เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่8 ตอนที่ 218 : ครึ่งต่อครึ่ง

        เมื่อมาถึงชั้นล่างของอาคาร ผู้จัดการรู้สึกไม่พอใจกับการปรากฏตัวของหยางเฉินก่อนหน้านี้ แต่เมื่อเขาลงมาพร้อมกับตำรวจและอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นั่นทำให้ไม่มีใครสามารถเอาผิดเขาได้

        หยางเฉินกำลังเดินออกมาจากอาคาร เขาเห็นรั่วซีกำลังเดินไปที่ลานจอดรถ ไฟของอาคารสาดแสงออกมาเป็นสีสว่างนวลตา นั่นทำให้หลินรั่วซีดูงดงามมากขึ้นเมื่ออยู่ภายใต้แสงไฟเช่นนี้ เมื่อหยางเฉินเห็นภรรยาของเขา จึงเดินตรงเข้าไปหาหลินรั่วซีพร้อมกับยื่นกระเป๋าแอร์เมสให้กับเธอ

        “กระเป๋านี่คุณลืมมันเอาไว้ ที่สำคัญคุณคงออกไปจากที่นี่ไม่ได้หากไม่มีมัน”

        “ขอบคุณ” หลินรั่วซีรับกระเป๋าเธอมาโดยไม่พูดอะไรมาก

        “ดูเหมือนคุณจะโดนหนักไม่ใช่เล่น ถึงกับพูดคำว่า 'ขอบคุณ' กับผมแบบนี้” หยางเฉินกล่าว

        “ฉันบอกนายไปแล้วไม่ใช่หรือไง?” หลินรั่วซีหันหน้ามาหาเขา ที่ขอบตาของเธอชื้นเล็กน้อยและปรากฏหยดน้ำที่เกือบจะไหลออกมา

        หยางเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ผมจำไม่ได้ อาจเป็นเพราะคุณไม่เคยบอกผม หรือไม่ก็ผมลืมมันไปแล้ว”

        “แต่ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าก่อนหน้านี้คุณบอกว่าอะไร...”

        พวกเขาเดินเข้ามาที่ลานจอดรถด้วยความเงียบงัน ไม่มีใครเอ่ยอะไรขึ้นแม้แต่นิด ทั้งคู่ต่างได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันที่ดังออกมาแผ่วๆ หลินรั่วซีที่ดูลังเลเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวล “ขอโทษนะที่กล่าวหานายก่อนหน้านี้”

        หยางเฉินเกาหัวตนเองกล่าวอย่างระมัดระวัง “ผมไม่อยากให้คุณมาขอบคุณหรือขอโทษผม ผมไม่คุ้นเคยกับคำเหล่านั้นเลย"

        หลินรั่วซีหยุดฝีเท้าลง เธอพูดขึ้นด้วยความเสียใจ “ฉันขอโทษ ฉันเอาแต่ตำหนินาย”

        “ก่อนหน้านี้ฉันทำตัวไม่มีเหตุผลกับนายและยังใช้คำรุนแรงมาก นายไม่รู้สึกเสียหน้าบ้างเหรอ?”

        “ทำไมล่ะ?” หยางเฉินเอ่ยถาม

        "ยกตัวอย่างตอนที่นายอยากได้คำขอบคุณจากฉันไง ฉันมักตอบนายไปว่านายมันน่าอายหรือไม่ก็บอกว่านายเป็นสามีราคาถูก"

        หยางเฉินเลิกคิ้วถาม “ผมเป็นแบบนั้นเหรอ?”

        “ใช่ นายเป็นสามีราคาถูก” หลินรั่วซีตอบ

        …

        หลินรั่วซีเห็นหยางเฉินเงียบไป เธอจึงถามเขาด้วยความสงสัย "ตอนนายกลับมาที่บ้าน นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”

        หยางเฉินยิ้มขึ้นตอบกลับด้วยอารมณ์ดี “ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมงตอนผมลงจากเครื่องแล้วมุ่งหน้ามาที่บ้าน ป้าหวังบอกว่าคุณออกไปเจรจาธุรกิจก่อนหน้านี้แล้วผมรู้สึกไม่สบายใจก็เลยออกมาตามคุณ”

        “แค่นี้น่ะหรือ?” หลินรั่วซีแปลกใจเล็กน้อย “นายมาเพราะเหตุผลเล็กๆ แค่นี้? จากนั้นก็ขับรถพุ่งมาที่ตึกนี่จัดการกับยามที่ดีที่สุดในเมือง แถมยังเล็ดลอดระบบการรักษาความปลอดภัยระดับโลกได้อีกด้วย แม้แต่ตำรวจยังทำไม่ได้ นายทำได้อย่างไร?”

        หยางเฉินเอ่ยพร้อมกับยิ้มแปลกๆ ออกมา “ทำไมคุณคิดว่าผมถึงเป็นคนคาดการณ์อะไรหลายๆ อย่างได้แม่นยำนักล่ะ? ผมก็แค่เดาแล้วก็ทำเท่านั้น ไม่มีสัมผัสพิเศษแบบพวกหมาป่าสักหน่อย”

        “เกากัวเซียง เชื่อว่านายทำผิดและปรักปรำนายต่อไป เขาพยายามทำให้คนที่เหลือและเจ้าหน้าที่คิดว่านายเป็นคนผิดจริงๆ นายไม่กลัวเหรอว่าที่นายคิดมันจะไม่ถูกต้อง? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ นายรู้ถึงผลที่จะตามมาใช่มั้ย?” หลินรั่วซีเอ่ยอย่างจริงจัง

        “ผมรู้ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็จะทำ” หยางเฉินกล่าว

        เมื่อเห็นว่าหยางเฉินตอบเธอด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ หลินรั่วซีจึงรู้สึกสงสัยขึ้นมา “ทำไม”

        “เพราะคุณเป็นภรรยาของผม ที่ผมทำก็เพื่อปกป้องคุณ” หยางเฉินกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

        หลินรั่วซีรู้สึกว่าความรู้สึกบางอย่างภายในอกของเธอกำลังปะทุขึ้นมา ความรู้สึกที่อบอุ่นที่ค่อยๆ เข้ามาเติมเต็มหัวใจของเธอที่เคยสูญเสียการควบคุมตัวก่อนหน้านี้ให้กลับมาเหมือนเดิม ใบหน้าที่งดงามของเธอเผยรอยยิ้มออกมา

        แต่เพราะนั่นก็ทำให้หลินรั่วซีจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอทำสิ่งที่ไม่สมควรทำกับเขา อีกทั้งยังใช้คำพูดที่ไม่ได้ดีอีก เธอหันกลับมาพูดกับหยางเฉินด้วยความเสียใจ “ก่อนหน้านี้ฉันบอกว่านายเป็นพนักงานของบริษัทฉันและยังบอกว่านายเป็นบ้าไปแล้วอีก... นายโกรธฉันมั้ย?”

        “ที่คุณทำก่อนหน้านั้นผมเข้าใจ” หยางเฉินเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ “เท่าที่ผมเห็น ตอนนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ ผมเข้าใจว่าคนเราไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้ นั่นทำให้คุณพูดแบบนั้นออกมา”

        เมื่อเห็นว่าหยางเฉินไม่ได้มีท่าทีสนใจกับสิ่งที่เธอทำก่อนหน้าหลินรั่วซีจึงรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ หลังจากนั้นเธอจึงกล่าวขึ้นว่า “หลังจากนี้ถ้ามีใครถามว่านายเป็นอะไรกับฉัน ฉันจะบอกกับพวกเขาว่านายเป็นสามีของฉันก็แล้วกัน”

        คำพูดนี้ทำให้หยางเฉินชะงักฝีเท้าลง ก่อนจะมองไปที่ใบหน้าของหลินรั่วซีที่กำลังแดงขึ้นด้วยความเอียงอาย

        “คุณบอกผมว่าต้องเก็บเรื่องการแต่งงานเอาไว้เป็นความลับไม่ใช่เหรอ?”

        “ฉันแค่คิดว่ามันไม่เป็นธรรมกับนายที่เป็นสามีของฉันแต่ไม่อาจเอ่ยต่อหน้าคนอื่นได้” หลินรั่วซีเอ่ยอย่างอ่อนแรง

        หยางเฉินไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีกับคำตอบของหญิงสาว “รั่วซีที่รัก สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่การที่คุณเรียกผมว่าสามีต่อหน้าผู้อื่นเป็นรางวัล ที่จริงผมไม่ได้ตำหนิคุณเรื่องนี้ เพราะถ้าหากมีใครมาถามผมว่าผมเป็นอะไรกับคุณ ผมก็ยังคงจะบอกว่าคุณเป็นเจ้านายของผม ไม่ใช่ภรรยาเหมือนกัน ดังนั้นหากคุณคิดจะเรียกผมเป็นสามีจริงๆ ล่ะก็ คุณควรจะพูดคำอื่นๆ ออกมาก่อน”

        “พูดว่าอะไร?...”

        “พูดว่าคุณรักผม...” หยางเฉินเอ่ยขึ้น

        หลินรั่วซีตกใจกับคำขอของหยางเฉิน เธอส่ายหน้าด้วยความเสียใจ “ฉันไม่สามารถทำได้”

        “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงบอกว่ามันไม่จำเป็นที่คุณจะมาเรียกผมว่าสามี ในเมื่อคุณเองก็ไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับผม ในวันนี้ที่ผมทำเพื่อคุณ ทำหน้าที่ของสามีที่ดี แน่นอนว่าความรักไม่สามารถเกิดจากการบังคับได้ ผมจะไม่บังคับคุณให้ทำหรือเรียกผมว่าสามี นั่นจะทำให้คุณลำบากใจไปเปล่าๆ” หยางเฉินกล่าว

        แม้ว่าหยางเฉินจะพูดเช่นนั้นออกมา แต่หลินรั่วซีก็สังเกตได้ว่าตัวของเขาเองไม่ได้เปลี่ยนชุด ผมเผ้าที่ดูยุ่งเหยิงขัดกับดวงตาที่จริงจังของเขา การเปลี่ยนแปลงบุคลิกของเขาเป็นคนจริงจัง ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา

        เขากังวลเรื่องของฉันมากขึ้นกว่าเดิม...

        ถึงแม้ว่าหยางเฉินจะไม่ได้บอกว่าเขารักเธอ แต่หลินรั่วซีก็รู้สึกได้ว่าเขาเป็นห่วงเธอ และเป็นคนที่จะคอยดูแลเธอ นั่นทำให้หลินรั่วซีรู้สึกพอใจมาก เมื่อมาถึงรถเบนท์ลีย์ของหลินรั่วซี เธอพยายามควานหากุญแจในกระเป๋าแต่ก็ไม่พบมัน

        “หยางเฉิน กุญแจรถของฉันมันหายไป!” หลินรั่วซีเอ่ยด้วยความตระหนก

        หยางเฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา ก่อนจะแกว่งกุญแจรถเบนท์ลีย์ที่อยู่ในมือของเขาเล่นอย่างสบายใจ

        “นาย... ทำไมนายถึงขโมยกุญแจรถฉัน?!” หลินรั่วซีรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดี

        “คืนนี้ผมจะเป็นคนขับรถให้กับคุณเอง ผมคิดว่ามันคงเป็นเรื่องดีหากเราได้นั่งรถไปแล้วก็ปรับความเข้าใจของเราไปด้วย...”

        “ไม่ต้อง! คืนกุญแจรถกลับมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!” หลินรั่วซีกล่าวขึ้นพร้อมทั้งก้าวไปข้างหน้าเพื่อชิงกุญแจจากมือหยางเฉิน

        แต่หยางเฉินก็ไม่ได้คืนมันให้กับรั่วซี เขากลับวิ่งหนีเธอไปรอบๆ รถด้วยความสนุกสนานแทน

        หลินรั่วซีหยุดวิ่งอยู่ตรงข้างๆ รถอย่างเหนื่อยล้า

        “ถ้าฉันอยู่นายห้ามขับรถ เอากุญแจมาให้ฉัน!” หลินรั่วซีเอ่ยเสียงแข็ง นั่นไม่ใช่เพราะว่าเธอหวงแหนรถแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าครั้งล่าสุดที่เธอนั่งรถที่หยางเฉินขับนั้น ยังคงเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอมาจนถึงทุกวันนี้

        หยางเฉินไม่ได้สนใจคำพูดของเธอ เขาเดินเข้าไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วนั่งลงทันที

        หลินรั่วซีกำลังกัดฟันแน่นด้วยความโกรธอยู่นอกรถ บรรยากาศของความอบอุ่นก่อนหน้านี้พลันสลายหายไปทันที

        ส่วนหยางเฉินได้เพียงคิดว่าหญิงสาวคนนี้คงคิดว่าเขาจะขับรถ 200 ไมล์ต่อชั่วโมงเป็นเรื่องปกติ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอไม่ยอมให้เขาขับรถ?

        หยางเฉินแสร้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษที่ดี เขาเอื้อมมือมาเปิดประตูรถให้กับหลินรั่วซี เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนี้กำลังโกรธจนหน้าแดง เขาก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

        “ที่รัก รีบเข้ามาเถอะ ดมกลิ่นน้ำมันต่อไปมันไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ”

        “นายออกมาก่อน แล้วฉันจะเข้าไป!” หลินรั่วซีไม่คิดที่จะประนีประนอมกับเขา

        หยางเฉินมองเวลาในรถก่อนจะเอ่ยขึ้น “คุณดูสิ เลยเที่ยงคืนมาแล้ว แต่ยังคงมีคู่สามีภรรยาทะเลาะกันอยู่ที่ลานจอดรถ ทางที่ดีเราควรจะรีบกลับบ้านเสียดีกว่า คุณจะทำให้สามีของคุณต้องโมโหอีกไปทำไม? เร็วเข้ารีบๆ ขึ้นรถได้แล้ว”

        หลินรั่วซีคิดว่าสิ่งที่หยางเฉินพูดกับเธอนั้นสื่อความหมายแปลกๆ ก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาด้วยความอาย เธอจึงพยายามที่จะโกรธเพื่อกลบเกลื่อนอารมณ์ของเธอไว้ “หยุดล้อเล่นได้เเล้ว ส่งกุญแจมาให้ฉันซะ!”

        “ผมจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณยังไม่ขึ้นมา ผมจะขับรถออกไป!” หยางเฉินขู่เธอ

        หลินรั่วซียังคงยืนนิ่ง จ้องมองเขาไม่พูดจา

        หยางเฉินขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะเริ่มนับออกมา “หนึ่ง... สอง... สองครึ่ง... สองครึ่งของครึ่ง... สองครึ่งของครึ่งของครึ่งอีกที...”

        “หึ...” หลินรั่วซีอดอมยิ้มออกมาไม่ได้

        ชัดเจนว่าชายคนนี้ไม่มีทางปล่อยให้เธอต้องนั่งรถกลับบ้านคนเดียวเป็นอันขาด

        “เฮ้ คุณ หัดมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ บ้างสิ ทำตัวเบื่อโลกไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมา อีกอย่างคุณคงไม่ใจร้ายถึงขนาดให้ผมนับสองครึ่งไปร้อยกว่าครั้งหรอกใช่มั้ย?” หยางเฉินกล่าว

        หลินรั่วซีหลับตาลงพลางถอนหายใจ ถึงแม้ว่าในใจจะยังคงระแวงอยู่แต่เธอก็เข้ามานั่งข้างๆ เขา พร้อมกับเตือนหยางเฉิน “ฉันไม่อนุญาตให้นายขับเร็ว ไปช้าๆ ไม่ต้องรีบ ไม่งั้นครั้งหน้าฉันจะไม่นั่งรถกับนายอีก”

        “ผ่อนคลายเข้าไว้” หยางเฉินรู้ว่าหลินรั่วซีนั้นรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาก็ไม่ใช่คนที่จะขี้เล่นไปตลอดเขารู้ว่าตอนไหนควรจะเล่นและตอนไหนควรจะจริงจัง

        หลังจากที่ทั้งคู่นั่งรถกันมาได้สักพัก หยางเฉินก็หันหน้าไปคุยกับหลินรั่วซีอีกครั้ง

        “พรุ่งนี้ผมจะไปงานวันเกิดของเพื่อนผม ผมคงไม่ได้เข้าที่ทำงาน อย่าเพิ่งเข้าใจผิดคิดว่าผมขี้เกียจล่ะครับ”

        “ปาร์ตี้วันเกิด?” หลินรั่วซีเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา “นายจะไปฉลองกับผู้หญิงของนายก็บอกฉันมาตรงๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องซ่อนความจริงจากฉันก็ได้”

        หยางเฉินถอนหายใจก่อนจะเอ่ยขึ้น “สำหรับผมนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีผู้หญิงในงานวันเกิด ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้บอกคุณว่าผมได้เพื่อนใหม่มาคนหนึ่ง เขาชื่อว่าหยวนเย่ คุณรู้จักรึเปล่า? ผมคิดว่าตระกูลของเขาค่อนข้างที่จะรวยนะ”

        “อะไรนะ? หยวนเย่!?” หลินรั่วซีเอ่ยด้วยความฉงน “หยวนเย่จากตระกูลหยวน?”

        “ผมไม่แน่ใจว่าเขามาจากตระกูลที่คุณรู้จักหรือไม่ เพียงแต่ผมเจอเขาก่อนหน้านี้แล้วพากันไปเล่นเกม นั่นทำให้ผมสนิทกับเขามาจนถึงทุกวันนี้” หยางเฉินตอบเธอด้วยความไม่แน่ใจ

        หลินรั่วซีรู้สึกทึ่งกับสามีของเธอคนนี้เป็นอย่างยิ่ง กี่ครั้งแล้วที่เขาทำให้เธอประหลาดใจได้ จากการที่เขาเป็นเพื่อนกับหยวนเย่ นั่นทำให้หลินรั่วซีคิดว่าหยางเฉินนั้นเป็นคนที่มีเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน

        “นายรู้ไหมว่าตระกูลหยวนนั้นได้รับการนับหน้าถือตามากในเมืองจงไห่”

        หากจะพูดถึงตระกูลที่แข็งแกร่งและมีอิทธิพลที่สุดในเมืองก็หนีไม่พ้นตระกูลหยวนเป็นอันดับแรก หยวนเย่เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของตระกูล ซึ่งแม้แต่ตระกูลซูของซูจื้อหงยังต้องเอาใจตระกูลหยวน

        “มันคงไม่ดีสำหรับเราแน่หากเขาต้องการที่จะรวมตระกูลซูเข้าด้วยกันกับตระกูลหยวน”

        “ใช่” หยางเฉินตอบหลินรั่วซี “เด็กคนนั้นควรจะหลีกเลี่ยงซูจื้อหงเอาไว้จะดีกว่า การพบเจอเขานั้นก็มีแต่จะเกิดปัญหา”

        หลินรั่วซีพยักหน้าเห็นด้วยกับหยางเฉิน “นายพูดถูกเกี่ยวกับนายน้อยตระกูลหยวน ซูจื้อหงต้องการที่จะตีสนิทตระกูลหยวน นายควรลงมือก่อนเขา ตระกูลหยวนนั้นมีทั้งเงินและอำนาจ นั่นจะเป็นประโยชน์ต่อความก้าวหน้าของนายในอนาคต สำหรับพรุ่งนี้ฉันจะส่งของขวัญไปให้หยวนเย่ โดยให้นายเป็นคนรับไป ซึ่งเมื่อไปถึงที่นั่นนายควรจะรู้ไว้ว่าตระกูลหยวนยึดถือความอาวุโสไว้เป็นใหญ่อย่าไปแสดงมารยาทไม่ดีต่อหน้าพวกนั้น โดยเฉพาะกับแม่ของหยวนเย่ ฉันได้ยินว่าเธอกำลังกลับมาจากปักกิ่ง มีคนหลายคนต้องการเข้าหาเธอเพราะต้องการอำนาจและเงินทองของตระกูล โดยการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อตระกูลหยวน แต่เธอก็ไม่เคยหลงกลสักครั้งเดียว”

        เมื่อหยางเฉินได้ยินหลินรั่วซีวางแผนอนาคตของเขาเอาไว้ ด้วยการที่เขาต้องไปเชื่อมสัมพันธ์กับหยวนเย่และตระกูลหยวนก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ เหมือนกับว่าเธอกำหนดหนทางในอนาคตของเขาเอาไว้ให้หมดแล้ว ทั้งที่หยางเฉินเพียงแค่ต้องการหาเพื่อนเล่นเกมเท่านั้น ให้ตายเถอะ...

        ฉันแค่อยากจะเล่นเกมเท่านั้น... ทำไมต้องทำอะไรให้กลายเป็นเรื่องยากไปทุกเรื่องด้วย!?

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน