ปิติจ้ำพรวดขึ้นไปยังชั้นสองของอาคารซึ่งเป็ห้องทำงานของวสันต์เ้านายหนุ่มผู้สุขุม เคร่งขรึมและเ้าระเบียบราวกับเป็คนที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานมายาวนานทั้งที่อายุอานามยังไม่ถึงเลขสามด้วยซ้ำ
เสียงเคาะประตูมาพร้อมการเปิดแบบทันทีทันใดหากเป็คนอื่นคงไม่พ้นถูกตำหนิเื่มารยาท แต่นี่เป็ ‘ปิติ’ ที่วสันต์มักยกเว้นให้
ไม่ถือสา
“คุณรุ้งท่าทางไม่ยอมเอาจริงๆแล้วนะครับ เมื่อกี้ผมยังถูกเธอไล่ต้อนอยู่ตั้งนาน”
“มิน่า! ถึงช้า”
“โธ่! คุณสันต์ น้องรุ้งเธอดูเป็คนน่ารักอ่อนโยนก็จริงแต่อ่อนนอกแข็งในนี่น่ากลัวนะครับ ผมว่าถ้าวันนี้คุณสันต์ไม่เลือกใครสักคนให้มีหวัง..”คนพูดชะงักคำไปเองเมื่อคนเป็นายกระตุกมุมปากเหยียดยิ้มคล้ายไม่ประหวั่นพรั่นพรึงสิ่งใด
มือหนายกชี้ยังแฟ้มงานที่้าทำให้คนที่เก็บงำริมฝีปากตัวเองเมื่อครู่ต้องเผยอขึ้นอีกครั้งขณะกุลีกุจอส่งให้
“ว่าแต่..โดนใจใครบ้างหรือยังครับ”
“ยัง!”
“อะไรกันคุณสันต์ผมคัดมาแต่ละคนล้วนจบจากสถาบันมีชื่อ เกรดเฉลี่ยก็สามขึ้นทั้งนั้นนะครับแถมยังประสบการณ์ยาวเหยียดเป็หางว่าวที่สำคัญบุคลิกเกินมาตรฐานกว่าแค่พอพาเข้าวัดเข้าวาได้” เ้านายหนุ่มเลิกคิ้ว
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คุณยังฝีมือฉกาจฉกรรจ์ในการคัดคนเหมือนเดิม”
“อ้าว!” พาคนฟังเหวอจัด ทั้งมึนทั้งงง
“แต่ผมดูๆ แล้วไม่เห็นได้เื่สักคน”
“คุณสันต์!” คราวนี้ปิติถึงกับร้องเสียงหลงกันเลยทีเดียวก็เคยเข้าใจเ้านายเกือบทุกเื่ แต่ไฉนครั้งนี้ถึงตรงกันข้าม
“ก็แต่ละคนชื่อยาวๆ จำยากๆตัวอักษรหัวหยักหัวแตกมาเป็กองทัพไม่รู้จะสรรหาชื่อแปลกแหวกแนวให้พิสดารเล่นกันไปถึงไหนอย่างล่าสุดที่เพิ่งออกไปนี่..ก็อะไรนะ..” คนบ่นงึมงำย่นคิ้ว นึกพลางเคาะนิ้วรัวบนแฟ้มเอกสารสองสามที
“ชะ..ชนัก..ชณัฐฐนันท์ เฮ้อ! น่าปวดหัว” คนฟังทำหน้าปั้นยาก ไม่เห็นว่ามันจะเป็ประเด็นตรงไหน
“แหม! แค่ชื่อน่ะครับ”
“ก็แค่นั้นยังปัญหาเยอะต้องโร่ไปเปลี่ยนกันเป็วรรคเป็เวร ถูกโฉลกน่ะไม่เท่าไหร่แต่ขอให้แปลกไว้ก่อนเชื่อเถอะ..ชื่อเดิมน่ะคงเข้าท่าว่าง่ายกว่าเยอะ” เลขาคนเก่งได้แต่อ้าปากค้างคร้านจะออกความคิดเห็น
ไร้ประโยชน์
จะว่าไปก็คงจริง เพราะคนที่มาสมัครงานส่วนใหญ่กว่า90%มักเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามมาเรียบร้อย ถูกโฉลก ถูกใจเ้าของชื่อแต่ไม่ถูกใจเ้าของกิจการเพราะอ่านยากพิลึก
นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าการเปิดรับสมัครงานครั้งนี้ดูจะได้รับความสนใจล้นหลามไม่เฉพาะแค่คนในพื้นที่ ปริญญาดีกรีเกียรตินิยมจากสถาบันมีชื่อในกรุงเทพฯยังมาเพียบ ทั้งที่ค่าตอบแทนและสวัสดิการก็พึงได้ตามมาตรฐานทั่วไปหรืออาจเป็ไปได้ว่าั้แ่มีเหล่าดาราชื่อดังที่ผันตัวเองจากเมืองฟ้าเข้าหาธรรมชาติแดนดินโดยซื้อที่เปล่าละแวกเดียวกันทำการเกษตรแผนใหม่
ส่งผลให้รีสอร์ตได้ความนิยมตามไปด้วย
นั่นคงเป็เพียงแรงสนับสนุนหนึ่งเท่านั้นเพราะก่อนหน้ารุ้งหลากสีรีสอร์ตได้สร้างชื่อด้วยตัวเองไว้ในระดับหนึ่งแล้วด้วยการบริการอันน่าประทับใจราวกับทำให้คนในครอบครัวไม่นับรวมธรรมชาติน่ารื่นรมย์ที่ใครได้เห็นเป็ต้องบังเกิดความสุข อิ่มเอมใจและรู้สึกผ่อนคลายแม้ในยามที่มีเื่ทุกข์ร้อน
‘ธรรมชาติบำบัด’ เป็อีกหนึ่งโครงการที่วสันต์ริเริ่มจนได้ความสนใจจากคนทั่วไปที่้าหลีกเลี่ยงภัยร้ายจากสารเคมีภัยร้ายที่ลุกลามระบาดอย่างรวดเร็วในวงสังคม ประเทศยิ่งพัฒนา..ก็ยิ่งมากขึ้น
จากสถิติของนักวิชาการระบุว่า ‘มะเร็ง’เป็โรคร้ายยอดนิยมที่คร่าชีวิตคนในปัจจุบันมากที่สุด แม้จะไม่มีใครสามารถอยู่ค้ำฟ้าได้ก็จริงแต่ก็ไม่มีใครอยากเผชิญความเ็ปทรมานจากโรคภัยเช่นกัน
“ผมี้เีมานั่งสะกดคำให้ตรงอักขระเรียกถูกก็ดีไป..เกิดเรียกผิดขึ้นมา เขาจะว่าไม่ให้เกียรติ”
“งั้นลองดูคนนี้ก่อนไหมครับ”ปิติเสนอเสียงเรียบ สายตาวาวจัดเผยชัดว่าคนในแฟ้มอาจจะไม่ทำให้ผิดหวังก็เป็ได้
วสันต์หัวเราะหึในลำคอเชิงิ่เพราะที่ผ่านมานับสิบๆราย ล้วนอวดสารพัดนามที่ทำให้เขาเก่งภาษาไทยขึ้นเยอะ มือหนาตวัดเปิดแฟ้มด้วยท่าทีเรียบเฉยก่อนกระตุกหัวคิ้วมุ่นเมื่อสายตาสะดุดภาพถ่ายตรงหัวมุมด้านซ้ายของใบสมัครเ้าของดวงตาคมเงยมองหน้าเลขาที่ยืนรอลุ้นอยู่ทันที
“ผมบอกแล้วไงว่าไม่รับผู้ชาย!” ปิติรีบยกสองมือขึ้นระดับหน้าอกตัวเอง แต่หาใช่ยอมแพ้หรือยอมรับผิดไม่
“ผู้หญิงครับคุณสันต์”
“ผู้หญิง?”
“ครับ เธอชื่อลัมภ์ น.ส.ลัมภ์นวมนตรี” เท่านั้นคนฟังจึงได้หลุบตาลงพิจารณาข้อมูลในใบสมัครอย่างถ้วนถี่ว่าเป็ ‘นางสาว’ แท้แต่กำเนิด ไล่เรียงพิจารณาข้อมูลไปเรื่อยคุณสมบัติโดยรวมของผู้หญิงคนนี้ตรงตามประกาศของรีสอร์ตทุกประการ
หากแต่ใครก็ตามที่ไม่มีข้อมูลอยู่ในมือแล้วได้เห็นเพียงแค่รูปถ่ายอย่างนี้..ร้อยทั้งร้อยต้องว่าเป็ผู้ชาย!
“นี่มันทอมนี่หว่า” วสันต์สรุป
“ก็ไม่ได้ระบุว่าห้ามนี่ครับคุณสันต์เลือกรับเฉพาะผู้หญิง คุณลัมภ์นี่เขาก็จัดว่าถูกกติกา”คนเป็นายขยับกำปั้นคล้ายอยากเหวี่ยงใส่หน้าคนสนิทชักเปรี้ยง
ปิติผงะถอยไปตั้งหลักเพียงให้พ้นระยะอันตรายทั้งที่รู้ดีว่าเ้านายของเขาทำท่าไปอย่างนั้นเองไม่เคยลงไม้ลงมือจริงจังกับเขาสักที ยิ่งทำให้รู้สึกเคารพนับถือมากเป็ทวีคูณ
“ผมว่าผู้หญิงคนนี้เข้าท่านะครับชื่อสั้นจำง่าย หน้าตาสะอาดสะอ้าน ดูทะมัดทะแมงคล่องตัวดีด้วยแถมการศึกษาก็ไม่ด้อยและยังเคยทำบัญชีธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ อีกต่างหาก”
“แล้วนึกยังไงอยากมาทำงานที่นี่แปลกคน!แน่ใจนะว่าเช็กประวัติดีแล้ว ไม่ใช่ถูกไล่ออกมาล่ะ”
“รับรองได้ครับว่าผู้หญิงคนนี้ประวัติดีแน่นอนเอาหัวเป็ประกันสิเอ้า!แต่ที่ดูว่าออกจะทอมบอยสักหน่อยคงเพราะเธอเป็นักกีฬามหา’ลัยน่ะครับ”
“เรอะ?” น้ำเสียงวสันต์ออกไปทางเหลือเชื่อมากกว่าจะคล้อยตาม
“ครับในใบสมัครระบุว่าชอบเล่นกีฬาบาสเกตบอลกับวิ่งผลัด” มือหนาปิดแฟ้มดังพรึบก่อนเลื่อนให้ปิติด้วยสีหน้าที่ยากจะอ่านออกว่าเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร
“เอ่อ..คุณสันต์น่าจะเรียกเธอมาสัมภาษณ์สักรอบก่อนนะครับอย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธ” คนฟังยกมือโบกว่อน
“ไม่ต้อง” ปิติลอบถอนหายใจใช่ว่าเขาจะนึกเสียดายแม่คนหน้าตาดีที่ดูกึ่งชายคนนี้หรอกแต่ให้นึกว่าอาจจะต้องกลับไปรวบรวมใบสมัครที่คัดไปแล้วรอบหนึ่งในเบื้องต้นมาพิจารณาอีกครั้ง
“เรียกเขามาทำงานได้เลย ยิ่งเร็วยิ่งดี”
“ห๊า!”
“สำเนาประวัติให้ผมชุดหนึ่งด้วย”คนคาดไม่ถึงอ้าปากค้างอยู่ชั่วอึดใจก่อนปราดเข้ามารับแฟ้มบนโต๊ะด้วยสีหน้าเบิกบานราวกับเป็ผู้ผ่านการคัดเลือกเสียเอง
“ครับผม”
“อ้อ! เดี๋ยว”
“คะ..ครับ”
“หลบยัยรุ้งให้ดีล่ะตอนเย็นผมจะเป็คนบอกเื่นี้กับเขาเอง”
“ครับ”ปิติรับคำไม่ค่อยเต็มปากเท่าไหร่ ด้วยรู้นิสัยสองพี่น้องตระกูล ‘สรวรรต’ เป็อย่างดี คนพี่มีอุปนิสัยเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว และมีไหวพริบล้ำเลิศเพียงใด คนน้องก็ไม่ต่างกัน
ฉลาดเป็กรด