รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    ความลับตลอดหมื่นปี

            “...จะ...เจ้าแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?”

             

            ราชินีมังกรยังรู้สึกมึนงงพยายามดันตัวเองขึ้นมาจากน้ำ นางเงยหน้ามองไป่ฟานเซียนด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อสายตา

             

            แม้ตัวนางนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาเพราะ“หมื่นสวรรค์นิรันด์” ที่ไม่สมบูรณ์ แต่ถึงอย่างไรความแข็งแกร่งของนางก็ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมไปถึงหนึ่งขั้นเต็มๆ! 

             

            นางไม่อยากจะเชื่อว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงคนนี้ยังแอบซ่อนพลังเอาไว้อีก

             

            ไป่ฟานเซียนจับจ้องลงมาเงียบๆ แค่เพียงพริบตาเดียวร่างของนางก็มาปรากฏตัวที่ใต้ปากของราชินีมังกร  เรียวขาที่งดงามง้างจนสุด  แรงเตะที่อัดแน่นไปด้วยพลังของโลกช้อนเข้าที่คาง  ราชินีมังกรที่กำลังสับสนถูกแรงกระแทกซัดเข้าใส่จากด้านล่างจนแม้แต่ร่างกายที่ใหญ่โตของนางยังลอยขึ้นไปบนฟ้า!

             

             

            เปรี้ยง!

             

            เสียงคลื่นกระแทกดังขึ้นอีกครั้ง  ไป่ฟานเซียนต่อยเข้าไปกลางลำตัวจนหน้าอกของราชินีมังกรเหมือนจะยุบลงไปตามแรงหมัดมังกรที่เต็มไปด้วยอำนาจเมื่อครู่คล้ายจะกลายเป็นลูกบอลที่ถูกหญิงสาวเพียงคนเดียวทุบตีไปมา!

             

            “ดะ...เดี๋ยวก่อน”

             

            ราชินีมังกรรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอเป็นครั้งที่สองในเวลาติดๆกัน  ก่อนหน้านี้คือตอนที่อยู่โลกฝั่งนู้นนางถูกหญิงสาวผู้นี้ทุบตีจนต้องฝืนใจใช้โอสถที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่พอนางแข็งแกร่งกว่าเดิมนางก็ยังโดนผู้หญิงคนเดิมซ้อมจนไม่มีทางสู้อีกครั้ง!

             

            ไป่ฟานเซียนไม่ใส่ใจเสียงของราชินีมังกร  ใบหน้าของนางเรียบสนิท  แต่สองมือสองเท้ายังขยับไม่หยุด  การโจมตีแต่ละครั้งแฝงไปด้วยเจตจำนงของนาง ความเจ็บปวดที่ราชินีมังกรได้รับนั้นยิ่งนานก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ!

             

            ราชินีมังกรกัดฟัน  เกล็ดสีแดงฉานของนางพลันเรืองแสงสีแดงจ้า

             

            ตูม!

             

            แรงระเบิดมหาศาลที่มีต้นตอมาจากราชินีมังกรกินอาณาเขตไปหลายร้อยเมตร  น้ำทะเลพลันแห้งเหือดลงไปจนเห็นก้นทะเล ก่อนที่น้ำบริเวณอื่นจะเข้ามาแทนที่จนเกิดเป็นคลื่นยักษ์

             

            เหล่าตัวตนระดับปรมาจารย์ที่ยังอยู่ในพื้นที่จึงต้องรีบพุ่งเข้าไปรับมือกันจ้าละหวั่นถ้าปล่อยให้คลื่นพวกนี้ซัดเข้าสู่ฝั่งได้ละก็มันจะกลายเป็นความสูญเสียที่มหาศาลแน่ๆ

             

            การโจมตีวงกว้างถูกปลดปล่อยออกมาจากเหล่าพลเอกแต่ละคน หลิวเยี่ยนเฟยตวัดดาบที่เขาพกติดตัวเสมอเพียงทีเดียวคลื่นยักษ์ก็ถูกผ่าเป็นสองซีก  ทันใดนั้นชายชราอีกคนที่เป็นหนึ่งใน “พลเอก” และเป็นหัวหน้าหน่วย“ฉลามฟ้า” ก็พุ่งตัวไปด้านหน้า

             

            สองมือของเขาประกบกันกลางอากาศคลื่นความเย็นมหาศาลก็แผ่ออกมาจากร่าง 

             

            ฉลามเยือกแข็ง!

             

            ที่ด้านหลังของชายชราพลันปรากฏฉลามสีขาวสองตัวที่เกิดจากพลังปราณ  พวกมันอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวที่คมกริบ  ยามที่ร่างกายของพวกมันปะทะกับคลื่น น้ำทะเลบริเวณนั้นก็จะถูกแช่แข็งด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

             

            ฉลามขาวว่ายเวียนวนราวกับกำลังโต้คลื่น  ไม่ถึงสิบวินาทีพวกมันก็สร้างประติมากรรมรูปคลื่นที่สูงหลายเมตรขึ้นมาได้สำเร็จ

            “...ฝากเจ้าด้วย”

             

            ทันทีที่หยุดความเสียหายได้สำเร็จชายชราก็หันไปมองที่หญิงสาวหนึ่งเดียวในหมู่พลเอก นางพยักหน้าให้ ร่างบอบบางของนางพลิ้วไปอยู่บริเวณชายหาด ก่อนที่คลื่นน้ำแข็งนี้จะต้านทานไม่ไหวนางก็ประทับมือลงไปกับพื้น

             

            โฮก!

             

            เสียงคำรามที่มีความคล้ายคลึงกับราชินีมังกรดังขึ้นทันที มันคือมังกรดินสีน้ำตาลที่ผุดขึ้นมาจากพื้นทราย พร้อมกับกำแพงดินที่สูงราวกับตึกที่ก่อตัวเป็นแนวยาว  ขวางกั้นไม่ให้น้ำทะเลสามารถผ่านซัดเข้าไปทำความเสียหายในพื้นที่ชายฝั่งได้อีก

             

            หญิงสาวคนนั้นหอบหายใจ  การสร้างกำแพงที่ทั้งสูงทั้งหนา  แล้วยังเป็นการสร้างจำนวนมากในทีเดียวแบบนี้มันกลืนกินพลังปราณของเธอไปจนแทบหมดตัว

             

            ไป่ฟานเซียนที่อยู่บนท้องฟ้าเหลือบตามามองด้านล่างครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาแล้วนางก็กลับไปสนใจราชินีมังกรที่ระเบิดพลังออกมา

             

            เมื่อกลุ่มควันหายไป  มันก็เผยให้เห็นร่างของราชินีมังกรที่เต็มไปด้วยบาดแผล

             

            นางหอบหายใจจนเห็นไอร้อนลอยออกมาจากปาก กระบวนท่าเมื่อครู่ทำให้ร่างกายที่บาดเจ็บเพราะไป่ฟานเซียนอยู่แล้วทรุดหนักลงไปอีก  นางจับจ้องไป่ฟานเซียนอย่างไม่เข้าใจและหวาดกลัว

             

            นางไม่สามารถต่อต้านได้เลย!  แม้แต่พลังที่ก้าวข้ามมาแล้วของนางก็ยังไม่สามารถสู้กับหญิงสาวตรงหน้านี้ได้!

             

            “...เจ้าแข็งแกร่งขนาดไหนกัน?”

             

            ราชินีมังกรถามอย่างหวาดระแวง

             

            ไป่ฟานเซียนไม่ตอบ นางกำลังจะเคลื่อนไหวอีกครั้งก็เป็นวินาทีเดียวกับที่ราชินีมังกรรีบร้อนพูดออกมาอย่างลนลาน

             

            “เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยวก่อน...ข้ายอมพูดแล้ว!”

             

            ไป่ฟานเซียนชะงักกึก  นางหรี่ตามองราชินีมังกร เมื่อเห็นว่าร่างกายที่ใหญ่โตนั้นสลายแรงกดดันทั้งหมดทิ้งไปนางจึงยอมเจรจาด้วยแต่โดยดี

             

            “...เจ้าอยากรู้อะไรล่ะ?”

             

            ราชินีมังกรถามเสียงอ่อย

             

            “...เจ้ารู้เรื่องโอสถนั่นได้อย่างไร?”  ไป่ฟานเซียนยิงคำถามที่นางคาใจมากที่สุด  เพราะโอสถที่ราชินีมังกรเรียกว่า“หมื่นสวรรค์นิรันด์”นั้นเป็นนางที่คิดค้นและทดลองปรุงขึ้นมาเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน  ในตอนนั้นนางไม่แม้แต่จะตั้งชื่อของมันเพราะยังไม่แน่ใจในสรรพคุณและผลลัพธ์ของมันหลังจากนั้น

             

            “เจ้าหมายถึงหมื่นสวรรค์นิรันด์?”

             

            เมื่อเห็นว่าไป่ฟานเซียนพยักหน้า  ราชินีมังกรก็ถอนหายใจแล้วเริ่มเล่าให้ฟัง

             

            “ข้าไม่แน่ใจนักหรอกว่ามันมีที่มาจากที่ไหน แต่ว่าตั้งแต่ที่ข้าถูกพวกมนุษย์ผนึกไว้ที่หุบเขานั่น ที่กึ่งกลางของภูเขาไฟที่ดับไปแล้วก็มีสูตรของมันและโอสถที่กำลังหลอมเตรียมไว้อยู่แล้ว...”

             

            ไป่ฟานเซียนสังเกตท่าทีและน้ำเสียงของราชินีมังกร 

             

            ราชินีมังกรไม่ได้โกหก

             

            “แปลว่าเจ้าถูกผนึกอยู่ที่นั่นตั้งแต่หมื่นปีก่อน?”

             

            ไป่ฟานเซียนยิงคำถามต่อไป  แต่ราชินีมังกรกลับรีบส่ายหัวปฏิเสธแล้วตอบว่า

             

            “มนุษย์ถึงข้าจะมีอายุขัยยืนยาว แต่ข้ายังไม่แก่ขนาดนั้นเสียหน่อย!”

             

            ท่าทางกระฟัดกระเฟียดของนางไม่ได้ทำให้ไป่ฟานเซียนเปลี่ยนท่าที  “นั่นมันน่าจะแค่ประมาณพันกว่าปีได้เองกระมัง?”

             

            ไป่ฟานเซียนที่ได้ยินมาถึงตรงนี้กลับประหลาดใจ หมายความว่าโอสถหมื่นสวรรค์นิรันด์ที่ราชินีมังกรกินเข้าไปนั้นพึ่งผ่านระยะเวลาหลอมกลั่นมาน้อยกว่าโอสถที่นางปรุง

             

            “...มันยังไม่สมบูรณ์ใช่หรือไม่?”

             

            ไป่ฟานเซียนที่รับรู้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นของราชินีมังกรก็ยังประหลาดใจจนถึงตอนนี้  เพราะจากเดิมที่มีพลังถึงระดับเหนือมนุษย์(เทพเจ้า) ของผู้ฝึกตน ราชินีมังกรกลับพัฒนาขึ้นสู่ระดับ “ตัวตนกึ่งอมตะ”เช่นเดียวกับไป่ฟานเซียนเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนเท่านั้น

             

            มันเป็นพลังที่นางสามารถไปถึงได้ด้วยตนเองโดยที่ยังไม่ได้เริ่มหลอม“หมื่นสวรรค์นิรันด์” ที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับนางในตอนนี้ด้วยซ้ำ

             

            นางไม่รู้ว่าควรจะเรียกระดับพลังของตนเองในยามนี้ว่าอะไรแล้ว!

             

            “...ข้าคิดว่าใช่ พลังของโอสถเม็ดนั้นยังเพิ่มขึ้นไปได้มากกว่านี้อีก”เมื่อพูดถึงตรงนี้นางก็ทำหน้าไม่พอใจ

             

            “แต่เพราะเจ้านั่นแหละที่ทำให้ข้าต้องรีบดูดกลืนมันก่อนเวลาเช่นนี้!”

             

            ไป่ฟานเซียนไม่ได้สนใจท่าทีของราชินีมังกร  นางเพียงแต่ครุ่นคิดอยู่คนเดียว มันยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่นางยังค้างคาอยู่ในใจ

             

            “แล้วที่เจ้ากล่าวว่า...ข้าและเจ้าล้วนเป็นพวกที่เห็นแก่ตัว  มันหมายความว่าอย่างไร?”

             

            ราชินีมังกรกลับกลายเป็นประหลาดใจ  ก่อนหน้านี้นางนั้นหงุดหงิดที่ไป่ฟานเซียนนั้นทำตัวราวกับไร้เดียงสาดั่งผู้บริสุทธิ์  หรือว่านางจะไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ?

             

            “...เจ้าไม่รู้จริงหรือ?”

             

            ราชินีมังกรถามเสียงเบาหวิว

             

            ไป่ฟานเซียนขมวดคิ้วมุ่น  พลังที่สงบเริ่มทะลักออกมาอีกครั้ง

             

            “ก็ได้! ก็ได้ ข้าจะอธิบายให้ฟัง” นางพูดเสียงอ่อย  หญิงสาวคนนี้ดูเหมือนจะเริ่มซ้อมนางอีกครั้งแน่ถ้านางยังคงชักช้าอยู่  ขณะเดียวกันนางก็เริ่มขยับปีกออกไปข้างๆ

             

            “เจ้ารู้ดีว่าโลกใบนี้มีพลังชีวิตไหลเวียนอยู่ใช่หรือไม่?” 

             

            ราชินีมังกรกล่าวขณะที่สัมผัสถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว  ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับแล้วตอบกลับไป

             

            “ใช่...”

             

            พลังชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ฝึกตน  เพราะพวกเขาหลังจากที่ข้ามผ่านมายังโลกของยุทธภพได้แปลว่าเป็นผู้ที่เข้าใจถึงกระแสพลังของสวรรค์และโลก พวกเขาจะเริ่มดึงดูดพลังชีวิตในธรรมชาติเข้าสู่ร่างกายเพื่อบ่มเพาะ

             

            ผสานกับพลังปราณที่ก่อเกิดมาจากในร่าง และอาจจะได้รับการส่งเสริมจากโอสถหรือของวิเศษซึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ทำให้ระดับพลังของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆตามระยะเวลาและความเข้าใจในวิถีของแต่ละคน

             

            แต่ว่าตั้งแต่ที่ไป่ฟานเซียนข้ามผ่านยุคสมัยมาจนถึงปัจจุบัน นางกลับรู้สึกว่าพลังชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ตามธรรมชาติเหล่านี้กลับลดน้อยลงไปจากเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนมาก

             

            “...หรือว่า?”

             

            ไป่ฟานเซียนฉุกคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของราชินีมังกร  ระดับพลังชีวิตในธรรมชาติที่ลดลง  และการที่นางถูกบอกว่าเป็นผู้เห็นแก่ตัว

             

            “เจ้าน่าจะรู้แล้ว...”ราชินีมังกรพยักหน้ารับ

             

            “โอสถเม็ดนั้น...หมื่นสวรรค์นิรันด์จะดึงดูดกระแสพลังธรรมชาติในโลกเข้าไปเพื่อหลอมกลั่นตัวมันเอง”

             

            “ยิ่งนานวันมันก็ยิ่งกลืนกินอย่างหิวกระหาย  เจ้าเข้าใจความหมายของมันแล้วใช่ไหม?”

             

            ไป่ฟานเซียนสะท้านไปกับคำพูดของราชินีมังกร

             

            เปรียบให้เห็นง่ายๆก็คือโลกใบนี้นั้นมีพลังงานอยู่อย่างจำกัด  เหล่าผู้ฝึกตนก็เหมือนกับผู้ที่คอยใช้งานพลังนั้นเพื่อพัฒนาตนเอง เพียงแต่ปริมาณในการสร้างและฟื้นฟูพลังงานของโลกมันมากกว่าปริมาณที่ใช้ไปจึงไม่มีผลกระทบอะไรนัก  ทุกอย่างยังอยู่ในจุดที่สมดุลดี

             

            แต่“โอสถหมื่นสวรรค์นิรันด์” นี้กลับเป็นตัวแปรที่เข้ามาทำให้สมดุลนี้พังทลาย  ตัวมันดึงดูดเอาพลังงานเข้าไปในสัดส่วนที่“มากกว่า”  ความเร็วในการฟื้นฟูของโลก

             

            นั่นจึงทำให้กระแสพลังชีวิตบนโลกที่คอยหล่อเลี้ยงเหล่าผู้ฝึกตนค่อยๆลดน้อยลงทุกวันๆ เมื่อนานวันเข้าเหล่าผู้ที่มีพลังสูงส่งระดับเหนือมนุษย์ก็ทยอยล้มหายตายจากไป   แต่ด้วยกระแสพลังชีวิตที่น้อยลง  จึงไม่มีใครสามารถที่จะพัฒนาไปสู่ระดับเหล่านั้นได้อีก

             

            ตัวตนสูงสุดในแต่ละยุคสมัยจึงมีระดับพลังที่น้อยลงไปเรื่อยๆ

             

            เมื่อมาถึงในยุคปัจจุบันหนึ่งหมื่นปีผ่านไปแม้แต่ในโลกของไป่ฟานเซียน ผู้ที่มีพลังมากที่สุดยังหลงเหลือเพียงแค่ระดับ “ปรมาจารย์” ที่เทียบได้กับศิษย์ทั่วไปที่พบได้ในตำหนักของไป่ฟานเซียนเมื่อครั้งนั้นเท่านั้นเอง

             

            ถึงขนาดที่ผู้คนบนโลกนี้แทบจะไม่รู้ถึงการมีอยู่ของโลกยุทธภพ!

