EP : 45 เรื่องของเด็กๆ ผู้ใหญ่ไม่ควรยุ่ง
“คนร้ายเป็นคนคนเดียวกันสินะ” หลังจากที่เซียวจิ่งยู๋วิ่งออกไป เว่ยลู่เซียนก็พูดขึ้น
ช่วงนี้หลงฉี่ไม่ค่อยรายงานอะไรนางเลยทำให้นางไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก จะรายงานก็เรื่องที่เกี่ยวข้องกับนางเท่านั้น
ย้อนไปเมื่อตอนที่นางไปยังตระกูลเฉินอย่างลับๆ น้องสาวของเฉินกู้เสียถูกพิษสังหารเหมือนกับชิวหลัวป้อพ่อของชิวสี่หลัว
ถึงแม้จะผ่านมาแล้วหนึ่งวันแต่นางกลับไม่ตาย ซึ่งพอตรวจไปก็พบว่าคนวางยาพิษนั้นฉลาดชนิดใช้พิษอีกชนิดหนึ่งข่มเอาไว้ทำให้พิษสังหารอ่อนลง ทำให้การทำงานของพิษสังหารช้าลงไป
คงกลัวคนอื่นสงสัยว่าเป็นคนคนเดียวกันที่วางพิษสังหารชิวหลัวป้อเป็นแน่ เลยต้องใช้พิษอื่นผสมลงไปด้วยเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกสงสัย พวกตระกูลใหญ่ๆ ถูกวางพิษสังหารไปแล้วสองตระกูลต่อไปจะเป็นตระกูลไหนกันนะ
“ถือว่าเล่นสนุกด้วยแล้วกัน” เว่ยลู่เซียนบอกนางจะอยู่เงียบๆ
นางจะไม่บอกว่าใครเป็นคนร้าย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยให้คนพวกนั้นถูกทำร้าย นางก็แค่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ของนางเท่านั้นเอง
“ท่านหมอเจ้าคะ” เสียงหวานร้องขึ้นก่อนที่ตัวจะเข้ามาในห้องเสียด้วยซ้ำ ร่างบางยิ้มแช่งเมื่อเห็นว่าคนที่นางอยากจะเจอนั้นอยู่ในห้อง
“ไม่มีเรียนหรือไงกัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามชิวสี่หลัว เพิ่งกล่าวถึงนางไม่เท่าไรก็เจอกันเสียแล้ว
“โธ่ ท่านไม่คิดถึงว่าที่ลูกศิษย์ของตัวเองเลยหรืออย่างไรเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวกล่าวพลางนั่งลงกับเก้าอี้ก่อนจะยื่นแขนออกไป
“ข้าไม่สบายเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวบอกทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้เป็นอะไร
“ท่าทางเจ้าจะอาการหนัก” เว่ยลู่เซียนตอบไม่ได้สนใจอีกฝ่ายที่จะให้นางตรวจให้
ยังดีที่วันนี้ยังไม่มีใครเข้ามาตรวจกับนางสักคน ฝีมือของสามคนนั้นก็พัฒนาขึ้นมากทีเดียวทำให้นางเบาใจได้บ้าง
“เจ้าค่ะ หนักมาก ท่านแอบไปมีลูกตอนไหนทำไมข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลยเจ้าคะ” ว่าพลางก็มุ่ยหน้าไปมาพลาง นางพลาดข่าวเรื่องของเว่ยลู่เซียนไปมากขนาดไหนกันนะ
ที่มาวันนี้ก็เพื่อจะดูหน้าตาของเด็กคนนั้นว่าจะน่ารักเหมือนท่านหมอหรือไม่ก็เท่านั้นเอง
“แอบมีลูกเหรอ ทำไมข้าต้องแอบมีด้วยล่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยถามช้าๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับท่าทีของชิวสี่หลัว
“นั้นสิ เดี๋ยวนะเจ้าคะ ข้าไม่เคยได้ยินว่าท่านมีลูกมาก่อนเลยนะเจ้าคะ” ชิวสี่หลัวพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะนึกขึ้นมาได้ก็พูดขึ้นมาทันที แต่ยังไม่ทันที่เว่ยลู่เซียนจะได้ตอบอะไรเสียงของจงอินก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านหมอแย่แล้วขอรับ คุณชายน้อยไปมีเรื่องกับใครก็ไม่รู้ขอรับ”
“อืม” เว่ยลู่เซียนตอบกับไปอย่างเอื่อยๆ
ก่อนจะลุกขึ้นท่ามกลางความตกใจของทั้งสองที่เห็นว่าเว่ยลู่เซียนยังคงนิ่งไม่ตกใจอะไรกับสิ่งที่ได้ยิน
