หนิงหลง : เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นกู้จักรวาล (กำลัง Rewrite)

    ตอนที่ 40 พวกนางมากันอย่างเหนือ แล้วบุรุษอย่างพวกข้าจะไปเหลืออะไร?

    เสียงยอดศาสตราวุธปะทะกันดังสนั่น บริเวณหน้าค่ายทูเจวี๋ยนั่นอวี้รั่วหยุนกับกองทัพอาชา ได้สัประยุทธ์สู้กันจนฟ้าถล่ม ภายใต้การโจมตี แรงปะทะทำลายจนทั่วทั้งค่ายแหลกละเอียด ฟ้าดินต่างสั่นไหวโคลงเคลง



    ภายใต้การโจมตีอย่างเข้มแข็งและรุนแรงของกองทัพอาชาที่ถูกนำโดยแม่ทัพที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบเอ็ด อวี้รั่วหยุนถึงกับถูกกระแทกจนก้าวถอยหลังติดต่อกันต่อเนื่อง ย่อมไม่ต้องสงสัยเมื่ออวี้รั่วหยุนอาศัยลำพังคนเดียวรับมือกับกองทัพที่มีทหารนับพันที่ผลัดสลับสับเปลี่ยนโจมตีไม่ขาดช่วง จึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ



    ทางฝั่งด้านนักรบชาวทูเจวี๋ยถูกกองทัพจากอีกสี่แคว้นรุมโจมตีโถมใส่ไม่ยั้ง ไม่สามารถปลีกตัวยื่นมือออกไปช่วยองค์หญิงของพวกเขาได้เลย



    แม้ว่าสถานการณ์สู้รบไม่เป็นผลดีกับอวี้รั่วหยุน แต่นางยังคงสามารถยืนหยัดต้านเอาไว้ได้ไม่เพลี่ยงพล้ำแต่อย่างใด อวี้รั่วหยุนยังคงมีรอยยิ้มที่สดใส แม้ว่านางจะตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่เสียเปรียบ ความกล้าหาญเช่นนี้เป็นที่เลื่อมใสของผู้คน



    ทั่วทั้งบริเวณค่ายปณิธานดาบผาดโผน อวี้รั่วหยุนออกดาบอย่างไร้ซึ่งความปรานี แฝงไปด้วยเจตจำนงแห่งการฆ่าฟัน ทุกๆ กระบวนท่าได้สังเวยชีวิตทหารแคว้นซูไปคนแล้วคนเล่า



    เสียงพยุหะโจมตีดังขึ้นเป็นระลอกไม่ขาดสาย ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน อวี้รั่วหยุนยังคงถูกกองทัพอาชาแคว้นซูบีบจนต้องถอยร่น จนเริ่มปรากฏบาดแผลขึ้นตามร่างกายของนางอย่างเห็นได้ชัด



    ผู้คนจำนวนไม่น้อยถึงกับมองตาไม่กะพริบกับภาพที่เห็น ทุกคนล้วนแล้วแต่มองออกว่า หากหนึ่งต่อหนึ่งล่ะก็ แม่ทัพใหญ่ของกองทัพอาชาแคว้นซูที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบเอ็ด อาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงสามลมหายใจ เพียงแต่เมื่อต้องเผชิญกับการร่วมมือของผู้คนนับพันแล้ว ความได้เปรียบของอวี้รั่วหยุนก็แทบจะไม่หลงเหลืออีกเลย



    "ก่อนหน้านี้มีเย่ฉุ่ยเหยา และฟู่เยว่เทียน พอมายุคนี้ก็ยังมีอวี้รั่วหยุน สงสารเหล่าบุรุษที่ต้องมาเกิดยุคเดียวกับพวกนาง ถ้าไม่ใช่พวกผิดแปลกเฉกเช่นต้วนมู่ที่เกือบจะถูกกลบมิดหาย เกรงว่าชาตินี้ทำได้แค่เพียงถูกเงาของพวกนางบดบังจนสลดอับแสง" ระดับบรรพบุรุษเก่าแก่ของแต่ละขุมกำลังมองเห็นอวี้รั่วหยุนสำแดงฝีมือออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงกับพึมพำขึ้นมา



