[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

196 อสรพิษตงฟาง!

“ต้องทำงานภายใต้คำสั่งของทหารเท่านั้นสินะ”


ตงฟางมองดูผู้คนที่อยู่ใจกลางเมืองซ่ง พลางมองไปยังตึกยันต์สวรรค์ของเขาที่เคยตั้งตระหง่านตาใกล้กับใจกลางเมือง ตอนนี้มันกลายเป็นตึกพังๆไปแล้ว แม้จะสร้างมาจากแร่ระดับ 5 ก็ตามที ก่อนบินหนีในวันที่ปีศาจราชันปรากฎตัวเขาได้ใช้พลังจิตสลายตึกให้กลายเป็นแร่ไปราว 50 % ทำให้ตึกใช้การไมได้


จากการพูดคุยกับทหารหน้าประตูเมืองฝั่งที่เขาเข้ามา ตงฟางรู้ว่าตัวของเขาจะเคลื่อนไหวตามคำสั่งของทหารเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวันปกติหรือว่าวันธรรมดา จะต้องมีคำสั่งเขาจึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้


เขาที่เข้ามาใหม่จึงเดินสำรวจผู้คนมากมาย แม้จะใช้ตาทิพย์สำรวจได้ก็ตาม มันกลับไม่มีสีสัน เขาอยากเห็นเสื้อผ้าของสถาบันอื่นๆทั้ง 16 สถาบันที่ถูกส่งมาต่อสู้ในเมืองแห่งนี้ จึงเดินดูด้วยตาตัวเอง


“ระดับราชาวิญญาณไม่อยู่ที่นี่สินะ”


ตงฟางมองไปรอบๆ ทุกคนที่อยู่กลางเมืองล้วนแล้วเป็นกลุ่มคนที่เตรียมพร้อมจะเดินทางออกไปนอกเมืองเพื่อกวาดล้างปีศาจที่เล็ดลอดจากสงคราม อย่างไรก็ตามเขากลับสงสัยเรื่องแกนพลังวิญญาณของปีศาจจึงพยายามยืนรอให้ระดับราชาวิญญาณสักคนปรากฎตัว จะได้ถามเพื่อคลายความสงสัย


“ใครคือเจ้าของชื่อตงฟางจากสถาบันเฟยเทียน!”


เสียงประกาศดังก้องมาจากทางฝั่งบ้านเจ้าเมืองซ่ง ตงฟางจึงเป็นฝ่ายยกมือตอบรับเสียงเรียก  ทุกคนที่รู้สึกคุ้นกับชื่อต่างมองจ้องมายังเขาที่สวมใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าไม่ให้ใครเห็น รู้เพียงแค่ว่าเขาสวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้ม มีผมสีดำ เป็นศิษย์หลักจากนิกายเฟยเทียนเท่านั้น 


ระหว่างที่ตงฟางยกมือตอบรับเสียงเรียกชื่อนี้เอง แผ่นป้ายเหล็กบางอย่างก็ถูกปามาจากทิศทางของบ้านเจ้าเมืองพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความรวดเร็วตงฟางจึงยกมือคว้าหยิบมัน


หมับ~!


“รับป้าย ต่อจากนี้ไปเจ้าจะได้รับหน้าที่ให้ออกกวาดล้างที่แนวหน้ากับหน่วยที่ 1”


ตงฟางย่นคิ้วเขาไม่รู้ว่าหน่วยที่ 1 เป็นหน่วยอะไร ถึงอย่างนั้นความสงสัยของเขากลับได้รับคำตอบจากผู้คนที่อยู่รอบๆ จนเขาฉีกยิ้มกว้างหลังจากรู้ว่าพวกที่ต้องการฆ่าเขาลงมือแล้ว ด้วยการส่งข่าวมายังเมืองซ่งแห่งนี้ อย่างไรก็ตามผ่านไป 3 ปีคนเหล่านี้ยังไม่เคยเห็นหน้าตงฟาง เขาที่สวมใส่หน้ากากเอาไว้จึงยังไม่ถูกเปิดโปงแผนการที่เขาจะทำต่อจากนี้


โดยหน่วยที่ 1 จากที่ตงฟางแอบฟัง เขารู้ว่ามันเป็นหน่วยเก็บกวาดที่จะออกทำงานในทุกๆวันไม่มีวันพัก ทุกๆสถาบันจะต้องส่งศิษย์เข้าร่วมหน่วยนี้10คนต่อวัน จะสับเปลี่ยนทุกวันก็ได้เพียงแต่ต้องมีจำนวนครบ 10 คน ทว่าตงฟางกลับมาคนเดียวทำให้เขาต้องออกเดินทางไล่ล่าทุกวัน หากเป็นเมื่อก่อนเขาจะโกรธมาก ตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายดีใจเพราะจะได้ฆ่าปีศาจทุกๆวันเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง


“ยังทันอยู่สินะ”


สองเท้าพุ่งตัวไปยังประตูทิศเหนือ หน่วยที่ 1 ยังคงรวมตัวกันด้านหน้าประตูไม่ได้เดินทางออกไปไหน ตงฟางจึงรีบพุ่งเข้าไปรวมกลุ่มกับคนราว 500 คนที่จะเดินทางออกไปนอกเมือง ทันทีที่ตงฟางมาถึงเสียงเรียกชื่อของเขาก่อนหน้าที่มันดังไปทั่วเมืองก็ทำให้ใครหลายๆคนตื่นตระหนกตกใจ หลังจากนึกขึ้นได้เกี่ยวกับเจ้าของชื่อนี้


“อสรพิษตงฟาง!”


“นี่มันชื่อของอสรพิษตงฟาง เขาตายไปแล้วหนิ ทำไมถึง”


“บ้าน่า คนตายแล้วจะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร


“แล้วเขาหายไปไหนถึง 3 ปีถ้าไม่ตาย”


“หรือว่าผู้นำนิกายจะปกปิดเรื่องของเขาเอาไว้ ต้องใช่แน่ สถาบันเฟยเทียนปกปิดตัวตนของเขาเอาไว้”


ศิษย์หลักที่มาจากเมืองหลงไห่ล้วนแล้วถอยห่างจากตงฟาง ศิษย์หลักสถาบันอื่นที่มาจากต่างเมืองล้วนแล้วมองตงฟางด้วยความสนใจ เนื่องจากชื่อตงฟางไม่มีใครไม่รู้จัก ชายผู้ใช้พิษฆ่าคนนับหมื่นที่ตามล่า เป็นวิธีการที่เหี้ยมโหด แต่มันกลับเป็นวิธีของพวกขี้ขลาดตาขาว จนมีเรื่องเล่าว่าเขาเป็นผู้ที่อ่อนแอจนพึ่งพิษ


“เจ้าสินะตงฟาง ข้าไม่นึกเลยว่าจะมาเจอเจ้า เรื่องเมื่อ 3 ปีก่อนของเจ้าทำให้คนจำนวนมากโกรธแค้นไม่น้อยเลยเจ้ารู้ตัวไหม”


ชายกล้ามโตยกขวานขนาดใหญ่เดินเข้ามาใกล้ตงฟาง เขากลับไม่ตอบอะไรมาก ทำเพียงแค่กางกรงเล็บด้วยทักษะโลหิตสลายกระดูกจนมือทั้งสองข้างของเขากลายเป็นสีดำ ทุกคนที่มองเห็นพิษบนมือของตงฟางล้วนแล้วถอยห่างด้วยความกลัว


“เหอะ ก็แค่พิษกระจอกๆ เจ้าคิดว่ามันจะฆ่าข้าคนนี้ได้อย่างนั้นเหรอ หากเจ้าโจมตีไม่โดนมันก็ไร้ความหมาย คนอ่อนแอเช่นเจ้าทำได้เพียงแค่พึ่งพิษเท่านั้นแหละ”


“ฮ่าๆๆ ศิษย์พี่ท่านก็พูดเกินไป ข้าได้ข่าวมาว่าตอนเขาเป็นศิษย์สายในเขามีพลังวิญญาณต่ำกว่าคนอื่นๆ พอเป็นศิษย์หลักเขาก็มีพลังต่ำกว่าคนอื่นๆ ไม่แปลกหรอกที่เขาจะใช้พิษ” 


ชายร่างผอมถือคันธนูเดินเข้ามาใกล้ๆตงฟางพลางหัวเราะลั่น คนที่อยู่รอบๆล้วนยิ้มไปด้วยกันกับคำพูดหยอกล้อของคนทั้งสอง


“ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่า 3 ปีที่เขาหายไป เขาจะพัฒนาไปได้มากแค่ไหน แต่ก็คงจะมีพลังรั้งท้ายศิษย์หลักในสถาบันเช่นเดิมแหละ ฮ่าๆๆๆ”


“ถรุย~!”


น้ำลายจากชายกล้ามโตลอยมายังตงฟางหลังจากมันถากถางเขาด้วยคำพูด ยังไม่ทันที่น้ำลายจะกระเด็นโดนเสื้อร่างของตงฟางก็หายไปต่อหน้าทุกๆคน ก่อนจะมีเสียงบางอย่างเกิดขึ้นโดยที่ทุกคนไม่สามารถมองตามได้ เมื่อจู่ๆชายกล้ามโตที่พ่นน้ำลายถูกตงฟางใช้มือซ้ายจับไปยังคอของมันแล้วทุ่มลงกระแทกพื้นจนมันนอนแน่นิ่งไม่มีแม้กระทั่งเสียงร้อง


“เจ้า เจ้ากล้าโจมตีศิษย์พี่ของข้า เจ้ารู้ไหมว่าสถาบันของเราเป็นสถา”


ตู้ม!


ชายร่างผมลอยละลิ่วปลิวไปชนเข้ากับบ้านหลังหนึ่งจนถล่มลงมาทับตัวของมัน ทุกคนที่ไม่สามารถตามทันความเร็วของตงฟางต่างเบิกตากว้างแล้วถอยห่างจากตัวของเขา เหล่าทหารที่เห็นศิษย์ต่างสถาบันทะเลาะกันพวกเขากลับปล่อยผ่าน การที่คนจากสถาบันต่างๆกล้าลงมือในเขตเมืองที่พวกเขาใช้เป็นค่ายพักจะมีโทษตามมาทีหลัง เหล่าทหารจึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง


“เอาล่ะ ได้เวลาแล้วที่พวกเราจะเดินทางออกไปข้างนอก”


ระดับราชาวิญญาณที่เดินเข้ามารวมกลุ่มชักดาบออกมาเตรียมพร้อม ทำให้ศิษย์สถาบันต่างๆเรียกใช้วิญญาณยุทธ์  หากพวกเขาไม่ใช้งานตอนนี้เมื่อใดก็ตามที่เดินทางออกจากเมือง  พวกเขาจะไม่มีโอกาสได้ใช้งานเพราะปีศาจจะไม่ให้โอกาสพวกเขา


แอด~!!


บานประตูใหญ่ยักษ์ค่อยๆเปิดเพื่อส่งทหารเมืองซ่งและศิษย์สถาบันทั้ง 16 ออกไปนอกเมือง


“เดินหน้าได้!”


กลุ่มคนมากมายเดินออกไปนอกเมืองเป็นกลุ่มก้อน เว้นแต่ตงฟางที่ถูกทิ้งให้เดินอยู่ข้างหลังเพียงคนเดียว สำหรับการอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ตงฟางวางแผนการล่าเอาไว้ 2 อย่างด้วยกัน หนึ่งล่าในตอนกลางวัน เขาจะสวมใส่หน้ากากอยู่ในรูปลักษณ์ตงฟาง ผู้ที่ถูกส่งมาจากสถาบันเฟยเทียน การใช้รูปลักษณ์นี้ของเขาจะทำให้คนที่จับตาดูเขาสามารถส่งเรื่องกลับไปยังสถาบันเพื่อรายงานว่าเขามาทำภารกิจจริงๆ


