(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    ตอนที่ 36 เนโครแมนเซอร์ มามอน

            ตอนที่ 36 เนโครแมนเซอร์ มามอน

             

            ฟากฟ้ายามเย็นมาเยือนดวงตะวันกำลังลาลับขอบฟ้า ดวงจันทร์ที่กลมโตกำลังลอยเด่นอยู่บนนภาเคนจิดันร่างของตนลุกขึ้นจากที่นอนด้วยความกระปรี่กระเป่า เมื่อเดินลงมายังชั้นล่างเช่นเคยเขาพบกับอลันที่กำลังนั่งทานอาหารเย็นอยู่โดยที่มีไวน์ขวดสวยวางอยู่ใกล้ๆ เคนจินั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามอลันและเช่นเคยอาหารมาวางที่หน้าเขาทันทีรอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นที่ใบหน้า


            “เอ้า! กินซิจะได้ออกไปฝึกฝนต่อ”


            ในโรงแรมยังเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนต่างยังถกเถียงเรื่องจอมปีศาจริชเตอร์ไม่หยุดปาก รอบนี้เคนจิจะไม่ยอมเสียท่าให้กับอลันเขาสวาปามอาหารที่ถูกวางอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ผู้คนในโรงแรมต่างขบขันกับกิริยาของเคนจิเหมือนอดอยากมาจากไหนกัน แม้แต่อลันก็ยังต้องอายเมื่อร่วมโต๊ะกับเคนจิ


            อยู่ๆบรรยายกาศในโรงแรมก็อึดอัด เสียงกลืนน้ำลายดัง “เอื๊อก!” ของใครต่อใครหลายคนได้ยินอย่างชัดเจนอันเดตมามอนปรากฏตัว เขากำลังก้าวเดินลงบันได ทุกสายตาต่างจับจ้องไปเขาแม้แต่เคนจิที่มีอาหารอยู่เต็มปากก็เหลือบไปมองเพียงชั่วครู่ก่อนที่จะกลับมาซัดอาหารต่อไป


            มามอนมาที่โต๊ะของผู้จัดการโรงแรมส่งคืนกุญแจห้องเตรียมออกจากประตูไป เมื่อเดินผ่านโต๊ะที่เคนจิกำลังกินอาหาร เหมือนดั่งมีแรงกดดันถาโถมกระแทกใส่เคนจิเคนจิเหมือนรู้ตัวว่าถูกทดสอบอะไรบางอย่าง เขาแสร้งทรุดไปกับโต๊ะอย่างรุนแรงดัง “ปัง!!”ท่ามกลางความตกใจของผู้คน


            ผู้จัดการโรงแรมปรากฏตัวในทันทีด้านข้างของมามอนรอยยิ้มเหี้ยมของเจ้าของโรงแรม ทำให้มามอนเดินออกไปจากโรงแรมทันที พร้อมกับแรงกดดันที่หายไปทุกผู้ทุกคนต่างหายใจอย่างโล่งอก เคนจิดันตัวเองลุกขึ้นมาเหลือบมองยังทางที่มามอนเดินจากไป


            “ขอประทานโทษคุณลูกค้าเดียวเราจะจัดอาหารให้ใหม่นะครับ”

            “อ้อไม่เป็นไรครับ ผมอิ่มพอดี ขอบคุณครับ”


            เจ้าของโรงแรมร่างกำยำก้มหน้าขอโทษเคนจิก่อนสองสามครั้งแล้วเดินจากไปทำงานตามเดิมอลันยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม เสียงหัวเราะในลำคอของเขาทำให้เคนจิรู้สึกเคืองเล็กน้อย


            “ไอ้หนุ่มเจ้าตีบทแตกได้ดี หึหึหึ”

            “ผมยังไม่อยากแสดงตัวนะลุง”

            “อืม! ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่รู้จักประมาณตนและอดทนต่อสิ่งรอบตัวแต่ยังไงก็ควรระวังเจ้านั่น หน่อยแล้วกัน ถึงระดับเจ้านั่นดูท่าจะสู้เจ้าไม่ได้แต่ข้าคิดว่าทักษะของมันจะต้องน่ากลัวแน่นอน”

            “อื้อ! รู้แล้วลุง งั้นผมไปก่อนฝากค่าอาหารด้วย ลาก่อนลุง อิอิอิ!”

            “เออ!! ไปเถอะค่าอาหารข้าจ่ายไปตั้งนานแล้ว อุตสาห์จะเลี้ยงซะหน่อยกินน้อยดีนี้นาเจ้าน่ะฮ่าฮ่าฮ่า”

            “เอ๊ะ!!!”