             

            นี่จึงเป็นสาเหตที่ราชินีมังกรเรียกนางว่า“ผู้ที่เห็นแก่ตัว”

             

            การปรุงโอสถครั้งนั้นของนางมันส่งผลกระทบไปจนถึงทุกคนในโลก การที่พลังของโลกน้อยลงนอกจากจะทำให้ผู้ฝึกตนไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้แล้วมันยังทำให้เหล่าของวิเศษ สมุนไพรรากต่างๆหรือแม้แต่เหล่าสัตว์อสูรบางส่วนที่อาศัยอยู่ในโลกนี้เมื่อหมื่นปีก่อนค่อยๆสูญพันธุ์ไปตามกาลเวลา...

             

            ตัวนางที่หลับใหลมาถึงหมื่นปีไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องนี้เลย...

             

            “...แปลว่าที่โลกของเจ้า?”

             

            ไป่ฟานเซียนสงบลงอย่างรวดเร็ว บางครั้งเรื่องราวแบบนี้มันก็อาจจะเป็นลิขิตสวรรค์  สิ่งที่นางทำลงไปแม้จะกระทบกับหลายๆสิ่งแต่พวกเขาก็ไม่ได้ล้มตายไปเพราะนาง  ช่วงเวลาหนึ่งหมื่นปีนั้นยาวนาน   พวกเขาล้วนมีวิถีชีวิตของตนเอง บางทีการที่ระดับพลังของผู้คนลดต่ำลงจนถึงปัจจุบันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าก็ได้

             

            “โลกนั้นมีกระแสพลังชีวิตที่น้อยกว่าโลกใบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว”  ราชินีมังกรพยักหน้า  โลกใบนั้นนอกจากนางที่ได้รับผลกระทบจากโอสถหมื่นสวรรค์นิรันด์แล้วสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นล้วนมีพลังไม่เกินจอมยุทธ์ขั้นสูงสุดทั้งนั้น

             

            “...เข้าใจแล้ว”

             

            ไป่ฟานเซียนหลับตา  การเดินทางครั้งนี้นางสามารถคลายข้อสงสัยอย่างหนึ่งที่เป็นปมในใจของนางได้สำเร็จไปแล้ว  จิตใจของนางจึงโล่งขึ้นเหมือนคราวที่นางมีเป้าหมายที่จะสร้างตำหนักของตนเองขึ้นอีกครั้งในยุคนี้

             

            ทันใดนั้นพลังที่สงบลงไปแล้วของไป่ฟานเซียนก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง ราชินีมังกรที่อยู่ใกล้ที่สุดถึงกับสะดุ้งโหยงจนเกือบลืมวิธีบิน

             

            “เจ้าจะระเบิดพลังออกมาทำไมอีก!?”

             

            “...ก็เพื่อสังหารเจ้า?”

             

            ตรงข้ามกับไป่ฟานเซียนที่เอียงคออย่างไม่เข้าใจ ราชินีมังกรรีบละล่ำละลั่กถามไป่ฟานเซียนอย่างตื่นตระหนก

             

            “ทำไมเจ้าจะยังสังหารข้าอยู่ล่ะ!? ข้าก็บอกทุกสิ่งที่ข้ารู้ไปหมดแล้วนี่!”

             

            ราชินีมังกรไม่เข้าใจ  ตัวตนที่สูงส่งอย่างนางมาอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องร้องขอชีวิตแบบนี้ไปได้อย่างไร?

             

            “เจ้าอันตรายเกินไป...”

             

            คำพูดของไป่ฟานเซียนนั้นมีเหตุผล ราชินีมังกรมีพลังในระดับที่เหนือกว่าใครก็ตามในโลกใบนี้นอกจากตัวนางเอง  ดังนั้นหากปล่อยไปหรือให้อยู่ห่างไกลสายตา  เกิดราชินีมังกรไปอาละวาดที่ใดเข้าจนผู้คนบริสุทธิ์ล้มตายจะพาลให้นางรู้สึกผิดขึ้นมาอีก

             

            เพราะนางยังตระหนักดีว่าเป็นความสะเพร่าของนางเองที่ทำให้ราชินีมังกรหลุดมายังโลกใบนี้!

             

            ถึงนางจะคร้านที่จะสนใจคนอื่นนอกจากคนของตน  แต่นางก็ไม่ใช่พวกไร้ความรับผิดชอบต่อการกระทำ

             

            อย่างน้อยนางต้องสะสางปัญหาที่นางก่อ!

             

            และการสังหารราชินีมังกรก็คงจะไม่มีใครออกมาตามแก้แค้นหรือวุ่นวายกับนางเหมือนกับผู้คนในยุคสมัยนี้ด้วย

             

            “...ก็ตามนั้นแหละ?”

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740