กำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 53 โหดเหี้ยม!

            เพื่อเสวี่ยปิงหนิงเขาไม่ลังเลที่จะแทงตัวเอง

            การตอบรับของหลัวเลี่ยทำให้คนรอบข้างเงียบลงทันทีแต่หลายคนไม่ว่าจะเป็นคนกลาง หรือแม้แต่คนที่เอนเอียงไปทางชงโหวหู่ ต่างก็เริ่มสนับสนุนหลัวเลี่ย

            ในโลกที่ยึดถือวิชายุทธ์เป็นสำคัญศักดิ์ศรีของผู้มีวรยุทธ์เป็นสิ่งที่น่ายกย่องมากที่สุด

            “เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าจะไม่โกงในการแทงตัวเอง”ชงโหวหู่หยิบมีดสั้นสีมรกตที่มีไอเย็นแผ่ออกมาจากตัวมีดออกมาจากกระเป๋าเฉียนคุณของเขาและโยนมันไปด้านหน้าหลัวเลี่ย “ใช้ได้แค่มีดมรกตเหมันต์นี้เท่านั้น”

            ฝูงชนที่เงียบลงเมื่อครู่ก็ส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง

            “น่ารังเกียจ! ไร้ยางอาย! สวะ!”

            “ชงโหวหู่ เจ้าไม่คู่ควรกับการเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์”

            “แคว้นเป่ยสุ่ยที่มีอ๋องชวนหลงเช่นนี้ นับว่าเป็นโศกนาฏกรรมของแคว้นอย่างยิ่ง!”

            เหตุการณ์ดุเดือดขึ้นทันที

            มีดมรกตเหมันต์เป็นอาวุธวิเศษที่หายากมากในแคว้นเป่ยสุ่ย

            หากถูกอาวุธชนิดนี้เสียบแทงร่างกายดูเผินๆ เหมือนมีดทั่วไปปักลงบนส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้นแต่แท้จริงแล้วมันสามารถก่อให้เกิดบาดแผลจากภายในได้ เนื่องจากมีดมรกตเหมันต์นี้มีคุณสมบัติ‘เยือกแข็ง‘ คือเมื่อแทงเข้าไปในร่างกายแล้ว มันจะปล่อยไอเย็นออกมาแช่แข็งและทำลายอวัยวะภายในอย่างรุนแรง

            เมื่ออวัยวะภายในได้รับบาดเจ็บแล้วจะมีแรงสู้ได้อย่างไร?

            เกรงว่าคงจะเหลือพละกำลังไม่ถึงครึ่ง

            ในตอนนี้แม้แต่หลิวจื่ออั๋งก็ยังประหลาดใจกับความโหดเหี้ยมของชงโหวหู่

            เขาโหดเหี้ยมจนไร้ยางอายเขาไม่สนใจชื่อเสียง สนใจเพียงผลลัพธ์เท่านั้น เขาช่างน่ากลัวและร้ายกาจที่สุด

            “ข้าไม่ยอม” ในที่สุดหลิวหงเหยียนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

            หลัวเลี่ยหยิบมีดมรกตเหมันต์ขึ้นมาก่อนจะลูบใบมีดที่เย็นเยียบ

            ในความเป็นจริงหากเป็นอาวุธธรรมดา จะไม่สามารถแทงเข้าผิวหนังของเขาได้

            ในระดับผู้ฝึกตนระดับที่ห้ามีความพิเศษคืออาวุธธรรมดาไม่สามารถทำอันตรายได้ แล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่เขาอยู่ในระดับฝึกตนระดับที่หกแล้ว

            “ข้ายอมรับ”

            หลังจากหลัวเลี่ยพูดจบเขาก็แทงตัวเองทันที

            ฉึก!

            มีดแทงเข้าที่ไหล่ซ้ายของหลัวเลี่ยปลายมีดทะลุด้านหลัง

            ไอเย็นยะเยือกจากใบมีดส่งเข้าไปในร่างกายของหลัวเลี่ยทันที

            อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้กระทบกับเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

            เนื่องจากภายในร่างกายของหลัวเลี่ยได้รับการปกป้องจากการชำระล้างด้วยเลือดมังกรแล้วส่งผลให้พลังป้องกันภายในร่างกายของเขาแข็งแกร่งจนน่าทึ่ง

            แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่เป็นที่ล่วงรู้

            ด้วยเป็นความสามารถพิเศษที่เกิดจากการรวมกันของเลือดมังกรและการฝึกเคล็ดวิชามังกรสวรรค์เท่านั้น

            “คุ้มค่าหรือ” หลิวหงเหยียนเหมือนจะถาม แต่คล้ายพูดกับตัวเองด้วย

            “คุ้มค่า!”

            หลัวเลี่ยดูสงบนิ่งไม่ได้แสดงความเจ็บปวดเลยสักนิด “นางสามารถสละชีวิตเพื่อช่วยข้าได้ข้าเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันในช่วงชีวิตของคนเราก็ต้องมีความจริงใจอยู่ในส่วนลึกของจิตใจใช่หรือไม่”

            หลิวหงเหยียนตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า

            มีความจริงใจ?

            ไม่มีใครสนใจว่าทำไมหลิวหงเหยียนจึงเป็นเช่นนี้เพราะชงโหวหู่ได้เริ่มพูดอีกครั้ง

            คราวนี้ชงโหวหู่หยิบตรามังกรทองเซียวเหยาของเขาออกมาและพูดว่า “คำขอสุดท้ายสำหรับตรามังกรทองเซียวเหยาของข้าข้าขอร้องผู้อาวุโสเจ็ดให้ดูแลการต่อสู้ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ถูกแทรกแซงโดยบุคคลภายนอก”

            โหดเหี้ยม!

            ผู้คนต่างตราหน้าว่าชงโหวหู่เป็นคนเลวทรามอีกครั้ง

            นี่คือการปิดโอกาสรอดชีวิตของหลัวเลี่ยโดยสิ้นเชิง

            ในการประลองด้วยชีวิตหากหลัวเลี่ยอดทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ก็เป็นไปได้ที่หลิวหงเหยียนและคนอื่นๆจะเข้ามาขัดขวาง

            แต่หากมีหลิวจื่ออั๋งคุมการประลองนี้อยู่ใครเล่าจะกล้าขัดขวาง?

            และถ้าหลิวจื่ออั๋งเป็นผู้ดูแลการประลองนี้ด้วยตนเองแล้วแม้ว่าเขาจะต้องการฝ่าฝืนกฎ เขาก็ต้องละอายใจ ที่สำคัญคือเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นต่อหน้าผู้อื่นได้แน่

            “ได้ ข้าตกลง”

            หลิวจื่ออั๋งสะบัดปลายนิ้วของเขา

            เพล้ง!

            ตรามังกรทองเซียวเหยาแตกเป็นเสี่ยงๆคำขอทั้งสามจบลงอย่างสมบูรณ์

            ชงโหวหู่ยิ้มก่อนจะพูดว่า “ขอบคุณ ผู้อาวุโสเจ็ด”

            “ท่านพ่อ ลูกออกไปประลองได้แล้วใช่หรือไม่” ชงจ้านหยวนถามขึ้น

            “ใช่” ชงโหวหู่กล่าว “จ้านหยวน จำไว้ให้ดีแม้ว่าเจ้าจะมีพลังแกร่งกล้าอยู่ในระดับการฝึกตนขั้นที่หกแล้วก็ตามแต่อย่าได้มองข้ามกลยุทธ์ไป ศัตรูที่กำลังบาดเจ็บนี้ เจ้าสามารถโจมตีในระยะไกลได้เจ้าไม่จำเป็นต้องสู้ในระยะประชิด อย่าได้เปิดโอกาสให้มันรีบจบการต่อสู้ เพราะยิ่งเจ้าถ่วงเวลาเอาไว้ทำให้มันเสียเลือดได้มากเท่าไรเจ้าก็ยิ่งเข้าใกล้ชัยชนะมากขึ้นเท่านั้น”

            ชงจ้านหยวนตอบ“ลูกก็คิดเช่นนั้น”

            ชงโหวหู่กล่าว“ไปเถอะ”

            ผู้คนยิ่งเดือดดาลมากขึ้นเมื่อได้ยินบทสนทนาไร้ยางอายระหว่างสองพ่อลูก

            นี่มันโหดร้ายเกินไปแล้ว!

            ร้ายกาจเกินไปแล้ว!

            แม้จะถูกประณามเช่นนั้นแต่พวกเขาก็ยังคงใช้กลยุทธ์ที่ไร้ยางอายและน่ารังเกียจนี้ต่อไป

            ชงจ้านหยวนเมินเฉยต่อคำด่าและการเหน็บแนมจากผู้อื่นเขายืนอย่างโอ้อวดต่อหน้าหลัวเลี่ยที่อยู่ไกลออกไปราวสามจั้ง

            ในฐานะผู้ตัดสินชั่วคราวหลิวจื่ออั๋งกล่าวว่า “เริ่มได้”

            เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นชงจ้านหยวนก็ถอยหลังทันที เขาควบม้าออกห่างไปไกล และหัวเราะเสียงดัง “ไม่มีการกำหนดขอบเขตสำหรับการประลองดังนั้นข้าจะกลับไปที่วังก่อน หลัวเลี่ย เจ้าอย่าได้เลือดไหลหมดตัวจนตายไปก่อนนะรีบตามข้ามาล่ะ”

