ยอดรักนักสู้

    ตอนที่ 34: บท 5 ธาตุแห่งความมืด : ความล้มเหลวและกลิ่นอายของธาตุไม้แห่งความมืด

    อาเฟย ได้ก่อตั้ง สำนักคุ้มภัยห้าธาตุ ขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว...

     

    ทุกค่ำคืนหลังจากการฝึกฝนและดูแลสำนักเสร็จสิ้น อาเฟยจะใช้เวลาหลายชั่วโมงในการนั่งสมาธิข้างเตียงของเสี่ยวเหลียน มือของเขาวางแนบกับแผ่นหลังที่บอบบางของนาง และถ่ายทอด พลังปราณห้าธาตุบริสุทธิ์ ที่เขาฝึกฝนมาอย่างหนักเข้าสู่ร่างของนางอย่างช้า ๆ และอ่อนโยน

     

    พลังปราณของอาเฟยนั้นบริสุทธิ์จนน่ารังเกียจ มันคือหยางบริสุทธิ์ ที่ไร้ซึ่งรอยด่างพร้อยใด ๆ มันควรจะเป็นยาอายุวัฒนะที่ชำระล้างทุกสิ่ง แต่สำหรับเสี่ยวเหลียนแล้ว มันคือกรดที่กัดเซาะแก่นแท้ใหม่ของนาง

     

    พลังหยินด้านมืดที่นางดูดซับมาจากจางอี้และหมอหลี่ นั้นได้ฝังรากลึกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของแก่นแท้ของนางไปแล้ว มันไม่ใช่แค่ "โรค" ที่จะรักษาได้ด้วยพลังบริสุทธิ์ แต่มันคือวิถีที่นางต้องเดิน

     

    ในทุกครั้งที่พลังปราณบริสุทธิ์ของอาเฟยพยายามจะแทรกซึมเข้าไปในวังวนสีดำในจุดตันเถียนของนาง มันจะถูกต่อต้านอย่างรุนแรง พลังทั้งสองปะทะกันอย่างเงียบงันในส่วนลึกที่สุดของร่างกายเสี่ยวเหลียน ก่อให้เกิดความเจ็บปวดที่ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากการ ฉีกขาด ของ ตัวตน

     

    "ไม่... ไม่ใช่แบบนี้... ข้าไม่ต้องการความบริสุทธิ์... ข้าต้องการ ความมืดมิด ที่จะมาโอบกอดข้า..." เสียงกระซิบจากส่วนลึกของจิตวิญญาณเสี่ยวเหลียนดังขึ้น

     

    นางต้องกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วเส้นลมปราณ มันเหมือนกับการถูกเผาด้วยน้ำแข็ง พลังบริสุทธิ์ของอาเฟยพยายามจะขับไล่ พลังหยินด้านมืดออกไป แต่พลังหยินด้านมืดนั้นกลับยึดมั่นและเติบโตขึ้นจากการต่อต้าน

     

    "อืมมม..." เสี่ยวเหลียนครางแผ่วเบา พยายามบิดตัวเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสที่จุดตันเถียน ซึ่งเป็นจุดที่พลังทั้งสองกำลังปะทะกันอย่างรุนแรงที่สุด

     

    "เป็นอะไรไปหรือเหลียนเอ๋อร์? เจ้าเจ็บหรือ?" อาเฟยถามด้วยความเป็นห่วงทันที เขาหยุดการถ่ายทอดพลังปราณและใช้มือลูบไล้ใบหน้าของนางอย่างอ่อนโยน

     

    "ไม่... ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ... แค่... รู้สึกว่าพลังมันไหลเวียนเร็วเกินไปเล็กน้อย" เสี่ยวเหลียนโกหกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางยิ้มให้เขาอย่างเหนื่อยอ่อน "ท่านพี่... ท่านทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว... พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ"

     

    อาเฟยรู้สึกผิดทันทีที่เห็นใบหน้าซีดเซียวของภรรยา "ข้าขอโทษ... ข้าคงใจร้อนเกินไป ข้าแค่อยากให้เจ้าหายเร็ว ๆ" เขาก้มลงจูบหน้าผากของนางอย่างแผ่วเบา "ฝันดีนะเหลียนเอ๋อร์ พรุ่งนี้ข้าจะลองปรับวิธีการถ่ายทอดพลังให้ละเอียดอ่อนกว่านี้"