“เด็กบ้านี่เป็นลูกของใครกัน! กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายลูกของข้ากัน! พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรืออย่างไร! แบบนี้ต้องแจ้งความเสียแล้วที่บังอาจมาทำร้ายลูกของข้า”
เมื่อเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไร เว่ยลู่เซียนก็ยิ่งได้ยินเสียงตะโกนแหลมๆ ของหญิงสาวฟังแล้วรู้สึกปวดหูเสียจริง
หรือนางเกิดมาเพื่อทำลายหูของคนอื่นกัน
“ทำร้ายที่ไหนกัน ลูกของท่านป้านั้นแหละมาผลักข้า แถมยังมาแย่งขนมของข้าอีกไปอีก” เซียวจิ่งยู๋บอกอย่างไม่เกรงกลัวกล้าดีอย่างไรมากล่าวหาเขาเช่นนี้
“เจ้า! ข้าไม่ใช่ป้าของเจ้า ไม่ต้องมาเรียกข้าเช่นนั้น! และอีกอย่างลูกของข้าไม่ทำเรื่องเช่นนั้นอย่างแน่นอน” หญิงสาวร้องบอกเสียงแหลมอย่างไม่ยินยอม
“พวกท่านป้าก็แต่งตัวดูดีนะขอรับทำไมถึงทำตัวไม่มีมารยาทแบบนี้ละขอรับ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยถามพลางไล่สายตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดๆ ไปในตัว
“เจ้าเด็กปากเสีย! เจ้าเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน” หญิงสาวร้องโวยวายไม่หยุด
“ข้าสั่งสอนลูกของข้าดีเสมอ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยพลางเดินตรงมาที่เซียวจิ่งยู๋
“อ้อ เจ้าคงเป็นแม่ของเด็กคนนี้สินะ เจ้าสั่งสอนลูกของเจ้าอย่างไร ถึงได้ทำตัวนักเลงใส่คนอื่นแบบนี้กัน!”
“สายตาของเจ้าคงมีปัญหา ลูกของข้าตัวเล็กกว่าลูกของเจ้าตั้งครึ่งหนึ่งจะมีปัญญาที่ไหนไปรังแกลูกของเจ้ากัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นทำให้หลายคนที่อยู่แถวนั้นพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ดูเหมือนท่านก็ยังไม่แก่มากนะเจ้าคะ ทำไมถึงได้พูดจาเลอะเลือนเช่นนี้กัน” ชิวสี่หลัวพูดขึ้นบ้าง นางแทบจะทนไม่ไหวกับเสียงของหญิงสาวนางนี้แล้วละ รู้สึกตึงๆ หูอย่างไรก็ไม่รู้
“เจ้ากล้าพูดอย่างนี้กับข้า เรื่องมันไม่จบเพียงเท่านี้แน่ รอให้ท่านพี่ของข้ากลับมาก่อนเถอะ ข้าจะให้ท่านพี่ของข้าจัดการพวกเจ้าแน่” หญิงสาวร้องบอกอย่างไม่ยอมแพ้ ตัวนางเพียงมาเที่ยวที่นี่กับครอบครัวเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาหาเรื่องนางเช่นนี้ ถ้าพวกนี้รู้ว่านางเป็นใครคงกลัวหัวหดเป็นแน่
ดูจากการแต่งตัวที่ดูเรียบๆ แล้วก็คงเป็นตระกูลไม่ใหญ่มากมายอะไร คิดหรือจะสู้นางที่เป็นฮูหยินตระกูลใหญ่ได้นะ
อีกอย่างสองสาวตรงนั้นก็ยังดูอายุน้อยแต่งงานแล้วคงรีบมีลูกมาก ถึงได้ไม่รู้จักสั่งสอนลูกของตัวเองดีๆ
“อ๋อ ถ้าให้ดีเจ้าไปเรียกสามีของเจ้ามาด้วยเล่า จะได้รู้ว่าลูกของพวกเจ้านั้นทำผิดที่มาทำร้ายลูกของข้า” เมื่อหญิงสาวนึกถึงแผนการที่จะทำให้ครอบครัวของคนพวกนี้ต้องอับอายเพราะความด้อยค่าของตัวเอง
“เรื่องของเด็กๆ ผู้ใหญ่ไม่ควรยุ่ง” ชายหนุ่มผู้มาใหม่กล่าวขึ้นร่างสูงใหญ่เดินผ่านเข้ามาใบหน้าหล่อเหลาเกินกว่าจะเป็นชาวบ้านคนธรรมดา ชุดดำแดงเรียบหรูดูมีราศีเดินตรงมายังกลุ่มคนที่กำลังทะเลาะกันอยู่
“ท่านพ่อ” เซียวจิ่งยู๋ตะโกนขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าใครเดินตรงมาที่ตัวเอง
“ใครอีกเนี่ย” เว่ยลู่เซียนพึมพำกับตัวเอง นางรู้สึกคุ้นเคยกับอีกคนอย่างแปลกประหลาก
แต่ทันใดนั้นภาพบางอย่างก็เข้ามาในหัวของนางจนทำให้นางปวดหัวไปหมด จากนั้นสติของนางก็ดับวูบไปทันที