“ซัน..อะ..อิน..ฉันขอโทษ”
เ้าอินรีบเก็บโน้๊ตบุ๊คขึ้นมา ทำสีหน้าใราวจะร้องไห้ รู้ดีว่าตนทำผิด ในขณะที่รพีถึงกับแน่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือสั่นไปรับโน๊ตบุ๊คจากเ้าอิน
“ขอโทษ..ขอโทษ”
เ้าอินพยายามเอ่ย พลางสาวเดินตามรพีออกจากห้อง โดยไม่ได้สนใจ เพราะเขาเอาแต่เป็ห่วงข้อมูลในนั้น เกรงว่ามันจะสูญหาย
“ซันพูดอะไรบ้างสิ! ด่าก็ได้”
เ้าอินนั่งเฝ้าคนที่กำลังพยายามเปิดคอม ไม่ยอมพูดจา และไม่สนใจเขาราวกับอากาศ ซึ่งมันทำให้เ้าอินรู้สึกผิด และหนักหน่วงหัวใจเป็ทวี ยิ่งกว่าคำด่าทอ หรือทุบตีเสียอีก
“คุณอินไปหาอะไรทานเถอะ..อ้อ..ผมแวะซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดนัดมาให้ ใส่ไปพลางๆ ก่อนแล้วกัน”
ยิ่งรพีพูดเช่นนี้ ก็ยิ่งทำให้เ้าอินรู้สึกผิด ดวงตางอนมองออกไปยังระเบียงบ้าน เห็นชุดของตัวเองถูกตากเอาไว้ แม้แต่กางเกงชั้นในรพียังซัก และตากให้ ยิ่งทำให้เ้าอินรู้สึกไม่สบายใจ
“ฮื้อๆ”
ร่างเล็กร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจไม่รู้ว่าทำไม แต่ตอนนี้เขาเหมือนมีรพีเพียงคนเดียวที่เป็ที่พึ่ง
“คุณอินเป็อะไรครับ”
“ซัน..ได้โปรด..ได้โปรด”
“คอมเปิดได้แล้ว..คุณอินไม่เป็อะไรนะ”
รพีเข้าใจและไม่อยากตำหนิอีกคน ถึงแม้จะโกรธอยู่มาก แต่เมื่อเขาตั้งสติและเลือกที่จะเงียบเพื่อรับฟัง ทำให้เขาได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น
“ฮื้อๆ ..ซัน..ได้โปรด ได้โปรด”
เ้าอินรู้สึกอึดอัดใจ ยิ่งรพีไม่ต่อว่าไม่แสดงอาการโมโห เช่นทุกคนในชีวิตที่ผ่านมา มันกลับยิ่งทำให้เ้าอินรู้สึกผิดและเสียใจมาก
“ผมผิดเอง ที่..อื้อ”
รพีพูดยังไม่จบ ก็ถูกมือของเ้าอินปิดคำลง นี้เป็ครั้งแรกที่คุณหนูทายาทเศรษฐีรู้สึกหนักหน่วงไม่สบายใจ หากเป็ที่ผ่านมา ก็คงกรีดร้องะโด่าอีกคนไปนานแล้ว
“ด่าฉัน ต่อว่า หรือพูดอะไรก็ได้ เพื่อเป็กล่าวโทษฉัน”
“แล้วทำไมผมต้องทำแบบนั้นละครับ”
“ก็ฉันทำคอมนายพัง”
“คุณตั้งใจ”
“เปล่า”
เ้าอินจ้องมองั์ตาของรพีที่ถามไถ่อย่างใจเย็น ทำไมผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนใคร แววตาชั่งอบอุ่นน่าหลงใหล ขณะที่คนถูกจ้องมองใบหน้าถึงกับ กระตุกวูบ ด้วยความหวั่นไหวไปครู่หนึ่ง จนต้องหลบหลีก หันหน้าไปสนใจข้าวของที่เขาถือมาแทน
“คุณไม่เจตนา ก็แปลว่าเป็อุบัติเหตุ..อื้อ..เสื้อผ้าคุณ”
“..อ่ะ!”
เ้าอินรู้สึกมึนงง รีบยกมือรับถึงกระดาษใบใหญ่จากมือของรพี ก่อนจะพบว่าในนั้นมีเสื้อผ้าสองชุด พร้อมกับกางเกงชั้นใน ซึ่งั้แ่เมื่อคืน จนตอนนี้ข้างในไม่ได้ใส่ ที่สำคัญรพีซักเสื้อผ้าให้ตนั้แ่เช้าก่อนออกไปทำงาน
“น่าอายชะมัด”
“คุณกินข้าวเถอะ”
รพีเดินไปจัดอาหารที่เฮียโกให้มาใส่จานวางไว้บนโต๊ะกินข้าว จากนั้นก็หันไปล้างจานชามที่เ้าอินกินทิ้งไว้ ขณะที่เ้าอินรีบเข้าไปช่วย
“อื้อฉันล้างเอง”
“ไม่เป็ไรครับคุณทานกินเถอะ”
“ไม่เอา..ฉันกิน ฉันต้องล้างสิ!”
เ้าอินแย่งจานในมือ แต่รพีก็แย้งกลับ ทำให้ทั้งสองต่างแย้งกันไปมา จนสุดท้ายรพีออกแรงหวังดึงจานให้หลุดจากมือของเ้าอิน แต่ร่างเล็กกลับจับแน่นจนโถมตัวเข้าหารพีทั้งตัว
“อื้อ..”
“...” สองสายตาจับจ้องมองกันและกัน ด้วยกายแนบชิดใบหน้าทั้งสองห่างกันเพียงฝ่ามือกัน ก่อนรพีจะเป็ฝ่ายขยับกายออกห่าง
“ผมจัดการเองคุณไปกินข้าวเถอะ”
“ไม่” เ้าอินรีบแย้งจาน จากมือของรพี จากนั้นก็บีบน้ำยาล้างจานลงเป็จำนวนมาก จนไหลเยิ้ม
“งื้อ..คุณอิน..ใส่นิดเดียวก็พอครับ และต้องบีบใส่ฟองน้ำก่อนไม่ใช่เทลงจานแบบนี้”
“อ้อ..แฮ่ๆ”
เ้าอินยิ้มแห้งๆ รู้สึกอาย ที่ไม่เอาไหน แค่เพียงเื่ง่ายๆ ก็ทำไม่เป็ จังหวะนั้นรพีรีบแก้ไข เพราะกลัวอีกคนไม่สบายใจ
“เอาไว้จานนั้นคุณกินเสร็จ แล้วลองล้างดูนะครับ”
“อื้ม..ขอโทษนะซัน”
“ไม่เป็ไรหรอกคุณ เื่แค่นี้..กินข้าวดีกว่า”
สองคนนั่งกินข้าวอย่างเงียบๆ โดยที่เ้าอินแอบมองรพีตลอดเวลา ทำไมมันไม่เหมือนในนิยาย ที่คุณหนูตกอับทำอะไรไม่เป็ จะต้องโดนดุ ถูกต่อว่า หาว่าทำอะไรไม่ได้เื่ และก็ถูกไล่ให้กลับบ้านตัวเอง
แต่ในตอนนี้นอกจากจะไม่ถูกไล่แล้ว รพียังไม่ถามเขาสักคำว่าจะไปไหน จะทำอะไรต่อ หรือว่าจะอยู่ที่นี่อีกนานเท่าไหร่
“มีอะไรถามได้นะคุณ” รพีรู้ตัวว่าถูกมอง จนต้องรีบบอก
“คือ..ทำไมนายไม่ด่า ไม่โมโห และไม่ถามว่าเมื่อไหร่ฉัน..จะกลับ”
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยละครับ”
“ก็...ฉันเป็คุณหนูเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่เป็ สร้างเื่จนถูกไล่ออกจากบ้าน และยังมาอาศัยนายอยู่ โดยที่เราไม่ได้สนิทกันมาก่อน”
“ฮ่าๆ”
รพีหัวเราะเสียงดังอย่างเอ็นดู ขณะที่คนถูกหัวเราะใส่เอาแต่ทำใบหน้างวยงง ไม่เข้าใจ
“ฉันพูดผิดตรงไหนเหรอ..นายถึงได้ขำ”
“เปล่าครับ คุณพูดถูกและเข้าตัวเอง แล้วผมจะทำแบบนั้นเพื่ออะไร?”
“แต่ฉัน..”
“ผมต่างหากละที่ผิด ถ้าผมไม่ตกลงทำตามแผนของคุณ เื่ยุ่งยากมากมาย จนทำให้คุณต้องออกจากบ้านก็ไม่เกิด ดังนั้น ผมจะไม่ต่อว่า แม้จะโมโห และอยากให้คุณกลับมากแค่ไหน..แค่คุณสบายใจผมยินดี”
“ทำไมต้องพูดให้ดูหล่อไปอีกนะ” เ้าอินถึงกับเคลิ้ม รีบพึมพำเสียงเบา
“ห่ะ!..คุณอินว่าอะไรนะครับผมฟังไม่ถนัด”
“เปล่า..ฉันแค่จะบอก..ว่า..เอ่อ ฉันขออยู่ด้วยสักพักได้ไหม?”
“ครับ..ถ้าคุณไม่รังเกียจบ้านหลังเล็กๆ ไม่อะไรสะดวกสบายเหมือนคฤหาสน์หลังใหญ่ของคุณ”
“ถึงจะไม่สะดวก แต่อินสบายใจนะ”
“คุณอิน..เรียกตัวเองแบบ..เมื่อกี้ดูน่ารักดีนะครับ”
“จริงเหรอ?”
....................................