     

    เมื่ออาเฟยจากไปแล้ว ความเงียบก็กลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง เสี่ยวเหลียนลืมตาขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความมืดมิดและความสับสน นางยกมือขึ้นกุมหน้าท้องส่วนล่าง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ จุดตันเถียน

     

    พลังหยินด้านมืด ที่นางดูดซับมานั้น ไม่ได้ถูกชำระล้างเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเติบโตขึ้นอย่างน่ากลัว มันเหมือนกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังอยู่ในกรง และการพยายามรักษาของอาเฟยก็เหมือนกับการ เคาะกรง ให้สัตว์ร้ายตัวนั้นตื่นขึ้นมา

     

    "เจ้าไม่ต้องการความบริสุทธิ์... เจ้าต้องการความมืดมิด... เจ้าต้องการหยางด้านมืดเพื่อมาปรนเปรอและหล่อเลี้ยง ข้า..." เสียงกระซิบที่เย็นเยียบและเย้ายวนดังขึ้นในห้วงความคิดของนาง มันคือเสียงของ เคล็ดวิชาหยกสวรรค์ ที่ได้หลอมรวมเข้ากับ พลังหยินด้านมืด ของนางแล้ว

     

    นางลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้า ๆ ร่างกายของนางสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นและความปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง

     

    นางมองออกไปนอกหน้าต่าง แสงจันทร์สาดส่องลงมาบนลานฝึกของสำนักที่ว่างเปล่า อาเฟยกำลังหลับอย่างสงบในห้องของเขา โดยไม่รู้เลยว่า ภรรยา ของเขากำลังเผชิญหน้ากับ ความจริง ที่น่าสะพรึงกลัว

     

    ความจริงที่ว่า... การรักษาด้วยความรักและความบริสุทธิ์นั้น... ได้ล้มเหลวแล้ว

     

    สิ่งที่นางต้องการไม่ใช่ ยา แต่เป็น พิษ ที่จะมาต่อต้านพิษด้วยกัน

     

    หลายวันผ่านไป อาการของเสี่ยวเหลียนไม่ได้ดีขึ้นเลย มีแต่จะแย่ลงเรื่อย ๆ พลังหยินด้านมืด ได้เริ่มแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน

     

    กลางวัน: นางจะรู้สึกอ่อนเพลียและง่วงซึมราวกับวิญญาณถูกดูดออกไปจากร่าง ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่งกลับซีดเซียวลงเล็กน้อย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ความรู้สึกว่างเปล่าที่กัดกินจิตใจของนาง นางรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปอย่างรุนแรง

     

    กลางคืน: นางจะรู้สึกร้อนรุ่มและกระสับกระส่าย ความกระหายที่ไม่มีชื่อเริ่มกัดกินจิตใจและร่างกายของนาง มันไม่ใช่ความหิวโหยธรรมดา แต่มันคือ ความหิวโหยทางเพศที่รุนแรงและป่าเถื่อน มันคือ สัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยพลังหยินด้านมืด

     

    ในคืนหนึ่ง ขณะที่อาเฟยกำลังถ่ายทอดพลังปราณให้แก่นางตามปกติ เสี่ยวเหลียนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

     

    "อ๊า... ท่านพี่... หยุดเถิดเจ้าค่ะ!" นางผลักมือของอาเฟยออกอย่างแรง

     

    อาเฟยตกใจ "เหลียนเอ๋อร์! เกิดอะไรขึ้น!?"

     

    "ข้า... ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ... พลังของท่าน... มัน... มันร้อนเกินไป... มันทำให้ข้าทรมาน" เสี่ยวเหลียนกุมหน้าท้องและบิดตัวด้วยความเจ็บปวดที่แสร้งทำขึ้นมา

     

    อาเฟยรีบดึงมือกลับ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "เป็นไปได้อย่างไร! พลังของข้าบริสุทธิ์ที่สุดแล้ว! มันควรจะอ่อนโยนเหมือนสายน้ำ!"

     

    "มันอาจจะ... เป็นเพราะร่างกายของข้ายังไม่พร้อมรับพลังที่ยิ่งใหญ่ของท่านพี่เจ้าค่ะ" เสี่ยวเหลียนพูดเสียงสั่นเครือ "ข้าคิดว่า... ข้าควรจะลอง ทำสมาธิ และ ปรับสมดุล ด้วยตัวเองก่อน... ท่านพี่อย่าเพิ่งถ่ายทอดพลังให้ข้าอีกเลยในช่วงนี้... ข้ากลัวว่ามันจะยิ่งทำให้พลังปราณตีกลับรุนแรงขึ้น"

     

    อาเฟยลังเล แต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดเผือดและเหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นบนหน้าผากของภรรยา เขาก็ยอมจำนน "ก็ได้... ข้าจะเชื่อเจ้า... แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อย เจ้าต้องบอกข้าทันทีนะเหลียนเอ๋อร์"

     

    "เจ้าค่ะ... ข้าสัญญา" เสี่ยวเหลียนตอบ พลางซ่อนรอยยิ้มแห่ง ชัยชนะ ไว้ภายใต้ความอ่อนแอ

     

    เมื่ออาเฟยจากไปแล้ว เสี่ยวเหลียนก็เริ่มสำรวจร่างกายของตนเองอย่างจริงจัง นางโคจรเคล็ดวิชาหยกสวรรค์ที่ตอนนี้ได้กลายเป็น เคล็ดวิชาหยกสวรรค์ด้านมืด ไปแล้ว

     

    ในจุดตันเถียนของนาง พลังหยินด้านมืด ได้ก่อตัวเป็นวังวนสีดำที่หมุนวนอย่างเชื่องช้า มันเป็นพลังที่เย็นเยียบและชั่วร้าย แต่มันก็ทรงพลังอย่างน่ากลัว

     

    "เจ้าต้องการอะไร?" เสี่ยวเหลียนถามวังวนนั้นในห้วงความคิด

     

    วังวนสีดำตอบกลับมาด้วยภาพและความรู้สึก

     

    ภาพแรกคือ ห้าจุดแสง ที่ส่องประกายอยู่ในความมืดมิด แต่ละจุดมีสีที่แตกต่างกัน: เขียว (ไม้), แดง (ไฟ), เหลือง (ดิน), ขาว (ทอง), และ น้ำเงิน (น้ำ)

     

    "ข้าต้องการ ห้าธาตุ... แต่ไม่ใช่ห้าธาตุบริสุทธิ์ของสามีเจ้า... ข้าต้องการห้าธาตุด้านมืด ที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ความชั่วร้าย ความโลภ ความแค้น และ ความดิบเถื่อน"

     

    ความรู้สึกที่ตามมาคือ ความกระหาย ที่รุนแรงจนแทบจะฉีกร่างของนางออกเป็นเสี่ยง ๆ มันคือความกระหายที่ต้องการ พลังหยาง ที่ถูก แปดเปื้อน ด้วย กิเลส และ ตัณหา

     

    เสี่ยวเหลียนเข้าใจทันที เคล็ดวิชาหยกสวรรค์ ของนางนั้นไม่ได้ต้องการ การรักษา แต่ต้องการ การเติมเต็ม มันต้องการ พลังหยาง ที่มี รอยด่างพร้อย เพื่อมา หล่อเลี้ยง และ ผสาน เข้ากับ พลังหยินด้านมืด ของนาง

     

    "ถ้าข้าไม่เติมเต็มมัน... จะเกิดอะไรขึ้น?" นางถามด้วยความหวาดกลัว

     

    "เจ้าจะถูก พลังหยินด้านมืด กลืนกิน... เจ้าจะกลายเป็น นางมาร ที่ไร้สติ... และสามีของเจ้าจะ ตาย ด้วยน้ำมือของเจ้าเอง เมื่อเจ้าดูดซับพลังหยางบริสุทธิ์ของเขาจนหมดสิ้น"

     

    คำตอบนั้นทำให้เสี่ยวเหลียนตัวแข็งทื่อ นางไม่กลัวที่จะกลายเป็นนางมาร แต่นางกลัวที่จะ ทำร้ายอาเฟย

     

    "ไม่... ข้าจะไม่มีวันทำร้ายท่านพี่" นางกำหมัดแน่น "ถ้าอย่างนั้น... ข้าจะหา ห้าธาตุด้านมืด มาให้เจ้าเอง!"

     

    วังวนสีดำในจุดตันเถียนของนางหมุนเร็วขึ้นเล็กน้อย ราวกับแสดงความพึงพอใจ

     

    "ดีมาก... เริ่มจาก ธาตุไม้... มันอยู่ใกล้เจ้าที่สุด... กลิ่นของ ความบริสุทธิ์ที่ถูกบิดเบือน กำลังยั่วยวนข้า..."

     

    ธาตุไม้ เป็นธาตุแรกที่ พลังหยินด้านมืด ต้องการ มันเป็นสัญลักษณ์ของการ เติบโต และ ชีวิต แต่ ธาตุไม้ด้านมืด คือสัญลักษณ์ของ ความปรารถนาที่ถูกกดทับ และ การเติบโตที่ผิดรูป

     

    เสี่ยวเหลียนเริ่มรู้สึกถึง กลิ่นอาย ที่แปลกประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นหอมของดอกไม้ แต่เป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่าง ความสงบ และ ความกระสับกระส่าย มันเป็นกลิ่นที่ ยั่วยวน และ คุกคาม ในเวลาเดียวกัน

     

    กลิ่นนั้นมาจาก ทิศตะวันออก ของสำนัก ซึ่งเป็นทิศทางของ ธาตุไม้ ตามหลักฮวงจุ้ย

     

    ในตอนเช้าตรู่ เสี่ยวเหลียนแสร้งทำเป็นออกไปเดินเล่นเพื่อ ปรับสมดุล พลังปราณตามที่บอกอาเฟยไว้ อาเฟยเชื่อสนิทใจและกำชับให้นางระมัดระวังตัว

     

    เสี่ยวเหลียนเดินตาม สัญชาตญาณ และ ความกระหาย ที่นำทางนางไป

     

    นางเดินลึกเข้าไปในป่าไผ่ที่อยู่หลังสำนัก จนกระทั่งมาถึง วัดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ วัดแห่งนี้ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมาก่อน ราวกับมันถูกซ่อนไว้ด้วยพลังปราณบางอย่าง

     

    ที่หน้าวัด มี พระหนุ่มรูปงาม รูปหนึ่งกำลังกวาดลานวัดอยู่

     

    พระหนุ่มรูปนั้นมีใบหน้าที่ หล่อเหลา และ หมดจด ผิวพรรณขาวผ่องราวกับหยกชั้นดี รูปร่างสูงโปร่งและสง่างาม แม้จะสวมใส่เพียงจีวรสีเหลืองหม่น แต่ก็ไม่อาจซ่อน รัศมี ที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขาได้

     

    เขาคือ พระอาจารย์ซาน

     

    ทันทีที่เสี่ยวเหลียนเห็นเขา วังวนสีดำ ในจุดตันเถียนของนางก็ สั่นสะท้าน อย่างรุนแรง ความกระหาย พุ่งสูงขึ้นจนนางแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

     

    "ใช่แล้ว... นี่แหละคือ ธาตุไม้ด้านมืด ที่ข้าต้องการ!" เสียงกระซิบของพลังหยินด้านมืดดังขึ้นอย่างตื่นเต้น

     

    เสี่ยวเหลียนมองสำรวจพระอาจารย์ซานอย่างละเอียด

     

    ธาตุไม้ ของเขาบริสุทธิ์และแข็งแกร่งมาก มันคือพลังที่เกิดจากการ บำเพ็ญเพียร และ การถือศีล อย่างเคร่งครัด แต่ภายใต้ความบริสุทธิ์นั้น... เสี่ยวเหลียนสัมผัสได้ถึง รอยร้าว เล็ก ๆ

     

    มันคือ ความปรารถนา ที่ถูก กดทับ ไว้

     

    ความปรารถนา ที่ถูก ปฏิเสธ

     

    ความปรารถนา ที่ถูก กักขัง ไว้ภายใต้ จีวร และ ศีลธรรม

     

    นี่แหละคือ ธาตุไม้ด้านมืด ที่สมบูรณ์แบบที่สุด! มันไม่ใช่ความชั่วร้ายที่เปิดเผย แต่เป็น ความชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ ภายใต้ ความดีงาม

     

    เสี่ยวเหลียนเดินเข้าไปหาพระอาจารย์ซานอย่างช้า ๆ นางใช้ เสน่ห์ และ ความอ่อนแอ ที่นางมีทั้งหมดเป็นอาวุธ

     

    "นมัสการพระอาจารย์เจ้าค่ะ" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและสั่นเครือเล็กน้อย

     

    พระอาจารย์ซานเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อดวงตาของเขาประสานกับดวงตาที่เต็มไปด้วย ความกระหาย และ ความอ่อนแอ ของเสี่ยวเหลียน ร่างกายของเขาก็ ชะงัก ไปเล็กน้อย

     

    "โยม... มีธุระอันใดหรือ?" เสียงของเขาทุ้มนุ่มและสงบ แต่เสี่ยวเหลียนสัมผัสได้ถึง กระแสไฟฟ้า ที่แล่นผ่านร่างกายของเขาเมื่อเขาเห็นนาง

     

    "ข้า... ข้ามาเพื่อ ขอความช่วยเหลือ เจ้าค่ะ" เสี่ยวเหลียนกล่าว พลางแสร้งทำเป็นทรุดตัวลงเล็กน้อย การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ เสื้อผ้า ของนางเลื่อนลงไปเล็กน้อย เผยให้เห็น ไหล่เปล่า ที่ขาวเนียนและเส้นคอที่งดงาม

     

    พระอาจารย์ซานสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ ลูกตาของเขาเหลือบไปมองอย่างรวดเร็วก่อนจะหันหน้าหนีไปทันที แต่เสี่ยวเหลียนจับได้ว่าเขา กลืนน้ำลาย อย่างแรง

     

    "ข้ากำลังประสบปัญหา พลังปราณตีกลับ อย่างรุนแรง... ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มี พระอาจารย์ ผู้ทรงศีล... ข้าจึงมาขอให้ท่านช่วย ชี้แนะ แนวทางในการ ทำสมาธิ เพื่อระงับพลังปราณที่กำลังปั่นป่วนในกายของข้าเจ้าค่ะ"

     

    ขณะที่พูด เสี่ยวเหลียนแสร้งทำเป็น หายใจไม่ออก เล็กน้อย ทำให้นางหายใจเข้าออกช้าและยกอกขึ้นมาเพื่อหายใจ การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ รูปทรง ที่เย้ายวนของนางเด่นชัดขึ้น แม้จะถูกปกปิดด้วยเสื้อผ้า

     

    พระอาจารย์ซานมองเสี่ยวเหลียนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความเมตตา แต่ภายใต้ความเมตตานั้น... เสี่ยวเหลียนเห็น ประกายไฟ แห่ง ความปรารถนา ที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

     

    "เขาต้องการข้า... พลังหยางด้านมืดของเขากำลังร้องเรียกหาพลังหยินด้านมืดของข้า!" เสี่ยวเหลียนคิดในใจอย่างตื่นเต้น

     

    "โยม... อาตมาเป็นเพียงพระหนุ่ม... คงไม่มีความสามารถพอที่จะชี้แนะเรื่องพลังปราณได้หรอก" พระอาจารย์ซานกล่าวอย่างถ่อมตน แต่ดวงตาของเขากลับจ้องมองไปที่ เนินอก ที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าของเสี่ยวเหลียนอย่างไม่ตั้งใจ

     

    เสี่ยวเหลียนสังเกตเห็นสายตาของเขา และรู้ทันทีว่า แผนการ ของนางกำลังได้ผล นางยิ้มอย่างมีชัย "พระอาจารย์ถ่อมตนเกินไปแล้วเจ้าค่ะ... ข้าสัมผัสได้ถึง พลังปราณ ที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งของท่าน... เพียงแค่ท่าน นั่งสมาธิ ข้าง ๆ ข้า... ก็อาจจะช่วยให้ข้า สงบ ลงได้แล้วเจ้าค่ะ"

     

    นางเดินเข้าไปใกล้พระอาจารย์ซานอีกก้าวหนึ่ง จนกระทั่ง กลิ่นกาย ที่หอมหวานและ ยั่วยวน ของนางลอยไปแตะจมูกของเขา มันเป็นกลิ่นที่ผสมผสานระหว่าง ดอกมะลิ และ ความปรารถนา ที่ถูกกดทับ

     

    ขณะเดินเข้าไปใกล้ เสี่ยวเหลียนแสร้งทำเป็น เดินโซเซ เล็กน้อย ทำให้เธอต้อง ยื่นมือ ออกไปจับแขนของพระอาจารย์ซานเพื่อ รักษาสมดุล การสัมผัสนี้ทำให้ไฟฟ้า แล่นผ่านร่างกายของทั้งคู่

     

    "ขออภัยเจ้าค่ะ..." เสี่ยวเหลียนกระซิบ แต่นางไม่ได้ปล่อยมือออก แต่กลับ บีบ แขนของเขาเบา ๆ ราวกับขอความช่วยเหลือ

     

    พระอาจารย์ซาน ถอยหลัง ไปหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเริ่มมี เหงื่อ ซึมออกมาเล็กน้อย และลมหายใจของเขาเริ่ม หอบ ขึ้นมาเล็กน้อย

     

    "โยม... โปรดรักษาระยะห่างด้วย... อาตมา... อาตมาต้อง ถือศีล"

     

    แต่เสี่ยวเหลียนไม่ได้หยุดแค่นั้น นางแสร้งทำเป็น มึนงง และ โซเซ มากขึ้น "ข้าขออภัยเจ้าค่ะ... ข้าคิดว่า... พลังปราณมันกำลัง ปั่นป่วน อีกแล้ว... ข้ารู้สึก ร้อน มาก..."

     

    นางยกมือขึ้น ปัดผม ที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อออกจากหน้าผาก การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ เสื้อผ้า ของนางเลื่อนลงไปอีก เผยให้เห็น ไหล่ และ ส่วนบนของอก ที่ขาวเนียนและเย้ายวน

     

    พระอาจารย์ซานพยายาม หันหน้าหนี แต่ดวงตาของเขากลับ เหลือบมอง กลับมาอย่างไม่อาจควบคุม เขาเห็น หยดเหงื่อ ที่ไหลลงมาตาม เส้นคอ ของเสี่ยวเหลียน และหายไปใน ร่องอก ที่ลึก

     

    "อาตมา... อาตมาจะไปเอา น้ำ มาให้โยม..." เขาพูดด้วยเสียงที่ สั่นเครือ

     

    "ไม่เจ้าค่ะ... ข้าไม่ต้องการน้ำ... ข้าต้องการ... ข้าต้องการให้ท่านช่วย ระงับ พลังปราณที่กำลังปั่นป่วนในตัวข้า..." เสี่ยวเหลียนกล่าว พลางเดินตามเขาไป

     

    ขณะเดิน นางแสร้งทำเป็น เดินโซเซ อีกครั้ง และคราวนี้นางล้มลงไปข้างหน้า พอดีที่จะ ล้มทับ ตัวพระอาจารย์ซาน

     

    พระอาจารย์ซานรีบ ประคอง ตัวนางไว้ด้วยสัญชาตญาณ แต่การประคองนี้ทำให้มือของเขา สัมผัส กับ เอว ที่เล็กและ สะโพก ที่อวบอิ่มของเสี่ยวเหลียน

     

    ความร้อน จากร่างกายของนางที่ สั่นเทา ได้ เผาผลาญ ความสงบที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิต

     

    "โยม... อาตมาจะพาโยมเข้าไปในกุฏิ... โยมต้องอดทนไว้"

     

    เสี่ยวเหลียนซบใบหน้าลงกับแผงอกของเขา รอยยิ้ม แห่ง ชัยชนะ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ความอ่อนแอ

     

    "ท่านพี่... ข้าขอโทษ... แต่ข้าต้องทำเพื่อเรา..." นางคิดในใจ พลางปล่อยให้ พลังหยินด้านมืด ของนาง แทรกซึม เข้าไปในจิตใจของพระอาจารย์ซานอย่างช้า ๆ

    คล้ายกับเรื่องยอดรักนักสู้ ที่คุณอ่าน