ยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน

    ของเล่นไม้ไผ่

    “เจ้ากล้าดีอย่างไรมาแตะต้องตัวนาง” ชายหนุ่มพูดด้วยสายตาแข็งกร้าว

    “นั่นเพราะปากนางไม่อยู่สุข มาหาเรื่องข้าก่อน”

    “ปากเจ้าสิไม่อยู่สุข เจ้าเป็นชายฤาไม่ เหตุใดจึงไม่ยอมรับความผิดของตัวเอง” หลันฮวาพูดด้วยความโกรธ พร้อมดวงตากลมโตจับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้นั้นด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด ก่อนไป่หลานจะสะกิดให้หลันฮวารู้ตัว ก่อนนางจะเลื่อนสายตา ไปยังหวงซีเหรินที่กำลังทำหน้าดุใส่ เท่านั้นหญิงสาวจึงเม้มปากแน่นแล้วมีสีหน้าสลดลง พลางก้าวเท้าไปหาไป่หลานอย่างเงียบ ๆ ด้วยกิริยาเจียมตัว

    “หากข้าเห็นพวกเจ้า รังแกนางทั้งสองอีกเพียงครั้งเดียว ข้าจะไม่เอาพวกเจ้าไว้ ออกไป!” เสียงตะคอกของเขาทำเอาหลันฮวาหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ก่อนจะชะเง้อคอมองชายเกเรที่พากันเดินออกจากร้านไปด้วยความสะใจ

    “กลับจวน” หวงซีเหรินดึงมือหลันฮวา แล้วลากนางออกจากโรงเตี๊ยมทันที

    “คุณชายเจ้าคะ ข้ายังซื้อวัตถุดิบไม่ครบเลยเจ้าค่ะ” หลันฮวารั้งไว้ ก่อนเขาจะชะงักแล้วหันมามองสายตาอ้อนวอนนั้น ครู่หนึ่ง

    “นั่นก็เพราะตัวเจ้าเอง เหตุใดจึงมีเรื่องกับผู้อื่น เจ้ารู้ฤาไม่ว่าหากข้ามาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น” ไป่หลานยืนมองทั้งสองอยู่ห่าง ๆ นางรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของซีเหรินที่มีต่อหลันฮวา เพราะสายตาเช่นนั้น นางไม่เคยเห็นเขามองผู้ใด ก่อนสองเท้าของไป่หลานจะค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปหาทั้งสอง ที่กำลังยุดยื้อกันอยู่อย่างไม่ยอม

    “พี่ยู่จิน ข้าว่าท่านจงเชื่อคุณชายซีเหรินเถิด วันนี้คงไม่ทันแล้ว หากมีโอกาสข้าจะหาเวลาสอนท่านทำขนมใหม่อีกครั้ง อย่างไรข้าก็ซาบซึ้งน้ำใจของพี่ยู่จินมาก ที่กล้าหาญต่อสู้กับชายพวกนั้น เพื่อตอบโต้พวกเขาแทนข้า แต่วันนี้คุณชายซีเหรินมารับท่านแล้ว อย่าได้ทำให้คุณชายซีเหรินต้องหนักใจเลยนะ”

    “แต่ว่า...”

    “ยังจะดื้ออีกเช่นนั้นฤา หาได้ฟังสิ่งที่แม่นางไป่หลานพูดฤา” หวงซีเหรินหันมาดุ ก่อนที่จับมือหลันฮวาไว้แน่น แล้วหันกลับมายังไป่หลาน

    “หากข้ากับหลันฮวากลับมาจากวังหลวงแล้ว ข้าจะรีบพานางไปหาเจ้าทันที ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วยที่ทำให้เสียเวลา เพราะนาง” ไป่หลานหยักหน้ายิ้มรับอย่างอ่อนโยน ก่อนหญิงสาวทั้งสองจะแอบมองกันอย่างรู้ความหมาย ระหว่างที่หลันฮวาถูกหวงซีเหรินจูงกลับไปนั้น นางยังแอบหันมาหาไป่หลานแล้วยกมือลาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

    ไป่หลานยืนยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะถอนหายใจ แล้วหันตัวเดินกลับจวนตามลำพัง หญิงสาวเดินไปตามทางที่พ่อค้าแม่ค้ากำลังค้าขายกันอย่างคึกคัก ทว่าช่างสวนทางกับความรู้สึกโดดเดี่ยวของตัวเองอย่างสิ้นเชิง

    หญิงสาวเติบโตขึ้นท่ามกลางคำครหาต่าง ๆ มากมาย บางครั้งดูเหมือนนางเป็นคนที่น่าอิจฉาแต่ในเวลาเดียวกันนางดูเหมือนเป็นคนน่าสงสาร ก่อนหญิงสาวจะหันไปเห็นของเล่นไม้ไผ่ที่หลันฮวาชอบ จึงเดินเข้าไปซื้อติดมือกลับมาก่อนจะหันไปเห็นอู่เจ๋อเดินเข้ามาอย่างนอบน้อม

    “คุณหนูไป่หลาน”

    “อ้าว อู่เจ๋อ...เจ้ามาได้อย่างไร” หญิงสาวเอ่ยถามพร้อมกับถือของเล่นไม้ไผ่ชิ้นนั้นอยู่

    “ฤาว่าเจ้ามาหาคุณชายซีเหริน..คุณชายซีเหรินกลับจวนไปพร้อมกับพี่ยู่จินแล้วล่ะ” ไป่หลานพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนชายหนุ่มจะส่ายศีรษะไปมา

    “คุณชายซีเหริน สั่งให้ข้ามาดูแลคุณหนู จนกว่าคุณหนูจะกลับถึงจวนอย่างปลอดภัย” หญิงสาวชะงักนิ่ง พลันรู้สึกซาบซึ้งน้ำใจของหวงซีเหรินอยู่มาก ก่อนจะพยักหน้ายิ้มรับน้ำใจจากชายหนุ่มตรงหน้า

    “เช่นนั้นข้าขอเดินชมตลาดนี้อีกสักรอบได้ฤาไม่ นาน ๆ จะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาสักครั้ง” ไป่หลานพูดด้วยกิริยาอ่อนหวานหาได้ถือตัวแต่อย่างใด อู่เจ๋อพยักหน้ายิ้มรับอย่างอ่อนน้อมแล้วเดินตามหลังนางเพื่อดูแลความปลอดภัยตามคำสั่งของหวงซีเหริน

    ระหว่างเดินทางกลับจวนหวงซีเหรินจูงมือหลันฮวาไปตลอดทาง ก่อนที่หญิงสาวจะเลื่อนมือออกจากเขา แล้วหันมาสนใจของเล่นในมือ ดวงตากลมสวยจ้องมองของเล่นไม้ไผ่ด้วยสายตาประกายแวววาว พร้อมกับสองเท้าย่างตามหลังชายหนุ่มไปเรื่อย ๆ เมื่อสายลมพัดมาปะทะ เสียงของไม้ไผ่ก็หมุนดังจนนางเผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

    “เจ้าชอบฤา” น้ำคำอบอุ่นของชายหนุ่มเอ่ยถาม พร้อมกับหญิงสาวพยักหน้ารับ

    “เจ้าโตถึงเพียงนี้ ยังเล่นอะไรเป็นเด็ก”

    “เพราะในยามเป็นเด็ก ข้าไม่เคยได้เล่นอะไรเช่นนี้เลย คุณชายรู้ฤาไม่ว่า ข้าทำได้เพียงแต่นั่งมองของเล่นไม้ไผ่เช่นนี้ โดยไม่มีโอกาสได้สัมผัส และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ข้าได้สัมผัสกับมัน” แม้นหญิงสาวจะพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แต่หวงซีเหรินรู้สึกสะเทือนใจอยู่ไม่น้อย เขาหันมาคว้ามือนางแล้วเดินต่อไป

    “ต่อไป ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามาตลาดตามทำพังอีกเด็ดขาด” หลันฮวาชะงักนิ่ง แล้วเอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    “เหตุใดข้าจึงมาตลาดผู้เดียวไม่ได้เจ้าคะ ยามนี้ข้ามีความสุข เพราะไม่มีผู้ใดสงสัยข้า ข้าไม่ต้องระแวงว่าผู้ใดจะจำข้าได้ฤาไม่ ยามนี้ข้าเป็นอิสระแล้วเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องห่วง”

    “ห่วงสิ” ดวงตากลมแป๋วแสดงความประหลาดใจของนาง ทำให้หวงซีเหรินอ้ำอึ้งเล็กน้อย

    “ก็เพราะเจ้าหาเรื่องใส่ตัวเก่ง เพียงครั้งแรกที่ข้าปล่อยเจ้ามาก็ก่อเรื่องเสียแล้ว เจ้ารู้ฤาไม่ว่าใต้ตงซันไม่เคยอนุญาตให้แม่นางไป่หลานไปไหนมาไหนตามลำพัง แต่พอมากับเจ้าครั้งแรกเจ้าก็พานางก่อปัญหาใหญ่ หากความรู้ถึงใต้เท้าตงซันล่ะก็...ข้ายังคิดไม่ออกว่าจะเกิดอะไรขึ้น” หวงซีเหรินทำท่าคิดหนัก ก่อนที่หญิงสาวจะแย้งขึ้น

    “ที่ข้ามีเรื่องก็เพราะต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของนาง คนพวกนั้นนิสัยไม่ดีก่อน เหตุใดข้าต้องยอมปล่อยผ่านด้วย” ชายหนุ่มใช้มือดีดหน้าผากหญิงสาวเพื่อเตือนสติ

    “อ๊ะ!” หลันฮวาหลับตาพลันยกมือลูบหน้าผากตัวเองด้วยความเจ็บ

    “แล้วเจ้าคิดฤาไม่ว่า หากข้ามาไม่ทันจะเกิดอันใดขึ้น”

    “....” หญิงสาวนิ่งเงียบ

    “ในใต้หล้า มีผู้คนมากมายนิสัยต่างกัน เมื่อเจ้าดื้อดึงเช่นนี้ ข้าจะปล่อยเจ้าไปไหนตามลำพังได้อย่างไร” หลันฮวามุ่ยหน้าลงอย่างสำนึกผิด พลันเลื่อนสายตามองแผ่นหลังของเขาแล้วจำใจเดินตามชายหนุ่มไป

    “สุดท้ายก็ผิดอยู่ดี เหตุใดข้าเถียงจึงเถียงเขาไม่เคยชนะ” นางพึมพำ ก่อนจะนึกบางอย่างได้จึงรีบวิ่งไปดักหน้าหวงซีเหรินแล้วเอ่ยถาม