    "อึก..." ในพริบตาเดียวนี้เอง จากการร่วมมือโจมตีของกองทัพอาชาแคว้นซู เล่นงานจนอวี้รั่วหยุนถอยร่น และกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง



    วาบ! เสียงหนึ่งดังขึ้น จังหวะที่อวี้รั่วหยุนได้ลดการป้องกันลง ปรากฏประกายที่น่ากลัวฟาดผ่านไป เจตจำนงดาบพลันเบ่งบานรวดเร็วและแทรกไปทุกพื้นที่รอบค่ายดั่งปรอทที่แทรกซึมลงพื้นอย่างรวดเร็ว



    คมดาบปรากฏในทันใด หนึ่งดาบมุ่งไปยังคอหอยของอวี้รั่วหยุน ดาบนี้รวดเร็วมากเหลือเกิน รวดเร็วจนสุดจะจินตนาการได้ หนึ่งดาบหมายเอาชีวิตในทันที การลอบจู่โจมของหนึ่งดาบนี้ เป้าหมายคือต้องการชีวิตของนาง!



    พริบตาเดียวระหว่างความเป็นความตายนั้น ร่างของอวี้รั่วหยุนได้กลายร่างเป็นเงาลากยาวมาก จุดเดิมที่นางเคยอยู่ถูกแทนที่ด้วยร่างเงา ส่วนร่างจริงของนางนั้นถอยร่นไปสุดปลายเงาไกลกว่าสิบลี้แล้ว!



    "หงส์ฟ้าร่ายรำ!" ด้วยท่าร่างเช่นนี้ ทำเอาผู้คนต้องร้องออกมาด้วยความตกใจระคนความอิจฉา นี่คือสุดยอดท่าร่างที่อวี้รั่วหยุนเป็นผู้สร้างขึ้นมา



    อาศัยท่าร่างนี้แหละจึงทำให้ตัวนางสามารถเคลื่อนไหวได้เทียบเคียงระดับปรมาจารย์ยุทธ์! ทว่าเงื่อนไขในการฝึกท่าร่างนี้ได้นั้น จะต้องมีสรีระดุจอิสตรี นี่เลยทำเอาบุรุษเพศจำนวนมากที่มีร่างกายกำยำอิจฉาตาร้อนกันไม่น้อย



    ฉึก! เสียงหนึ่งดังขึ้น แม้ว่าท่าร่างของอวี้รั่วหยุนจะล้ำเลิศมีเพียงหนึ่งไม่มีสอง เกือบจะกระโดดข้ามกาลเวลาได้ แต่สุดท้ายแล้วยังคงไม่สามารถหลบหนีไปจากดาบที่ถึงแก่ชีวิตดาบนี้ไปได้ คมดาบได้ลากผ่านบริเวณหน้าอกของนาง พลันทำให้เกราะอกถูกตัดขาดเลือดไหลย้อมอาภรณ์ของนางจนแดงฉาน ทิ้งบาดแผลที่ลึกถึงกระดูกเอาไว้



    หนึ่งดาบที่ลอบสังหารขึ้นกะทันหันนี้ ทำให้ทุกคนถึงกับใจหายใจคว่ำ ลำพังแค่อวี้รั่วหยุนสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบเอ็ด และกองทัพอาชาแคว้นซูก็ตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบแล้ว หนึ่งดาบที่ลอบโจมตีอย่างกะทันหัน เป็นการมุ่งหมายเอาชีวิตของอวี้รั่วหยุนเลยทีเดียว



    ทุกคนจ้องมองไป เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้น ชายหนุ่มผู้นี้สวมชุดคลุมยาว รูปร่างผอมสูง ภาพรวมร่างกายมองเหมือนแกะสลักด้วยคมมีด ขณะเดียวกันได้เปล่งพลังดาบเสมือนดั่งน้ำหลากออกมาสายหนึ่ง ยามที่ร่างทั้งร่างของเขาถูกห่อหุ้มด้วยพลังดาบเช่นนี้แล้ว ก็คล้ายดั่งเป็นนักบุญดาบอย่างนั้น



