ตอนที่ 3
รอยยิ้มที่อบอุ่น
“หนูนวล หนูนวล คุณเยาว์มาค่ะ” ป้าล้วนเดินเข้ามา บอกนวลในห้องพักของเธอ
“ค่ะป้า เดี๋ยวนวลจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” นวลบอกกลับไป แล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องพร้อมกับป้าล้วนทันที
“สวัสดีค่ะพี่เยาว์” นวลกล่าวทักพร้อมกับยกมือไหว้ผู้มาเยือนทันที เมื่อเห็นหน้ากัน
“สวัสดีจ้ะน้องนวล หายเหนื่อยหรือยังจ้ะ นี่พี่เอาอาหารปิ่นโตสำหรับมื้อค่ำนี้ของวันนี้มาด้วย วันแรก ๆ ยังคงขลุกขลักอยู่ พี่เลยจัดมาให้ทานก่อน” ปากพูดไปมือก็ส่งปิ่นโตให้ป้าล้วน
“เอ้า! ป้าช่วยจัดการให้ด้วยจ้ะ อ้อ! พี่มีอีกเื่จะบอกด้วย คืนวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ทางโรงเรียนกับพวกชาวบ้าน เขาร่วมมือร่วมใจกันจัดงานเลี้ยงเพื่อต้อนรับน้องนวลกับแขกพิเศษอีกคน พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็ใคร ผู้ใหญ่กับชาวบ้านเขาเห็นชอบกัน ให้จัดงานต้อนรับเสียในคราวเดียวกันเลย พวกชาวบ้านเขาดีใจกันมากเลย ที่ได้ครูคนใหม่มาสอนหนังสือให้ลูกหลานเขา รู้ไหมพวกเขาดีใจกันมากเลย เพราะเขาคิดว่าจะไม่มีใคร อยากจะมาสอนลูกหลานของเขาที่นี่เสียแล้ว” เยาวลักษณ์สาธยายตามนิสัยคนช่างพูดช่างเจรจา
“แล้วระหว่างที่ยังไม่มีครูมาสอน ใครเป็คนสอนหนังสือเด็ก ๆ ล่ะค่ะ” นวลถามด้วยความสงสัย
“ก็พี่กับพวก ต.ช.ด. น่ะซิ เขาช่วยกันสอนไปพลาง ๆ ก่อน แต่ก็สอนได้ไม่เต็มที่นัก เพราะเขาจะต้องออกไปตระเวนชายแดนอยู่บ่อย ๆ ลำพังพี่คนเดียวก็ไม่ค่อยไหวแต่ก็ต้องอดทน เพราะพี่สงสารเด็ก ๆ พวกนี้เหลือเกิน พี่อยากให้ความรู้แก่พวกเด็ก ๆ เพราะต่อไปเมื่อเขารู้หนังสือเขาจะได้ไม่ถูกหลอก เหมือนพวกบรรพบุรุษของพวกเขา” เยาวลักษณ์พูดเสียยืดยาว แต่ก็เป็ถ้อยคำที่แสดงถึงความจริงใจของเธอ
“นวลดีใจนะคะที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานกับพี่เยาว์ และก็ดีใจที่ชาวบ้านยินดีต้อนรับนวล และนวลก็จะทุ่มเทกำลังกายกำลังใจให้กับเด็ก ๆ ที่นี่อย่างเต็มความสามารถ พี่เยาว์ค่ะนวลบอกตรง ๆ เลยค่ะ ว่านวลชอบที่นี่จังเลยค่ะ นวลจะสอนหนังสือให้เด็ก ๆ มีความรู้ จะได้ไม่ต้องตกเป็เหยื่อ ของคนชอบเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”
“พี่ดีใจมากเลยจ้ะ ที่นวลพูดแบบนี้ พี่อยากจะให้ที่นี่ได้รับการพัฒนาให้มากกว่าทุกวันนี้ อยากให้เด็ก ๆ มีความรู้ไม่อยากให้ใคร ๆ มาดูถูกเหยียดหยามพวกแก ราวกับว่าพวกแกเหมือนไม่ใช่คน ไม่อยากให้เด็ก ๆ เหล่านี้ ถูกมองว่าพวกแกเป็คนนอกสังคม ซึ่งจริง ๆ แล้วเด็กพวกนี้ก็เป็มนุษย์เหมือน ๆ กับเรา มีสิทธิเสรีภาพตามกฎหมายทุกอย่าง เว้นแต่คนเรานี่แหละที่กำจัดสิทธิเสรีภาพกันเสียเอง”
“นวลก็เห็นด้วยค่ะพี่ นวลเห็นสังคมในเมืองหลวง ไม่มีใครจริงใจต่อกันเลย ทุกคนล้วนแต่ใส่หน้ากากเข้าหากัน นวลเบื่อสังคมแบบนี้ค่ะ”
“นี่ก็เป็สาเหตุด้วยหรือเปล่า ที่ทำให้นวลปลีกตัวออกมาอยู่แบบนี้” เยาวลักษณ์ถาม
“ก็มีส่วนค่ะ” นวลตอบ
เยาวลักษณ์ยิ้มอ่อน ๆ ให้นวลด้วยความเอ็นดูเด็กสาวผู้นี้ เธอรู้สึกว่าถูกชะตากับเด็กสาวผู้นี้ยิ่งนัก
“พี่ขอตัวก่อนแล้วกัน มีงานอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ ให้ทันวันงาน เดี๋ยวจะเสียชื่อครูเยาว์เสียหมด”
“ค่ะพี่เยาว์”
“พี่ไปก่อนนะ” เยาวลักษณ์พูดจบ ก็เดินลงจากเรือนไป เดินไปขึ้นรถขับออกไปทันที
นวลยืนมองเยาวลักษณ์ขับรถหายไปในความมืดสลัว ๆ ในยามใกล้ค่ำ นวลมีความรู้สึกอบอุ่นใจ เมื่อนึกถึงคำบอกเล่าของเยาวลักษณ์ ที่ว่าชาวบ้านจะจัดงานต้อนรับเธอ นวลคิดอยู่ในใจว่าเธอจะไม่ทำให้ชาวบ้านและเด็ก ๆ ในหมู่บ้านนี้ ผิดหวังในตัวของเธอ
“หนูนวล ไปทานข้าวกันเถอะจ้ะ ป้าจัดเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ป้าล้วนเดินมาบอก ขณะที่นวลยังยืนเงียบ ๆ อยู่บนระเบียงเรือนพักหลังน้อยหลังนี้ เมื่อได้ยินเสียงป้าล้วน นวลจึงหันหน้าไปหาป้าล้วนทันที
“ค่ะป้า”
แล้วทั้งสองก็เดินจากไป ณ ที่บริเวณตรงนั้นทันที
แสงอรุณในยามเช้าสาดแสงสีทองอ่อน ๆ แผ่กระจายไปจนทั่วบริเวณหุบเขาของหมู่บ้านละอู เป็เช้าวันแรกที่นวลรู้สึกสดชื่นทั้งกายและใจ เมื่อสายลมอ่อน ๆ พัดมาเอื่อย ๆ มากระทบผิวผ่องของหญิงสาว ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น นวลบอกกับตัวเองว่าเธอรักที่นี่จริง ๆ มิเสียแรงที่เธอเลือกจะมาสอนที่นี่ นวลยืนดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่สักครู่ จึงเดินกลับเข้าไปในห้องพัก แล้วรีบจัดแจงภารกิจส่วนตัวจนเรียบร้อย เดินมานั่งตรวจตราเอกสาร ที่ต้องใช้ให้ครบถ้วนก่อน พอดีจังหวะป้าล้วนเดินเข้ามาในห้อง
“หนูนวล คุณเยาว์มาแล้วจ้ะ”
“ค่ะป้า นวลเสร็จพอดีเลยค่ะ นวลจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” นวลบอกกับป้าล้วน แล้วหยิบเอกสารที่เธอตรวจความเรียบร้อย เมื่อครู่นี้ติดมือออกไปด้วย
“โอ้โฮ! น้องนวลสวยน่ารักจังเลย” เยาวลักษณ์อุทาน เอ่อชมเด็กสาวตามความรู้สึกของเธอเอง จนนวลรู้สึกเขินอาย
