ในตอนนี้เอลิออสก็ได้รู้ตัวคนร้ายที่สังหารพี่ชายของเขาและเซลีนแล้วและยังรู้ตัวผู้บงการอีกด้วยผู้บงการนั้นก็คือองค์รัชทายาทรูเพิร์ทไม่ผิดแน่ถึงเขากับองค์รัชทายาทรูเพิร์ทจะไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไหร่แต่เขาก็ยังไม่เคยไปทำอะไรมันมาก่อนเลยนะแต่มันกลับสั่งคนมาสังหารพี่ชายและเซลีนขึ้นมาแบบนี้มันต้องการอะไรกันแน่?!
คิดจะเบ่งอำนาจกันอย่างนั้นรึ?
ในขณะที่เอลิออสกำลังเดินไปนั้นเขาก็ถูกเรียกตัวจากองค์จักรพรรดิซะก่อนนั้นเอง
"พระองค์กำลังคิดจะปกป้องลูกชายของพระองค์อีกอย่างนั้นรึ?"
เอลิออสกำลังยืนอยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ
ส่วนองค์จักรพรรดิก็กำลังนั่งถอนหายใจอยู่
"ถึงลูกของข้าจะเป็นคนผิดจริงแต่ข้าก็ไม่อาจทนให้เจ้าไปทำร้ายหรือไปฆ่ามันได้หรอกนะ.."
"ถ้าลูกของเจ้าคลอดมาเมื่อไหร่เจ้าก็คงจะรู้ซึ้งถึงหัวอกความเป็นพ่อได้อย่างแน่นอน"
"พระองค์ยืนยังว่าจะปกป้องเขาอย่างนั้นรึ?
ถ้าข้าฝ่าฝืนคำสั่งนี้ล่ะ?"
"ข้าก็คงต้องใช้อำนาจในการเป็นจักรพรรดิทำลายชีวิตของเจ้ายังไงล่ะถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นคนสำคัญสำหรับลูกสาวของข้าก็เถอะ แต่ข้าจะปล่อยให้คนที่ทำร้ายหรือฆ่าผู้ที่เป็นถึงองค์รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรฟรานซิสไม่ได้เด็ดขาด!"
"น่าขำเนอะว่าไหม? ผู้ที่เป็นองค์รัชทายาทแห่งเมืองแลคซัสถูกลอบฆ่าทั้งทีแต่กลับสั่งห้ามไม่ให้ไปจัดการกับคนชั่วช้าคนนั่้นแต่พระองค์กำลังจะบอกว่าถ้าข้าไปฆ่าองค์รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรข้าก็จะโดนพระองค์ผู้เป็นจักรพรรดิตามไล่ฆ่าเพื่อล้างแค้นและข้าก็จะเป็นกบฏในที่สุดอย่างนั้นรึ?!"
"ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพระองค์ได้ขึ้นมาเป็นองค์จักรพรรดิเพราะความดีหรืออะไรกันแน่?"
"ให้ตายสิ! เจ้านี่ก็เป็นคนที่น่ากลัวไม่ใช่น้อยเลย!"
"เอาเป็นว่าข้าจะสั่งลงโทษลูกชายของข้าด้วยตนเองเพราะฉะนั้นเจ้าอย่าได้รีบร้อนทำอะไรไม่เข้าเรื่องซะล่ะเพราะโทษคงจะเลวร้ายน่าดูเลยล่ะ.."
"ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของพระองค์อยู่ไม่น้อยเลยว่าพระองค์ไม่เคยอ่อนข้อให้กับศัตรูหรือผู้ที่กระทำผิดร้ายแรงเรียกได้ว่าเผด็จการเลยก็ว่าได้.."
"แต่นี่ท่านจะสั่งให้ลงโทษเพียงเท่านี้อย่างนั้นรึ?"
"ยังจะอุตส่าห์ไปได้ยินเรื่องแบบนั้นซะได้ ฮ่าๆ"
"คิดซะว่าข้าแก่ขึ้นแล้วเลยเลิกนิสัยเผด็จการแบบนั้นเถอะในตอนนี้ข้าคงช่วยเจ้าได้แค่นี้แหละ"
"ข้าเริ่มไม่แน่ใจแล้วล่ะว่าการที่ข้ายกลูกสาวที่แสนจะบริสุทธิ์ให้กับเจ้าข้าคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่?"
องค์จักรพรรดิหัวเราะขึ้นก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
'มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันสักหน่อย!'
ระหว่างทางเดินกลับไปนั้นเอลิออสก็ได้เจอกับองค์หญิงเอสเธอร์ขึ้นมาด้วยความบังเอิญ
แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทักทายอะไรกันนั้นก็ได้มีเสียงๆนึงดังขึ้นมาบัดพวกเขาซะก่อน
"นั่นน้องเขยของข้านี่นา~ ช่างบังเอิญกันซะจริงๆ"
"ก่อนอื่นข้าก็คงจะต้องแสดงความเสียใจที่..อัอ!ที่พี่ชายและพี่สะใภ้ของเจ้าถูกลอบฆ่าไปด้วยนะ"
"ให้ตายเถอะ! คนร้ายนี่มันก็จริงๆถึงได้กล้าไปลอบฆ่าองค์รัชทายาทแห่งเมืองแลคซัสได้ลงคอ"
"ทั้งๆที่เขาอาจจะตายไปด้วยตนเองเพราะอาการป่วยตั้งแต่เด็กๆของเขาเองก็ได้
ช่างรีบร้อนนัก!"
คำพูดแต่ล่ะประโยคขององค์รัชทายาทรูเพิร์ทที่พูดขึ้นมาเหมือนจะยิ่งไปทำให้ต่อมความโกรธของเอลิออสเพิ่มบึ่นมากยิ่งขึ้นทั้งๆที่เขาอุตส่าห์จะยอมไม่เอาเรื่องมันในตอนนี้เพราะคำพูดขององค์จักรพรรดิแต่ตอนนี้...
องค์หญิงเอสเธอร์ที่เห็นเอลิออสกำลังโมโหขึ้นมาพร้อมกับกำลังจะพุ่งตัวไปหาองค์รัชทายาทรูเพิร์ทนั้นทำให้นางยื่นมือไปจับมือของเขาทันทีทำให้เขาพลันรู้สึกตัวขึ้นมาว่ากำลังโดนยั่วโมโหอยู่
"ถ้าท่านทำอะไรท่านพี่ไปมันก็คงจะเป็นการทำให้แผนของท่านพี่สำเร็จมากยิ่งขึ้นและท่านก็อาจจะกลายเป็นกบฏที่เป็นศัตรูของพวกเรานะ.."
องค์หญิงเอสเธอร์พูดเตือนสติเขาขึ้นมาพร้อมกับกำลังกุมมือของเขาอย่างแน่นเพื่อไม่ให้เขาไปมือของนางอบอุ่นซะจนทำให้เอลิออสลืมความโกรธที่มีในก่อนหน้านี้ซะหมดไปเลยเขาได้แต่ยืนนิ่งและมองลงไปที่มือของนางที่กำลังกุมมือของเขาอยู่ตอนนี้ทำให้นางรีบผละตัวออกมาจากที่ตรงนั้นและวิ่งจากไปทันทีเอลิออสที่ทำตัวไม่ถูกได้แต่เดินจากไปเพียงเท่านั้นพอเขาได้กลับมาถึงที่ห้องความโกรธแค้นที่มีอยู่เต็มไปในหัวใจของเขาก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งหมอกสีดำก็ปรากฏขึ้นมาวนอยู่รอบๆตัวของเขาทำให้เขาตื่นตกใจอยู่บ้างและกำลังขบคิดเพราว่าเมื่อกี้หลังจากองค์รัชทายาทรูเพิร์ทพูดจบมันก็ทำให้เขาโกรธขึ้นมาอย่างมากและหมอกสีดำพวก
นี้ก็ปรากฏขึ้นมาด้วยเช่นกันแต่มันแตกต่างไปสักหน่อยเพราะตอนนั้นหมอกพวกนนี้ได้พุ่งตรงเข้าไปยังในตัวของมันและหายไปในที่สุดแต่ในตอนนี้พวกมันเพียงกำลังวนเวียนอยู่รอบๆตัวของเขาเพียงเท่านั้นเองในตอนนี้ความโกรธเกรี้ยวในใจของเขาก็ยังไม่มลายหายไปแต่เขาก็จะตัดสินใจทำอะไรโดยตัว
คนเดียวไม่ได้เพราะอาจจะกระทบไปถึงคนอื่นด้วย
"ข้าต้องไปถามความเห็นของท่านพ่อ!"
เมื่อตัดสินใจได้แบบนั้นเอลิออสก็เตรียมตัวออกเดินทางโดยที่ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ท้องฟ้าจะเริ่มมืดขึ้นมาแล้วก็ตามเขาก็ได้เดินเข้าไปเอาม้ามาตัวนึงและขึ้นไปขี่มันอย่างรวดเร็วระหว่างก็ได้เจอกับหัวหน้าองครักษ์อย่างบังเอิญอีกครั้ง
"ฟ้ามืดขึ้นแล้ว ท่านจะไปไหนงั้นรึเพคะ?!"
หัวหน้าองครักษ์ถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
"เมืองแลคซัส"
เอลิออสตอบขึ้นก่อนที่จะเคลื่อนตัวจากไปอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า
"เอ๋?! แต่ว่าท่านพึ่งจะกลับมาเองนะเพคะ!"
"องค์ชายเอลิออส!"
หัวหน้าองครักษ์ตะโกนขึ้นแต่เอลิออสก็ไม่ได้ยินคำพูดของเขาอีกแล้วเพราะความห่างเกินไป
เอลิออสเลือกใช้เส้นทางอ้อมหรือลัดในการเดินทางกลับเมืองแลคซัสในครั้งนี้นั้นเองอย่างที่เคยบอกว่าเอลิออสนั้นได้จำเส้นทางที่ถูกต้องไว้ในหัวไปหมดแล้วในการต่อกรกับป่าวงกตนั้นเอง
ไม่น่าเชื่อว่าแค่สองวันเขาก็ได้เดินทางมาถึงเมืองแลคซัสแล้วจริงๆเขาไม่รอช้าเขารีบมุ่งตรงไปยังพระราชวังและเข้าพบกับองค์ราชาทันที
"คงจำเป็นจะต้องลืมเรื่องนี้ไปสินะ เฮ้อ.."
องค์ราชาถอนหายใจเล็กน้อย
"ลืมงั้นหรือเพคะ? เพราะเหตุใดกัน?!"
เอลิออสขมวดคิ้วถามขึ้น
"ก็ฟังจากที่เจ้าเล่ามาแล้วนั้นศัตรูของเราเป็นถึงผู้ที่เป็นอัจฉริยะระดับสิบดาวขั้นกลางกันเลยทีเดียวแล้วผู้บงการยังเป็นองค์รัชทายาทรูเพิร์ทอีกถ้าทางเราลงมือทำอะไรพวกเขาองค์จักรพรรดิเองก็คงจะไม่อยูาเฉยอย่างแน่นอนในตอนนั้นเมืองแลคซัสของเราก็คงจะจบสิ้นจริงๆพี่ชายของเจ้าที่ได้จากไปแล้วนั้นก็คงไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นเช่นเดียวกันนั้นแหละเพราะอย่างนั้นลืมมันไปเถอะ.."
องค์ราชาพูดขึ้นด้วยความเจ็บปวดเพราะเขาคงจะไม่มีโอกาสได้ล้างแค้นให้กับลูกชายของเขาอีกเลย
'ทั้งๆที่ถ้าท่านพ่อพูดออกมาว่าอยากจะล้างแค้นให้กับท่านพี่ข้าเองก็คงจะรีบเดินทางไปจัดการกับพวกมันเลยแท้ๆแต่ท่านกลับสั่งให้ข้าลืมเนี่ยนะ?!'
'ข้าควรจะทำอย่างไรดี?'
เอลิออสยืนมองหลุมศพของท่านพี่ของเขาและเซลีนสลับกันไปมาด้วยความสับสน
ในขณะนั้นเองรอบๆตัวของเขาก็เต็มไปด้วยแสงสีขาวสว่างจนทำเอาแสบตากันเลยทีเดียวในขณะนั้นเขาก็ยังคงหลับตาอยู่ก่อนที่จะค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆและภาพตรงหน้ามันทำให้เขานั้นอึ้งไปเลย
"ซ.เซลีน? นั้นเจ้าอย่างนั้นรึ?!"
เอลิออสถามขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเพราะร่างตรงหน้านั้นก็คือเซลีนนั้นเอง
"อย่าบอกนะว่าท่านจะลืมข้าไปแล้ว?"
เซลีนพูดขึ้นพร้อมเอามือจับไปบนใบหน้าของเขาทำให้หน้าของเขาเริ่มแดงขึ้นมาทันที
"มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน?"
"เจ้าก็คงจะรู้ว่าข้าคิดถึงแต่เจ้ามาโดยตลอด.."
"อะแฮ่ม! เอ่อ..ข้าก็มาด้วยนะ~"
ในขณะที่เอลิออสและเซลีนกำลังพูดสวีทกันอยูานั้นเสียงขององค์รัชทายาทชาร์ลสก็ได้กังขึ้นมา
"ท่านพี่! ท่านมาด้วยงั้นรึ?"
เอลิออสถามขึ้นด้วยความกตกใจ
"มันน่าน้อยใจกันซะจริงๆ!"
"ก็ใครกันล่ะที่มายืนเศร้าและได้แต่ถามคำถามนู้นคำถามนี้จนพวกข้ารำคาญจึงต้องมาตอบให้ไง~"
"ทำแบบนั้นกันได้ด้วยอย่างนั้นเหรอ?"
"ก็กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าอยู่นี่ไง!"
"อะแฮ่ม! ข้าจะรีบตอบคำถามเร็วๆล่ะกันนะ~"
"ถ้าถามว่าข้าโกรธไหมที่ข้าจะต้องมาตายเร็วแบบนี้ข้าก็ไม่ค่อยโกรธเท่าไหร่หรอกนะเพราะว่าในตอนที่ข้ามีชีวิตอยู่ข้าก็เจ็บปวดกับอาการป่วยของข้ามาโดยตลอดแต่พอฆ่าตายไปอาการป่วยเหล่านั้นมันก็หายไปด้วยมันทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้นมากเลยล่ะ"
"แต่ข้าก็ยังโกรธที่ทำไมมันไม่ฆ่าข้าเพียงคนเดียวล่ะมันจะฆ่าเซลีนไปด้วยกันกับข้าแบบนี้ทำไมกัน?!"
"แต่ข้าก็ไม่แนะนำให้เจ้าไปล้างแค้นให้กับพวกข้าหรอกนะเพราะเรื่องมันไปกันใหญ่แบบนั้นเราก็คงจะต้องสูญเสียไปอีกหลายคนกันเลยทีเดียว"
"เอ่อ..ข้าต้องรีบไปแล้วล่ะ ไว้ค่อยเจอกันล่ะกัน~"
"อ้อ! ฝากทักทายท่านพ่อท่านแม่แทนข้าด้วย~"
ร่างขององค์รัชทายาทชาร์ลสก็ได้หายไปทันที
'พูดอย่างกับจะนัดเจอกันได้ง่ายๆงั้นแหละ'
'ฝากข้าทักทายพ่อกับแม่งั้นรึ? ให้ตายสิ!'
เอลิออสที่กำลังนึกถึงคำพูดของพี่ชายของเขา
ก่อนที่จะหันมาเห็นร่างของหญิงสาวอยู่ตรงหน้ามือทั้งสองของนางกำลังจับลงไปบนใบหน้าของเขาอีกครั้งนึงก่อนที่จะขมวดคิ้วพูดขึ้น
"ท่านอย่าได้ไปเสี่ยงชีวิตของท่านเพื่อไปล้างแค้นให้ข้าเถิดนะ~ ท่านควรจะลืมเรื่องนี้ไปซะแล้วไปใช้ชีวิตให้มีความสุขแทนข้ายังรู้สึกดีกว่าอีก"
"ข้าอยากมองลงมาเห็นตอนที่ท่านมีความสุข
มากกว่าที่จะเห็นท่านทุกข์ทรมานหรอกนะ!"