            กลยุทธ์ที่ไร้ยางอายถูกนำมาใช้

            มีคำด่านับครั้งไม่ถ้วนออกมาจากฝูงชนพวกเขาทนความชั่วร้ายของสองพ่อลูกตระกูลชงไม่ได้อีกต่อไป

            เท่าที่รู้เกี่ยวกับชงจ้านหยวนเขาเป็นอัจฉริยะในหมู่ผู้ฝึกวรยุทธ์อย่างแท้จริงภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของชงโหวหู่ ศิลปะการต่อสู้ที่เขาเชี่ยวชาญนั้นไม่ธรรมดาและการเคลื่อนไหวในการต่อสู้ก็เป็นไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง

            ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของหลัวเลี่ยแต่เขาไม่ได้เครียดกับมันเลย

            วิชาก้าวมังกร!

            วิชานี้สร้างขึ้นโดยฉินจื้อและเหยาเฟิงสองบุคคลที่มีพลังอยู่ในระดับวังชะตา มันถูกหลัวเลี่ยนำมาปรับใช้ให้เข้ากับพลังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ซึ่งการผสมผสานนี้ทำให้วิชานี้พัฒนาขึ้นไปอีก

            ทันทีที่หลัวเลี่ยใช้มันก็เกิดเสียงมังกรคำรามดังลั่น ดั่งมังกรคลั่งที่กำลังเดินบนคลื่นและบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

            เพียงพริบตาเดียวก็สามารถกระโดดมาได้เกือบสิบจั้ง

            นี่คือความแข็งแกร่งในระดับผู้ฝึกตนระดับที่หก

            หลังจากกระโดดติดต่อกันสามครั้งเขาก็ไล่ตามชงจ้านหยวนทัน นอกจากนี้ระหว่างที่เขากำลังกระโดดก็เกิดลมปั่นป่วน หมอกม้วนตัวเหมือนภาพมังกรกำลังเคลื่อนที่ซึ่งน่าทึ่งมาก

            “เป็นวิชาที่ไม่เลวเลย และไม่ง่ายเลยที่จะไปถึงระดับถ่องแท้ได้”หลิวจื่ออั๋งกล่าว

            นกฟินิกซ์สวรรค์กล่าวว่า“ตอนนี้แค่รอดูว่าเขาเป็น ‘มีมังกรอยู่ในเป้า’ หรือไม่ถ้าเขาสามารถใช้หมัดผู้พิชิตและเคล็ดวิชามหาสรรพฟ้าดินด้านภูเขาได้เช่นนั้นก็มั่นใจได้ว่าเขาเป็น ‘มีมังกรอยู่ในเป้า’ จริงๆ”

            หลิวจื่ออั๋งพูดด้วยรอยยิ้ม“ควรจะเป็นเขา ข้าทำเพื่อเขาตั้งมากมายแม้แต่เกาช่วงก็ถูกตบเป็นร้อยครั้งในที่สาธารณะ แล้วจะไม่ใช่เขาได้อย่างไร”

            ในระหว่างที่พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันนั้นหลัวเลี่ยก็ได้ปิดกั้นทางของชงจ้านหยวนแล้ว

            “เจ้าเพิ่งฝึกวรยุทธ์ได้เพียงสองเดือน แต่กลับก้าวหน้าได้ถึงขนาดนี้ ไม่เลว”ชงจ้านหยวนไม่ได้ตกใจมากนัก “แต่เจ้าอาจใช้เวลาสองเดือนนี้ฝึกฝนแค่การเคลื่อนไหวเพราะความแข็งแกร่งของพลังภายในของเจ้าดูเหมือนจะไม่ดีขึ้นเช่นนั้นลองมาลิ้มรสพลังหมัดของผู้ฝึกตนระดับหกหน่อยเป็นไร”

            พรึ่บ!

            ชงจ้านหยวนกระโดดขึ้นชกเขา

            นี่คือหมัดมังกรทมิฬที่มีพลังมากสร้างขึ้นโดยชงโหวหู่

            ใช้กำลังจากแขนเป็นหลักและออกแรงไปที่หมัด

            แขนและกำปั้นเหวี่ยงออกไปราวกับมังกรที่เคลื่อนไหวอย่างเอาแต่ใจ

            “ผู้ฝึกตนระดับที่หกนั้นแข็งแกร่งมากหรือ” ร่างกายของหลัวเลี่ยสั่นเล็กน้อยและไอพลังที่แข็งแกร่งของเขาก็ระเบิดออกมา “ข้าก็อยู่ในระดับผู้ฝึกตนระดับที่หกเช่นกันเจ้าเองก็มาลิ้มรสพลังของหมัดแห่งผู้พิชิต ซึ่งเป็นวิชาที่ทรงพลังมากในแคว้นเป่ยสุ่ยเถิด”

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน