ยวๆๆ เอาแต่พูดคำว่าไม่เกี่ยวอยู่ได้ ทีตอนที่คุณอยากได้ประโยชน์จากผมก็พยายามเข้าหาผมตลอด พอหมดประโยชน์แล้วก็ถีบหัวส่งกันเลยใช่ไหม” เรวัชประชด
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น แววตาที่จ้องมองเต็มไปด้วยความโกรธและโมโหถึงขีดสุด ทั้งที่หวังว่าจะได้รับคำอธิบายจากอีกฝ่ายแท้ๆ แต่เธอกลับขีดเส้นกั้นความสัมพันธ์นี้ไม่หยุด
ขอแค่เพียงเธอพูดออกมา เขาก็พร้อมจะรับฟัง
“ใช่ ฉันเข้าหาคุณก็เพื่อผลประโยชน์ล้วนๆ พอใจหรือยัง!” เขมจิราทนไม่ไหวอีกต่อไป วันนี้เธอต้องเจอกับเรื่องราวมากมาย แถมเขายังเอาแต่สร้างปัญหาไม่หยุดหย่อน
เขาพูดแทงใจดำทำความอดทนของเขาขาดสะบั้น ราวกับว่าใช้มีดแหลมคมกรีดลึกเข้าไปด้านในหัวใจ ทำเอาเขาถึงกับทนไม่ไหว ต้องยื่นมือหนาไปคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเขมจิราเอาไว้ ก่อนจะยกมันขึ้นเหนือหัว กักขังเธอเอาไว้ภายใต้ต่างของเขา ทำให้ตอนนี้อีกฝ่ายมีเพียงแค่เท้าเท่านั้นที่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้
“นี่คุณกำลังจะทำอะไร” เขมจิราใจเต้นระรัว ไม่เคยเห็นเขาโมโหขนาดนี้มาก่อน
“ได้คนพี่ไปแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ”
“อย่ามาพูดกับฉันแบบนี้นะ!”
“ทำไมถึงจะพูดไม่ได้ ที่ออกมาจากบ้านผมตั้งแต่เช้าตรู่ก็เพื่อจะมาหาเมฆาใช่ไหมล่ะ อยากได้เขาจนตัวสั่นเลยล่ะสิ กลัวมากเหรอที่จะต้องสูญเสียตำแหน่ง ‘เมีย’ ประธานบริษัทไป”
“เรวัช! อย่ามาดูถูกกันแบบนี้ ฉันไม่ได้ทำแบบที่คุณพูดมาสักนิดเดียว”
“แล้วที่ผมเห็นคืออะไรล่ะ” เขาเค้นถามราวกับเป็นตำรวจ มือทั้งสองข้างยิ่งจับแน่นเข้าไปอีก “พวกคุณทั้งสองคนแอบนัดมาพบกันอย่างลับๆ แถมยังจับมือถือแขนกันตลอด หมอนั่นถึงกับกอดคุณเลยนี่ เป็นไงบ้างล่ะอ้อมกอดของเขา มันเหมือนกับของผมหรือเปล่า”
“พอได้แล้ว!” เขมจิราตะคอกใส่อีกฝ่าย ใบหน้าทั้งสองแทบจะชิดติดกัน แม้บรรยากาศภายในรถจะเย็นยะเยือกมากแค่ไหน แต่ความโกรธเกรี้ยวของเขากำลังแผดเผาเธอทั้งเป็น
“ทำไมล่ะ หรือว่าคุณชอบอ้อมกอดของผัวเก่ามากกว่า น่าเสียดายนะว่าไหมที่เขาดันตายไปก่อน ว่าแต่เขารู้หรือเปล่าว่าญาติคนนั้นแอบชอบเมียตัวเองอยู่”
ไม่นึกเลยว่าเขาจะปากร้ายได้ถึงขนาดนี้ ทุกคำพูดที่ถูกกลั่นออกมาจากปากของเรวัชเต็มไปด้วยคำดูถูก ดูแคลนมากมาย