เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 134 คริสติน่าเข้าแทรกแซง

            ดาบสีดำที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงมืดของทานาทอสถูกยกขึ้นสูง ราวกับว่ามันกำลังจะฟาดฟันเพื่อปิดฉากการต่อสู้นี้


            ความมืดจากดาบอันทรงพลังแผ่ขยายออกไปทั่วห้องโถง ปกคลุมทุกสิ่งด้วยความมืดมิดอันเยียบเย็น เงามืดทอประกายอย่างน่าสะพรึงกลัวจนดูเหมือนจะกลืนกินทุกอย่างให้หายไปในพริบตา


            รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของทานาทอสบ่งบอกถึงความพึงพอใจในอำนาจของตน


            【แม่งเอ้ย! ข้าต้องลงมือ...หือ?!!】


            ทว่าในขณะที่ดาบปีศาจของทานานอสกำลังจะถูกฟาดลงและถึงตัวของเขา ท่ามกลางเงามืดที่คืบคลานเข้ามาเบื้องหน้าของอนาเธอร์


            พลันเกิดกลุ่มแสงสว่างจ้าเจิดจ้าขึ้นกลางดันเจี้ยนที่มืดมิด มันแผ่กระจายออกมาและทำให้เงามืดต้องถอยห่างราวกับถูกผลักไส


            แสงนั้นเจิดจ้าจนแม้แต่ทานาทอสยังต้องชะงักและหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ


            หญิงสาวคนนั้นยื่นมือมาจับปลายดาบของเขาอย่างมั่นคง กระทั่งดาบที่เขาได้ฟาดฟันลงมา กลับถูกหยุดไว้กลางอากาศ


            “เปรี๊ยง!”


            เสียงดังกึกก้องจากการปะทะกันของพลังสวรรค์และพลังปีศาจก้องสะท้อนออกไปจนทั้งห้องสั่นสะเทือน


            “ผะ..ผู้ปกป้องวิหารศักดิ์สิทธิ์?!!”


            นัยน์ตาของอนาเธอร์เบิกกว้าง จากแสงสว่างที่สาดส่องออกมา หญิงสาวที่งดงามและทรงพลังในรูปลักษณ์ของเทวทูตปรากฏตัวขึ้น


            เธอมีปีกสิบปีกสีขาวที่แผ่ขยายอยู่ด้านหลัง ปีกนั้นเปล่งแสงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ราวกับปกคลุมไปด้วยดวงดาวนับพัน ท่วงท่าของเธอสง่างามและแฝงไว้ด้วยความยิ่งใหญ่ ใบหน้าของเธองดงามและน่าหวาดหวั่น ราวกับเป็นเทพธิดาที่พร้อมจะกำราบทุกสิ่งที่ขวางทาง


            สายตาเธอเปล่งประกายด้วยความเดือดดาล รวมถึงความโกรธที่ยากจะปกปิดเอาไว้


            “คริสติน่า ไออ้อน เมเดน...”


            ทานาทอสขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะมีใครปรากฏตัวขึ้นเพื่อขัดขวางการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขา


            “เทพปีศาจทานานอส นายกล้าดีอย่างไรถึงได้แทรกแซงดันเจี้ยนในโลกมนุษย์เช่นนี้!”


            “ไม่กลัวกฎแห่งโลกจะลงโทษหรือไง?”


            เสียงของเธอดังก้องกังวาน เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปะทุอยู่ในดวงตา


            ทานาทอสจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ผสมผสานทั้งความเย้ยหยันและความเกรี้ยวกราด


            เขากระตุกดาบออกจากการจับกุมของเธอด้วยแรงสะบัดที่ทรงพลัง ทำให้หญิงสาวต้องปลิวกระเด็นถอยหลังไปไกล


            “เทวทูตเอาแต่แทรกแซง ข้าจะทำอะไรก็เรื่องของข้า ไม่ใช่ธุระของพวกเจ้า!”


            เขาคำรามออกมาอย่างไม่พอใจ เปลวเพลิงสีดำที่ลุกโชนบนดาบของเขาสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะท้าทายพลังแห่งสวรรค์ตรงหน้า


            อนาเธอร์มองหญิงสาวเทวทูตที่ปรากฏตัวขึ้นด้วยความตกตะลึง รู้สึกถึงคลื่นพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอ มันทำให้ความกลัวและความอ่อนล้าในใจของเขาค่อยๆจางหายไป และถูกแทนที่ด้วยความหวังและความกล้าที่ได้รับการฟื้นฟู


            “ดินแดนนี้อยู่ภายใต้การปกป้องของเหล่าเทพเจ้า การที่เจ้ามาแทรกแซงโดยไม่คิดถึงกฎแห่งสมดุล ถือเป็นการล่วงละเมิดอย่างร้ายแรง”


            “และตัวของข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้กระทำตามอำเภอใจอีกต่อไป ยิ่งกับผู้สืบทอดพลังของเทพเจ้าถึงสององค์!”


            หญิงสาวหันมองทานาทอสด้วยความเยือกเย็น ใบหน้าของเธอยังคงฉายแววโกรธกร้าว


            “เจ้าคิดว่าเพียงแค่เทวทูตตนเดียวจะสามารถหยุดยั้งข้าได้อย่างนั้นหรือ?”


            ทานาทอสหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหยามเหยียด เขากล่าวพร้อมกับควงดาบในมือ แผ่พลังมืดที่หนาวเหน็บและเย็นยะเยือกออกมาอีกครั้ง


            พลังแห่งความมืดมิดไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาราวกับกระแสน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด


            แต่เทวทูตสาวไม่สะทกสะท้าน เธอค่อยๆยกมือขึ้น พลังแห่งแสงสว่างสีทองเปล่งประกายออกจากฝ่ามือของเธอ


            ดวงตาสีฟ้าของเธอจ้องมองทานาทอสด้วยความแน่วแน่ เธอเริ่มร่ายเวทมนตร์โบราณที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งสวรรค์ แสงสว่างที่ลอยออกมาจากตัวเธอห่อหุ้มร่างของอนาเธอร์และปกป้องเขาจากพลังมืดที่แผ่กระจายอยู่ในห้องโถง


            “เราจะไม่ปล่อยให้กระทำตามอำเภอใจ!”


            เทวทูตสาวกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า แสงสีทองในมือของเธอเปล่งประกายจ้า


            ก่อนจะก่อตัวเป็นดาบแห่งแสงอันศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ในอากาศ ดาบแห่งแสงนั้นลอยอยู่เหนือศีรษะของเธอ ส่องแสงสว่างเจิดจ้าจนปกคลุมความมืดทั้งปวง


            “อย่าดีแต่พูด.. อยากสู้ก็เข้ามา!”


            ทานาทอสจ้องมองดาบแห่งแสงนั้นด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความหวาดระแวง


            และรู้ดีว่าพลังแห่งสวรรค์นี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่แม้จะรู้เช่นนั้น เขาก็ไม่คิดจะถอยหนี เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น ปล่อยพลังความมืดออกมาจนเกิดเป็นเปลวเพลิงสีดำขนาดใหญ่ขึ้นรอบตัว


            ดาบแห่งความมืดในมือของเขาแผ่พลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางทาง


            “ถ้าเช่นนั้นก็มาเถิด! ข้าจะทำลายแสงของเจ้าด้วยความมืดของข้าเอง!”


            ทานาทอสตะโกนก้อง ก่อนจะพุ่งเข้าหาเทวทูตสาวด้วยดาบสีดำที่แผ่พลังแห่งความมืดออกมาอย่างเต็มที่ ดาบของเขาฟาดฟันเข้าหาดาบแห่งแสงที่เธอสร้างขึ้น


            การปะทะกันของสองพลังที่ทรงอำนาจทำให้เกิดเสียงระเบิดก้องกังวานไปทั่วทั้งดันเจี้ยน แรงปะทะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ เศษซากของผืนดินแตกกระจายไปทั่ว บ่งบอกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่เกินบรรยาย


            “นะ..นี่คือพลังของเทพเจ้า?!!”


            อนาเธอร์มองภาพการปะทะกันอย่างสุดตื่นตะลึง เขาไม่เคยเห็นพลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน แสงสว่างจากดาบแห่งสวรรค์และความมืดจากดาบปีศาจต่อสู้กันอย่างดุเดือด สะท้อนถึงการต่อสู้ของสองอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครยอมใคร


            การปะทะยังคงดำเนินต่อไป เทวทูตสาวและทานาทอสผลัดกันฟาดฟันด้วยพลังอันมหาศาล


            ทว่าพลังแห่งสวรรค์ดูจะมีอำนาจที่แกร่งกล้ายิ่งกว่า แสงสว่างจากดาบแห่งสวรรค์ค่อยๆทำลายความมืดของทานาทอสลงไปทีละนิด


            ทานาทอสจ้องมองคริสติน่า เทวทูตสิบปีกที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ในขณะที่เธอแสดงพลังแสงศักดิ์สิทธิ์อันน่าเกรงขามออกมา เขากลับยกดาบด้วยท่าทีที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นชัดว่าเขาไม่ได้จริงจังต่อสู้กับเธอแม้แต่น้อย


            “จริงสิ.. เจ้าเด็กผู้มีพลังของซุนหงอคงและโอดิน”


            จากนั้นทานาทอสก็เหลือบสายตาลงไปยังตัวของอนาเธอร์ที่ยืนอยู่เบื้องล่าง ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผลและอ่อนล้าจากการต่อสู้ที่ผ่านมา


            “ตายซะ!”


            เขายกยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเสี้ยวพลังออกไป ทันใดนั้นแสงดาบสีดำก็บาดฟาดผ่านกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าหาอนาเธอร์ด้วยความรวดเร็ว ทำให้คริสติน่าต้องตาเบิกโพรง ใบหน้าของนางซีดขาวและพยายามจะพุ่งตัวออกไปช่วยเหลือ


            “ฉัวะ”


            ในชั่วพริบตา เสียงดาบแหวกอากาศดังก้องกังวาน และแสงดาบนั้นได้ตัดผ่านร่างของอนาเธอร์ออกเป็นสองส่วน


            “อะ..ไอ้เวรทานาทอส!”


            ร่างของอนาเธอร์กระตุกเบาๆ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวด สัมผัสถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา


            ร่างกายของเขาอ่อนแรงจนไม่สามารถต้านทานได้ เลือดสดๆพุ่งออกมาจากปากของเขาเป็นสายใหญ่ และร่างจำแลงแห่งโอดินที่สวมชุดเกราะสีทองอร่ามพลันสลายหายไปทันที


            อนาเธอร์ทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตาเริ่มพร่ามัว สติของเขาเริ่มลางเลือน


            แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงเสียงหัวเราะเบาๆของทานาทอส แฝงความหยามเหยียดอย่างไร้ปรานี


            “ฮ่าฮ่าฮ่า แค่เกราะแสงแบบนั้นป้องกันการโจมตีของข้าไม่ได้หรอก”


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน