เช้าของวันที่สาม เมรีวาร์ปลงบนดาวอีกครั้ง ทุกวันก่อนมืดเธอจะกลับขึ้นไปบนยานเพื่อพักผ่อนและลงมาค้นหาในเช้าของอีกวัน ทุกครั้งที่เธอลงมาเธอจะลงจุดที่ยังไม่เคยค้นหา ในวันนี้ก็เช่นกัน
วันนี้เธอลงใกล้ๆเชิงเขาลูกหนึ่งและเริ่มออกเดินทาง
ความเร็วของเธอเร็วกว่าครั้งก่อนๆ หากโจอยู่ที่นี่และเห็นความเร็วทื่เธอใช้เขาจะต้องประหลาดใจเพราะเธอเร็วกว่าครั้งล่าสุดที่เขาเห็นถึง 3 เท่า
แน่นอนว่า 4 ปีมานี้เธอได้ต่อสู้และฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้เธอมีพลังใกล้เคียงระดับนายพล คงใช้เวลาอีกไม่นานเธอก็จะมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะทดสอบเลื่อนขั้นเป็นนายพล
อย่างไรก็ตามการจะขึ้นเป็นนายพลใช่ว่าจะเป็นได้ง่ายๆ มันเป็นคอขวดที่ยากจะฝ่า หากคิดจะเป็นระดับนายพลจะต้องทำความเข้าใจพลังของตนให้ลึกซึ้ง หากเป็นคนที่มีสายธาตุจะง่ายต่อการทำความเข้าใจ ทว่าเธอไม่ได้มีพลังสายธาตุจึงทำให้ความยากมากขึ้นไปอีก
แต่พลังที่ไม่ใช่สายธาตุก็มีข้อดีของมันเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วมันทรงพลังมาก แม้ว่าพลังสายพิเศษจะแยกย่อยได้หลากหลายและไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังสายพิเศษที่ใช้ในการต่อสู้ แต่มันก็เป็นพลังที่หาได้ยาก
อย่างไรก็ตามหากไม่ใช่สายต่อสู้มันก็มีประโยชน์เช่นกันแต่มีประโยชน์ในด้านอื่นๆอยู่ที่ความต้องการและสถานที่
ฟุ่บ!
เมรีเคลื่อนไหวจนเห็นเป็นเพียงเงาเลือนลาง สัตว์น้อยใหญ่ที่กำลังเล็มหญ้าพากันมองด้วยความสงสัย แต่เมื่อไม่เห็นอะไรพวกมันก็หันไปกินหญ้าต่อ สัวต์เหล่านี้เป็นแค่สัตว์ธรรมดาจึงไม่แปลกที่พวกมันจะไม่เห็นเธอ
2 ชั่วโมงผ่านไปเมรีได้มาถึงป่าแห่งหนึ่งใกล้ๆกับโคนหินยาว จิตสัมผัสของเธอสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิต 2 ตน หนึ่งในนั้นเมรีมั่นใจว่าเป็นสัตว์ร้ายตัวหนึ่งแต่อีกหนึ่งนั้นเธอสัมผัสได้ว่าคล้ายกับมนุษย์มาก แต่ก็ไม่ใช่มนุษย์ เพราะอย่างไรเธอรู้จักกับโจมานานจึงรู้ว่ามนุษย์นั้นมีสัมผัสแบบใด
“เผ่าพันธุ์ต้นกำเนิด?” เมรีประหลาดใจเล็กน้อยไม่คิดว่าจะได้เจอเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาบนดาวดวงนี้ เพราะเธอได้ค้นหาบนดาวดวงนี้มาสามวันแล้วแต่ไม่เคยพบสิ่งก่อสร้างใดๆที่จะบ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาบนดาวดวงนี้
เมรีกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้สูงและแอบดูอยู่ตรงนั้น ข้างล่างด้านหน้าเธอเป็นสัตว์คล้ายแรดแต่มีสามนอและตัวใหญ่กว่าสองเท่า ตรงหน้าของมันเป็นหญิงสาวหูแมวผมสีดำยาวถึงกลางหลังกำลังหลบหลีกอุ้งเท้าของแรดยักษ์ที่เตะเข้ามา ทว่าเธอหลบไม่พ้นและถูกกระแทกไปที่ต้นไม้ สีหน้าของเธอซีดเซียว
เธอคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นรูว สาวน้อยหูแมว
“ความผันผวนของพลังงาน?” เมรีที่แอบดูตกใจ เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานจากร่างของรูว มันเป็นพลังงานที่คุ้นเคยจากพลังงานใจกลางกาแลคซี่ เธอไม่คาดคิดว่าเผ่าพันธุ์ที่มีปัญญาบนดาวดวงนี้จะมีพลังได้ เพราะดูอย่างไรก็ไม่น่าจะมีความสามารถที่จะสร้างยานอวกาศได้
พอเห็นว่ารูวกำลังจะถูกแรดยักษ์โจมตีซ้ำ เมรีก็ไม่รอช้ากระโดดลงไปที่หัวของมันพร้อมกับควบแน่นพลังงานไว้ที่เท้าและบดขยี้หัวของแรดยักษ์จนจมดินพร้อมกับเลือดที่สาดกระจาย
โจมตีครั้งเดียวแรดยักษ์ตายคาที่
รูวที่คิดว่าตัวเองต้องตายแน่ๆและเสียใจจนร้องไห้เพราะเธอจะไม่ได้เห็นหน้าโจอีกต่อไปก็ตกตะลึงที่จู่ๆก็มีใครบางคนตกลงมาเหยียบหัวของแรดยักษ์จนมันตายคาที่
รูวพยายามลุกขึ้นยืนแต่เพราะบาดเจ็บที่ขาทำให้เธอลุกขึ้นอย่างยากลำบากและกล่าวขอบคุณเมรีด้วยใบหน้าซีดเซียว “ขอบคุณที่ช่วยนะคะ”
เมรีงุนงงเพราะเธอไม่เข้าใจภาษาที่รูวพูด แต่ดูจากท่าทางแล้วเธอก็เข้าใจว่ารูวกำลังพูดว่าขอบคุณ เธอจึงพยักหน้าด้วยใบหน้าเย็นชา
เมรีเห็นบาดแผลที่ขาของรูวและเลือดก็ไหลเป็นสายน้ำ หากปล่อยไว้รูวจะต้องเสียเลือดตายแน่ๆ เมรีจึงเดินเข้าไปและทำแผลให้เธอ
รูวเห็นใบหน้าเย็นชาของเมรีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัวเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นเมรีหยิบผ้าออกมาและพันแผลให้เธอความรู้สึกกลัวก็ค่อยๆจากหายไป
เพราะรูวคิดว่านี่อาจจะเป็นลักษณะนิสัยของเมรีก็ได้
หลังจากพันแผลให้รูวเสร็จ เมรีก็หยิบยาแคปซูลยื่นให้รูวและทำท่าทางบอกให้เธอกินมันเข้าไป
รูวลังเลเล็กน้อยก่อนจะกลืนยาแคปซูลลงไป หลังจากนั้นไม่นานเธอก็รู้สึกว่าอาการปวดที่แผลเริ่มทุเลาลง
“ขอบคุณนะคะ” รูวก้มตัวลงหลายครั้งและกล่าวขอบคุณ เธอซาบซึ้งที่เมรีช่วยเธอเอาไว้ แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอกินเข้าไปคืออะไรแต่มันก็ช่วยให้เธอไม่เจ็บปวดอีกต่อไป
จากนั้นรูวก็สังเกตุลักษณะของเมรีและพบว่าเธอไม่มีหูเช่นกัน นอกจากนี้รูวอุทานในใจว่า ‘สวยจัง’
ผมสีเงินกับดวงตาที่เหมือนอัญมณีบวกกับท่าทางเย็นชาทำให้รูวคิดว่าเมรีดูสูงส่งมาก ทำเอาเธอรู้สึกถึงความต้อยต่ำอย่างช่วยไม่ได้
เมรีอยากจะถามเรื่องของโจแต่เพราะปัญหาด้านภาษาจึงทำให้เป็นเรื่องยาก เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นึกได้ว่าเธอมีรูปของโจพกติดตัวอยู่เสมอใบหนึ่ง
เธอจึงหยิบมันออกมาก่อนจะให้หญิงสาวหูแมวดู
ตอนแรกรูวสงสัยว่าเมรียื่นอะไรมาให้ เธอจึงรับมาและก้มดู จากนั้นสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง
“พี่โจ…”
แม้ว่าเสียงของรูวจะเบาแต่เมรีก็ได้ยินชัดเจน และคำว่าโจเป็นคำที่เธอเข้าใจเนื่องจากมันเป็นชื่อจึงเป็นคำพูดเฉพาะเจาะจง
สองมือของเมรีคว้าไหล่ของรูวและหายใจแรง “เธอรู้จักโจด้วยเหรอ?”
รูวที่กำลังร้องไห้ตกใจที่จู่ๆเมรีคว้าไหล่ของเธอ แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเมรีและคิดว่าเมรีรู้จักชายหนุ่มเช่นกันและมาตามหาเขา เธอก็ร้องไห้อีกครั้ง
ตั้งแต่วันที่โจจากไป รูวก็เอาแต่โทษตัวเองและร้องไห้แทบทุกวัน และเมื่อมีคนรู้จักมาตามหาเขาก็ยิ่งทำให้เธอโทษตัวเองมากขึ้นไปอีก เพราะเธอคิดว่าที่โจหายไปเป็นเพราะเธอ
แต่ความจริงแล้วรูวไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่เพราะเธอ
เห็นรูวร้องไห้หนักมากขึ้นไปอีก เมรีก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองอาจจะทำให้เธอตกใจจึงรีบกล่าวขอโทษ แม้จะมีปัญหาด้านภาษาแต่เธอก็พยายามทำท่าทางขอโทษออกไปเช่นกัน
ในวันนี้ทั้งวันทั้งสองคนได้แต่อยู่ที่เดิม คนหนึ่งร้องไห้อีกคนเอาแต่พูดขอโทษ จวบจนบ่ายรูวก็ค่อยๆดีขึ้น
เมรีไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เมื่อเธอเห็นรูวกอดรูปของโจอยู่อย่างนั้นใจก็ตกลงไปอยู่ตาตุ่ม เธอมั่นใจว่าหญิงสาวหูแมวต้องรู้จักโจแน่นอนและท่าทางเช่นนี้เหมือนกับว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นกับโจ