"ช่วยเงียบสักครู่หน่อยได้ไหมครับ"
อาเบลหันมามองใบหน้าของชาล็อต ก่อนจะจุ๊ปากไม่ให้เธอพูดอะไรเพิ่มอีก เพื่อให้อาเบลสามารถใช้สมองคิดทบทวนเรื่องต่างๆนาๆที่เกิดขึ้น เมื่อสักครู่นี้ได้
"อุป"
ชาล็อตพยักหน้าด้วยความโกรธที่อาเบลห้ามปรามเธอไม่ให้พูด เธอคิดว่ามันเป็นปากของเธอทำไมถึงจะพูดไม่ได้ อาเบลมีสิทธิ์อะไรมาห้าม แต่ถึงจะคิดไปแบบนั้นเธอก็ยังทำตามที่อาเบลสั่งอยู่ดีเพราะตัวของเธอเองก็หวาดหวั่นอาเบลอยู่ไม่มากก็น้อย
"(ทำไมกัน เป็นเพราะอะไร อาการบาดเจ็บเมื่อสองปีก่อนถึงสามารถหายดีได้ในตอนที่ดูดซับเพียวนิดเดียวกัน และยังมีพลังที่ดูดซับที่เหลืออีกออร่าที่คุ้นเคยมีพลังเข้มข้นมากถ้ากลั่นมันออกมาร่างกายของเขาจะพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น มันจะรู้สึกสดชื่นเกินไปแล้ว พลังความแข็งแกร่งของผมเมื่อกลั่นจนครบหมดแล้วจะขึ้นมาระดับไหนกันนะ)"
อาเบลงุนงงกับออร่าที่ตนดูดซับเข้าไป ความรู้สึกที่สุดยอดแบบนั้นเขาเองอดไม่ได้ที่จะลืมความรู้สึกที่เกิดขึ้นไปตลอดชีวิต
"มีดเล่มนี้ที่แผ่กลิ่นอายความตายให้เราดูดซับ"
อาเบลยกมีดขึ้นมาในระดับสายตาเพื่อมองดูให้รอบรอบมีดเล่มนี้อย่างละเอียดละออ
"ก็ดูเป็นมีดปกติธรรมดาเอามากๆ"
มีดสีดำไร้ลายลักษณ์อักษรใดๆเรียบๆไม่สะดุดตา มีเพียงอย่างเดียวที่เป็นจุดเด่นนั่นก็คือ สีดำเหมือนกับมีดเก่าแก่โบราณกาล
"ฟับ"
อาเบลทดลองคมมีดกับเหล็กที่อยู่ข้างๆของเขา เขาฟันฉับเดียวไปที่เหล็กท่อนนั้นอย่างเบาๆ ความคมของมันค่อยๆเฉือนเข้าเนื้อของเหล็กอย่างกับเอามันไปเฉือนเข้าใส่กับเต้าหู้
"ความคมของใบมีด สุดยอดไปเลยนะแบบนี้"
อาเบลยกมีดเล่มนี้ขึ้นสูงก่อนจะยืดแขนตรงเพื่อรับชมความงดงามในแบบของมัน เขาแสดงแววตาเป็นประกายเหมือนกับเขาพึ่งจะมาพบเจอกับหญิงสาวที่สวยงามสุดเซ็กซี่ในครั้งแรก
"อะไรของเขากัน"
ชาล็อตที่มองอาเบลกำลังชื่นชมมีดอยู่ อย่างกับคนบ้าบอ เขาทำท่าทางแปลกๆ ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และไหนจะการพูดจาอยู่คนเดียวของอาเบลอีกยิ่งทำให้เขาเหมือนคนบ้าเข้าไปใหญ่
"เคร้งงงงงงงง"
"ผู้หญิง ผู้หญิงอยู่ไหน อ้ากกกกกก มองไม่เห็นเลยยยยยย"
อิริกสัน วิ่งพล่านชนนูนชนนี่ชนนั่นไปทั่ว มันทำลายข้าวของด้วยความโกรธเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังคลั่งติดสัตว์ต้องการผสมพันธุ์
"หืม"
ชาล็อตที่ลืมนึกไปเลยว่าตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่ในสถานการณ์อะไร และเธอพึ่งจะมารู้สึกตัวได้เพราะมัวแต่ตื่นเต้นดีใจที่อาเบลกำจัดคาซัดได้ และเป็นเพราะอิริกสันที่ปลุกให้เธอรับรู้สถานการณ์ที่ต้องทำก่อนที่เธอจะหันมองไปหาฮาเรน
"หายไปแล้ว"
ชาล็อตใบหน้าซีด เธอพลาดโอกาสที่จะจับตัวฮาเรนแล้ว เธอหันมองอาเบลก่อนจะตะโกนบอกข่าว
"อาเบล ฮาเรนหลบหนีไปแล้ว"
"หึ หึ มันไปได้ไม่ไกลหรอก ผมขอจัดการพวกนั้นก่อนแล้วกัน เธอพาตัวซากุระไปหาที่พักได้เลย"
อาเบลยิ้มเบาๆ ก่อนจะเร่งฝีเท้าถือมีดโบราณที่มีความคมยิ่งกว่าอะไร กระชับเข้าฝ่ามือให้แน่นก่อนจะกลืนกินเหยื่อที่หลงเหลืออยู่ในความมืดทั้ง30คนนี้
"ฉัวะ"
"อ้ากกกกกกกกก"
"ฟับ"
"อ้ากกกกกกกกก"
"ไว้ชีว......."
"ฉัวะ"
เป็นเพราะพวกเขาอยู่ในความมืดมานาน พวกมันทั้งสามสิบคนจึงค่อยๆชินกับความมืดมิดภายในโกดังและมองเห็นเพื่อนของตนในขอบเขตระยะสายตาสั้นๆไม่ได้กว้างมาก แต่พวกเขาชินกับความมืดได้ไม่นานก็มองเห็นพรรคพวกของตนเริ่มถูกฆ่าตายไปทีละคนสองคนภายในเวลาไม่ถึงวิ ส่วนคนที่ยังไม่ถูกฆ่าบางคนวิ่งหนีทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลัง บางคนคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนให้ไว้ชีวิตตนเองแต่ไม่ทันได้พูดจนจบก็ถูกอาเบลปาดคอเสียชีวิตคาทีไปเสียแล้ว ส่วนคนที่วิ่งหนี ก็ไม่อาจรอดพ้นชะตากรรมที่จะต้องตาย ไม่นานเกินรอพวกมันก็ตามพรรคพวกของตนไปท่องยมโลกด้วยกัน
"หมดสักที"
อาเบลสะบัดมีดที่เปื้อนเลือดออก ก่อนจะพุ่งไปในทิศทางที่ฮาเรน ใช้ถอยหนี
****************†****************
"แฮก แฮก แฮก"
"หนี กูต้องหนี ตายแน่ มันแข็งแกร่งเกินไป ไอพวกเวรทั้งสองคนนั่นรับมือไม่ไหว ขยะจริงๆ พ่อต้องให้พ่อช่วยเหลือ"
ฮาเรนที่ใช้ร่างกายอ้วนๆของมันวิ่งหลบหนีมาด้วยความรวดเร็ว เพราะมันพอที่จะได้รับอานิสงส์มาจากนายท่านใหญ่บ้างเป็นครั้งคราวจึงทำให้มันมีร่างกายที่ดีแม้จะไม่ได้ฝึกฝนอะไรมาเลยก็ตาม มันวิ่งไปขึ้นรถด้วยความรวดเร็วในตอนที่อาเบลมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับมีดสั้นเล่มนั้น เตรียมกดปุ่มสตาร์ทรถ
"ครึนนนน"
เสียงรถติดพร้อมกับความโล่งใจ ฮาเรนเหยียบคันเร่งรถยนต์ให้มิดสุดคันเร่ง เพื่อจะขับหลบหนีอาเบลให้เร็วที่สุด รถแล่นออกมาได้เป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆแต่ก็แรงมากเพราะเป็นรถที่มีกำลังเครื่องสูง ในตอนที่มันเลี้ยวออกจากประตูโกดัง
"ปัง"
รถยนต์ที่มีความเร็วสูงพอประมาณพุ่งชนเข้ากับอะไรสักอย่างที่แข็งแกร่ง สิ่งที่ชนมันแข็งแกร่งมากไม่กระทบกระเทือนอะไรเลย แต่เป็นทางฮาเรนมากกว่าที่ได้รับบาดเจ็บรถยนต์พัง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรเพราะเป็นรถยนต์ที่มีราคาสูงจึงมีระบบความปลอดภัยช่วยให้ฮาเรนไม่บาดเจ็บพิกลพิการ
"อัก กูชนอะไรวะ"
ฮาเรนสำลักเลือดคานลงรถออกมา มันยิ่งรีบออกจากโกดังจุดนี้อยู่ ทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้กัน
"ช้าไปนะ"
เสียงที่ฮาเรนคุ้นเคย มันเป็นเสียงของชายที่มันแค้นเคืองอย่างมาก มันอยากจะฆ่าชายคนนี้มานักต่อนักแต่ก็ไม่มีโอกาสทำได้สำเร็จเลยสักที ฮาเรนในตอนนี้ใบหน้าสีขาวซีด หวาดกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
"มึงอาเบ............."
"ฉัวะ"
อาเบลฟาดฟันมีดสั้นเข้าที่คออ้วนๆของมันจนหัวอ้วนๆของมันขาดกระเด็นกลิ้งเป็นลูกขนุนล่นจากต้น เลือดสีแดงฉานสาดกระจายไปทั่ว อาเบลเบื่อที่จะพูดคุยกับมันแล้วเขาจึงรีบฆ่ามันให้จบๆไป ก่อนจะวิ่งเข้าไปในโกดัง
"มานี่"
อาเบลนำตัวเอลสันที่ตอนนี้ช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ ตัวมันเองตกใจกับอาเบลที่สามารถตัดแขนของมันไม่พอ มันยังต้องตกใจที่อาเบลสามารถฆ่าคาซัดได้อีกด้วย แถมยังฆ่าได้โดยง่ายๆ มันก็ยิ่งทำให้เอลสันหวาดกลัวอาเบลขึ้นไปอีก มันได้แต่นึกในใจว่าที่มันรอดชีวิตมาได้แบบนี้เป็นเพราะตัวมันยังมีประโยชน์กับอาเบลอยู่ มันจึงตั้งใจหาประโยชน์ของตัวมันเพื่อนำมาใช้เป็นข้อต่อรองให้มันรอดชีวิตจากเงื้อมมือของอาเบล
"ตื้ดดด ตื้ดดด ตื้ดดด"
"ฮัลโหลอาเบล เจอตัวไหม ฆ่ามันหรือยัง เป็นยังไงบ้าง"
คำถามหลายคำถามต่างถูกถามออกมาอย่างมากมาย ชาล็อตเธอต้องการแก้แค้นพวกแก๊งสิงโตคลั่งมากจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอต้องร้อนใจต้องการคำตอบให้เร็วที่สุด
"อืม ตายแล้วละ เธออยู่ที่ไหน"
อาเบลตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งดูใจเย็นเหมือนเป็นเรื่องปกติ
"ดี ดี ฉันสามารถแก้แค้นให้พ่อกับแม่ได้แล้วสินะ พ่อแม่ สวรรค์มีตาจริงๆ ที่กำจัดคนชั่วไปได้ง่ายๆ"
ชาล็อตตื่นเต้นดีอกดีใจ เธอแทบจะร้องไห้ออกมาเมื่อได้ฟังข่าวดีอันนี้
"เอาละ ผมรู้ว่าคุณดีใจ แต่ตอนนี้ผมเป็นห่วงซากุระมากๆ เธอเป็นยังไงบ้างแล้วตอนนี้ิพวกคุณอยู่ที่ไหน"
"อืม ฉันทำให้เธอสลบไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ไม่ถึง10นาทีเธอก็ลุกขึ้นมากระหายต้องการระบายอารมณ์ของตัวเองอยู่ตลอด ร่างกายเธอร้อนเป็นไฟ เหมือนใกล้จะระเบิดออกมาเลย ต้องรีบหาทางช่วยเหลือแล้ว"
"อืมเดี๋ยวจะรีบไป ตอนนี้พวกคุณอยู่ที่ไหนกัน"
"โรงแรมXXXX"
"อืม"
อาเบลวางโทรศัพท์ก่อนจะหันมาพูดกับเอลสัน
"ยาแก้พิษละ"
เสียงอาเบลที่ดูเย็นชาน่าหวาดกลัวเอามากๆ ทำให้เอลสันที่ตอนแรกอวดดี พอมาถึงตอนนี้มันกลับตัวสั่นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวตัวตาย เนินนานไม่ยอมพูดออกมา
"ฉันถามว่ายาแก้พิษอยู่ไหน"
อาเบลตะคอกเสียงเย็นชาใส่มัน ยิ่งทำให้เอลวันตื่นตัว ไม่กล้าพูดออกมา
"งั้นแกก็หมดประโยชน์แล้ว"
"เดี๋ยว!!! หยุดก่อน บอกแล้วๆ"
"ย....ยาแก้พิษ ม.... ไม่มี"
เอลสันพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกลัวอาเบลจะฆ่าเขาทันทีเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว
"ไม่มียา แล้ววิธีรักษาละ"
"ไม่"
เอลสันส่ายใบหน้า
"งั้นแกก็รออยู่ตรงนี้แหละ เดี๋ยวจะมีคนมารับ ถ้าแกหายไปละก็เตรียมตัวลาโลกไปได้เลย"
อาเบลพูดข่มขู่ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรไปหาคนคนหนึ่ง
"ฮัลโหล ต้องมาพบกันแล้วตอนนี้ และคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ นำคนมาที่อยู่โกดังXXXX มารับตัวคนไปเฝ้าเอาไว้ และคุณมาที่โรงแรมXXXX"
อาเบลนัดแนะสถานที่ใหม่ และข้อร้องให้ปลายสายทำตามคำพูดของเขา
"โรงแรมหรอ ได้สิ"
ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นก่อนจะรีบวางสายไป เพื่อเร่งทำตามคำขอของอาเบล
"ทำตัวให้ดีละ"
อาเบลทิ้งคำพูดไว้ครั้งสุดท้ายก่อนจะ หายตัวไปอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยทิ้งเอลสันไว้ง่ายๆ โดยไม่มัดมือมัดเท้า
"เห้อออ รอดแล้วเรา เดี๋ยวนะ"
เอลสันถอนหายใจเมื่ออาเบลจากไป และอยู่ดีๆเขาก็เริ่มฉุดคิดขึ้นมาได้ว่า(จะอยู่ทำไมหนีสิ) จึงมองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าทางโล่งปลอดโปร่งแล้วเขารอไม่ถึง5นาทีเมื่อเห็นว่าอาเบลไปแล้วจริงๆจึงค่อยๆกดขาที่สั่นไหวและเตรียมจะวิ่งหนี หายไปจากเมืองนี้ แต่ไม่ทันได้ก้าวขาเดินออกจากโกดัง
"ครืนนนนนนนน"
เสียงรถยนต์สองถึงสามคันพุ่งเข้ามาในโกดังก่อนจะมีคนเดินลงมาจากรถ2-3คน เป็นหญิงสาวทั้งหมดพวกเธอใส่ชุดสูทสีดำเหมือนบอดี้การ์ด แต่ละคนถ้าแต่งองค์ทรงเครื่องก็สามารถเป็นนางแบบได้เลย
"พบเป้าหมายแล้ว กำลังนำตัวกลับไป"
กลุ่มหญิงสาวพุ่งเข้าหาตัวเอลสันด้วยความรวดเร็ว ด้วยตาเปล่าของเอลสันมองแทบจะไม่เห็นเลย เขาเห็นเพียงแค่เงาเท่านั้น จิตใจของเอลสันในตอนนี้เขารู้สึกว่าพบต่อไม้ชุดใหญ่เข้าให้แล้ว
"ไป"
กลุ่มหญิงสาวลากเอลสันมาก่อนจะจับมัดมือมัดเท้าโยนใส่หลังรถเหมือนโยนสิ่งของ สภาพของเอลสันในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้เลยเมื่อเทียบกันตอนแรก