    "ผู้พิทักษ์คิม!" มีผู้ร้องออกมาด้วยความตกใจทันทีที่ได้เห็นชายหนุ่มผู้นี้



    พลันที่มองเห็นชายหนุ่มผู้นี้แล้ว ผู้ที่เคยเป็นศัตรูกับเขามาก่อนดุจดั่งเห็นผีอย่างนั้น ถึงกับก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หวาดกลัวจนขนลุกซู่



    ผู้พิทักษ์คิม! คิมซูฮยอนผู้พิทักษ์ราชวงศ์โชซ็อนแห่งเกาลี่ ยอดอัจฉริยบุคคลแห่งวิชาดาบ และเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์!



    "ที่แท้ก็ผู้พิทักษ์คิม ข้ายังนึกว่าใครกันนะที่ลอบโจมตีข้า" อวี้รั่วหยุนไม่ได้มองดูบาดแผลของตนแม้แต่แวบเดียว กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดังออกมา ขณะจ้องมองไปที่ผู้พิทักษ์คิม



    "อย่าโทษข้าเลย มีคนจ้างวานให้ข้ามาเอาชีวิตของท่าน" เสียงของผู้พิทักษ์คิมเยือกเย็น และแฝงไว้ซึ่งกลิ่นอายกดขี่ของยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์



    "บุรุษบนโลกนี้ช่างน่าหัวร่อยิ่ง หวาดกลัวอะไรกับสตรีเพียงคนเดียว" อวี้รั่วหยุนไม่ได้รู้สึกตกใจระคนกับแปลกใจ ยังคงคุยได้อย่างสนุกสนาน นางหัวเราะและกล่าวว่า "มาเถิดมา ข้าให้พวกเจ้าได้หยิบยืมกระโปรงของข้าเอาไปใส่เสีย"



    ทุกคนที่มองเห็นภาพนี้ล้วนแล้วแต่ไม่พูดอะไรออกมาใบหน้าต่างแดงก่ำด้วยความอับอาย



    ผู้คนจำนวนมากต่างก็ไม่เข้าใจในตัวของผู้พิทักษ์คิม เขามีฐานะเป็นถึงผู้พิทักษ์ราชวงศ์โชซ็อนและยังเป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ กล่าวได้ว่ามีฐานะที่สูงส่งมาก อีกทั้งราชวงศ์โชซ็อนหาใช่เป็นขุมกำลังทั่วๆ ไป อำนาจของพวกเขาก็นับว่ากล้าแข็งมากทีเดียว



    สมควรทราบว่า ทั่วทั้งราชวงศ์อู่เหนือ-เจิ้งใต้ มีระดับปรมาจารย์ยุทธ์แค่สี่ท่านเท่านั้น และปรมาจารย์ยุทธ์ที่ขึ้นตรงกับราชวงศ์ก็มีเพียงแค่เจี่ยกงกงของต้าเจิ้งศักยภาพของราชวงศ์โชซ็อนจัดอยู่ในชั้นหนึ่งอย่างแน่นอน ต่อให้ไม่เท่ากับราชวงศ์เจิ้ง แต่ก็แซงล้ำหน้าขุมกำลังบนทวีปนิรันดร์เป็นจำนวนมาก



    "ฆ่า!" พริบตาเดียวนั่นเอง กองทัพอาชาแคว้นซูและผู้พิทักษ์คิมร่วมมือกันโจมตีอวี้รั่วหยุนสุดกำลังหมายจะเอาชีวิตนางให้สิ้นในทีเดียว



    "หงส์ฟ้ากำราบแดน!" อวี้รั่วหยุนไม่หวั่นแม้ต้องเผชิญกับการร่วมโจมตีของพวกเขา นางคำรามเสียงดังออกมา ปรากฏวิหคเพลิงออกมาตัวหนึ่งบินวนรอบตัวนาง เวลานี้ ทั่วทั้งร่างของอวี้รั่วหยุนเต็มไปด้วยเพลิงศักดิ์สิทธิ์แผดเผาลากยาวออกเป็นสิบจั้ง วิหคเพลิงกรีดร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง อวี้รั่วหยุนหักหาญบุกโต้กลับ ขณะที่นางบุกทะลวงเข้าไปนั้น ค่อยๆ ปรากฏบาดแผลไหม้ขึ้นบนตัวของนาง