            เคนจิเดินคอตกออกจากโรงแรมเขาไม่สามารถแก้เผ็ดอลันได้จริงๆ เมื่อดวงตะวันตกดินผู้เล่นเผ่าพันธุ์ปีศาจมีมากขึ้นในเมือง เคนจิเดินออกห่างจากโรงแรมได้ไกลพอสมควรก็แอบเข้าไปในซอกตึก โดยที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เมื่อสังเกตทั่วว่าปลอดภัยไม่มีใครจับจ้องเคนจิหยิบหน้ากากและชุดแฟนตาซีออกมาจากช่องมิติแล้วสวมใส่ทันทีเคนจิสบถกับตัวเองเบาๆ


            “ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเมื่อไรก็ตามที่เราสวมใส่ชุดพวกนี้ เราคือราชันจอมเวทย์ จอมปีศาจริชเตอร์!”


            เคนจิเดินออกมาจากซอกตึกมุ่งตรงไปยังร้านขายอุปกรณ์ พนักงานขายเมื่อเจอกับเคนจิ ความรู้สึกของมันเปลี่ยนไปไม่ใช่ถังเงินถังทองของเขาอีกแล้วถึงจะได้ค่าคอมเยอะก็ตามอารมณ์ของเขาตอนนี้รู้สึกเหมือนเจอกับพญามัจจุราช ที่พร้อมจะเอาชีวิตเขาทุกเมื่อเคนจิซื้อยาเพิ่มพลังขั้นสูงจำนวนหนึ่งแล้วเดินออกมาทันทีท่ามกลางความหวาดกลัวของคนขาย เหมือนกับแขนขาหมดเรี่ยวแรงพนักงานขายทรุดไปกับพื้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว เขาบ่นกับตัวเอง


            “โอ้ยย~~!! วันนี้วันอะไรเนี้ยเมื่อครู่ก็มามอนมาซื้อของผ่านไปแปปเดียว จอมปีศาจริชเตอร์ก็เข้ามาซื้ออีกย้ายไปขายเมืองอื่นดีไหมเนี้ย กลัวไปหมดแล้ว”


            เคนจิเดินทางมาถึงบึงมรณะอีกครั้งวันนี้พระจันทร์ดวงใหญ่เป็นพิเศษ มันทำให้ทัศนียภาพ เบื้องหน้าสว่างกว่าคืนก่อนภาพที่อยู่เบื้องหน้าทำให้เคนจิต้องวิตกกังวนอีกครั้ง ในบึงมรณะเวลานี้ ไม่ได้มีเขาที่เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวเม็ดเหงื่อเริ่มปกคลุมไปทั่วใบหน้าเคนจิภายใต้หน้ากากและที่สำคัญบุคคลที่อยู่ในบึงมรณะเป็นคนที่เคนจิรู้จัก


            “เป็นไปได้ยังกัน!! มาคัส ยูริ ทากีร่าปีศาจมามอน พวกเขามาทำอะไรกันที่นี้ บ้าเอ้ย! เราควรจะทำยังไงดี”


            เมื่อเคนจิหรืออีกนามหนึ่งจอมปีศาจริชเตอร์มาถึงทุกสายตาต่างมองมาที่เขาเป็นสายตาเดียว ทากีร่าเมื่อเห็นจอมปีศาจริชเตอร์ เธอรีบวิ่งขึ้นฝั่งพุ่งหาเขาทันทีมาคัสและยูริต่างตกใจนึกว่าหญิงคนนั้นหาเรื่องใส่ตัวและด้วยความเร็วที่หญิงคนนั้นพุ่งเข้าใส่เหมือนกับว่าจะฆ่าเขาให้ตายคามือ


            ยูริเธออยู่ใกล้ทากีร่าที่สุด พุ่งเข้าใส่ทากีร่าคว้าจับเธอได้แล้วกลิ้งไปกับพื้นทันทีท่ามกลางความมึนงง ของเคนจิ มาคัสก็เช่นกันเขารีบวิ่งไปหายูริทันทีสายตาจับจ้องไปหาจอมปีศาจริชเตอร์ เขาไม่กล้าพอที่จะชี้คมดาบเข้าใส่เขา


            “ปลอดภัยนะยูริ”

            “อืม! นี้เธอเป็นบ้าอะไรกันจะเข้าไปสู้กับจอมปีศาจริชเตอร์ตัวต่อตัวแบบนี้ จะเอาระดับไปทิ้งหรือไงกัน”

            “สู้!?ใครจะสู้ใครเธอบ้าหรือเปล่า ฉันรู้จักเขา”

            “หา!! รู้จักเขา!!!”

            “ใช่เขาคือคนที่ช่วยชีวิตฉันจากบอสก๊อบลิน และยังช่วยชีวิตฉันไว้อีกตั้งหลายครั้งแล้วฉันจะฆ่าเขาทำไม ฉันคงไม่โง่พอ ไปสู้กับคนที่ไม่มีวันชนะหรอกนะ”  


            มาคัสและยูริต่างตกใจเผลอพูดพร้อมกัน เป็นไปได้ยังไงที่จอมปีศาจที่โหดเหี้ยมและลงมือได้อย่างโหดร้าย จะช่วยชีวิตผู้เล่นคนหนึ่งหลายต่อหลายครั้งพวกเขาจึงสับสนเป็นอย่างมากทากีร่าดันตัวเองลุกขึ้นปัดฝุ่นตามร่างกายก้มศีรษะให้จอมปีศาจริชเตอร์หนึ่งครั้ง เพื่อเป็นการทักทายเคนจิพยักหน้ารับ แล้วหันไปทางที่มามอนยืนอยู่


            และเช่นกันเมื่อมามอนรู้สึกว่าเคนจิกำลังมองเขาอยู่มามอนหันมาสบตาเคนจิหนึ่งครั้งแล้วก้มศีรษะทักทาย ภาพที่เห็นนั้นทำให้ตัวเคนจิเองมาคัสและยูริ ต่างสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที


            “บ้าน่า! เขาทักทายเราเป็นไปได้ยังไงทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักกันเนี้ยนะ”

            “มาคัสนายเห็นอะไรไหม เมื่อครู่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า”

            “ไม่นะยูริฉันคิดว่าฉันเห็นเหมือนกัน เขารู้จักกันหรอ”

            “นายถามฉันแล้วฉันจะไปถามใครล่ะตาบ้าแต่ฉันยังไม่เจอเคนจิเลย ลองส่งจดหมายไปหาเขากันไหม”

            “เอาซิแล้วแต่เธอเลย”


            เคนจิได้ยินสิ่งที่มาคัสและยูริพูดเคนจิแสร้งเดินไปอีกฝั่งทันที แล้วรีบปิดการรับจดหมายอย่างรวดเร็วหากเขาไม่ได้ยินที่ยูริพูดเมื่อครู่ ถ้าจดหมายส่งมาต้องมีเสียงข้อความเข้าแน่นอนและมันจะทำให้เขาต้องสงสัยทันที


            “แย่แล้วล่ะมาคัสเคนจิปิดการตอบรับจดหมายไว้”

            “เขาคงมีธุระน่ะไปเก็บระดับกันต่อเถอะ”


            เคนจิรู้สึกโล่งเหมือนกับยกภูเขาออกจากอกสายตาจับจ้องไปยังที่มามอนอยู่ ท่ามกลางความเงียบ ทากีร่าไม่รู้ว่าจอมปีศาจกำลังคิดอะไรเธอจึงไม่รบกวนเขาแค่คอยยืนดูอยู่ห่างๆ มามอนเหมือนรู้ถึงความต้องการของจอมปีศาจริชเตอร์


            มามอนชูแขนที่เป็นกระดูกทั้งสองข้างขึ้นฟ้าปรากฏวงแหวนสีม่วงบนผืนน้ำระดับข้อเท้า จำนวนสิบวง ผ้าคลุมที่เป็นชุดป้องกันของมามอนปลิวสะบัดหวั่นไหวจากวงแหวนสีม่วงกลายเป็นหลุมสีดำ ปรากฏนักรับโครงกระดูกสิบตนโผล่ออกมาจากหลุมกลิ่นซากศพลอยฟุ้งออกมา


            “ทักษะของเนโครแมนเซอร์!!”


            เคนจิพูดออกมาลอยๆซึ่งทากีร่าก็มองดูอยู่ เธอเดินเข้ามาข้างๆ จอมปีศาจริชเตอร์


            “นายไม่รู้หรอ!? มามอนน่ะ เขาเป็นเนโครแมนเซอร์มาตั้งนานแล้ว เห็นว่าเป็นอาชีพลับเลยนะและทักษะอัญเชิญอันเดตของเขาก็ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ซะด้วย เห็นว่ามีพระเอกในดวงใจก็เลยตั้งใจจะเป็นให้เหมือนเขาอ่ะนะ”

            “อืม เป็นทักษะที่น่าสนใจมากแล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี้”

            “ก็มาเก็บระดับซิ!  ที่นี้ไม่ได้มีไว้ให้นายคนเดียวซะหน่อยนายสนใจทักษะนั้นหรอ”

            “สนใจ”

            “นายต้องไปรับภารกิจ ที่เรือผีสิงแต่ขอบอกเลยว่าไม่มีใครทำผ่านเลย จะมีก็มามอนนั้นแหละ และที่นายเห็นมามอนใช้นั้นยังไม่ใช่ระดับสูงสุดของทักษะด้วย”


            เคนจิยืนนิ่งเงียบไม่ตอบสนองทากีร่าก็ไม่พูดอะไรอีก แต่หารู้ไม่ข้อมูลนี้เคนจิเก็บไว้ในใจเรียบร้อยแล้วฝูงนักรบโครงกระดูกเดินทะลุม่านพลังเข้าไป ม่านพลังไม่มีผลใดๆ กับนักรบโครงกระดูกและเคนจิก็เห็นความน่ากลัวของทักษะของมามอนอีกครั้ง ทันทีที่นักสู้จระเข้ตกตายไปมันจะกลายเป็นซากศพลุกขึ้นมาร่วมต่อสู้กับนักรบโครงกระดูก


            มันเป็นภาพที่ประทับลงในใจของเคนจิเขาต้องหาทักษะนี้มาเป็นของตนให้ได้ แม้จะลำบากเพียงไหนก็ตามเมื่อลองสังเกตดูจะพบว่าซากศพของนักสู้จระเข้จะมีได้ไม่เกินสิบตัวเท่านั้นรวมกับนักรบโครงกระดูก จะมีแค่ยี่สิบตน นั้นคือขอบเขตของมัน


            อีกด้านมาคัสกับยูริทั้งสองกำลังฟาดฟันกับนักสู้จระเข้อยู่เช่นกัน ภาพที่เห็นหากใครมาพบเข้าต้องตกตลึงแน่นอนอันดับที่ หนึ่ง สอง สาม กำลังเก็บระดับในพื้นที่เดียวกัน เคนจิเดินลงไปยังบึงมรณะระหว่างกลางของมามอน และมาคัสกับยูริ ทากีร่าเดินตามจอมปีศาจริชเตอร์ไม่ห่างเขาดึงคาตานะออกมาจากช่องมิติทำให้ผู้คนต่างสงสัยในการกระทำของเขา ทากีร่าไม่รอช้าถามออกไปทันทีเพื่อคลายความสงสัยของตนและผู้อื่นก็สงสัยเช่นกัน


            “นายเอาดาบคาตานะ ออกมาทำไมไม่ใช้ไม้เท้าเวทย์หรอ?”


            เคนจิไม่ตอบ ปรากฏเวทย์สายฟ้าในมือเขาปาไปยังด้านหน้าทันที


            “ตูม!!!”


            ม่านพลังกระเพื่อมสั่นไหวอย่างรุนแรงแล้วสลายเวทย์ไป


            “ม่านพลังที่เจ้าเห็นมันป้องกันการโจมตีจากเวทย์มนต์จากภายนอก และเช่นกันเมื่อเดินทะลุผ่านม่านไปแล้วก็ไม่สามารถใช้เวทย์ได้ พวกเจ้าโจมตีทางกายภาพคงไม่รู้กันสินะ”


            เมื่อเห็นดังนั้นมามอนทดสอบพลังเวทย์ของเขาทันที วงเวทย์ไฟปรากฏขึ้นในมือเมื่อปาออกไปก็เป็นเช่นที่จอมปีศาจริชเตอร์พูด เคนจิกระชับดาบคาตานะแน่นเตรียมเดินเข้าไปในม่านพลังทันที ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปทากีร่าก็มาขวางด้านหน้าเขาไว้ก่อน


            “มีอะไรอีก!! เจ้านี้มันยุ่งยากจริงๆ”

            “แหม แหม! นายก็ ไหนๆ ก็มาเพื่อเก็บระดับกันที่นี้อยู่แล้ว ทำไมเราไม่สร้างปาร์ตี้จัดเก็บระดับกันซะเลยล่ะจะได้เพิ่มระดับไวขึ้น เห็นด้วยไหม”


            คำพูดของทากีร่าเพียงคำเดียวทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่จอมปีศาจริชเตอร์

     

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ ที่คุณอ่าน