หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 หนึ่งต่อสาม

            บทที่ 49 หนึ่งต่อสาม

            คำพูดของเย่อู๋เชวียเกือบทำให้โม่หงเหลียนคิดว่าหูของนางได้ยินผิดในขณะเดียวกันโม่ไป๋โหยวและโม่ชิงเย่ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็มองไปยังเย่อู๋เชวียด้วยความตกใจเช่นกัน!

            เขาต้องการสู้แบบหนึ่งต่อสาม?

            “เย่อู๋เชวีย เจ้าคิดจะทำอะไร?เจ้าอยู่ในระดับกลางของอาณาจักรวีรชนเท่านั้นฝ่ายตรงข้ามล้วนเป็นยอดฝีมือระดับกลางของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณเจ้าควรฟังที่พี่สาวของข้าพูด หนีไปซะ เราสามพี่น้องจะถ่วงเวลาให้!”

            โม่ไป๋โหยวกระชากเสียงคำพูดของหญิงสาวตัวเล็กๆ แม้จะดุร้ายแต่ก็เต็มไปด้วยน้ำใจโม่ชิงเย่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่กล่าววาจาแต่นางยังคงก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญซึ่งเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจของนางแล้ว

            มีเพียงโม่หงเหลียนเท่านั้นที่มองเห็นหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวยังมีสีหน้าเรียบเฉยคล้ายกับไม่ได้มีความหวาดกลัวแต่อย่างใดทั้งสองคนดูเหมือนจะไม่สงสัยในคำพูดของเย่อู๋เชวียแม้แต่น้อย

            “ฮ่าๆๆ พี่น้องทั้งหลายดูเหมือนเจ้าเด็กน้อยอาณาจักรวีรชนจะต้องการเล่นบทวีรบุรุษช่วยสาวงาม”

            “พี่หวังเราไม่อาจปล่อยให้สถานการณ์ล่าช้าไปได้ดังนั้นเราควรจัดการคนเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ”

            สามคนที่ปรากฏตัวหลังจากนั้นคือยอดฝีมือสามพี่น้องจากเมืองเซวีย(แมงป่อง) นามเถาเทียน ​​เถาตี้ และเถาเหรินคนที่กล่าววาจาคือเถาเทียนซึ่งเป็นพี่ใหญ่คนผู้นี้มีร่างกายสูงโปร่งและปลดปล่อยกลิ่นอายชั่วร้ายคล้ายกับแมงป่องดำที่น่าสะพรึงกลัว

            “ตามที่พี่เถากล่าวกำจัดคนพวกนี้กันเถอะ!”

            “ครืน…”

            วิญญาณจันทราสีเงินห้าดวงปรากฏขึ้นในขณะที่ชายที่มีใบหน้าซีดขาวได้ถอยออกไปทางด้านหลัง เขาเป็นผู้เข้าแข่งขันจากเมืองฉีตูเนื่องจากการทำลายกับดักชั้นที่สองของถ้ำฮั่วเซียงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเขาจึงไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้

            ในบรรดาผู้คนทั้งหมดความผันผวนที่ปรากฏออกมาจากร่างของหวังฉีมีความรุนแรงอย่างยิ่ง!

            คนทั้งห้าพุ่งออกจากตำแหน่งเดิมและโจมตีเข้าหากลุ่มของเย่อู๋เชวียอย่างสุดกำลัง!

            “ครืน”

            จิตวิญญาณการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ถ่ายเทพลังเข้าสู่แขนขาของเย่อู๋เชวียอย่างไม่หยุดหย่อนในขณะเดียวกันโลหิตสีทองของเขาก็พลุ่งพล่านไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อวิญญาณจันทราของเขาปรากฏขึ้น เย่อู๋เชวียก็พุ่งเข้าหาศัตรูเป็นคนแรก!

            “ไป๋โหยว ชิงเย่ อิงหลัวคุณชายซือหม่า ระวังตัวด้วย!”

            เมื่อรู้ว่าไม่มีโอกาสหลบหนีแล้วโม่หงเหลียนก็ไม่ลังเลที่จะทำการต่อสู้อย่างสุดกำลังจากนั้นจิตวิญญาณการต่อสู้ของหญิงสาวก็ปะทุขึ้นก่อนที่นางจะกระแทกฝ่ามือเข้าหาหวังฉีซึ่งเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในฝ่ายตรงข้าม!

            “ปัง”

            คลื่นพลังที่เกิดจากการปะทะกระจายออกไปทั่วสิบทิศ!

            โม่ไป๋โหยวตะโกนอย่างฉุนเฉียวและพุ่งเข้าหามังกรซูเปียวซึ่งเป็นคู่ต่อสู้เดิมอีกครั้งพลังสีขาวที่ห่อหุ้มร่างกายอันบอบบางของนางมีความแข็งแกร่งและไม่ได้เป็นรองคู่ต่อสู้แม้แต่น้อย!

            โม่ชิงเย่ก็ปะทะกับยอดฝีมือจากเมืองเฟิงอวิ๋นแม้ว่าในบรรดาพี่น้องทั้งหมดนางดูเหมือนจะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดแต่ในความเป็นจริงท่าทางของนางกลับมีความพลิ้วไหวและยากที่ศัตรูจะไล่ตามทันได้!

            ซือหม่าอ๋าวหัวเราะเสียงดังและกระโจนเข้าหาผู้เข้าแข่งขันอีกคนจากเมืองเฟิงอวิ๋นฝ่ายตรงข้ามคือคู่ต่อสู้คนเดิมของเขาในการต่อสู้เมื่อไม่นานมานี้!

            ร่างของหลินอิงหลัวเป็นเหมือนควันสีม่วงจางๆที่พลิ้วไหวอยู่กลางสนามรบ ปราณสีม่วงของนางกำลังโหมกระหน่ำเข้าหาหลี่ชิงเฟิงยอดฝีมืออันดับสองของเมืองฉีตู!

            “ปัง ปัง ปัง”

            ทั้งแปดคนที่อยู่ในระดับกลางของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากความผันผวนที่รุนแรงทำให้ประตูหินของถ้ำฮั่วเซียงสั่นสะเทือนเบาๆ!

            “โม่หงเหลียนเจ้าไม่มีโอกาสอีกแล้ว!”

            ใบหน้าของหวังฉีเคร่งขรึมและกระแทกฝ่ามือที่มีปราณสีดำโอบล้อมอย่างแน่นหนาไปข้างหน้าการฝึกฝนของเขาอยู่ที่จุดสูงสุดของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณและวิญญาณจันทราของเขาก็มีสีม่วงปรากฏออกมาเล็กน้อยแล้ว!

            “กร๊อบ!”

            ร่างของเย่อู๋เชวียผสานรวมกับภาพธรรมของพยัคฆ์สีทองเส้นผมสีดำของเขาโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งเขาก้าวไปข้างหน้าและกระโจนเข้าหาสามพี่น้องจากเมืองเซวียโดยไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าร่วมสนามรบในอีกฝั่งได้!

            “ไม่ประมาณตัวเองวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!”

            เมื่อเห็นว่าเย่อู๋เชวียกำลังโจมตีพวกเขาทั้งสามจริงๆดวงตาของเถาเทียนก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด!

            “ครืน…”

            ดวงตาของเถาเหรินสาดประกายดุร้ายเมื่อได้ยินคำพูดของพี่ชาย เขาก็พุ่งออกไปด้านหน้าเพื่อรับการโจมตีของเย่อู๋เชวียทันที!

            เมื่อเห็นเถาเหรินเคลื่อนไหวเถาเทียนก็มองไปยังโม่หงเหลียนที่กำลังต่อสู้กับหวังฉีในอีกทิศทางหนึ่งในสายตาของเขาตอนนี้มีเพียงโม่หงเหลียนซึ่งอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณเท่านั้นที่จะกระตุ้นความสนใจของเขาได้!

            สำหรับเด็กน้อยอาณาจักรวีรชนที่อยู่ด้านหน้าเขาสามารถสังหารฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยนิ้วเดียวเท่านั้น!

            “ฮึ่ม!”

            แม้ว่าดวงตาของเถาเหรินจะไม่แยแสแต่ก็ยังมีร่องรอยของการเย้ยหยันที่มุมปาก เจ้าเศษสวะคนนี้คิดว่าจะขัดขวางพวกเขาทั้งสามได้จริงๆ!

            “ปัง!”

            ในลมหายใจต่อมามุมปากของของเถาเหรินก็แข็งค้างไปชั่วขณะใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเขาเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอย่างฉับพลัน!

            “แค่ก…”

            เถาเหรินกระอักเลือดคำใหญ่ก่อนที่ร่างกายของเขาจะปลิวกระเด็นกลับไปทางด้านหลังราวกับลูกกระสุนหัวใจของเขาหนาวเหน็บยิ่งกว่าตกลงไปในหล่มน้ำแข็งเจ้าเศษสวะที่อยู่ตรงหน้าสามารถเอาชนะเขาในหมัดเดียวได้จริงๆ!

            “ปัง!”

            เถาเหรินกลิ้งไปกับพื้นด้วยสภาพที่น่าอับอายที่สุดเลือดสีแดงสดเปื้อนเสื้อคลุมของเขาเป็นด่างดวงหมัดเดียวของเย่อู๋เชวียทำให้เขาพ่ายแพ้และได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถลุกขึ้นได้!

            “เป็นไปได้อย่างไร?”

            เถาเทียนไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อมองดูสภาพอันน่าสังเวชของน้องชายคนเล็ก เขาก็หันไปมองเย่อู๋เชวียด้วยความตกใจ!

            น้องชายคนเล็กของเขาเป็นถึงยอดฝีมือระดับกลางของอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณแต่กลับไม่สามารถรับมือเจ้าขยะที่อยู่ในอาณาจักรวีรชนได้!

            …………

    คล้ายกับเรื่องหมื่นจักรภพสยบราชันย์ ที่คุณอ่าน