บทที่ 22 เปิดโปง
ถงชุนจิ้งเดินออกมาสั่งการตรง ๆ "เสี่ยวชู่! นายไม่ต้องขอร้องเธอหรอก! กลับไป!"
ถงชุนจิ้งไม่สนใจความรู้สึกที่อยากจะอยู่คนเดียวของถงชุนชู่ เขาลดเสียงลงพูดว่า "พี่รอง! พวกเรามาอยู่ที่นี่ด้วยกันเถอะ! ถึงตอนนั้นพวกเราอยากกินอะไรก็ได้กินนะ!"
เนื่องจากถงฮั่วกินน้ำวิเศษ ตอนนี้หูตาของเธอจึงแจ่มชัด เมื่อได้ยินคำพูดของถงชุนชู่ เธอรู้สึกขบขันพลางเยาะหยัน ถงเหล่าซื่อไม่เพียงอยากอยู่บ้านของเธอ แต่ยังจะลากถงชุนจิ้งมาอยู่ที่นี่ด้วย พวกเขาคิดว่าเธอไปตายแล้วหรือไง?
ท่อนฟืนถูกขว้างใส่หัวของถงชุนชู่ เขาร้องลั่นด้วยความเ็ป "ถงฮั่ว! เธอทำบ้าอะไรอีก!"
ถงฮั่วพูดว่า "ไม่เห็นหรือ? ฉันบอกให้ไสหัวไป!"
ถงชุนชู่มองด้วยแววตาดื้อรั้น "เธอไม่ได้บอกให้ฉันเลือกหรอกหรือ? ฉันยังไม่ได้เลือกเลยนะ!"
ถงฮั่วเกือบจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ ก็หรี่ตาลง ผู้หญิงที่ถูกพามาจากที่ไกล ๆ นั่น ไม่ใช่ข่งมี่เสวี่ยหรอกหรือ!?
ถงฮั่วละสายตากลับมา "นายจะเลือกยังไง? นายไม่ได้ชอบข่งมี่เสวี่ยหรือ? นายจะยอมตัดความสัมพันธ์กับเธอจริง ๆ หรือ?"
ถงชุนจิ้งรู้สึกชอบข่งมี่เสวี่ยมาก เมื่อได้ยินคำพูดนี้ก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
เด็กน้อยยังเป็แค่เด็กน้อย เขาจะรู้อะไรเื่ความรักได้อย่างไร?
เขาแค่คิดว่าตนเองชอบพี่สาวมี่เสวี่ยเท่านั้น!
ถงชุนชู่กลอกตาไปมา อย่างไรเสียพี่สาวมี่เสวี่ยก็อยู่ไกลถึงเมืองหลวง คงไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดที่นี่แน่ "พี่มี่เสวี่ยทำลายงานแต่งงานของเธอ ฉันจะยังชอบเธอได้ยังไง?"
ถงฮั่วเลิกคิ้วขึ้น "ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่นายพูดมาเป็ความจริง? นอกเสียจากว่านายจะพูดถึงข้อเสียของข่งมี่เสวี่ยให้ฉันฟัง ทำให้ฉันอารมณ์ดีสักหน่อย"
ถงชุนชู่รู้สึกขุ่นเคืองอยู่ในใจ ถงฮั่วทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับบังคับให้เขาพูดถึงข้อเสียของพี่สาวมี่เสวี่ย!
แต่พอนึกถึงสภาพความเป็อยู่ในเขตพักอาศัยเยาวชน เขาก็ตัดสินใจจะละทิ้งจิตสำนึกไปบ้าง
พี่สาวมี่เสวี่ยจะต้องให้อภัยเขาแน่นอน เพราะเธอป็นคนใจดีมาก
ถงชุนจิ้งมองถงชุนชู่ด้วยสายตาเตือนไม่ให้น้องชายพูดจาเหลวไหล
แต่ถงชุนชู่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว ตอนนี้เขาไม่มีปัญญาจะสร้างบ้านเองได้ ต้องอาศัยอยู่กับชาวบ้าน ไม่เหมือนถงฮั่วที่โชคดีได้อยู่บ้านคนเดียว
"พี่สาวมี่เสวี่ย..."
ถงฮั่วแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ "หืม?"
"ข่งมี่เสวี่ย! ข่งมี่เสวี่ย!" ถงชุนชู่รีบแก้คำพูดทันที
ถงฮั่วมองเขาด้วยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม ขณะที่ข่งมี่เสวี่ยกำลังเดินมาใกล้พวกเขา
ถงชุนชู่รู้ว่าถงฮั่วที่กำลังเสียสติในตอนนี้ไม่ใช่คนที่จะหลอกง่าย ๆ ในใจเขาขอโทษพี่สาวมี่เสวี่ยหลายครั้ง ก่อนจะเอ่ยปาก
"ข่งมี่เสวี่ยหน้าตาไม่สวยเท่าเธอ ชอบทำหน้าเศร้าตลอดเวลา เหมือนมีคนเป็หนี้เธออยู่อย่างนั้น..." ถงชุนชู่พูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ทำไมในใจถึงรู้สึกขนลุกและไม่สบายใจขึ้นมา
แน่นอนว่าเป็เพราะเขานินทาพี่สาวมี่เสวี่ยลับหลัง ทำให้รู้สึกละอายใจมาก ถึงได้มีความรู้สึกแบบนี้
ใบหน้าของถงฮั่วเริ่มมีรอยยิ้ม ไม่ใช่เพราะคำพูดของถงชุนชู่ที่ทำให้เธอพอใจ แต่เป็เพราะสีหน้าของข่งมี่เสวี่ยนั้นดูน่าขันมาก
ถงชุนชู่เห็นเธอยิ้มก็ดีใจ ดูเหมือนว่าวันนี้เขากับพี่ชายคนรองจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว
ส่วนเหตุผลที่ต้องลากพี่ชายคนรองมาด้วยก็เพื่อหาคนมาช่วยทำงานนั่นเอง
"เขาว่ากันว่าผู้หญิงพออายุสิบแปดก็เปลี่ยนไป ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งสวย เหมือนกับเธอ เธอ..." ตอนนี้ถงชุนชู่เพิ่งสังเกตว่าถงฮั่วมาชนบทตั้งครึ่งเดือนแล้ว แต่ทำไมผิวพรรณไม่หมองคล้ำเลยสักนิด ยิ่งตากแดดยิ่งขาวขึ้นหรือ?
"เธอยิ่งดูดีขึ้นเรื่อย ๆ ! เหมือนกับข่งมี่เสวี่ย ก่อนอายุสิบแปด เธอก็เป็ตัวตลกน่าเกลียด! หลังอายุสิบแปดก็กลายเป็ตัวประหลาดน่าเกลียด!" ถงชุนชู่พูดกับถงฮั่ว พลางขอโทษข่งมี่เสวี่ยในใจ และยังแอบด่าถงฮั่วอีกสองสามประโยค
รอยยิ้มของถงฮั่วยิ่งกว้างขึ้น "ยังมีอะไรอีก? ฉันฟังแล้วมีความสุขมาก อยากเลี้ยงเนื้อนายสักมื้อเลย จะกินเนื้ออะไรก็ขึ้นอยู่กับว่านายพูดยังไง อาจจะเป็เนื้อผัดหรือไม่ก็เนื้อตุ๋น"
ถงชุนจิ้งเตือนว่า "ถงฮั่ว! เธอพอได้แล้ว!"
ถงฮั่วมองเขาด้วยสายตาเ็า "ไม่ใช่เื่ของคุณสักหน่อย"
จากนั้นก็หันไปยิ้มให้ถงชุนชู่ "นายพูดต่อสิ"
ถงชุนชู่รู้สึกว่าเื่ที่อยู่ในวันนี้คงลงตัวแล้ว บวกกับได้กินเนื้ออีกหนึ่งมื้อก็คุ้มค่ามาก แต่เขาต้องกลับไปเตือนพี่ชายคนรองให้ทำตัวดี ๆ อย่าเอาเื่พวกนี้ไปพูดให้พี่สาวมี่เสวี่ยฟัง ไม่อย่างนั้นเขาจะเตะพี่ชายออกจากบ้านเมื่อไหรก็ได้
"ข่งมี่เสวี่ยทำอะไรก็ไม่เป็เื่ กินอะไรก็หมดเกลี้ยง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอช่วยหางานให้ ป่านนี้คงนั่งกินแกลบอยู่ที่บ้านแล้ว!"
ถงฮั่วแสดงสีหน้าเรียบเฉย รอยยิ้มจาง ๆ ทำให้ถงชุนชู่รู้สึกกระวนกระวายใจ เขาพูดยังไม่แรงพอหรือ?
"นายไม่คิดหรือว่าเธอเป็ดอกไม้งามที่้าการดูแลเอาใจใส่?"
ถงชุนชู่รีบตอบทันที "เลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว! ถ้าเธอเป็ดอกไม้จริง แม้แต่วัวก็คงไม่อึแล้ว!"
"ถงชุนชู่!" เสียงสะอื้นของข่งมี่เสวี่ยที่กลั้นไว้ไม่อยู่ดังขึ้นมา
เสียงที่อ่อนแอ น้อยใจ และโศกเศร้านั้นทำให้ถงชุนชู่ใจนร่างกายแข็งทื่อไปหมด เขา… ทำไมถึงได้ยินเสียงของพี่สาวมี่เสวี่ยล่ะ?
ถงชุนชู่หันไปเห็นข่งมี่เสวี่ย สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ทันได้คิดว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ก็รีบนึกทบทวนว่าเมื่อครู่นี้ตัวเองไม่ได้พูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกไปใช่ไหม?
เห็นข่งมี่เสวี่ยเสียใจขนาดนี้ ถงชุนจิ้งก็รู้สึกสงสารมาก เขาถลึงตาใส่ถงชุนชู่ ก่อนจะก้าวยาว ๆ เข้าไปปลอบใจข่งมี่เสวี่ย
"มี่เสวี่ย ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ? เมื่อกี้เสี่ยวชู่พูดเหลวไหลไปเรื่อย เธออย่าไปเชื่อเขาเลยนะ"
ถงชุนชู่รู้สึกขนหัวลุก ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ฝันไป พี่สาวมี่เสวี่ยมาที่นี่จริง ๆ
"เสี่ยวชู่!" ข่งมี่เสวี่ยน้ำตาคลอเบ้า กัดริมฝีปากด้วยความน้อยใจและเสียใจ
ถงชุนชู่หันตัวกลับมากด้วยความกระวนกระวาย เมื่อเห็นพี่สาวมี่เสวี่ยร้องไห้น้ำตาไหลเพราะคำพูดเขา หัวใจก็พลันรู้สึกกังวลและนึกเสียใจขึ้นมาทันที
"พี่มี่เสวี่ย ขะ… ขอโทษครับ เป็ถงฮั่วบังคับให้ผมพูด เธอบังคับผมทั้งนั้น ถ้าผมไม่พูด ตอนกลางคืนผมก็จะไม่มีที่ให้นอน ไม่มีข้าวให้กิน!"
ข่งมี่เสวี่ยมองเขาด้วยความรู้สึกเสียใจ แต่ก็ยังสงสัยอยู่บ้าง "จริงเหรอ?"
ถงชุนชู่รีบพยักหน้า "จริง ๆ ครับ! จริงแน่นอน ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณไปถามถงฮั่วก็ได้!"
ถงชุนชู่หันหลังให้แล้วส่งสายตาให้ถงฮั่วสุดความสามารถ ขอให้เธอช่วยเขาผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไป ขอแค่พี่สาวมี่เสวี่ยไม่โกรธเขา เขายอมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!
เมื่อก่อนเวลาถงชุนชู่ทำผิด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ เขาก็จะส่งสายตาให้ถงฮั่วสุดความสามารถ ขอให้เธอช่วยรับผิดแทนเขา
ทุกครั้งที่ผ่านมา ถงฮั่วจะใจอ่อนและยอมรับผิดแทนเขาเสมอ
แต่คราวนี้ถงฮั่วจะไม่ใจอ่อนอีกแล้ว "ฉันไม่ได้บังคับเขาสักหน่อย เธอก็ยืนฟังอยู่ตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ? จะมาแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นอีกหรือไง?"
ถงชุนจิ้งรู้สึกโล่งใจอีกครั้งที่เมื่อครู่เขาไม่ได้ร่วมพูดจาเหลวไหลด้วย
แต่ตอนนี้ถงชุนชู่แย่แล้ว!
ถึงถงชุนจิ้งจะเป็พี่ชาย แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้ถงชุนชู่โชคร้าย แต่ถงชุนชู่ก็เป็กึ่งคู่แข่งในความรัก!
สีหน้าของถงชุนชู่ซีดเผือด พี่สาวมี่เสวี่ยได้ยินทั้งหมดแล้วหรือ?
"พี่มี่เสวี่ย..." ถงชุนชู่ร้อนรน กลัวว่าพี่สาวมี่เสวี่ยจะโกรธเขา
ข่งมี่เสวี่ยยังตั้งใจจะแสดงท่าทางต่อไปอีกหน่อย เพื่อให้ดูเหมือนว่าเธอโกรธมากขึ้น เมื่อถึงเวลาจะให้อภัยเสี่ยวชู่ เขาจะรู้สึกซาบซึ้งใจและคิดว่าเธอเป็คนจิตใจดียิ่งกว่าเดิม
ถงฮั่วพลันเยาะเย้ยว่า "วางใจได้! พี่สาวมี่เสวี่ยของนายใจดีและงดงามเหลือเกิน ไม่ต้องพูดถึงว่านายแค่ถูกบังคับให้พูดโกหกไม่กี่คำ ต่อให้นายไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษของเธอ เธอก็จะกลั้นน้ำตาและให้อภัยนายได้อยู่ดี"