(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 125 ไม่มีธุระอะไรในผืนป่าแห่งนี้แล้ว

            หลังจากที่ได้เห็นผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของตนเองอย่างเต็มสายตา


            หวงเยี่ยก็รู้สึกราวกับสายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงกลางหัวใจ เป็นความมั่นใจที่ทะยานขึ้นจนแทบทะลุขีดจำกัด ทว่าความอลังการของภาพเบื้องหน้าไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหลงใหลจนลืมตัว ในทางตรงกันข้าม มันกลับยิ่งทำให้จิตใจสงบลึกลงไปอีกขั้น


            “พอแล้ว!”


            ในวินาทีถัดมา หวงเยี่ยก็คลายพลังอำนาจทั้งหมดของตนเอง ทำให้คลื่นพลังสีม่วงทองที่แผ่ซ่านอยู่รอบกายเริ่มจางลง


            รากไม้สีม่วงทองทั้งหมดย้อนคืนกลับไปยังพื้นดิน พวกมันเลื้อยลงสู่ผืนดินราวสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นกำเนิด เสียงครืนครั่นที่เคยสะเทือนพื้นเบาบางลงจนแทบไม่ได้ยิน เศษดินที่เคยแตกกระจายเริ่มร่วงหล่นกลับสู่รอยแยกอย่างประหลาด


            สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาทำให้หวงเยี่ยต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ


            สภาพแวดล้อมดังกล่าวค่อยๆย้อนกลับคืนอย่างน่าแปลกประหลาด


            รอยแตกบนพื้นดินที่เกิดจากการผุดขึ้นของรากไม้ได้เริ่มปิดสนิท เหมือนกำลังมีมือที่มองไม่เห็นคอยทำให้ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม


            เศษหินที่กระจัดกระจายเริ่มกลิ้งกลับเข้าที่ พื้นดินที่เคยถูกผลักขึ้นเป็นสันนูนก็ทรุดตัวลงอย่างราบเรียบ เหมือนกับว่าร่องรอยของรากไม้ที่ผุดออกมาจากผืนดินทั้งหมด ไม่ได้สร้างผลกระทบหรือส่งผลเสียต่ออาณาเขตบริเวณเลยแม้แต่น้อย


            ไม่มีรอยแหว่ง ไม่มีร่องรอยของการถูกฉีกขาด ไม่มีเศษซากที่บ่งบอกว่าพื้นที่นี้เคยถูกแปรเปลี่ยนเป็นพงไพรจำลองเมื่อครู่


            ผืนป่าโบราณคงหมิงกลับคืนสู่ความสงบอย่างสมบูรณ์


            หวงเยี่ยยืนมองภาพนั้นนิ่งงันพร้อมหัวใจที่เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว


            ความมั่นใจที่เคยเต็มเปี่ยมเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความพิศวงอย่างลึกซึ้ง


            “น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”


            “เหมือนกับว่ากาลเวลาได้ถูกย้อนกลับยังไงยังงั้น!”


            “นี่มันเป็นปรากฏการณ์ หรือเป็นพลังอำนาจแห่งเจตจำนงที่ลี้ลับกันแน่?!”


            ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง พร้อมกับดวงตาที่ไล่มองไปยังพื้นดินอย่างละเอียด


            ขณะที่คำถามดังโดยไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เขารู้เพียงว่าจักรพรรดิพงไพรพิฆาตบัญญติดาราไม่เพียงแค่ก่อกำเนิดพงไพรขึ้นมา หากยังสามารถควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนมันได้แทรกแซงกฎเกณฑ์บางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่ง


            ถึงจะไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร แต่หวงเยี่ยก็ไม่ได้ปล่อยให้ความสงสัยฉุดรั้งความก้าวหน้าของตนเอง


            เขาสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้น ประกายแสงสีฟ้าก่อตัว กลายเป็นกรอบข้อมูลที่ลอยนิ่งอยู่ตรงหน้า


            【หวงเยี่ยซื่อจื่อ อายุ 17 ปี】

            【เผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับกลาง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,000,000

            【ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับกลาง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,000,000

            【เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิ จักรพรรดิพงไพรพิฆาตบัญญติดารา】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5,000,000

            【พลังวิญญาณระดับสี่ขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 200,000

            【ร่างกายระดับสี่ขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 200,000

            【วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิ】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,000,000

            【วิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิ หุ่นจิตพฤกษาโบราณ ขั้นที่หนึ่ง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 10,000

            【แต้มวิญญาณ 16,500】(แต้มวิญญาณจะได้รับจากการสังหารสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรโดยตรง)


            “เหอะๆ ถ้าอยากจะยกระดับขั้นถัดไป จะต้องใช้แต้มอย่างละหนึ่งล้าน?”


            เขากวาดสายตามองตัวเลขซ้ำอีกครั้ง


            “ไม่ต้องไปพูดถึงการพัฒนาเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิให้กลายไปเป็นเจตจำนงระดับเทพ”


            “ห้าล้านแต้ม!”


            “แต่ยังไงแต้มที่ข้าจะได้รับ.. มันก็คงมากกว่านี้อย่างมากมายในอนาคตละนะ?”


            ดวงตาของหวงเยี่ยเปล่งประกายอย่างคาดหวัง และรู้ดีว่ายิ่งสังหารสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มังกรหรือแม้แต่นักล่ามังกรที่อยู่ในระดับสูง แต้มวิญญาณที่ได้รับก็จะเพิ่มขึ้นตามระดับของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน


            ยิ่งแข็งแกร่ง


            มันก็ยิ่งคุ้มค่า


            ตัวของเขาจึงไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการใช้แต้มวิญญาณกว่าหลายล้านนี้เลยซักนิด เนื่องจากเส้นทางที่เขาได้เลือกเดิน มันไม่ได้มีเพียงผืนป่าโบราณคงหมิงแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทาง


            【ไปกันเถอะคะโฮสต์ ผืนป่าโบราณคงหมิงนี้ไม่มีอะไรให้โฮสต์ทำอีกแล้วละ】


            【ต่อให้จะอยากพบเจอกับสัตว์อสูรมังกรที่แข็งแกร่งมากมาย แต่พวกมันคงหลบหนีหรือซ่อนตัวกันไปหมดแล้วละ】


            คำพูดของระบบกลืนกินมังกรไม่ได้ไร้เหตุผล


            เพราะตั้งแต่ที่มังกรอัคคีหลังหนามถูกสังหาร และจากการระเบิดพลังเมื่อครู่ ผืนป่าแห่งนี้ย่อมตกอยู่ในความระแวดระวังอย่างที่สุด สิ่งมีชีวิตระดับสูงย่อมไม่โง่พอจะเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนโดยไม่ไตร่ตรอง


            หวงเยี่ยหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสดงออกถึงท่าทางที่เห็นด้วย


            “จริงอย่างที่คนสวยว่า”


            “ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อ..”


            “มันก็มีแต่จะเสียเวลา!”


            หน้าต่างระบบเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงผืนป่าที่กลับคืนสู่ความสงัดดังเดิม พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย


            “แต้มวิญญาณอีกหลายล้าน”


            “ข้าหวงเยี่ยจะเก็บมาให้หมด!”


            ..


            เวลาผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวัน แสงอาทิตย์เริ่มเอียงตัวลงอย่างเชื่องช้า


            ทาบเงายาวเหยียดไปทั่วผืนป่าโบราณคงหมิง ซึ่งกลับคืนสู่ความสงัดเหมือนไม่เคยเกิดเหตุสะเทือนขวัญใดๆมาก่อน


            หวงเยี่ยได้เดินทางออกจากพงไพรแห่งนั้นตั้งแต่ช่วงเช้า ร่างเลือนหายไปตามแนวเขตแดนที่ทอดยาว มุ่งหน้าไปยังเมืองนอกกฎหมายที่ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตแผ่นดินรกร้าง สถานที่ซึ่งรวบรวมทั้งอันตราย โอกาส และแต้มวิญญาณที่มากพอจะผลักดันไปสู่ระดับที่สูงยิ่งกว่าเดิม


            กระนั้นเอง ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านอย่างรุนแรงเหนือฟากฟ้าที่สูงหลายพันเมตร


            เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำลึกก็ดังก้องสะท้อนอยู่ในชั้นเมฆ


            เครื่องบินยุทธการขนาดใหญ่ลำหนึ่งกำลังทะยานผ่านเข้ามาเหนือพงไพรโบราณ ลำตัวเหล็กสีเทาเข้มสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายวาววับ ปีกกว้างตัดผ่านชั้นเมฆอย่างมั่นคง แรงดันอากาศที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ทำให้เมฆรอบข้างกระเพื่อมเป็นคลื่น


            ภายในห้องโดยสาร เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมระบบจะหันไปกล่าวรายงานด้วยท่าทีสำรวม


            “ท่านผู้นำตระกูล..”


            “ท่านนักบุญสงคราม!”


            “พวกเรามาถึงจุดหมายปลายทางที่สัญญาณของพวกเขาได้ขาดหายไปแล้วขอรับ จะเปิดประตูท้ายลำเพื่อให้พวกท่านลงไปในทันที!”


            น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเคารพและเถิดทูนต่อชายทั้งสามคน


            ขณะที่บริเวณด้านหลังของท้ายเครื่องบิน ประตูเหล็กหนาหนักได้เลื่อนเปิดออก เสียงลมโหมกระหน่ำพุ่งทะลักเข้ามาอย่างรุนแรง ปรากฏให้เห็นถึงท้องฟ้าเบื้องล่างที่เปิดกว้างไกลสุดสายตา ผืนป่าโบราณคงหมิงทอดยาวเป็นผืนสีเขียวเข้มอยู่ลึกลงไปหลายพันเมตร


            “..............”


            ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงปากประตู เขาสวมใส่ชุดโค้ทสีดำยาวที่ปลิวสะบัดไปตามกระแสลม


            ใบหน้าคมเข้มแฝงความเย็นชา ดวงตาคมลึกสะท้อนท้องฟ้าสีครามโดยไร้อารมณ์


            ด้านข้างของเขา


            ชายหญิงคู่หนึ่งยืนสงบนิ่ง


            ทั้งสองสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า รูปลักษณ์ภายนอกเรียบง่าย แต่ท่าทางกลับแฝงความสงบนิ่งของผู้ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน


            พวกเขาไม่กล่าวคำใด ไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ไม่มีร่มชูชีพหรือเครื่องช่วยใดๆ


            ชายวัยกลางคนก้าวเท้าออกไปก่อน ร่างของเขาหลุดพ้นจากพื้นเหล็กของเครื่องบินทันที


            ชายหญิงสองคนที่สวมหน้ากากก็ตามออกไปโดยไม่ลังเล


            สามร่างพุ่งทิ้งดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ลมพัดผ่านร่างกายอย่างรุนแรง เสื้อโค้ทสีดำกระพือสะบัดราวปีกอีกา


            เสียงลมหวีดหวิวแทรกผ่านชั้นอากาศดังไม่ขาดสาย ความสูงหลายพันเมตรกลับดูเหมือนไม่มีความหมายต่อพวกเขาเลยซักนิด


            ร่างทั้งสามเป็นดั่งดาวตกที่พุ่งทะยานลงจากท้องฟ้า เส้นทางการร่วงหล่นแน่วแน่ตรงดิ่งไม่สั่นไหว

            

            ในวินาทีถัดมา


            “ตูม—!”


            เสียงกระแทกดังสนั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ พื้นดินแตกร้าวเป็นวงกว้าง หลุมลึกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นท่ามกลางผืนป่า เศษดินและหินแตกกระจายปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดเป็นกลุ่มฝุ่นผงหนาทึบที่ลอยฟุ้งปกคลุมบริเวณโดยรอบ


            แรงสั่นสะเทือนแผ่กระจายออกไปเป็นระลอก ทำให้เรือนยอดไม้รอบด้านสั่นไหวรุนแรง


            ท่ามกลางฝุ่นควันที่ยังไม่จางหาย เงาร่างหนึ่งค่อยๆเคลื่อนไหว


            ชายวัยกลางคนก้าวออกมาจากหลุมลึกนั้นอย่างไม่เร่งรีบ เสื้อโค้ทสีดำของเขายังคงเรียบร้อยแทบไม่ปรากฏรอยเสียหายแม้แต่น้อย ฝุ่นดินที่เกาะอยู่ตามชายเสื้อร่วงหล่นลงอย่างง่ายดาย ราวกับไม่อาจแตะต้องเขาได้


            นัยน์ตาของเขาเฉยชา


            สายตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณอย่างช้าๆ


            ชายหญิงที่สวมหน้ากากก็เดินออกมาจากหลุมเช่นกัน ท่าทางมั่นคงไม่ต่างจากผู้เป็นนาย


            ชายวัยกลางคนหยุดยืนอยู่ตรงขอบหลุมลึก เงยหน้ามองท้องฟ้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะลดสายตาลงสู่ผืนดินเบื้องหน้า


            “เอาละ..”


            “ดูเหมือนลูกชายคนเล็กของข้า ผู้อาวุโสทั้งสองและสมาชิกภายในตระกูลจะตกตายลงไปหมดแล้วสินะ?”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน