“เมื่อคืนเค้าไปเที่ยวคลับล่ะ”
“แล้วยังไง”
“แกจำที่ฉันเคยบอกไม่ได้หรือยังไง”
“เื่อะไร”
“เื่ที่ฉันต้องทำทุกทางให้เขาเลิกเที่ยวกลางคืนไง”
“อ้อเื่นี้ แล้วแกจะทำยังไง”
“ไม่รู้สิฉันยังคิดไม่ออกเลย แกช่วยฉันคิดหน่อยสิเพื่อนรัก”
“หือ!เวลาอยากให้ช่วยนี่เรียกเพื่อนรักตลอดเลยนะ”
“ก็ฉันคิดไม่ออกนี่”
“มันก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีนะแต่อย่างแกคงจะไม่ทำหรอก”
“วิธีอะไรไหนพูดมาซิ”
“ก็แกก็ทำให้เขาอยู่กับแกตลอดเวลาไง ลองคิดดูนะของขวัญเพื่อนรัก คุณคีรีทั้งหล่อ ทั้งรวยทั้งมีความสามารถ แถมครอบครัวเขาก็ชอบแกมากๆอีกต่างหากพวกเขายอมรับแกเป็สะใภ้อยู่แล้ว”
“นี่แกจะบ้าเหรอฉันไม่เอาด้วยหรอก แล้วอีกอย่างนะ ครอบครัวเขาชอบที่ฉันทำงานเก่งย่ะเื่งานล้วนๆ และที่สำคัญ ฉันเกลียดผู้ชายแบบเขาที่สุด แกก็รู้นี่ ถึงจะหล่อรวยขนาดไหนฉันก็ไม่มีทางเอาผู้ชายแบบนี้มาทำพันธุ์หรอกและอีกอย่างนะเพื่อนรัก ฉันสวยและเก่งขนาดนี้ ไม่จำเป็ต้องหาผู้ชายรวยมาดูแลเงินฉันหาเองได้ย่ะ”
“จ้าแม่คนเก่ง เก่งมาก เก่งที่สุดในปฐีสามโลก แต่ฉันมานึกๆดูแล้วก็คงจะมีแค่วิธีนี้แล้วแหละ ถ้าไม่อย่างนั้นแกก็บอกพี่ทิวาว่าแกทำไม่ได้ไม่อยากทำ แล้วก็กลับกรุงเทพไปซะ”
“ถ้าแค่บอกคุณทิวาแล้วเรียบร้อยก็ดีสิแต่คุณนาราล่ะ ฉันจะมองหน้าท่านยังไง ท่านหวังกับฉันไว้มากเลยนะแกไม่เห็นสีหน้าท่านตอนที่ฉันรับปากจะช่วยท่านดีใจมากจนฉันไม่กล้าคิดว่าถ้าฉันทำไม่ได้ขึ้นมาท่านจะเสียใจขนาดไหน”
“ถ้าอย่างนั้นแกก็ต้องพลีกายแล้วล่ะเพื่อน”
“พลีกายบ้าบออะไรอย่ามาพูดเื่น่าขนลุกแบบนี้ มันต้องมีวิธีสิ ฉันต้องคิดได้ล่ะน่า”ฉันใช้มือทั้งสองข้างลูบแขนขาของตัวเองเส้นขนบนร่างกายของฉันลุกชันทันทีที่คิดว่าฉันต้องมีอะไรกับผู้ชายนิสัยเ้าชู้ชอบเก็บแต้มอย่างคุณคีรีฉันเกลียดผู้ชายแบบนี้ที่สุด
“เออค่อยๆ คิด นี่เพิ่งผ่านมาแค่ห้าวันเท่านั้นแล้วแกบอกคุณคีรีหรือยังว่าจะกลับกรุงเทพ”
“ยังไม่ได้บอก”
“โทรไปบอกเขาสิ”
ฉันเดินเข้าห้องไปหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรหาคุณคีรีทันทีแต่สายก็ตัดไปสองรอบแล้วเขาก็ยังไม่รับสาย
“สงสัยจะยังไม่ตื่น”
“กินข้าวเสร็จค่อยโทรอีกทีแล้วกันบอกเขาซะหน่อย เผื่อว่ามีอะไรด่วนเขาจะได้รู้ว่าแกไม่อยู่แถวนี้”
“รู้แล้วน่าไปหยิบน้ำดื่มมาเลย จะเสร็จแล้ว”
ฉันเดินไปหยิบชามข้าวมาตักข้าวต้มหมูหอมฉุยส่งให้เพื่อนแล้วตักส่วนของตัวเอง ถือชามออกไปนั่งกินข้าวเช้าพร้อมทั้งดูข่าวสารบ้านเมืองไปด้วยยัยเก้าอาสาเก็บล้างจานชามที่เรากินเสร็จแล้วฉันเลยมีเวลาได้ต่อสายโทรศัพท์หาคุณคีรีอีกครั้ง
(ฮัลโหล)หลังจากรอสายอยู่นานก็มีเสียงผู้หญิงรับสายฉันมองที่หน้าจอโทรศัพท์จึงมั่นใจได้ว่าฉันโทรไม่ผิดเบอร์แน่นอน
“สวัสดีค่ะขอสายคุณคีรีค่ะ”
(เขาอาบน้ำอยู่แล้วนี่เธอเป็ใคร)น้ำเสียงของผู้หญิงในสายคนนี้บ่งบอกอย่างชัดเจนเลยว่าไม่พอใจฉันเอามากๆ
“ฉันเป็เลขาของคุณคีรีค่ะ”ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็ใคร แต่ที่รู้ตอนนี้คือความสัมพันธ์ของผู้หญิงคนนี้กับเ้านายของฉันไม่ธรรมดาแน่นอน
(เลขาเหรอวันนี้วันหยุด เธอมีธุระอะไรจะคุยเ้านายในวันหยุดไม่ทราบ)เธอยังคงพูดกับฉันด้วยอารมณ์ไม่พอใจ
“ฉันมีเื่จะแจ้งคุณคีรีค่ะเอาไว้อีกสิบนาทีฉันจะโทรไปใหม่นะคะ”
(มีอะไร)เป็เสียงของคุณคีรี น้ำเสียงของเขาดูอารมณ์ไม่ดีนัก
“ฉันจะโทรมาแจ้งคุณว่าฉันจะกลับไปทำธุระที่กรุงเทพค่ะ”ฉันรีบบอกธุระของฉันในทันที ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของเ้านายมากไปกว่านี้
(อืม)
“ฉันมีเื่จะแจ้งคุณเท่านี้ขอวางสายนะคะ สวัสดีค่ะ”
(เดี๋ยว!)
“คุณมีอะไรจะสั่งหรือเปล่าคะ”
(คุณ!จะไปยังไง)
“เพื่อนฉันจะไปส่งค่ะ”
(อืม)
“คุณ้าทราบอะไรอีกหรือเปล่าคะ”
(ไม่มี)
“ฉันวางสายนะคะสวัสดีค่ะ” ฉันกดวางสายทันที รู้สึกแปลกๆที่ได้คุยกับผู้ญิงของเ้านาย เธอดูอารมณ์เสียเอามากๆที่คุยกับฉันแน่ล่ะ เธอต้องไม่พอใจอยู่แล้วที่มีผู้หญิงโทรหาผู้ชายของเธอในวันหยุดพักผ่อนน่ะฟังจากเสียงแล้วผู้หญิงคนนั้นคงไม่ใช่คุณนิสาแน่นอน ฉันจำเสียงพูดของเธอได้แล้วเมื่อคืนเ้านายฉันค้างกับใครกัน ฟังจากน้ำเสียงของเ้านาย เขาคงอารมณ์เสียที่คุยกับฉันพวกเขาคงจะโกรธที่ฉันโทรไปกวนเวลาส่วนตัวของพวกเขาล่ะมั้ง ถ้าฉันรู้ล่ะก็ฉันไม่มีทางโทรไปแน่นอน
ฉันอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงสบายๆวันนี้ฉันจะแวะเที่ยวกับเพื่อนแบบชิลๆก่อนกลับกรุงเทพฉันตั้งใจไว้ว่าจะขนเสื้อผ้าชุดราตรีสำหรับงานเลี้ยงมาด้วย พวกเครื่องประดับรองเท้ากระเป๋าอีกฉันไม่รู้ว่าต้องอยู่เป็เลขาให้คุณคีรีอีกนานแค่ไหนเตรียมเอาไว้ดีกว่าต้องไปซื้อเอาใหม่แน่นอน
ความรู้สึกแปลกๆหลังจากที่คุยกับกีรติเมื่อสองวันก่อนยังคงก่อกวนผม คืนงานเลี้ยงวันนั้นริต้าตามไปเจอผมที่คลับ เราดื่มด้วยกันจากนั้นผมก็เปิดโรงแรมนอนกับเธอ่เช้าตอนที่ผมเข้าไปอาบน้ำเตรียมจะกลับห้องเมื่อออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงริต้าคุยโทรศัพท์อยู่ และเครื่องนั้นเป็ของผมผมแย่งโทรศัพท์จากมือของเธอ แล้วก็เห็นว่าเป็เบอร์ของกีรติที่โทรเข้ามาคืนนั้นเธอบอกจะตามผมมาด้วย คงห่วงเื่ที่ผมจะหิ้วใครมานอนด้วยหรือไม่ก็คงอยากจะมาคุยกับพี่เสก เพราะตอนที่อยู่ในงานผมเห็นเธอคุยถูกคอกับเสกคืนนั้นผมหิ้วริต้าเข้าโรงแรมจริงๆผมหงุดหงิดที่เธอโทรมาหาแล้วพบว่าผมอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เื่นี้กวนใจผมอยู่มากเพราะมันไม่ใช่แค่หงุดหงิดแต่มันกลับมาความรู้สึกผิดเพิ่มมาด้วยทำไมผมต้องรู้สึกผิดที่เลขาจับได้ว่าผมหิ้วผู้หญิงมานอนด้วยล่ะ ยิ่งคิดยิ่งกวนใจผมเดินลงมาที่ล็อบบี้ตามเวลาเดิมแต่ไม่พบกีรติเหมือนทุกครั้ง เธอไม่เคยสายมาก่อนเธอจะมานั่งรอผมไปทำงานด้วยกันในทุกเช้า หรือว่าวันนี้เธอจะตื่นสายผมนั่งรอจนถึงเวลาแปดโมงครึ่งเธอก็ยังไม่ลงมา ผมจึงกดโทรศัพท์หาเธอ
(สวัสดีค่ะคุณคีรี)
“คุณอยู่ที่ไหน”
(ฉันอยู่ที่ออฟฟิศค่ะ)
“ออฟฟิศ!คุณไปยังไง”
(ฉันขับรถมาค่ะที่ฉันโทรแจ้งคุณว่าจะไปทำธุระที่กรุงเทพไงคะ ฉันกลับไปเอารถค่ะ)
ผมกดตัดสายจากเธอทันทีตอนนี้ผมหงุดหงิดอย่างมาก จะไปทำงานเองก็ไม่คิดจะโทรบอกกันสักคำตอนแรกคิดว่าจะเข้าไซต์งานผมจึงเปลี่ยนใจไปดูงานที่ชลบุรีแทนวันนี้ไม่อยากเข้าออฟฟิศแล้ว ไม่อยากเจอหน้าคนบางคน
Rrrrrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นเป็ครั้งที่สามเป็สายเรียกเข้าจากเลขาของผมนั่นเอง
“มีอะไร”
(วันนี้คุณไม่เข้าออฟฟิศเหรอคะ)
“ไม่”
(ถ้ามีใครมาหาจะให้ฉันแจ้งว่าอะไรคะ)
“จะบอกว่าอะไรก็บอกเถอะ”
ผมกดตัดสายเธอทันทีที่พูดจบหงุดหงิดชะมัด เธอกล้าดียังไงที่ปล่อยให้ผมรอตั้งครึ่งชั่วโมง นอกจากแม่และพี่สาวผมไม่เคยต้องรอผู้หญิงคนไหนมาก่อน เธอเป็คนแรกที่ผมคิดว่าจะรอ แล้วเป็ยังไงรอเก้อ ถ้าผมบอกว่าผมรอเธอผมจะเสียหน้าขนาดไหนผมเลิกคิดเื่เธอแล้วมุ่งหน้าไปไซต์งานที่ชลบุรีทันที
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^