ดาบสีดำที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงมืดของทานาทอสถูกยกขึ้นสูง ราวกับว่ามันกำลังจะฟาดฟันเพื่อปิดฉากการต่อสู้นี้
ความมืดจากดาบอันทรงพลังแผ่ขยายออกไปทั่วห้องโถง ปกคลุมทุกสิ่งด้วยความมืดมิดอันเยียบเย็น เงามืดทอประกายอย่างน่าสะพรึงกลัวจนดูเหมือนจะกลืนกินทุกอย่างให้หายไปในพริบตา
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของทานาทอสบ่งบอกถึงความพึงพอใจในอำนาจของตน
【แม่งเอ้ย! ข้าต้องลงมือ...หือ?!!】
ทว่าในขณะที่ดาบปีศาจของทานานอสกำลังจะถูกฟาดลงและถึงตัวของเขา ท่ามกลางเงามืดที่คืบคลานเข้ามาเบื้องหน้าของอนาเธอร์
พลันเกิดกลุ่มแสงสว่างจ้าเจิดจ้าขึ้นกลางดันเจี้ยนที่มืดมิด มันแผ่กระจายออกมาและทำให้เงามืดต้องถอยห่างราวกับถูกผลักไส
แสงนั้นเจิดจ้าจนแม้แต่ทานาทอสยังต้องชะงักและหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ
หญิงสาวคนนั้นยื่นมือมาจับปลายดาบของเขาอย่างมั่นคง กระทั่งดาบที่เขาได้ฟาดฟันลงมา กลับถูกหยุดไว้กลางอากาศ
“เปรี๊ยง!”
เสียงดังกึกก้องจากการปะทะกันของพลังสวรรค์และพลังปีศาจก้องสะท้อนออกไปจนทั้งห้องสั่นสะเทือน
“ผะ..ผู้ปกป้องวิหารศักดิ์สิทธิ์?!!”
นัยน์ตาของอนาเธอร์เบิกกว้าง จากแสงสว่างที่สาดส่องออกมา หญิงสาวที่งดงามและทรงพลังในรูปลักษณ์ของเทวทูตปรากฏตัวขึ้น
เธอมีปีกสิบปีกสีขาวที่แผ่ขยายอยู่ด้านหลัง ปีกนั้นเปล่งแสงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ราวกับปกคลุมไปด้วยดวงดาวนับพัน ท่วงท่าของเธอสง่างามและแฝงไว้ด้วยความยิ่งใหญ่ ใบหน้าของเธองดงามและน่าหวาดหวั่น ราวกับเป็นเทพธิดาที่พร้อมจะกำราบทุกสิ่งที่ขวางทาง
สายตาเธอเปล่งประกายด้วยความเดือดดาล รวมถึงความโกรธที่ยากจะปกปิดเอาไว้
“คริสติน่า ไออ้อน เมเดน...”
ทานาทอสขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะมีใครปรากฏตัวขึ้นเพื่อขัดขวางการโจมตีครั้งสุดท้ายของเขา
“เทพปีศาจทานานอส นายกล้าดีอย่างไรถึงได้แทรกแซงดันเจี้ยนในโลกมนุษย์เช่นนี้!”
“ไม่กลัวกฎแห่งโลกจะลงโทษหรือไง?”
เสียงของเธอดังก้องกังวาน เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปะทุอยู่ในดวงตา
ทานาทอสจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ผสมผสานทั้งความเย้ยหยันและความเกรี้ยวกราด
เขากระตุกดาบออกจากการจับกุมของเธอด้วยแรงสะบัดที่ทรงพลัง ทำให้หญิงสาวต้องปลิวกระเด็นถอยหลังไปไกล
“เทวทูตเอาแต่แทรกแซง ข้าจะทำอะไรก็เรื่องของข้า ไม่ใช่ธุระของพวกเจ้า!”
เขาคำรามออกมาอย่างไม่พอใจ เปลวเพลิงสีดำที่ลุกโชนบนดาบของเขาสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะท้าทายพลังแห่งสวรรค์ตรงหน้า
อนาเธอร์มองหญิงสาวเทวทูตที่ปรากฏตัวขึ้นด้วยความตกตะลึง รู้สึกถึงคลื่นพลังแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอ มันทำให้ความกลัวและความอ่อนล้าในใจของเขาค่อยๆจางหายไป และถูกแทนที่ด้วยความหวังและความกล้าที่ได้รับการฟื้นฟู
“ดินแดนนี้อยู่ภายใต้การปกป้องของเหล่าเทพเจ้า การที่เจ้ามาแทรกแซงโดยไม่คิดถึงกฎแห่งสมดุล ถือเป็นการล่วงละเมิดอย่างร้ายแรง”
“และตัวของข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้กระทำตามอำเภอใจอีกต่อไป ยิ่งกับผู้สืบทอดพลังของเทพเจ้าถึงสององค์!”
หญิงสาวหันมองทานาทอสด้วยความเยือกเย็น ใบหน้าของเธอยังคงฉายแววโกรธกร้าว
“เจ้าคิดว่าเพียงแค่เทวทูตตนเดียวจะสามารถหยุดยั้งข้าได้อย่างนั้นหรือ?”
ทานาทอสหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหยามเหยียด เขากล่าวพร้อมกับควงดาบในมือ แผ่พลังมืดที่หนาวเหน็บและเย็นยะเยือกออกมาอีกครั้ง
พลังแห่งความมืดมิดไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาราวกับกระแสน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด
แต่เทวทูตสาวไม่สะทกสะท้าน เธอค่อยๆยกมือขึ้น พลังแห่งแสงสว่างสีทองเปล่งประกายออกจากฝ่ามือของเธอ
ดวงตาสีฟ้าของเธอจ้องมองทานาทอสด้วยความแน่วแน่ เธอเริ่มร่ายเวทมนตร์โบราณที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งสวรรค์ แสงสว่างที่ลอยออกมาจากตัวเธอห่อหุ้มร่างของอนาเธอร์และปกป้องเขาจากพลังมืดที่แผ่กระจายอยู่ในห้องโถง
“เราจะไม่ปล่อยให้กระทำตามอำเภอใจ!”
เทวทูตสาวกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้า แสงสีทองในมือของเธอเปล่งประกายจ้า
ก่อนจะก่อตัวเป็นดาบแห่งแสงอันศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ในอากาศ ดาบแห่งแสงนั้นลอยอยู่เหนือศีรษะของเธอ ส่องแสงสว่างเจิดจ้าจนปกคลุมความมืดทั้งปวง
“อย่าดีแต่พูด.. อยากสู้ก็เข้ามา!”
ทานาทอสจ้องมองดาบแห่งแสงนั้นด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความหวาดระแวง
และรู้ดีว่าพลังแห่งสวรรค์นี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่แม้จะรู้เช่นนั้น เขาก็ไม่คิดจะถอยหนี เขากระชับดาบในมือแน่นขึ้น ปล่อยพลังความมืดออกมาจนเกิดเป็นเปลวเพลิงสีดำขนาดใหญ่ขึ้นรอบตัว
ดาบแห่งความมืดในมือของเขาแผ่พลังที่สามารถทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางทาง
“ถ้าเช่นนั้นก็มาเถิด! ข้าจะทำลายแสงของเจ้าด้วยความมืดของข้าเอง!”
ทานาทอสตะโกนก้อง ก่อนจะพุ่งเข้าหาเทวทูตสาวด้วยดาบสีดำที่แผ่พลังแห่งความมืดออกมาอย่างเต็มที่ ดาบของเขาฟาดฟันเข้าหาดาบแห่งแสงที่เธอสร้างขึ้น
การปะทะกันของสองพลังที่ทรงอำนาจทำให้เกิดเสียงระเบิดก้องกังวานไปทั่วทั้งดันเจี้ยน แรงปะทะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ เศษซากของผืนดินแตกกระจายไปทั่ว บ่งบอกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่เกินบรรยาย
“นะ..นี่คือพลังของเทพเจ้า?!!”
อนาเธอร์มองภาพการปะทะกันอย่างสุดตื่นตะลึง เขาไม่เคยเห็นพลังที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน แสงสว่างจากดาบแห่งสวรรค์และความมืดจากดาบปีศาจต่อสู้กันอย่างดุเดือด สะท้อนถึงการต่อสู้ของสองอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครยอมใคร
การปะทะยังคงดำเนินต่อไป เทวทูตสาวและทานาทอสผลัดกันฟาดฟันด้วยพลังอันมหาศาล
ทว่าพลังแห่งสวรรค์ดูจะมีอำนาจที่แกร่งกล้ายิ่งกว่า แสงสว่างจากดาบแห่งสวรรค์ค่อยๆทำลายความมืดของทานาทอสลงไปทีละนิด
ทานาทอสจ้องมองคริสติน่า เทวทูตสิบปีกที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ในขณะที่เธอแสดงพลังแสงศักดิ์สิทธิ์อันน่าเกรงขามออกมา เขากลับยกดาบด้วยท่าทีที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจ เผยให้เห็นชัดว่าเขาไม่ได้จริงจังต่อสู้กับเธอแม้แต่น้อย
“จริงสิ.. เจ้าเด็กผู้มีพลังของซุนหงอคงและโอดิน”
จากนั้นทานาทอสก็เหลือบสายตาลงไปยังตัวของอนาเธอร์ที่ยืนอยู่เบื้องล่าง ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยบาดแผลและอ่อนล้าจากการต่อสู้ที่ผ่านมา
“ตายซะ!”
เขายกยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเสี้ยวพลังออกไป ทันใดนั้นแสงดาบสีดำก็บาดฟาดผ่านกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าหาอนาเธอร์ด้วยความรวดเร็ว ทำให้คริสติน่าต้องตาเบิกโพรง ใบหน้าของนางซีดขาวและพยายามจะพุ่งตัวออกไปช่วยเหลือ
“ฉัวะ”
ในชั่วพริบตา เสียงดาบแหวกอากาศดังก้องกังวาน และแสงดาบนั้นได้ตัดผ่านร่างของอนาเธอร์ออกเป็นสองส่วน
“อะ..ไอ้เวรทานาทอส!”
ร่างของอนาเธอร์กระตุกเบาๆ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวด สัมผัสถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา
ร่างกายของเขาอ่อนแรงจนไม่สามารถต้านทานได้ เลือดสดๆพุ่งออกมาจากปากของเขาเป็นสายใหญ่ และร่างจำแลงแห่งโอดินที่สวมชุดเกราะสีทองอร่ามพลันสลายหายไปทันที
อนาเธอร์ทรุดลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง สายตาเริ่มพร่ามัว สติของเขาเริ่มลางเลือน
แต่ยังคงสัมผัสได้ถึงเสียงหัวเราะเบาๆของทานาทอส แฝงความหยามเหยียดอย่างไร้ปรานี
“ฮ่าฮ่าฮ่า แค่เกราะแสงแบบนั้นป้องกันการโจมตีของข้าไม่ได้หรอก”