“ เจ้าไม่ต้องห่วงกังวลไป เจ้ามีความดีความชอบ แม้นตอนนี้เจ้าไม่ได้คุมกำลังทหาร แต่ก็มีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการทหาร พอเจ้ากลายเป็นราชบุตรเขย ทุกๆ คนก็ล้วนแล้วแต่เคารพยำเกรงเจ้าอยู่แล้ว หากเจ้าเขียนแผนที่ทางไปถ้ำนิรทุกข์ให้ข้าเสร็จ แล้วข้าจะช่วยกราบทูลฝ่าบาทให้ ตำแหน่ง แม่ทัพคุมกำลังต้องเป็นของเจ้าอย่างแน่นอน”
ราเชนไม่สนใจเรื่องแม่ทัพอะไรนั่น แต่ตอนนี้เริ่มสงสัย ว่าสาส์นลับนั่น มันส่งมาจากใคร และบอกอะไรกับ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนบ้าง หากว่าพวกตระกูลเกา บอกความลับขุมทรัพย์ตระกูลหยางกับจักรพรรดิหลี่เอี้ยนไปเขาคงถูกจับไปรีดเอาความจริงอีกแน่ เฮ้อ อุตส่าห์ได้กระดูกสันหลังมังกรมา ทำให้ผิวหนังมีความแข็งแกร่ง ของมีคมฟันแทงไม่เข้าแล้ว แต่ดันถูกหนอนคุณไสย ยัดเข้าปาก เจ้าขันทีเฒ่า วันหนึ่งข้าจะต้องจัดการกับเจ้าให้ได้ แต่ตอนนี้ต้องยินยอมเออออ ไปกับมันก่อน
คืนนั้นราเชนไม่อาจข่มตาหลับลงได้ เจ้าขันทีเฒ่า เล่นตีกลองปลุกเจ้าหนอนคุณไสยแทบทุกชั่วโมง ทำให้เขาต้องปวดทรมานตลอดคืน ในคัมภีรปีศาจนั้นได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า เจ้าหนอนคุณไสยนั้น เป็นไสยเวทย์ดำ ของเผ่าแม้วโบราณ ส่วนใหญ่สตรีจะเลี้ยงเอาไว้ เพื่อคอยจัดการกับผู้ชาย ซึ่งมันจะถูกเลี้ยงให้อยู่ร่วมกันนับร้อยๆ ตัว จากนั้นก็ให้พวกมันกัดกินกันเองเป็นอาหาร จนเหลือตัวสุดท้าย จะเป็นตัวที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ของมีคม น้ำ ไฟ พิษต่างๆ ก็ไม่อาจฆ่ามันได้
หากผู้เลี้ยงหนอนคุณไสย ออกคำสั่งออกไป มันจะเริ่มกัดกินอวัยวะภายในของเหยื่อจนตายภายใน1 ชั่วยามเท่านั้น มีวิธีเดียวที่จะรักษา ก็คือ ผ่าท้องแล้วนำมันออกมาจากร่าง แต่ว่าการผ่าตัดนั้นต้องมั่นใจว่าตำแหน่งของหนอนคุณไสยนั้นอยู่ที่ใด และต้องเตรียมสมุนไพรเพื่อห้ามเลือดเอาไว้โดยเฉพาะ ห้ามผ่าตัดไปโดนอวัยวะสำคัญเป็นอันขาด มิเช่นนั้นเลือดจะไหลออกมาไม่หยุด ทำให้เสียชีวิตได้ทันที
“ โอ้ คัมภีร์ปีศาจนี่ ทันสมัยไม่เบา รู้ด้วยอวัยวะภายในนั้นสำคัญ หากผิดพลาดไป ก็ต้องตายสถานเดียวเท่านั้น”
ราเชนหลับตาแล้วใช้จิตนำทางเข้าไปในร่างกายของตัวเอง ไม่นานก็พบว่า เจ้าหนอนคุณไสย ตอนนี้มันกำลังหลับสนิท อยู่ในกระเพาะของเขา โดยเกาะแน่นอยู่ผนังกระเพาะ หากผ่าไป ต้องผ่าผิวหนังแต่ละชั้นออกก่อน และ ค่อยผ่ากระเพาะออกแล้วถึงจับเจ้าหนอนคุณไสยตัวนี้ออกมา ราเชนถอนหายใจออกมา เพราะบาดแผลภายนอกเขาไม่ยี่หระ แต่หากต้องผ่ากระเพาะออก แล้วเย็บนี่ให้เหมือนเดิมนี่เขาทำเองไม่ได้แน่ หากเป็นโลกที่เขาจากมานั้น เป็นเรื่องง่ายมากที่จะรักษา
“ ไม่เป็นไร ยังมีเวลาอีก เจ็ดวัน ข้าจะต้องหาวิธีจัดการกับเจ้าหนอนคุณไสยนี่ให้ได้”
ในตอนเช้า แม่ทัพใหญ่จ้าวสงก็เดินทางกลับไปที่เมืองเปี้ยนเฉิน เพื่อเร่งก่อสร้างกำแพงเมืองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และ ยังมอบหมายให้แม่ทัพลู่ตงคอยเฝ้าเมืองเอ้อเฉินต่อ และให้ทหารปลูกป่า เพื่อสร้างค่ายกลพณาสนธิ์เหมือนเดิม แต่ว่า มีการขุดทางระบายน้ำ ออกจากเขื่อน หากว่ามีศัตรูมาอีก คราวนี้พวกมันนอกจากถูกค่ายกลพณาสนธิ์แล้ว ยังจะมีค่ายกลวารีเอ้อสุ่ยจัดการอีกชั้น
ส่วนกองทัพขององค์ชายรองหลี่คัง และราเชนนั้น ก็ได้เดินทางกลับเมืองหลวง
โดยที่สองข้างทาง มีชาวบ้านมากมายมาร่วมยินดี และอยากเห็นหน้ารองผู้บัญชาการหยาง ผู้ที่สามารถจัดการกับกองทัพฮานด้วยตัวคนเดียว
ชาวบ้านบางคนเห็นหน้าราเชนแล้วถึงกับก้มลงคุกเข่ากราบไหว้ ราวกับเห็นเทพเทวดาอะไรอย่างนั้น ราเชนได้แต่นั่งบนรถม้ามากับต้าเฉิง ทำได้แค่เพียง โบกมือให้กับทุกๆ คน
“ ตอนนี้เจ้ากลายเป็นราชบุตรเขยไปแล้ว ยังไงก็ต้องระมัดระวังตัวเข้าไว้ ท่านพ่อบอกว่า คนในราชวงศ์นั้นเหี้ยมโหดอัมหิต อย่าไว้ใจใครเป็นอันขาด”
ราเชนได้แต่พยักหน้า เขาแค่จะอยู่รอรับเงินจากองค์ชายรอง แล้วพยายามจัดการกับเจ้าหนอนคุณไสยออกจากตัว เท่านั้นก็พอ แล้วเขาจะไปจากที่นี่ทันที
“ ข้ามีเรื่องที่ต้องบอกกับเจ้าบางอย่าง”
“ เรื่องอะไร”
“ นักพรตทงเทียน เจ้าสำนักใหญ่เมฆาม่วง คงไม่ยอมที่เจ้าสังหารท่านนักพรตทงที ศิษย์น้องของท่าน เจ้าต้องระวังตัวด้วย”
ราเชนนึกถึงอาจารย์ก็ได้แต่ถอนหายใจ ใครจะว่าอย่างไรเขาไม่เคยใส่ใจทั้งสิ้น
“ เจ้าคิดว่าข้าเนรคุณท่านอาจารย์ เหมือนผู้อื่นหรือไม่” ราเชนหลับตา แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ ไม่ ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า ข้ารู้วันนั้นที่เจ้าทำไปต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน แต่เจ้าก็ควรจะอธิบายเรื่องนี้กับทุกๆ คนนะ”
“ ขอบใจมากนะ ที่เข้าใจ แต่ข้าไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป”
“ แต่ว่า เจ้ากลายเป็นศิษย์ทรยศ ฆ่าอาจารย์ หากคนในราชวงศ์ล่วงรู้ พวกเขาจะยอมรับเจ้าได้รึ?”
“ ช่างมันเถอะ” ราเชนขี้เกียจอธิบาย คนเหล่านี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ อีกไม่นานเขาก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว
ต้าเฉิงพยายามอธิบายต่อ แต่ว่า ตอนนี้ขบวนรถกับหยุดลง เพราะได้มาถึงพระราชวังหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ราเชนต้องเตรียมตัวเข้าเฝ้า ตามธรรมเนียม ส่วนต้าเฉิงนั้นไม่มีตำแหน่งสำคัญไม่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับได้ จึงได้แยกจากกันไป โดยเขียนที่อยู่ของเขาให้กับราเชนเอาไว้
องค์ชายรองหลี่คัง กุนซือฉีกุ้ย ฉีอี้ แม่ทัพเยว่ไคว ราเชน และผู้นำทหารคนสำคัญอีกหลายคน เดินเข้าพระราชวังหลวงโดยมีเล่ากงกงเดินนำหน้าพาเข้าไป ทั้งหมด เข้าไปรอที่ห้องโถงพระราชวัง ตอนนี้มีทหารแต่งกายเต็มยศ ยืนอยู่สองฝั่ง ทำความเคารพพวกเขาที่สามารถ จัดการกับกองทัพศัตรูได้อย่างเด็ดขาด
ในขณะที่บนบัลลังก์ ตอนนี้มีจักรพรรดิหลี่เอี้ยน และฮองเฮา นั่งเคียงข้างกัน และมีองค์ชายสี่หลี่หมิง องค์หญิงเจี้ยนหนิง และ เด็กสาวคนหนึ่งยืนด้านข้าง นอกนั้นยังมีเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางมายืนเรียงรายต้อนรับกันทั้งหมด
“ ถวายบังคมเสด็จพ่อ เสด็จแม่ ด้วยบารมีของเสด็จพ่อ ทำให้ลูกสามารถปฏิบัติตามภารกิจ จัดการกับกองทัพฮานจนพ่ายแพ้ราบคาบ กองทัพนับล้านของพวกมันล้วนตายหมดสิ้น พะยะค่ะ"
ทหารทุกๆ คนต่างคุกเข่าทำความเคารพจักรพรรดิหลี่เอี้ยนและฮองเฮาอย่างพร้อมเพรียง ราเชนก็เช่นเดียวกัน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าไม่ทำให้ฮองเฮาและข้าผิดหวัง ยอดเยี่ยมมาก ทหารสูญเสียเท่าเพียงหยิบมือ แต่กองทัพฮานสูญเสียทั้งหมด น่าเสียดาย ไม่อาจจับตัวแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามได้”
ที่ปรีกษาแม่ทัพเยว่ไคว ก้าวมาข้างหน้า แล้วรายงานว่า
“ คราครั้งนี้ พวกมันพ่ายแพ้ย่อยยับ สูญเสียทหารนับล้าน กว่าพวกมันจะฟื้นตัว คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 10 ปี ช่วงเวลานี้ไม่อาจยกทัพมาได้อย่างแน่นอน"
“ อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ หน่วยสอดแนมของ จอมทัพจ้าวสงรายงานมาให้ข้า บอกว่า พวกมันหาได้มีกองทหารแค่ เก้าแสนคนไม่ ยังมีอีกถึง 1 ล้านคนนอกด่าน หากพวกมันรวบรวมชนเผ่านอกด่านได้ ไม่แน่พวกมันอาจมีกองกำลังมากถึง สามล้านคนก็เป็นได้” จักรพรรดิหลี่เอี้ยนกล่าว ทำให้ทุกๆ คน ถึงกับขนหัวลุก
ฮองเฮาที่นั่งด้านข้าง เกรงจะเสียบรรยากาศ เลยเอ่ยขึ้นมาว่า
“ ฝ่าบาทวันนี้กองทัพเราได้รับชัยชนะ อย่าทรงตรัสเรื่องในอนาคตเลย วันนี้น่าจะถึงเวลาฉลองชัยกันมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องพระราชทานสมรสของลูกเรากับ รองผู้บัญชาการหยาง”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าก็กำลังจะพูดอยู่พอดี รองผู้บัญชาการหยาง เข้ามาใกล้ๆข้าซิ”
ราเชนตอนนี้ลุกขึ้นมายืนด้านหน้าของทั้งสองพระองค์ทันที
“ ข้าอยากให้เจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อย ว่าเจ้าทำอย่างไร ถึงได้ทำลายกองทัพฮานจนพังพินาศเช่นนั้น”
“ ทูลเสด็จพ่อ กระหม่อมทูลรายงานให้แล้วอย่างละเอียด” องค์ชายรองหลี่คังตอบแทนราเชน
“ เฮ้ย..ข้าอ่านรายงานหมดแล้ว แต่ข้าอยากฟังอีกครั้งจากปากของ รองผู้บัญชาการหยาง ว่าเจ้าจะสามารถเรียกลม เรียกฝน ได้อย่างใจนึก และบุกเข้าโจมตีข้าศึกจนตัดหัว แม่ทัพของศัตรูทีเดียวสองคน อย่างที่รายงานเขียนไว้จริงหรือไม่”
ราเชนถึงกับมองไปที่องค์ชายรองหลี่คัง ไม่รู้ว่า เขียนรายงานไปแบบไหนกันแน่ ส่วนองค์ชายรองหลี่คังนั้นได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วก้มหน้าไม่พูดอะไรอีก
“ ความจริงกระหม่อมแค่ ศึกษาภูมิประเทศ และอาศัยดูปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้น และมั่นใจว่าจะมีลมทมิฬพิฆาต กำลังจะมา ดังนั้นจึงสร้างพิธีอัญเชิญเทพวายุ เพื่อทำให้มันดูศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ฝ่ายศัตรูหวาดกลัว และฝ่ายเราจะได้มีจิตใจฮึกเหิมขึ้นเท่านั้น ไม่ได้มีเวทย์มนตร์เรียกลม เรียกฝนตามที่องค์ชายรองถวายรายงาน”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง แต่ว่าเรื่องการศึกษาภูมิประเทศ และปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามที่เจ้าคำนวนเอาไว้ ช่างแม่นยำเหลือเกิน แสดงว่าเจ้าก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ”
จักรพรรดิหลี่เอี้ยนพอใจที่ได้ยินคำตอบเช่นนี้
“ ถ้าเช่นนั้นรองผู้บัญชาการหยาง ช่วยบอกพวกเราหน่อย ท่านอาศัยปรากฏการณ์อะไร ที่มั่นใจว่าจะเกิดลมทมิฬพิฆาต” ฮองเฮาเอ่ยขึ้นมาด้วยความอยากรู้
ราเชนยืดอก เพื่อพยายามเก็บพุง แล้วยิ้มอย่างมั่นใจ แล้วกล่าวว่า
“ ปรากฏการณ์ธรรมชาตินั้น ก่อนที่จะเกิด ล้วนแล้วแต่มีลางบอกเหตุมาก่อน ดังนั้นก่อนที่จะมีลมทมิฬพิฆาต กระหม่อมก็สัมผัสถึงบรรยากาศที่เริ่มเย็นลงอย่างผิดปกติ เมฆที่ลอยบนท้องฟ้า เริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น เหล่าฝูงนกแทนที่จะบินตามแรงลมเพื่อที่จะหนีกลุ่มหมอกควันไฟ แต่กลับบินย้อนกลับมา นั้นก็หมายความว่า พวกมันคงเจออะไรบางอย่างที่น่ากลัว กว่ากลุ่มควัน เหตุการณ์ธรรมชาติเหล่านี้ทำให้กระหม่อมคำนวณได้ว่า จะต้องมีแรงลมจากฟากฟ้า กำลังพัดพา มวลพายุลูกใหญ่ เข้ามาอย่างแน่นอน ซึ่งช่องทางของภูเขาตะวันตกทั้งสองลูกนั้น แต่ก่อนมีต้นไม้มากมายปกคลุม ทำให้ช่วยป้องกันลมพายุเอาไว้ได้อย่างมาก แต่บัดนี้หาได้มีต้นไม้หลงเหลืออยู่ไม่ กระหม่อมคำนวนจากระยะทาง สภาพแวดล้อมทั้งหมด เลยทำนายได้ว่า ไม่เกิน หนึ่งชั่วยาม จะต้องบังเกิดลมลูกใหญ่พัดมาแน่ๆ
ซึ่งเหตุการณ์ ลมทมิฬพิฆาตที่เกิดขึ้น กองทัพฮานก็มีส่วนที่ทำให้มันเกิดขึ้นอย่างมาก เรียกได้ว่า พวกมันถูกธรรมชาติลงโทษ แต่กระหม่อมเพียงแค่ฉกฉวยโอกาสนั้นมาสร้างผลงานให้กับตัวเองเท่านั้น"
ราเชนกล่าวตามคัมภีร์ปีศาจ แต่ว่าเขาไม่ได้บอกเรื่องเทพารักษ์ของป่าพนาสนธิ์ออกมา ราเชนพูดเช่นนี้ทุกๆ คนกลับชื่นชอบ ไม่มีใครกล่าวหาว่าเขาฉวยโอกาส มีแต่ชื่นชมและยกย่องในตัวของเขา
“ เป็นไงบ้างฝ่าบาท ราชบุตรเขยของเราคนนี้”ฮองเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่เลว ไม่เลว อาณาจักรปัจจิม มีคนเก่งๆ เช่นนี้ อาณาจักรของเราไม่มีใครกล้าบุกรุกอีกแน่ๆ”
จักรพรรดิหลี่เอี้ยนเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่ราเชนกลับสัมผัสได้มี มีรังสีอัมหิต กระทบร่างของเขา เพียงชั่วครู่แล้วหายไป
“ แล้วเรื่องที่เจ้าบุกตะลุยเข้าไป ฆ่าสองแม่ทัพของ กองทัพฮานล่ะเป็นจริงหรือไม่”
“ แม่ทัพหยูซวง กับ แม่ทัพจูชง ถูกกระหม่อมฆ่าตายจริง เพราะพวกมันประมาทกระหม่อมเกินไปเท่านั้น”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมเป็นทายาทตระกูลหยางจริงๆ แม้จะไร้พลังปราณยุทธ์ แต่เวลาออกศึก ต่อให้คู่ต่อสู้มีพลังปราณยุทธ์แข็งแกร่งแค่ไหน เจ้ายังสามารถเอาชนะได้ รองผู้บัญชาการหยางเฟยหลง จงฟัง อีกสามวัน ข้าจะจัดพิธีพระราชทานสมรสให้กับเจ้ากับ องค์หญิงหลี่ซิ่วหลาน เตรียมตัวเอาไว้”
ราเชนถูกองค์ชายรองหลี่คัง กระตุกเสื้อเตือน ราเชนรู้สึกตัวก็คุกเข่ากล่าว
“ ขอบพระทัยฝ่าบาท”
เด็กหญิงวัย10 ขวบที่ยืนอยู่กับ องค์หญิงเจี้ยนหนิง ทำท่าเชิดจมูกใส่ราเชน
องค์หญิงเจี้ยนหนิ่งกลับยิ้มให้ราเชน แต่แววตานั้นแสดงออกถึงความหึงหวงออกมาไม่น้อย ทำเอาราเชนถึงกับเครียด
บ้าเอ้ย ข้าต้องแต่งกับเด็กน้อยอายุ 10 ขวบเนี่ยนะ !!.........