มรดกเทพอยู่ในกายข้า+7!!

    ตอนที่40

    เสี่ยวเอ้อตาลุกวาวแล้วรีบตอบซูเฉินทันที"ไม่ทราบว่านายน้อยทราบเรื่องอะไรขอรับ""ตระกูลจ้าวเป็นเช่นไรตอนนี้""ตระกูลจ้าวตอนนี้ตกต่ำมากขอรับ เนื่องจากไม่นานมานี้เกิดเหตุภัยพิบัติภายในตระกูลของเขาและพื้นที่เสียหายไปกว่า40ส่วน พวกเขาต่างออกมาขายทรัพย์สินหลายอย่างเพื่อนำไปซ่อมบำรุงขอรับ"เมื่อได้ยินเช่นนั้นซูเฉินก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย ดูเหมือนตระกูลจ้าวจะโดนเขาเล่นหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน"แล้วตอนนี้มีอะไรที่น่าสนใจภายในเมืองหลวงหรือไม่"ซูเฉินต้องการหาอะไรทำระหว่างรอให้*สุสานนักปรุงยา*เปิด"นายน้อยท่านคงมาจากนอกเมืองหลวงแน่ๆ ท่านถึงไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ข้าสามารถบอกท่านได้ว่าท่านมาได้ถูกจังหวะจริงๆ ตอนนี้คาราวานมังกรปฐพีได้มาถึงเมืองหลวงนี้แล้ว""คาราวานมังกรปฐพี? มันคืออะไร?"ซูเฉินถามเสี่ยวเอ้อด้วยสงสัย"คาราวานมังกรปฐพีเป็นคาระวาลที่เดินทางไปทั่วทวีปวารีพิสุทนี้เพื่อจัดการประมูลในสถานที่ต่างๆในการจัดประมูลของพวกเขานั้นมีแต่ของล้ำค่าแสนหายากมากมายจากทั่วทวีป 5ปีครั้งพวกเขาจะมายังอาณาจักรพันบุบผาเพื่อจัดประมูล ข้าถึงบอกท่านว่าท่านนั้นมาถูกเวลาจริงๆ"ซูเฉินได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย เขารู้สึกสนใจการประมูลนี้เสียแล้ว"ข้าต้องทำยังไงเพื่อเข้าการประมูลได้""ทุกคนสามารถเข้าร่วมการประมูลได้ขอรับ แต่สามารถเขาร่วมได้เพียงการประมูลระดับล่างเท่านั้นการที่จะเข้าประมูลระดับกลางและระดับสูงต้องมียอดเงินหรือทรัพย์สินเพียงพอในการเข้าประมูลขอรับ""แล้วข้าต้องมีเงินเท่าไรถึงจะสามารถเข้าประมูลระดับกลางและระดับสูงได้""การประมูลระดับกลางต้องมีเงินหรือทรัพย์สินรวม5,000เหรียญทอง ส่วนระดับสูงต้องมีเงินหรือทรัพย์สินรวมกว่า50,000เหรียญทองขอรับ"ซูเฉินพยักหน้าตอนนี้ในมือของเขามีเงินกว่า70,000เหรียญทองแล้ว เนื่องจากเขาได้มาเพิ่มจากแหวนมิติของทั้ง4คน โดยที่แหวนมิติของปีศาจนั้นมีเงินกว่า10,000เหรียญทองและตามมาด้วยหวังชุนและหวังฉินที่มีอยู่คนละประมาณ4,000-5,000เหรียญทอง แต่ซูเฉินรู้สึกไม่พอใจ เงินเพียงเท่านี้เขามั่นใจว่าสามารถประมูลได้1ชิ้นแน่นอนในการประมูลระดับสูงแต่ถ้ามีชิ้นที่สองที่เขาอยากได้ เกรงว่าเงินเพียง70,000เหรียญทองคงไม่เพียงพอ เมื่อคิดเช่นนั้นได้แววตาของซูเฉินก็แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และหันไปพูดกับเสี่ยวเอ่อว่า"เจ้ามีสถานที่ที่ข้าสามารถทำเงินได้อย่างรวดเร็วหรือไม่"เสี่ยวเอ้อเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของซูเฉินจากนั้นเขาก็นำทางซูเฉินไปทันที"ตามข้าน้อยมาเลยขอรับ"จากนั้นเสี่ยวเอ่อพาซูเฉินเดินออกจากโรงเตี้ยมแล้วเข้าไปในภายในซอยหนึ่งจากนั้นทั้งสองเดินลัดเลาะกว่า10นาทีก่อนจะมาหยุดอาคารเก่าอาคารหนึ่ง ก็อกๆๆ เสี่ยวเอ้อเคาะประตูสามครั้งก่อนมีเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น"ผู้ใด!""มารดาเจ้า!"เสี่ยวเอ้อตอบเจ้าเสียงทำเอาซูเฉินเกือบสะดุดขาตัวเองล้ม แอ็ดดด!ประตูเปิดออกโดยชายหัวล้านร่างยักษ์ เสี่ยวเอ้อและเขาพยักหน้าให้กันก่อนที่เขาจะหลบทางให้ซูเฉินและเสี่ยวเอ้อเดินเข้าไปภายในนั้นแตกต่างจากข้างนอกราวฟ้ากับเหว ภายในนั้นตกแต่งอย่างหรูหราและโอ่อ่า เหล่าผู้กว่า100คนต่างส่งเสียงเฮฮากันอยู่ภายในที่แห่งนี้ ซูเฉินมองไปยังฝูงคน เขาเห็นว่าผู้คนเหล่านี้กำลังเล่นการพนันต่างๆกันอยู่ ที่นี้มีทั้งลูกเต๋า สัตว์อสูรที่กำลังต่อสู้ ไพ่ที่ทำจากแผนเหล็ก หรือแม้แต่ทอยเหรียญ(หัวก้อย)ก็มีเช่นกัน เสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านข้างนั้นได้กระซิบกับซูเฉินว่า "นายน้อยท่านควรเล่นทอยเหรียญน่ะขอรับ โอกาสชนะของท่านมีถึง50ส่วน"ซูเฉินเหลือบมองเสี่ยวเอ้อก่อนพูดว่า"อันในชนะแล้วได้เงินดีสุด""นี้....นายน้อยท่านเอาจริงรึ อ่ะ การแข่งสัตว์อสูรขอรับ ไม่มีการกำหนดการลงขั้นต่ำและสูงสุด ท่านสามารถเดิมพันเท่าไรก็ได้"เสี่ยวเอ้อพยามห้ามซูเฉินแต่เมื่อเขาเห็นสายตาที่มองมา เขาทำได้แต่พูดตามที่ซูเฉินอยากรู้เท่านั้น ขณะนั้นเองเสียงผู้คนก็ดังขึ้นทำให้ซูเฉินหันไปสนใจ"เร็วเข้า เซียนน้อย โม่จวิ้นมาแล้ว!"