หลังจากที่ได้เห็นผลลัพธ์อันน่าสะพรึงกลัวของตนเองอย่างเต็มสายตา
หวงเยี่ยก็รู้สึกราวกับสายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงกลางหัวใจ เป็นความมั่นใจที่ทะยานขึ้นจนแทบทะลุขีดจำกัด ทว่าความอลังการของภาพเบื้องหน้าไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มหลงใหลจนลืมตัว ในทางตรงกันข้าม มันกลับยิ่งทำให้จิตใจสงบลึกลงไปอีกขั้น
“พอแล้ว!”
ในวินาทีถัดมา หวงเยี่ยก็คลายพลังอำนาจทั้งหมดของตนเอง ทำให้คลื่นพลังสีม่วงทองที่แผ่ซ่านอยู่รอบกายเริ่มจางลง
รากไม้สีม่วงทองทั้งหมดย้อนคืนกลับไปยังพื้นดิน พวกมันเลื้อยลงสู่ผืนดินราวสายน้ำที่ไหลกลับสู่ต้นกำเนิด เสียงครืนครั่นที่เคยสะเทือนพื้นเบาบางลงจนแทบไม่ได้ยิน เศษดินที่เคยแตกกระจายเริ่มร่วงหล่นกลับสู่รอยแยกอย่างประหลาด
สิ่งที่เกิดขึ้นถัดมาทำให้หวงเยี่ยต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ
สภาพแวดล้อมดังกล่าวค่อยๆย้อนกลับคืนอย่างน่าแปลกประหลาด
รอยแตกบนพื้นดินที่เกิดจากการผุดขึ้นของรากไม้ได้เริ่มปิดสนิท เหมือนกำลังมีมือที่มองไม่เห็นคอยทำให้ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม
เศษหินที่กระจัดกระจายเริ่มกลิ้งกลับเข้าที่ พื้นดินที่เคยถูกผลักขึ้นเป็นสันนูนก็ทรุดตัวลงอย่างราบเรียบ เหมือนกับว่าร่องรอยของรากไม้ที่ผุดออกมาจากผืนดินทั้งหมด ไม่ได้สร้างผลกระทบหรือส่งผลเสียต่ออาณาเขตบริเวณเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีรอยแหว่ง ไม่มีร่องรอยของการถูกฉีกขาด ไม่มีเศษซากที่บ่งบอกว่าพื้นที่นี้เคยถูกแปรเปลี่ยนเป็นพงไพรจำลองเมื่อครู่
ผืนป่าโบราณคงหมิงกลับคืนสู่ความสงบอย่างสมบูรณ์
หวงเยี่ยยืนมองภาพนั้นนิ่งงันพร้อมหัวใจที่เต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ความมั่นใจที่เคยเต็มเปี่ยมเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความพิศวงอย่างลึกซึ้ง
“น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
“เหมือนกับว่ากาลเวลาได้ถูกย้อนกลับยังไงยังงั้น!”
“นี่มันเป็นปรากฏการณ์ หรือเป็นพลังอำนาจแห่งเจตจำนงที่ลี้ลับกันแน่?!”
ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง พร้อมกับดวงตาที่ไล่มองไปยังพื้นดินอย่างละเอียด
ขณะที่คำถามดังโดยไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เขารู้เพียงว่าจักรพรรดิพงไพรพิฆาตบัญญติดาราไม่เพียงแค่ก่อกำเนิดพงไพรขึ้นมา หากยังสามารถควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนมันได้แทรกแซงกฎเกณฑ์บางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่ง
ถึงจะไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร แต่หวงเยี่ยก็ไม่ได้ปล่อยให้ความสงสัยฉุดรั้งความก้าวหน้าของตนเอง
เขาสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้น ประกายแสงสีฟ้าก่อตัว กลายเป็นกรอบข้อมูลที่ลอยนิ่งอยู่ตรงหน้า
【หวงเยี่ยซื่อจื่อ อายุ 17 ปี】
【เผ่าพันธุ์มนุษย์สายเลือดระดับกลาง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,000,000
【ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับกลาง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,000,000
【เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิ จักรพรรดิพงไพรพิฆาตบัญญติดารา】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 5,000,000
【พลังวิญญาณระดับสี่ขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 200,000
【ร่างกายระดับสี่ขั้นแรกเริ่ม】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 200,000
【วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิ】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 1,000,000
【วิชาการต่อสู้ระดับจักรพรรดิ หุ่นจิตพฤกษาโบราณ ขั้นที่หนึ่ง】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 10,000
【แต้มวิญญาณ 16,500】(แต้มวิญญาณจะได้รับจากการสังหารสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มังกรโดยตรง)
“เหอะๆ ถ้าอยากจะยกระดับขั้นถัดไป จะต้องใช้แต้มอย่างละหนึ่งล้าน?”
เขากวาดสายตามองตัวเลขซ้ำอีกครั้ง
“ไม่ต้องไปพูดถึงการพัฒนาเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิให้กลายไปเป็นเจตจำนงระดับเทพ”
“ห้าล้านแต้ม!”
“แต่ยังไงแต้มที่ข้าจะได้รับ.. มันก็คงมากกว่านี้อย่างมากมายในอนาคตละนะ?”
ดวงตาของหวงเยี่ยเปล่งประกายอย่างคาดหวัง และรู้ดีว่ายิ่งสังหารสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์มังกรหรือแม้แต่นักล่ามังกรที่อยู่ในระดับสูง แต้มวิญญาณที่ได้รับก็จะเพิ่มขึ้นตามระดับของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน
ยิ่งแข็งแกร่ง
มันก็ยิ่งคุ้มค่า
ตัวของเขาจึงไม่ได้กังวลเกี่ยวกับการใช้แต้มวิญญาณกว่าหลายล้านนี้เลยซักนิด เนื่องจากเส้นทางที่เขาได้เลือกเดิน มันไม่ได้มีเพียงผืนป่าโบราณคงหมิงแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทาง
【ไปกันเถอะคะโฮสต์ ผืนป่าโบราณคงหมิงนี้ไม่มีอะไรให้โฮสต์ทำอีกแล้วละ】
【ต่อให้จะอยากพบเจอกับสัตว์อสูรมังกรที่แข็งแกร่งมากมาย แต่พวกมันคงหลบหนีหรือซ่อนตัวกันไปหมดแล้วละ】
คำพูดของระบบกลืนกินมังกรไม่ได้ไร้เหตุผล
เพราะตั้งแต่ที่มังกรอัคคีหลังหนามถูกสังหาร และจากการระเบิดพลังเมื่อครู่ ผืนป่าแห่งนี้ย่อมตกอยู่ในความระแวดระวังอย่างที่สุด สิ่งมีชีวิตระดับสูงย่อมไม่โง่พอจะเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนโดยไม่ไตร่ตรอง
หวงเยี่ยหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสดงออกถึงท่าทางที่เห็นด้วย
“จริงอย่างที่คนสวยว่า”
“ถ้ายังอยู่ที่นี่ต่อ..”
“มันก็มีแต่จะเสียเวลา!”
หน้าต่างระบบเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงผืนป่าที่กลับคืนสู่ความสงัดดังเดิม พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย
“แต้มวิญญาณอีกหลายล้าน”
“ข้าหวงเยี่ยจะเก็บมาให้หมด!”
..
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวัน แสงอาทิตย์เริ่มเอียงตัวลงอย่างเชื่องช้า
ทาบเงายาวเหยียดไปทั่วผืนป่าโบราณคงหมิง ซึ่งกลับคืนสู่ความสงัดเหมือนไม่เคยเกิดเหตุสะเทือนขวัญใดๆมาก่อน
หวงเยี่ยได้เดินทางออกจากพงไพรแห่งนั้นตั้งแต่ช่วงเช้า ร่างเลือนหายไปตามแนวเขตแดนที่ทอดยาว มุ่งหน้าไปยังเมืองนอกกฎหมายที่ตั้งอยู่ภายในอาณาเขตแผ่นดินรกร้าง สถานที่ซึ่งรวบรวมทั้งอันตราย โอกาส และแต้มวิญญาณที่มากพอจะผลักดันไปสู่ระดับที่สูงยิ่งกว่าเดิม
กระนั้นเอง ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านอย่างรุนแรงเหนือฟากฟ้าที่สูงหลายพันเมตร
เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำลึกก็ดังก้องสะท้อนอยู่ในชั้นเมฆ
เครื่องบินยุทธการขนาดใหญ่ลำหนึ่งกำลังทะยานผ่านเข้ามาเหนือพงไพรโบราณ ลำตัวเหล็กสีเทาเข้มสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นประกายวาววับ ปีกกว้างตัดผ่านชั้นเมฆอย่างมั่นคง แรงดันอากาศที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ทำให้เมฆรอบข้างกระเพื่อมเป็นคลื่น
ภายในห้องโดยสาร เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมระบบจะหันไปกล่าวรายงานด้วยท่าทีสำรวม
“ท่านผู้นำตระกูล..”
“ท่านนักบุญสงคราม!”
“พวกเรามาถึงจุดหมายปลายทางที่สัญญาณของพวกเขาได้ขาดหายไปแล้วขอรับ จะเปิดประตูท้ายลำเพื่อให้พวกท่านลงไปในทันที!”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเคารพและเถิดทูนต่อชายทั้งสามคน
ขณะที่บริเวณด้านหลังของท้ายเครื่องบิน ประตูเหล็กหนาหนักได้เลื่อนเปิดออก เสียงลมโหมกระหน่ำพุ่งทะลักเข้ามาอย่างรุนแรง ปรากฏให้เห็นถึงท้องฟ้าเบื้องล่างที่เปิดกว้างไกลสุดสายตา ผืนป่าโบราณคงหมิงทอดยาวเป็นผืนสีเขียวเข้มอยู่ลึกลงไปหลายพันเมตร
“..............”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงปากประตู เขาสวมใส่ชุดโค้ทสีดำยาวที่ปลิวสะบัดไปตามกระแสลม
ใบหน้าคมเข้มแฝงความเย็นชา ดวงตาคมลึกสะท้อนท้องฟ้าสีครามโดยไร้อารมณ์
ด้านข้างของเขา
ชายหญิงคู่หนึ่งยืนสงบนิ่ง
ทั้งสองสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า รูปลักษณ์ภายนอกเรียบง่าย แต่ท่าทางกลับแฝงความสงบนิ่งของผู้ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน
พวกเขาไม่กล่าวคำใด ไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ไม่มีร่มชูชีพหรือเครื่องช่วยใดๆ
ชายวัยกลางคนก้าวเท้าออกไปก่อน ร่างของเขาหลุดพ้นจากพื้นเหล็กของเครื่องบินทันที
ชายหญิงสองคนที่สวมหน้ากากก็ตามออกไปโดยไม่ลังเล
สามร่างพุ่งทิ้งดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ลมพัดผ่านร่างกายอย่างรุนแรง เสื้อโค้ทสีดำกระพือสะบัดราวปีกอีกา
เสียงลมหวีดหวิวแทรกผ่านชั้นอากาศดังไม่ขาดสาย ความสูงหลายพันเมตรกลับดูเหมือนไม่มีความหมายต่อพวกเขาเลยซักนิด
ร่างทั้งสามเป็นดั่งดาวตกที่พุ่งทะยานลงจากท้องฟ้า เส้นทางการร่วงหล่นแน่วแน่ตรงดิ่งไม่สั่นไหว
ในวินาทีถัดมา
“ตูม—!”
เสียงกระแทกดังสนั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ พื้นดินแตกร้าวเป็นวงกว้าง หลุมลึกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นท่ามกลางผืนป่า เศษดินและหินแตกกระจายปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อเกิดเป็นกลุ่มฝุ่นผงหนาทึบที่ลอยฟุ้งปกคลุมบริเวณโดยรอบ
แรงสั่นสะเทือนแผ่กระจายออกไปเป็นระลอก ทำให้เรือนยอดไม้รอบด้านสั่นไหวรุนแรง
ท่ามกลางฝุ่นควันที่ยังไม่จางหาย เงาร่างหนึ่งค่อยๆเคลื่อนไหว
ชายวัยกลางคนก้าวออกมาจากหลุมลึกนั้นอย่างไม่เร่งรีบ เสื้อโค้ทสีดำของเขายังคงเรียบร้อยแทบไม่ปรากฏรอยเสียหายแม้แต่น้อย ฝุ่นดินที่เกาะอยู่ตามชายเสื้อร่วงหล่นลงอย่างง่ายดาย ราวกับไม่อาจแตะต้องเขาได้
นัยน์ตาของเขาเฉยชา
สายตาคมกริบกวาดมองรอบบริเวณอย่างช้าๆ
ชายหญิงที่สวมหน้ากากก็เดินออกมาจากหลุมเช่นกัน ท่าทางมั่นคงไม่ต่างจากผู้เป็นนาย
ชายวัยกลางคนหยุดยืนอยู่ตรงขอบหลุมลึก เงยหน้ามองท้องฟ้าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะลดสายตาลงสู่ผืนดินเบื้องหน้า
“เอาละ..”
“ดูเหมือนลูกชายคนเล็กของข้า ผู้อาวุโสทั้งสองและสมาชิกภายในตระกูลจะตกตายลงไปหมดแล้วสินะ?”