"ถึงข้าอาจจะจากท่านไปแล้วแต่ข้าก็ไม่ได้ลืมท่านหรอกนะข้าจะคอยอยู่เป็นกำลังใจให้ท่านแบบนี้เรื่อยๆต่อไปเพราะฉะนั้นอย่าเศร้าไปอีกเลยนะ~"
"แต่มันก็น่าเสียดายอยู่ดีที่ข้าไม่สามารถรอดูหน้าหลานของข้าได้ซะนี่..พวกเขาคงจะออกมาน่ารักไม่น้อยเลยล่ะ ข้าไปแอบดูมาก่อนแล้วนิดหน่อยน่ะ~ข้าฝากท่านทักทายพวกเขาแทนข้าด้วยล่ะ.."
"ขอให้ท่านรู้เอาไว้ด้วยว่าข้ารักท่านมากนะ~"
หลังจากพูดเสร็จเซลีนก็ได้ประกบจูบลงไปบนริมฝีปากของเขาอย่างช้าๆก่อนที่ร่างของนางจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตาของเขาและรอบๆตัวของเขาก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมซึ่งเขากำลังยืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของเซลีนนั้นเองบนใบหน้าของเขาปรากฏหยดน้ำตาขึ้นมาเล็กน้อยถึงมันเป็นเรื่องที่แทบจะไม่น่าเชื่อเลยก็ตามแต่เขาก็สัมผัสได้ว่ามันเป็นความจริงไม่ผิดแน่
"ข้าเข้าใจแล้ว.."
พอเอลิออสกำลังเดินจากไปสักพักนึงเขาก็นึกถึงคำพูดของเซลีนขึ้นมาซะงั้น
'ว่าแต่พวกเขางั้นรึ?'
วันต่อมา...
"ห๊า! เจ้าจะเดินทางกลับไปแล้วอย่างนั้นรึ?!"
"อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลขนาดนี้เนี่ยนะ?!"
องค์หญิงเชอร์เบทพูดขึ้นด้วยความตกใจ
"งั้นไว้ค่อยเจอกันใหม่"
พูดจบเอลิออสก็รีบควบม้าจากไปทันที
"ไม่เข้าใจเจ้าเลยจริงๆ เฮ้อ.."
สองวันต่อมา...
"จู่ๆท่านก็ออกเดินทางไปโดยที่ไม่ได้บอกได้กล่าวคนอื่นเอาไว้ล่วงหน้าแบบนั้นได้อย่างไรกัน?!"
"มันทำให้พวกเราทุกๆคนต่างก็เป็นห่วงท่านมากนะรวมไปถึงองค์หญิงแอลลิสันเองก็ด้วยนะเพคะ!"
หัวหน้าองครักษ์ที่กำลังเดินตามเอลิออสอยู่ข้างซ้ายพร้อมพูดขึ้นมาอย่างร้อนอกร้อนใจ
"เอ่อ..ใช่!"
"แต่ว่าทำไมท่านถึงได้กลับมาถึงเร็วแบบนี้ล่ะ?"
เลวีนที่กำลังเดินตามเอลิออสอยู่ข้างขวาพร้อมถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
"ข้าใช้เส้นทางป่าวงกตในการเดินทางไป"
"ห๊า!"
หัวหน้าองครักษ์และเลวีนต่างก็อุทานออกมาด้วยความตกใจถึงขีดสุดเพราะไม่มีใครไม่รู้จักป่าวงกตและไม่มีใครไม่รู้จักความร้ายกาจของป่านั้นเลย
"มันจะเป็นได้ยังไงเพคะ?!"
"อย่างต่ำก็คงต้องติดอยู่ในป่านั้นตั้งเดือนนึงเลยนะเพคะ แต่หลังจากวันที่ท่านไปนี่ก็พึ่งผ่านไปเพียงห้าวันเองนะเพคะ!"
หัวหน้าองครักษ์ไม่เข้าใจสุดๆ
"นั่นสิ! ท่านอย่ามาหลอกพวกเราซะให้ยาก~"
เลวีนพูดเสริมทันที
ปังง--
เอลิออสเดินเข้าห้องของตนเองและปิดประตูอย่างไม่ได้สนใจคนทั้งสองที่กำลังเดินตามเขาพร้อมกับถามคำถามมากมายอย่างนับไม่ถ้วน
"ข้าได้ยินมาว่าท่านกำลังเดินทางไปเมืองแลคซัสไม่ใช่หรือเพคะ?"
"หรือว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น?"
ชายคนนึงถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
"ข้าไปมาแล้ว"
"เป็นไปได้ยังไงเพคะ ใครๆก็รู้ว่าเวลาในการเดินทางไปเมืองแลคซัสต้องใช้เวลาถึงสองอาทิตย์"
"แต่นี่ท่านพึ่งไปได้แค่ห้าวันเองนะเพคะ"
"แค่เดินทางไปให้ถึงเมืองแลคซัสก็ยังไปไม่ถึงเลยนะแต่ทำไมท่านถึงได้ย้อนกลับมาล่ะเพคะ?"
'แล้วข้าต้องอธิบายยังไง?'
"ท่านตรวจเสร็จแล้วใช่ไหม? ท่านหมอ"
องค์หญิงแอลลิสันพูดขึ้นมาจากความเงียบ...
"โอ้! ข้าขออภัยองค์หญิงด้วยเพคะ~"
"งั้นเรามาตรวจกันต่อเถอะเพคะ"
ท่านหมอเบซัสเป็นพี่ชายแท้ๆของหัวหน้าองครักษ์เซบัสนั้นเองพวกเขาต่างก็เป็นยอดฝีมือกันทั้งนั้น
"ออกไปก่อนสิ"
องค์หญิงแอลลิสันหันไปพูดกับเอลิออสเล็กน้อย
"ไม่เป็นไรนะเพคะ องค์ชายก็ไม่ใช่ใครอื่นสักหน่อย"
"ท่านก็คงอยากจะรอดูเช่นกันนั้นแหละเพคะ~"
ท่านหมอพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
คือหลังจากสิ้นสุดคำพูดขององค์หญิงแอลลิสันแล้วนั้นเอลิออสก็ตั้งใจจะเดินออกไปอยูาก่อนแล้วแต่พอเขาได้ยินคำพูดของท่านหมอแล้วเนี่ย จะให้เขาเดินออกไผทั้งแบบนั้นมันก็กะไรอยู่...
ท่านหมอสั่งให้องค์หญิงแอลลิสันถกเสื้อตรง
บริเวณท้องออกมาเล็กน้อยเพื่อจะตรวจดูนาง
นิ่งไปสักพักก่อนที่จะเหลือบไปมองเอลิออสที่
กำลังยืนมองอยู่ตรงประตูหน้าของนางแดงเล็กน้อยก่อนที่จะทำตามคำสั่งของท่านหมอ
ปรากฏหน้าท้องขาวนวลกลมโตที่เหมือนว่าพร้อมจะแตกอยู่ทุกเมื่อท่านหมอแตะลงไปเบาๆเล็กน้อยก่อนที่ทารกในครรภ์จะดิ้นสู้อย่างเบาๆทำให้บนใบหน้าขององค์หญิงแอลลิสันปรากฏรอยยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวท่านหมอนั้นก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาแบบนั้น
จึงทำให้เอลิออสที่ยืนมองอยู่นั้นก็หงุนงงขึ้นมาเพราะจู่ๆพวกเขาก็อารมณ์ดีกันขนาดนั้น
"องค์ชาย มาลองจับพวกเขาสิเพคะ~"
ท่านหมอหันไปเรียกเอลิออสทันทีทำให้องค์หญิงแอลลิสันที่กำลังยิ้มอยู่นั้นก็มองไปหา
เอลิออสขึ้นมาทันทีนางค่อนข้างที่จะเขินอายอยู่มากเลยแหละกับเขาเพราะพวกเขาไม่ได้สนิทกันเหมือนคู่รักทั่วๆไปสักเท่าไหร่แต่จู่ๆท่านหมอก็ไปเรียกเขาให้มาจับท้องตนเอง
เนี่ยนะ?!