    แต่ทว่า ในพริบตาเดียวนั่นเอง ผู้พิทักษ์คิมได้ลอบโจมตีเข้ามาด้วยหนึ่งดาบที่ปราศจากซุ่มเสียง ฟันเข้าจุดสำคัญบริเวณกลางหลังของอวี้รั่วหยุน แม้ว่าอวี้รั่วหยุนจะออกสุดยอดท่าร่างของนางครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ยังคงได้ยินเสียงฉึกที่ดังขึ้น แผ่นหลังของนางยังคงถูกฟันเข้าให้หนึ่งดาบ เลือดสดๆ แตกกระจาย



    ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่าร่างของอวี้รั่วหยุนนั้น เทียบเคียงได้กับปรมาจารย์ยุทธ์ได้อย่างแท้จริง มิเช่นนั้นแล้วผู้พิทักษ์คิมที่เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ อาศัยจังหวะลอบโจมตีก็ยังไม่สามารถปลิดชีพนางได้เลย



    "มา!" แม้ว่าอวี้รั่วหยุนจะถูกไล่ต้อนเป็นรอง แต่นางยังคงไม่หวั่น ร้องคำรามเสียงดังออกมา และบุกเข้าไปอีกครั้ง



    อวี้รั่วหยุนออกดาบต้านรับกับแม่ทัพใหญ่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสิบเอ็ด และกองทัพอาชาแคว้นซูเต็มกำลัง แต่มักจะถูกผู้พิทักษ์คิมลอบโจมตีเข้ามาจังหวะนี้ในพริบตาอยู่เสมอๆ อีกทั้งแต่ละดาบที่สำแดงออกมาล้วนเข้าจุดตาย วิชาดาบของเขาโหดเหี้ยมปราศจากความปรานี ทุกๆ ดาบมุ่งหมายถึงชีวิต น่าสยองขวัญอย่างยิ่ง



    "อัปยศเกินไปแล้ว! ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ไม่กล้าแม้แต่จะสู้ศึกซึ่งหน้า อาศัยจังหวะรอบโจมตีเท่านั้นเอง!" แม้แต่ระดับผู้ยิ่งใหญ่รุ่นอาวุโสที่ได้เห็นภาพนี้แล้วถึงกับต้องส่ายหน้าและพูดเสียงแผ่วเบาขึ้นมา



    หากจะว่ากันถึงทักษะยุทธ์แล้ว ผู้พิทักษ์คิมไม่เห็นจะสูงเด่นกว่าอวี้รั่วหยุน ได้แต่อาศัยยอดฝีมือนับร้อยนับพันรุมกดดัน แล้วหาจังหวะลอบฉวยโอกาสโจมตีตอนเผลอ นับเป็นความอัปยศของนักดาบและปรมาจารย์ยุทธ์



    เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้อวี้รั่วหยุนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ลำพังกองทัพอาชาแคว้นซูนางยังสามารถต้านเอาไว้ได้ แต่การเข้าร่วมของผู้พิทักษ์คิม ทำให้นางต้องตกเป็นฝ่ายถูกกระทำโดยสิ้นเชิง ทุกๆ ดาบล้วนอันตรายถึงชีวิต ทุกๆ ดาบทำให้นางต้องได้รับบาดเจ็บ ยากจะพลิกสถานการณ์กลับมาได้



    "เกรงว่าองค์หญิงใหญ่อวี้ไม่สามารถต้านได้อีกแล้ว" มองเห็นอวี้รั่วหยุนที่ตกที่นั่งลำบาก ทุกคนต่างรู้ว่านางพ่ายแพ้แล้วในวันนี้

    คล้ายกับเรื่องหนิงหลง : เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นกู้จักรวาล (กำลัง Rewrite) ที่คุณอ่าน