ส่วนการล่าตอนกลางคืนเขาจะไปในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยรูปแบบนั้นเขาคิดว่าจะเป็นรูปแบบสังหารที่เน้นฆ่าปริมาณมาก เขาไม่มีเวลาแล้วจึงต้องรีบเพิ่มพลัง คนที่เขาจะแข่งขันไม่ใช่คนของสถาบันทั้ง 16 แต่เป็นคนจากเมืองหลวงที่ต้องการเอาชีวิตเขา ตงฟางจึงต้องรีบเพิ่มพลังและสร้างความโดดเด่นในการประลองเพื่อให้เขามีคนหนุนหลังในตอนเดินทางไปเมืองหลวง


“ทุกคนจงระวัง”


เหล่าทหารเริ่มจัดกระบวนทัพศิษย์หลักของทุกๆสถาบันเริ่มเตรียมค่ายกล ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงจุดที่ปีศาจและมนุษย์ปะทะกันแล้วจึงต้องระวังตัวให้มาก ปีศาจนั้นเจ้าเล่ห์มาก หากไม่ระวังพวกมันพร้อมจะกระโจนออกมาจากซากศพฆ่าพวกเขาทุกๆคน


ภายใต้สายตาของตงฟางที่สำรวจรอบๆเขาก็พบเข้ากับศพมากมายส่งกลิ่นเน่าเหม็นลอยตลบอบอวน ไม่ใช่แค่ศพของปีศาจเท่านั้น ศพของทหารและศิษย์ต่างๆล้วนนอนตายเกลื่อน การที่พื้นที่แห่งนี้หลงเหลือศพไม่มีใครเข้ามาเก็บเป็นเพราะว่ามันเป็นสนามรบ เต็มไปด้วยการซุ่มโจมตี ทุกคนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้จึงถูกทิ้งเอาไว้


ตู้ม~!


“ไอ้พวกมนุษย์ตายซะ!”


เสียงร้องเต็มไปด้วยความโกรธดังออกมาจากปีศาจตนหนึ่งที่กระโจนออกมาจากซากศพ ทุกคนที่เห็นมันกระโจนไปยังชายสวมชุดสีน้ำเงินที่เดินอยู่แนวหลังเพียงคนเดียวต่างพากันยิ้มเยาะอยากเห็นตงฟางตาย แต่ปีศาจที่กระโจนเข้าไปกลับถูกตงฟางใช้ความเร็วที่เหนือกว่าคว้ามือจับไปยังคอแล้วออกแรงหักไปง่ายๆ ทว่าการฆ่ากลับไม่หยุดเพียงแค่หักคอ ตงฟางได้ทำการดูดเลือดของปีศาจเข้าไปในร่างเพื่อฝึกทักษะมารต่อหน้าทุกๆคน


“นั่นมันปีศาจระดับผันแปร ทำไมถึงถูกฆ่าได้ง่ายๆ”


“มันคงจะบาดเจ็บ”


“ไม่ ไม่ใช่ ปีศาจตัวนั้นไม่ได้บาดเจ็บเลยสักนิด” 


กลุ่มของศิษย์หลักเมืองต้วนอี้มองจ้องไปยังตงฟางด้วยความกลัว เสื้อผ้าของตงฟางที่สวมใส่ทำให้หลายคนไม่สามารถตรวจจับพลังได้  เดิมทีคิดว่าตงฟางสวมใส่เพื่อปกปิดความอ่อนแอเอาไว้ ตอนนี้ไม่ใช่ปกปิดความอ่อนแอแต่เพื่อปกปิดความแข็งแกร่ง


“งั้นก็หมายความว่า..”


“เขาแข็งแกร่ง แข็งแกร่งมากกว่าพวกเราทุกๆคน ระดับของเขาน่าจะเป็นระดับราชาวิญญาณเลยด้วยซ้ำ”


ดวงตาของทุกคนที่ได้ยินการคาดการณ์เกี่ยวกับตงฟางล้วนแล้วเบิกตากว้าง ในหมู่พวกเขาคนที่ไปถึงระดับราชาวิญญาณมีน้อยมาก ในสถาบันต่างๆล้วนมีเพียงแค่ 1 หรือไม่ก็ 2 คนเท่านั้นที่เป็นระดับราชาวิญญาณ หากไม่เป็นศิษย์หลักของผู้อำนวยการก็ต้องเป็นคนที่มีพื้นหลังตระกูลใหญ่มาก จนทำให้เขากลายเป็นระดับราชาวิญญาณก่อนอายุ 25 ปี


ตู้ม~!


เสียงระเบิดพลังวิญญาณทำให้ทุกคนที่สนใจตงฟางรีบหันไปสนใจเสียงระเบิดที่อยู่รอบๆ เมื่อพวกเขารู้ว่ามีปีศาจซ่อนตัวอยู่อีกจึงเริ่มลงมือตั้งค่ายกล อย่างไรก็ตามเหล่าศิษย์หลักที่รับหน้าที่ให้ดูแลด้านหลังกลับงุนงง เมื่อจู่ๆร่างของตงฟางก็พุ่งตัวด้วยความเร็วเข้าไปฉีกกระชากลำคอของปีศาจด้วยกรงเล็บในมือของเขาจนไม่มีศิษย์หลักคนไหนได้โจมตี ทางฝั่งทหารที่เห็นการต่อสู้ของศิษย์หลักเงียบพวกเขาล้วนแล้วยืนอึ้งเพราะเพียงแค่คนๆเดียวสามารถจัดการปีศาจระดับผันแปรวิญญาณไปได้ราว 30 ตัวจนปีศาจด้านหลังไม่เหลือ


“น่าเสียดาย”


ตงฟางไม่สนสายตาของคนที่มอง เขาทำเพียงแค่ดูดเลือดของปีศาจที่พึ่งฆ่าเข้าไปในร่างกาย ด้วยเลือดของระดับผันแปรวิญญาณมันไม่สามารถเพิ่มความสามารถทางด้านร่างกายให้เขาได้ แต่ตงฟางยังดูดเลือดเข้าไปในร่างกายก็เพราะว่าเขาต้องการสร้างอสูรโลหิต พวกมันยังคงเป็นกองทัพที่เขาอยากจะสร้าง  ตงฟางจึงจะใช้เลือดของปีศาจระดับผันแปรสร้างกองทัพอย่างลับๆ หากไม่เป็นเลือดระดับราชาเขาจะไม่นำมาพัฒนาร่างกาย 


ระหว่างตงฟางดูดเลือดปีศาจระดับผันแปรมาสร้างอสูรโลหิตเขารู้สึกเสียดายเลือดของปีศาจที่ตกตายไปก่อนหน้าในช่วงที่ต่อสู้กันกับกองทัพมนุษย์


เขาเสียดายเพราะว่าเลือดมันเน่าไปทั้งหมดแล้ว แม้ทักษะโลหิตจะสามารถดูดซับเลือดเหล่านี้ที่ตกค้างได้ก็ตามที แต่เขาจะได้รับผลกระทบจากเลือดเน่าด้วยการที่ร่างกายของเขาปลดปล่อยกลิ่นเหม็นไม่ต่างจากศพออกมา ตงฟางจึงหลีกเลี่ยงเลือดเน่าเสีย 


ไม่เพียงเท่านั้นเขายังรู้สึกเสียดายวิญญาณของปีศาจและผู้คนที่ตายอีกด้วย หากเขาสามารถดูดซับพวกมันระดับพลังวิญญาณของเขาคงจะพัฒนาขึ้นมาก อย่างไรก็ตามตากี่หลี่หยุนกลับห้ามให้เขาเพิ่มระดับพลังวิญญาณเป็นระดับราชาวิญญาณ เพราะภายภาคหน้าเขาจะทำงานได้ยากยิ่งขึ้นจึงเชื่อฟังไปก่อน หากสงครามระหว่างมนุษย์และปีศาจยังเกิดขึ้นต่อไปแล้วไม่มีใครใช้วิญญาณเหล่านี้ เขาจะเป็นคนเดินทางมาดูดซับพวกมันเอง










 





คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน