เมื่อการรับประทานอาหารกลางวันสิ้นสุดลงพ่อของเธอก็รีบรุดไปตามนัดหมายโดยขับรถโบราณบุโรทั่งไปรถคันนี้ท่านบาทหลวงใช้สลับกับการขี่ม้าตัวที่ท่านเพิ่งซื้อมาจากชาวไร่ในราคาถูกมาก
เฮอเมียเดินไปหยิบขวดยาแก้ไอที่แม่ปรุงขึ้นตามตำรับพิเศษและออกจากบ้านไปยังบ้านของมิสซิสเบอเกิลส์
โดยความเป็จริงแล้วยาสมุนไพรที่มิสซิสบรู๊คปรุงขึ้นทั้งในแบบยาทาและยาน้ำนั้นล้วนเป็ที่ชื่นชอบและมีชื่อเสียงอย่างยิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ กระนั้นเฮอเมียก็ยังเคยได้ยินเื่ที่กระซิบนินทากันอยู่ในหมู่บ้านทำนองว่า..ภรรยาของท่านบาทหลวงผู้นี้เป็แม่มดผิวขาว..!
ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะพวกชาวบ้านยังเชื่อถือเื่ปิศาจร้ายที่สิงสู่อยู่ในราวป่าลึกนั่นเอง..!
“แม่ของหนูน่ะฝีมือปรุงยาช่างมหัศจรรย์เสียเหลือเกิน”เพิ่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ที่ผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่งได้กล่าวกับเฮอเมีย“หรือไม่เช่นนั้นเขาจะต้องมีเวทมนตร์คาถาที่มีความพิเศษส่วนตัวแน่”
ขณะพูดผู้หญิงชาวบ้านคนนั้นก็ยังจ้องลึกลงไปในดวงตาของเฮอเมียราวจะบอกว่าความนัยถึงสิ่งที่นางคิดอยู่ในใจ
“มาม่ามีความเชื่อว่าพระเ้าได้ประทานยาตามธรรมชาติให้ไว้แก่เราเพื่อที่เราจะได้รักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“อย่างเช่นเวลาที่เราถูกแมลงมีพิษกัดต่อยพระเ้าก็ทรงสร้างใบด๊อคลีฟไว้เพื่อให้เรานำมาบดแล้วก็พอกตรงแผลเพื่อให้คลายอาการปวดนั่นแหละค่ะ”
มันเป็ข้อโต้แย้งที่เธอเคยนำมาใช้เสมอแต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าผู้หญิงคนที่เธอกำลังพูดอยู่ด้วยนี้ ไม่ยอมฟังเหตุผลๆทั้งสิ้น
“แม่ของหนูน่ะมีเวทมนตร์คาถาแน่นอน”นางกลับตอบด้วยน้ำเสีบงที่แสดงว่าเชื่อมั่นเต็มที่แสดงความเชื่อมั่นเต็มที่“ลองคิดดูสิ พอฉันเอายาที่แม่หนูส่งมาให้ทาลงตรงแผลถูกน้ำร้อนลวกทั้งที่มันปวดแสบปวดร้อนออกอย่างนั้นแดงเถือกจนน่าเกลียดน่ากลัวขนาดนั้นมันก็ยังหายได้เป็ปลิดทิ้งเพียงแค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น..!”
“หนูคิดว่าป้าควรจะขอบใจผึ้งมากกว่านะคะ”เฮอเมียตอบยิ้มๆ “เพราะว่ายาขนาดนั้นผสมน้ำผึ้งด้วย”
เฮอเมียรู้ดีว่าไม่ว่าเธอจะพยายามชี้แจงสักเพียงไรก็ไม่อาจลบล้างความเชื่อในจิตใจของผู้หญิงคนนั้นที่คิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องเป็สิ่งเหนือธรรมชาติแน่ที่สามารถรักษาอาการเ็ปของนางให้หายได้ในเวลาอันรวดเร็วขนาดนั้น
ซึ่งเฮอเมียเก็บอกกับตัวเองอยู่ว่า..ที่จริงมันก็ไม่ใช่เื่น่าแปลกใจแต่อย่างใดที่บรรดาชาวบ้านทั้งหลาย ซึ่งอาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆจะไม่มีปัญญาคิดหรือพูดคุยกันในเื่ที่มันดีไปกว่านี้..
ในหมู่บ้านแห่งนี้จะมีบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ที่ใช้ร่วมกันอยู่ตรงใจกลาง มีโรงแรมเล็กๆฉาบด้วยสีดำสลับขาวที่มีลูกค้าแก่ๆ เข้าไปนั่งดื่มเหล้าเอลในถ้วยพิวเตอร์ซึ่งจะเป็แหล่งชุมนุมเพียงแห่งเดียวของพวกชาวบ้าน นอกเหนือจากเป็โบสถ์เล็กๆที่ก่อขึ้นด้วยศิลาสีเทา ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นในหมู่บ้านที่มีชื่อว่า “ลิตเติ้ลบรู๊คฟิลด์” อันเป็ชื่อที่ตั้งตามตระกูลบรู๊คที่พำนักอยู่ใน“เดอะ บิ๊ก เฮ้าส์” หรือคฤหาสน์ใหญ่นั่นเอง
ท่านเอิร์ลเป็เ้าของที่ดิน เ้าของไร่ทุกแห่งบ้านทุกหลัง เป็เ้าของแรงงานที่ล้วนแล้วแต่เป้นคนหนุ่มที่ร่างกายแข็งแรงทั้งสิ้นและยังจะต้องเป็ผู้จ่ายเงินค่าครองชีพเป็รายปีให้แก่บาทหลวงและนักบวชผู้ทำหน้าที่จิติญญาของผู้คนซึ่งรวมทั้งตัวเขาเองด้วย
“แต่คนพวกนั้นก็ยังเชื่อในเื่ปาฏิหาริย์เื่ของสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติอยู่ดี” เธอครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง
แต่ถ้าเฮอเมียจะซื่อสัตย์ต่อตนเองเธอก็จะต้องยอมรับว่าตัวเองก็มีความเชื่อในเื่ของนางฟ้า เื่เทวทูตนางไม้และอื่นๆซึ่งล้วนแล้วแต่เป็ตัวละครในนิทานที่มารดาเคยเล่าให้ฟังเมื่อครั้งยังเด็กด้วยเช่นกัน
ซึ่งทุกวันนี้เธอก็ยังครุ่นคิดถึงเื่เทวดานางฟ้าเ่าั้อยู่ไม่รู้วายเพราะในความรู้สึกของเธอแล้วดูเหมือนจะเป็เื่จริง เป็สิ่งที่มีตัวตนแท้จริงและเป็หนึ่งเดียวกับชีวิตในเมืองชนบทแห่งนี้ได้ดีเหลือเกิน
เวลาที่เธอเข้าไปในราวป่าบรรยากาศมันชวนใจให้คิว่ามีปิศาจตนน้อยๆ ที่แฝงตัวอยู่ตามต้นไม้นอกจากนั้นเธอยังมั่นใจว่าจะต้องมีนางไม้ที่ปรากฏตัวให้เห็นในรูปของสายหมอกยามเช้าที่ลอยตัวขึ้นจากบ่อน้ำกลางป่าแห่งหนึ่งซึ่งเธอชอบไปที่บ่อนั้นเสมอเวลาที่อยากอยู่คนเดียวกับความคิดของตน
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิทั่วทั้งราวป่าจะสว่างสดใสด้วยสีสันของดอกบลูเบลล์ ดอกไม้ที่สวยงามแสนจะน่ารักและมีเสน่ห์ประหลาด เมื่อบลูเบลล์โรยราพริมโพสกับไวโอเล็ตก็จะคลี่กลีบแย้มบานออกมาแทนที่
จากนั้นฝูงนกก็จะเริ่มสร้าวรวงรังตามยอดไม้ส่วนพวกกระต่ายก็จะย้ายบ้านเข้าไปอยู่ตามซุ้มไม้ใบปรกกระรอกแดงจะวิ่งหนีกันกรูเกรียวเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะหยุดและหันหน้าเล็กๆของมันมาดูเธออย่างฉงน ราวกับเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าเธอกล้าดีอย่างไรจึงมาบุกรุกเข้ามาในอาณาจักรอันลี้ลับของพวกมัน
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเต็มไปด้วยความสวยสดงดงามจนเธอไม่อยากเชื่อเลยว่าในโลกนี้ยังจะต้องมีสิ่งที่น่าเกลียด น่ากลัวหรือตระหนกใอีก..!
แล้วเธอก็คิดไปถึงชายหนุ่มผู้ที่ได้จูบเธอเมื่อตอนเช้าวันนี้พร้อมกันก็ให้คิดสงสัยืเป็ไปได้หรือไม่ที่เขาอาจจะขี่ม้าตัวงามของเขาเลยลึกเข้ามาในป่านี้แล้วหายตัวไปเพราะเขาไม่ใช่คนจริงๆ..?
แต่ยิ่งคิดถึงเขามากเท่าไรความขุ่นข้องหมองใจก็พลันผุดพลุ่งมากขึ้นเท่านั้นขณะเดียวกันก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าในกระเป๋ากระโปรงยังมีเหรียญทองอันที่เขามอบให้ซุกอยู่
เธอลืมเื่นี้ไปเสียสนิทตอนที่ตั้งโต๊ะเพื่อรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับพ่อและแม่..
ขณะนี้..ภายหลังจากที่เธอได้เอายาแก้ไอไปส่งให้มิสซิสเบอเกิลส์เรียบร้อยแล้วเธอก็เดินกลับโดยมุ่งหน้าไปทางที่ตั้งของโบสถ์
ซึ่งโบสถ์นั้นตั้งอยู่ใกล้กันกับบ้านพักของบาทหลวงอันเป็ที่พำนักอาศัยของครอบครัวเธอเพียงแต่อยู่คนละฟากถนนเท่านั้นเธอเดินขึ้นไปบนระเบียงที่จำเป็ต้องได้รับการซ่อมแซมมานานแล้วและเดินไปตามพื้นกระดานที่ทรุดโทรมเต็มที
โบสถ์หลังนี้มีอายุเก่าแก่มากยืนเด่นเป็สง่าอยู่ตรงตำแหน่งนี้มาเกือบสามร้อยปีแล้วด้วยซ้ำ ละทุกครั้งที่เฮอเมียมาร่วมประชุมนมัสการเธอยังสามารถััพลังแห่งเสียงสวดมนต์ภาวนาของผู้คนสมัยโบราณที่เคยมาสักการะพระเ้าในสถานที่แห่งนี้และยังทิ้งพลังแห่งศรัทธาอันเข้มแข็งนั้นไว้เื้ั
ซึ่งบิดาของเธอก็มีความเชื่อมั่นในทำนองด้วยกัน..
“ทุกความคิดของคนเราจะไม่มีวันสูญสลายหรือถูกลบเลือนไปได้โดยง่ายหรอกลูก”ครั้งหนึ่งท่านสาธุคุณเคยบอกกับลูกสาว
“ปาป้าหมายความว่ายังไงหรือคะ?”
“ก็หมายความว่าเวลาที่เราคิดถึงอะไรบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราอธิษฐานขอพรเราได้ส่งพลังแห่งความศรัทธาของเราออกไปราวกับติดปีกให้มันสามารถบินไปได้ในอวกาศซึ่งคำอธิษฐานหรือความคิดของเรานั้นจะมีพลังแห่งความสั่นะเืหรืออาจจะเป็พลังงานจากอะไรบางอย่างที่เราไม่อาจเข้าใจได้แต่มีความรุนแรงกว่าส่งมันไปสู่ความเป็นิรันดร์ได้น่ะสิลูก”
“ฟังอย่างนี้แล้วหนูกลับรู้สึกว่ามันเป็ความคิดที่น่ากลัวมากกว่านะคะปาป้า”เฮอเมียร้อง “ถ้าอย่างนั้นนับแต่นี้เป็ต้นไปเวลาคิดเื่อะไรหนูเห็นจะต้องระมัดระวังให้มากแล้วละค่ะ” ซึ่งบิดาก็หัวเราะด้วยความขบขัน
“ฟังนะลูกคนเราไม่มีวันจะหยุดคิดได้ พอๆ กับที่ไม่มีวันจะหยุดหายใจได้นั่นแหละ” ท่านสาธุคุณบอกกับลูกสาว “สำหรับพ่อเองนั้นมีความเชื่ออย่างเหนียวแน่นเลยว่าไม่ว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนเราได้ทิ้งความคิดและพลังแห่งชีวิตของเราไว้ที่นั่นทั้งนั้น”
ซึ่งเฮอเมียเข้าใจดีว่าขณะพูดอยู่นั้นพ่อของเธอกำลังคิดถึงบรรยากาศในโบสถ์ซึ่งเธอเองก็เคยััได้อย่างชัดเจน พลังที่แฝงอยู่ในบรรยากาศภายในโบสถ์ดูจะมีความเข้มสูงมากจนเธอเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยอยู่เพียงลำพังทุกครั้งที่ย่างเหยียบเข้าไปในโบสถ์
เธอััความรู้สึกว่ายังมีคนอื่นๆอยู่กับเธอด้วยเสมอเพียงแต่เธอไม่สามารถมองเห็นตัวตนของพวกเขาเ่าั้ได้เท่านั้นแต่แน่นอน ครั้งหนึ่งเมื่อพวกเขายังมีชีวิตอยู่จะต้องอยู่ที่หมู่บ้านลิตเติ้ลบรูคฟิลด์ แห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
คนเ่าั้ได้นำทั้งความทุกข์และความสุขมาฝังฝากไว้ที่โบสถ์นี้ทุกความรู้สึกเ่าั้จึงกลายเป็พลังที่ดำรงอยู่ในโบสถ์เล็กๆหลังนี้ชั่วนิรันดร์ คนเ่าั้ได้ทำให้โบสถ์นี้กลายเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นที่พวกเขาเชื่อมั่นและคาดหวังไว้ว่าสถานที่อันเป็ที่สถิตแห่งพระผู้เป็เ้านั้นควรจะต้องเป็สถานศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเธอสามารถรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้ได้ ขณะเดินผ่านประตูเข้าไปภายใน
และภายในโบสถ์นี้เองที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังยังมีจิติญญาดวงอื่นๆที่ยินดีต้อนรับเธอเสมอ เป็จิติญญาที่พร้อมจะโอบอุ้มเธอไว้ด้วยความรักความคุ้มครอง ความช่วยเหลือพร้อมกันก็จะสร้างพลังใจให้เกิดขึ้นไม่ว่าเธอจะ้าพลังนั้นเมื่อใดก็ตาม
ขณะที่เธอควักเหรียญทองกินี่เหรียญนั้นออกมาจากกระเป๋ากระโปรงเธอััความรู้สึกได้เลยว่า ราวกับมีผู้คนที่เธอไม่อาจมองเห็นพวกเขาได้เข้ามายืนรายล้อมพวกเขาสามารถเข้าใจได้ดีว่าเพราะเหตุใดเธอจึงหย่อนเหรียญทองนี้ลงในตู้รับบริจาคเพื่อสงเคราะห์คนยากจน..!
เธอรู้ว่าพ่อของเธอจะนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ให้เป็ประโยชน์แก่คนเ่าั้ได้อย่างไรบ้าง..
เธอหย่อนเหรียญทองนั้นลงในช่องเพียงเสี้ยววินาทีก็ได้ยินเสียงที่มันหล่นลงกระทบก้นตู้..
จากนั้นเธอก็เดินไปคุกเข่าลงตรงราวไม้โอ๊คเก่าแก่เพื่อตั้งจิตอธิษฐานเธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาจับอยู่ที่แท่นบูชา
ช่อดอกไม้ที่แม่จัดประดับตกแต่งแท่นบูชาไว้ั้แ่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมายังคงสีสันสดใสในยามนั้น เฮอเมียรู้สึกอิ่มเอมด้วยความปีติอย่างเหลือจะกล่าว
“ข้าแต่พระองค์ขอจงทรงประทานพรให้มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแก่ข้าพเ้าด้วยเถิด...ข้าพเ้าอยากจะมีชีวิตที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์กว่าชีวิตที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันนี้”
ขณะที่อธิษฐานอยู่นั้น เธอเกือบจะรู้สึกได้ว่าราวกับตัวเองมีปีกที่พร้อมจะโอบอุ้มร่างเธอให้ลอยลิ่วขึ้นสู่ความเป็นิรันดร์ได้เช่นเดียวกับสิ่งที่อยู่ในความคิดของตนเองยามนี้ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังสามารถมองเห็นภาพตัวเองที่บินไปรอบๆโลก..โลกที่เธอช่างรู้จักน้อยนิดเสียเหลือเกิน..