“พี่เยาว์เล่นชมนวลอย่างนี้ นวลก็อายแย่เลยซิคะ”
“ไปกันได้แล้วจ้ะแม่สาวน้อย เดี๋ยวสายแล้วแดดจะร้อนน่ะจ้ะ”
เยาวลักษณ์บอกภายในใจรู้สึกรักและเอ็นดู เด็กสาวผู้นี้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกที่แม่มีต่อลูกเลย ทั้งเยาวลักษณ์และนวลจึงเดินกันไปขึ้นรถที่เยาวลักษณ์จอดอยู่หน้าบ้าน ทั้งคู่นั่งสนทนากันไปในระหว่างทาง เยาวลักษณ์เริ่มเล่าเื่ราวของบ้านละอูให้นวลฟัง เพื่อที่ว่านวลจะได้รู้จักพื้นที่และคนที่นี่ดีมากขึ้น และจะต้องทำความรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านนี้ด้วย เพื่อจะได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ได้เร็วขึ้น จนเยาวลักษณ์พารถมาถึงตัวจังหวัด
“เอ้า! ถึงแล้วจ้ะ นวลจะไปพร้อมพี่เลยหรือเปล่าจ้ะ”
“พี่ไปก่อนแล้วกันค่ะ นวลขอตัวสักครู่เดี๋ยวนวลจะตามไปค่ะ”
“ตกลงจ้ะ” เยาวลักษณ์บอก แล้วจึงเดินตรงไปยังตัวอาคารทำการของจังหวัด
นวลสาละวนอยู่กับเอกสารที่เธอเตรียมมา เพื่อทำการรายงานตัวเมื่อเรียบร้อยแล้วจึงรีบเดินตรงไปยังตัวอาคารทันที
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” นวลอุทาน แล้วรีบกล่าวคำขอโทษเมื่อรู้ว่าตัวเองเดินชนคนเข้าแล้ว นวลรู้ว่าเธอเป็ฝ่ายผิดจึงต้องรีบ เอ่ยปากกล่าวคำขอโทษอีกฝ่ายหนึ่งทันที
“ต้องขอโทษอีกครั้งค่ะ ดิฉันรีบร้อนไปหน่อยเลยไม่ทันได้ระวังตัว” นวลรีบอธิบาย ในขณะที่มือกำลังง่วนอยู่กับการเก็บเอกสารที่หล่นอยู่บนพื้น โดยที่ยังไม่ได้มองหน้าคู่กรณีเลย
“ไม่เป็ไรครับ” เสียมทุ้มนุ่ม ๆ บอก
นวลชะงักมือการเก็บเอกสารลงทันที น้ำเสียงคุ้นหูจังเลย เธอจำน้ำเสียงนี้ได้ดี นวลจึงรีบเงยหน้าขึ้นมองเ้าของเสียงทันที ภายในใจก็ภาวนาว่าขอให้ใช่ ขอให้ใช่ เมื่อนวลเห็นหน้าเ้าของเสียงแล้ว เธอถึงกับดีใจมาก เขาคนนั้นคือคนที่เธอคิดไว้ในใจจริง ๆ ด้วย
“คุณนั่นเอง” นวลเอ่ยทักทันทีเมื่อเห็นหน้าของคู่กรณี
“เจ็บตรงไหนบ้างไหมครับ” ชายหนุ่มถามขณะที่มือก็ช่วยเก็บเอกสารแผ่นสุดท้ายแล้วยื่นให้นวล
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” นวลยื่นมือออกไปรับเอกสารที่เขาส่งมาให้ พร้อมกล่าวขอบคุณ
“ผมขอตัวก่อนน่ะครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้นวล
นวลเห็นรอยยิ้มนี้แล้วแทบจะหยุดหายใจเสียให้ได้ นวลประทับใจกับรอยยิ้มของชายหนุ่มผู้นี้เป็อย่างมาก นวลจำเขาได้ติดตาตรึงใจ รอยยิ้มแบบนี้แหละที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น เป็รอยยิ้มที่นวลยังคงระลึกถึงอยู่เสมอ แม้นจะเพิ่งเคยพบเจอกันก็ตามที เมื่อเขาเดินจากไปแล้ว นวลจึงรีบไปจัดแจงธุระของตน จนเสร็จเรียบร้อย แล้วลงจากตัวอาคารมานั่งคอยเยาวลักษณ์อยู่ในรถ ตามคำบอกของเยาวลักษณ์ที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำธุระของตนเอง
“คอยพี่นานไหมจ๊ะ” เยาวลักษณ์ถามทันทีที่เดินมานั่งตรงตำแหน่งคนขับรถ
“รอไม่นานค่ะพี่เยาว์” นวลตอบอย่างไม่ค่อยตั้งใจ ที่จะคุยกับเยาวลักษณ์อย่างเป็ท่าเป็ทางนัก เพราะในใจมัวแต่คิดว่าเขาผู้นั้นมาทำอะไรที่นี่หรือแค่เพียงมาเที่ยวเท่านั้น เขาเป็ใครกันน่ะ
เยาวลักษณ์เห็นนวลนั่งเงียบ เธอรู้สึกกระวนกระวายใจตามประสาคนเป็แม่ที่ห่วงลูก เพราะเยาวลักษณ์รักเอ็นดูนวล เหมือนเป็ลูกสาวของเธออีกคนหนึ่ง เมื่อขับรถออกมาได้สักพักใหญ่ ๆ เยาวลักษณ์ก็อดใจไม่ไหว จึงเอ่ยปากถามนวลออกไป
“เป็อะไรไปจ้ะน้องนวล นั่งเงียบเชียวไม่สบายหรือเปล่า หรือว่ายังเพลียกับการเดินทางอยู่”
“เปล่าคะพี่ นวลไม่ได้เป็อะไรค่ะ นวลนั่งมองดูวิวข้างทางอยู่ค่ะ สวยงามมากมองแล้วช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง ๆ ในกรุงเทพ ฯ ไม่มีโอกาสได้เห็นบรรยากาศแบบนี้เลย” นวลพูดแบบปากกับใจไม่ตรงกับความจริงเท่าใดนัก
เยาวลักษณ์มองหน้านวลด้วยความกังวลเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดจะถามอะไรให้เป็ที่ไม่สบายใจของเธอ เยาวลักษณ์จึงขับรถไปเรื่อย ๆ จนมาถึงยังจุดหมายปลายทาง
“ถึงแล้วจ้าน้องนวล คืนพรุ่งนี้เตรียมตัวไว้นะ พี่จะมารับนวลประมาณหนึ่งทุ่มนะจ๊ะ”
“พี่ขอตัวกลับก่อนจ้ะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน”
“ขอบคุณค่ะพี่เยาว์” นวลยกมือไหว้ผู้มีวัยสูงกว่า เยาวลักษณ์ยิ้มรับด้วยความชื่นชมในตัวสาวน้อยผู้นี้
“เดี๋ยวค่ะพี่เยาว์ แล้วนวลจะต้องแต่ตัวแบบไหนคะ พี่ช่วยแนะนำให้นวลหน่อยซิคะ”
“แต่งตามสบายเลยจ้ะ คนกันเองทั้งนั้น”
“ค่ะพี่เยาว์”
นวลอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน สีของเนื้อผ้าช่วยเน้นผิวนวลผ่องของเธอให้ดูมีน้ำมีนวลยิ่งขึ้น เกล้ามวยผมแบบง่าย ๆ ตกแต่งด้วยช่อพวงคราม บริเวณลำคอระหงละไปด้วยลูกผมอ่อน ๆ ที่พลิ้วไปมาเมื่อยามต้องสายลม เน้นให้ใบหน้าดูคมคายผุดผาดยิ่งขึ้น ใบหน้าตกแต่งเพียงแป้งฝุ่นสีเนื้อและลิปสติกสีอ่อน เพียงเท่านี้นวลก็ดูสวยสดใส อ่อนหวานน่าทะนุถนอม
“หนูนวลหรือเนี่ย หนูนวลของป้าล้วน สวยงามน่ารักจังเลยค่ะ” ป้าล้วนพูดตรง ๆ เมื่อเห็นนวลเดินออกมาจากห้อง
“ป้าพูดแบบนี้ นวลก็อายแย่ซิคะ” นวลเขินอายตามวัยของเธอ
“ก็เื่จริงนี่ค่ะ ป้าพูดจากใจจริงของป้าเลยค่ะ” ป้าล้วนพูดย้ำในขณะที่สายตามองนวลอย่างชื่นชม
“ไม่เอาล่ะ ขืนคุยกับป้า นวลคงไม่ต้องไปกับพี่เยาว์แน่ คงจะลอยไปถึงที่งานเป็แน่” นวลยิ้มให้ป้าล้วน เดินเข้าไปกอดป้าล้วนแทนคำขอบคุณ แล้วจึงเดินไปยืนคอยเยาวลักษณ์ที่หน้าระเบียง สักครู่รถของเยาวลักษณ์ก็ขับรถเข้ามาจอดบริเวณซุ้มพวงแสด เยาวลักษณ์เดินมาพร้อมกับสามีของเธอ เห็นนวลกำลังยืนรอเธออยู่แล้วส่งยิ้มให้กับหญิงสาว นวลจึงรีบเดินลงมาจากระเบียงเรือนทันที เดินตรงเข้าไปหาเยาวลักษณ์ทันที
“น้องนวล นี่คุณประวัตร สามีพี่เองจ้ะ” เยาวลักษณ์แนะนำให้นวลรู้จักสามีของเธอ
“สวัสดีค่ะ” นวลกล่าวพร้อมยกมือไหว้
ประวัตรยกมือรับไหว้จากนวล
“นี่ไงคะคุณ น้องนวล ครูคนใหม่ของเราไง” เยาวลักษณ์แนะนำให้สามีของเธอรู้จัก
“ยินดีต้อนรับครับคุณครูคนใหม่ครับ” ประวัตรกล่าวทักเป็ประโยคแรก
นวลยิ้มรับด้วยความเขินอายเล็กน้อย
“ขอบคุณค่ะ”
“ไปกันได้แล้วจ้ะ เดี๋ยวพวกเขาจะรอกัน” เยาวลักษณ์บอกเมื่อทั้งคู่ทำความรู้จักซึ่งกันและกันเรียบร้อยแล้ว
แล้วทั้งสามก็เดินไปขึ้นรถ เดินทางตรงไปยังโรงเรียนประจำหมู่บ้านทันที ประวัตรขับรถเข้ามาภายในลานกว้างหน้าโรงเรียน แล้วขับรถไปจอดมุมหนึ่งของลานกว้างของโรงเรียน
เมื่อเยาวลักษณ์และนวลลงจากรถแล้ว นวลมองไปรอบ ๆ บริเวณงานเห็นผู้คนมาในงานมากพอสมควร ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่เธอจะต้องเริ่มทำความคุ้นเคยกับผู้คนและสถานที่
“ไปกันเถอะจ้ะน้องนวล” เยาวลักษณ์เอ่ยปากชวนทันที เมื่อประวัตรจอดรถเรียบร้อยแล้ว
ทั้งสามคนพากันเดินเข้าไปในบริเวณงาน เมื่อทั้งสามคนเดินเข้ามาใกล้ ๆ ทุกคนในงานหันมามองเป็ตาเดียวกัน ราวกับว่าได้นัดหมายกันไว้ เมื่อพวกเขาเห็นทั้งสามคนเดินเข้ามาถึงแล้ว คนที่ตกเป็เป้าสายตามากที่สุดก็คงไม่พ้นหญิงสาวที่ชื่อนวลเพลิง
“สวัสดีครับท่านรอง สวัสดีครับครูเยาวลักษณ์” ผู้นำหมู่บ้านเอ่ยทักทาย
“สวัสดีครับท่าน สวัสดีครับครูเยาว์” ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวทักทาย
แขกที่มาในงานต่างก็กล่าวทักทาย ประวัตรและเยาวลักษณ์ ตลอดทางที่ทั้งสามเดินผ่านเข้ามา และคนเหล่านี้ต่างก็ชำเลืองมองดูนวล ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่านวลเป็ใคร ซึ่งในบรรดาผู้มาร่วมงานนั้น มีบุคคลหนึ่งก็กำลังจ้องมองนวลอยู่อย่างไม่กะพริบตาเลยทีเดียว
“ไอ้คำ เอ็งเห็นผู้หญิงที่เดินอยู่ข้าง ๆ ครูเยาว์หรือเปล่าว่ะ งามถูกใจข้าจริง ๆ เลยว่ะ หล่อนเป็ใครกันเองรู้หรือเปล่า”
“ไม่รู้ครับ นายตองแปง” ลูกน้องคนสนิทตอบ
“เอ็งเนี่ยไม่ได้เื่เลยน่ะ ไม่เป็ไรเดี๋ยวข้าสืบเองก็ได้ว่ะ ว่าแม่คนงามผู้คนนี้เป็ใคร แหม! ช่างงามถูกใจข้าจริง ๆ”
ตองแปงกับลูกน้องคนสนิทก็เดินตามหลังคนทั้งสามไปห่าง ๆ สักครู่เดียวตองแปงกับลูกน้องหลบฉากหายไปในความมืด เมื่อสังเกตเห็นว่าทั้งสามคนเดินไปยังทิศทางใด
“นู้น! ท่านรองมากันทางนั้นแล้วครับ” ผู้ใหญ่บ้านชี้มือให้แขกคนอื่น ๆ มองตาม ซึ่งทั้งสามคนก็กำลังเดินตรงเข้ามาหา
“มากันนานแล้วหรือครับ” ประวัตรเอ่ยทักทาย ตาก็มองไปรอบ ๆ บริเวณ
“เอ! คุณปัฐยังมาไม่ถึงอีกหรือครับ” ประวัตรถามออกไป เมื่อมองหาไปรอบ ๆ บริเวณงานไม่พบคนที่ตัวเองมองหาอยู่
“เดินตรงมาทางโน้นแล้วครับท่านรอง” ผู้ใหญ่บ้านบอก เมื่อเหลือบตาไปเห็นคนที่ประวัตรมองหา แล้วชี้ให้ประวัตรมองตาม
ทุกคนหันไปมองตรงทิศที่ชายหนุ่มกำลังเดินตรงมา เขาอยู่ในเครื่องแบบตำรวจตระเวนชายแดน
“ขอโทษครับ ผมมาช้าไปหน่อย” ชายหนุ่มรีบกล่าวคำขอโทษทันที เมื่อเขาเดินมาถึง แต่ก็ไม่วายที่จะปรายหางตา ชำเลืองมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เยาวลักษณ์ แล้วอมยิ้มน้อย ๆ อยู่ในที
“ไม่เป็ไรครับคุณปัฐ ผมก็เพิ่งมาเมื่อครู่นี้เองครับ เอาละเมื่อมากันพร้อมหน้าแล้ว ผมก็ขอแนะนำตัวเลยแล้วกัน”
ประวัตรเริ่มแนะนำตัว คนทั้งสองให้ทุกคนรู้จักอย่างเป็ทางการ สุดท้ายประวัตรก็หันกลับมาแนะนำตัว ชายหนุ่มหญิงสาวให้ทั้งคู่รู้จักซึ่งกันและกัน
“นี่คุณปัฐพี เรืองเดชา” ชายหนุ่มระบายยิ้มอ่อน ๆ บนใบหน้าของเขา เมื่อประวัตรกล่าวแนะนำตัวจบ
“ยินดีที่รู้จักค่ะ” นวลยิ้มตอบ พร้อมกับวาดรอยยิ้มหวานส่งกลับให้เขาเช่นเดียวกัน หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้พบเห็นเขาอีกครั้ง
“และนี่ คุณนวลเพลิง อัศวเมธากุล” ประวัตรแนะนำฝ่ายหญิง ให้ฝ่ายชายรู้จักเธอบ้าง
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นเดียวกันครับ”
ประวัตรแนะนำทั้งคู่เรียบร้อยแล้ว เขาเดินขึ้นไปบนเวทีที่ชาวบ้านจัดเตรียมเอาไว้ให้
“เอาละ เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ผมขอกล่าวเปิดงานเลยน่ะครับ งานที่จัดขึ้นมาวันนี้เพื่อเป็การต้อนรับนายตำรวจตระเวนชายแดนและครูคนใหม่ที่จะคอยดูแลหมู่บ้านของเรา และก็จะมาสอนหนังสือให้กับเด็ก ๆ ของเรา ผมขอเรียนเชิญคุณปัฐและคุณครูนวลบนเวทีด้วยครับ” ประวัตรกล่าวเชิญคนทั้งคู่
“เชิญคุณปัฐเลยครับ” ประวัตรพูดจบแล้วส่งไมล์ให้เขา ปัฐพีรับไมล์แล้วกล่าวคำแนะนำตัวเอง
“สวัสดีครับ ผมปัฐพี ผมจะมาประจำที่นี่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ผมยินดีเป็อย่างมากที่ได้มาประจำที่นี่ ผมจะคอยปกป้องบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของพ่อแม่พี่น้องด้วยกำลัง อย่างเต็มความสามารถของผม เพื่อให้ทุก ๆ ท่านได้อยู่ดีมีสุขครับ” ปัฐพีกล่าวแนะนำตัวเอง
“เชิญครูนวลครับ” ประวัตรรับไมล์จากปัฐพีแล้ว เขาเรียนเชิญนวลเป็คนต่อไป
“สวัสดีค่ะ นวลขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุก ๆ คนด้วยนะคะ นวลสัญญาว่านวลจะใช้ความรู้ความสามารถที่มีทั้งหมด นำมาสอนกับเด็ก ๆ ให้มากที่สุดและเต็มที่เต็มกำลังที่มีอยู่ เพื่อให้เด็ก ๆ มีความรู้ อ่านออกเขียนได้ เพื่อที่จะได้นำความรู้ที่ได้รับไปนั้น นำมาใช้ในการดำเนินชีวิต หรือต่อยอดได้ในอนาคตต่อไป นวลขอขอบคุณมากค่ะที่ยินดีรับนวล เข้ามาอยู่ร่วมในชุมชนนี้ และจัดงานต้อนรับอย่างอบอุ่นใจ นวลขอขอบคุณอีกครั้งค่ะ” นวลกล่าวจากใจจริงของเธอ
เสียงตบมือดังขึ้นเมื่อนวลกล่าวจบ เมื่อสิ้นเสียงตบมือประวัตรจึงกล่าวต่อ
“เอาละ เมื่อจบพิธีการแล้ว ผมขอให้ทุกคนสนุกสนานได้ตามสบายเลยครับ สนุกกันให้เต็มที่เลยน่ะครับ เชิญครับ เชิญเลยครับ เชิญทุก ๆ คนเลยครับ คุณปัฐ ครูนวลเชิญทางนี้เลยครับ” ประวัตรกล่าวพร้อมเชิญทั้งคู่ให้เดินตามเขาไป
ประวัตรพาทั้งคู่มาที่โต๊ะตัวที่ทางเ้าหน้าที่ จัดเตรียมเอาไว้ให้ซึ่งตอนนี้มีเยาวลักษณ์นั่งรออยู่แล้ว
“เชิญเลยครับ” ประวัตรเชิญอีกครั้ง
ทั้งหมดนั่งสนทนากันไปได้สักระยะ ประวัตรกับเยาวลักษณ์จึงขอตัวกลับก่อนที่งานจะเลิก
“น้องนวลจ้ะ พี่ต้องขอตัวกลับก่อน พี่มีธุระที่ทำค้างไว้ที่บ้าน แต่นวลไม่ต้องเป็กังวลเกี่ยวกับเื่ที่จะกลับเรือนพักนะจ๊ะ เพราะพี่จัดการให้เรียบร้อยแล้ว” เยาวลักษณ์รีบบอกทันที เพราะเห็นว่านวลมีทีท่า จะขอกลับไปพร้อมกับเธอด้วย
“คุณปัฐผมต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ” ประวัตรขอตัวกลับบ้าง
ทั้งประวัตรและเยาวลักษณ์บอกลาแล้ว ทั้งคู่ก็เดินตรงไปยังรถที่จอดไว้แล้วขับออกจากงานไป โดยให้ปัฐพีและนวลเพลิงอยู่ในงานต่อไป