เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นจากปลายถนน
ไม่ใช่เสียงลาก
เป็เสียงของอาวุธที่ถูกวางลงบนหินพร้อมกัน
สามจังหวะ
หนัก
ชัด
ลู่เฉินหยุดเดิน
เืจากแผลยังไหล
หยดลงร่องหินที่แตกจากการปะทะก่อนหน้า
ขาซ้ายตึงจนกล้ามเนื้อสั่น
แขนขวายังแนบลำตัว
สายรัดแดงเข้มจนมองไม่ออกว่าสีเดิมคืออะไร
ตรงหน้า
ชายสามคนยืนขวางถนน
ไม่กระจาย
ไม่ปิดล้อม
ยืนเรียงเป็แนวเดียว
คนซ้ายถือดาบยาว
ปลายดาบแตะพื้น
เสียงโลหะดังแหลม
คนกลางถือหอกปลายแยก
ด้ามหนา
มือจับนิ่ง
ไม่มีแรงสั่น
คนขวาถือโล่กลม
โล่เก่า
มีรอยฟันหลายรอย
แต่ไม่มีรอยบุบใหม่
เสื้อคลุมของทั้งสามเหมือนกัน
สีเทาเข้ม
ขอบแขนปักตราเมือง
ไม่ใหม่
ไม่สวย
แต่สะอาด
นี่ไม่ใช่คนลาดตระเวน
ไม่ใช่คนเฝ้าเขต
นี่คือคนที่เมือง “เรียกใช้”
ชายถือหอกก้าวออกมาครึ่งก้าว
ปลายหอกยกขึ้นระดับอกลู่เฉิน
“ลู่เฉิน”
เขาเรียกชื่อ
ไม่ถาม
ไม่ลองเสียง
“เ้าเดินต่อไม่ได้”
ลู่เฉินไม่ตอบ
เขามองเท้า
มองระยะ
มองมุมกำแพงด้านขวาที่แตกครึ่งหนึ่ง
มองร้านพังด้านซ้ายที่พื้นทรุด
ดาบยกขึ้น
โล่ขยับ
หอกคุมแนวตรง
ชายถือดาบเป็คนขยับก่อน
ไม่วิ่ง
ก้าวยาว
ดาบฟันเฉียงจากซ้ายลงขวา
เล็งคอ
ลู่เฉินย่อเข่า
ดาบเฉือนอากาศเหนือศีรษะ
ลมจากคมดาบกดผมแนบหน้าผาก
เขาพุ่งเข้าใกล้
หมัดซ้ายอัดใส่ท้อง
แรงกระแทกดังทึบ
ชายดาบถอยหนึ่งก้าว
แต่ไม่งอ
โล่ชนเข้ามาซ้อน
ขอบโล่กระแทกหน้าอก
เสียงดังปึก
ลู่เฉินถูกดันถอย
ส้นเท้าขูดหิน
หอกแทงสวนทันที
ตรง
เร็ว
ปลายแยกเล็งขาซ้าย
ลู่เฉินบิดสะโพก
ปลายหอกเฉือนต้นขา
เืพุ่ง
กล้ามเนื้อกระตุกแรงจนขาซ้ายทรุดครึ่งจังหวะ
โล่ดันซ้ำ
ดาบฟาดลงแนวตั้ง
ลู่เฉินใช้มือซ้ายยันพื้น
กลิ้งตัวหลบ
ดาบฟาดหินแตก
เศษหินกระเด็น
เขาลุกไม่เต็มตัว
ใช้เข่าซ้ายยัน
หอบแรง
ชีพอสูรในอกดันขึ้น
แรงร้อนวิ่งผ่านสันหลัง
ลงต้นขา
หอกแทงซ้ำ
คราวนี้ต่ำ
เล็งเข่า
ลู่เฉินใช้ขอบประตูไม้ที่พังอยู่
เตะออก
ไม้แตก
แต่เบนแนวหอกพอให้พ้น
เขาพุ่งเข้าใกล้หอก
หมัดซ้ายอัดใส่ปลายด้าม
แรงะเืวิ่งเข้าข้อมือชายหอก
มือคลาย
หอกตกกระแทกพื้น
ชายถือโล่ก้าวเข้าชน
โล่ฟาดใส่หน้า
ลู่เฉินรับเต็ม
ภาพสั่น
ฟันกระแทกกันดังกรอด
ดาบแทงซ้อนจากด้านข้าง
ปลายดาบเสียบเข้าที่สีข้าง
ไม่ลึก
แต่เืทะลัก
ลู่เฉินคำราม
เสียงต่ำ
ลึก
ชีพอสูรดันขึ้นสุด
เขายันพื้น
ใช้แรงจากสะโพก
พุ่งชนโล่
แรงปะทะดังสนั่น
ชายถือโล่ถอยสองก้าว
ส้นเท้าชนขอบถนนที่ทรุด
ร่างเสียหลัก
ลู่เฉินไม่ปล่อย
ศอกซ้ายกระแทกขอบโล่
โล่หลุดมือ
กลิ้งไปชนผนัง
เขาหัน
หมัดอัดใส่กรามชายดาบ
เสียงกระดูกดังกรอบ
ร่างล้มกระแทกพื้น
ชายหอกคว้าดาบจากพื้น
ฟันเฉียง
ลู่เฉินยกแขนซ้ายรับ
คมดาบบาดลึก
เืไหลอุ่น
เขาใช้ไหล่ซ้ายชน
ดันอีกฝ่ายถอย
เตะเข้าที่ข้อเท้า
เสียงกระดูกแตก
ชายหอกล้มคุกเข่า
เหลือชายถือโล่
ไม่มีโล่
มือเปล่า
แต่ท่ายืนยังมั่น
เขาถอยหนึ่งก้าว
ยกมือขึ้นระดับอก
“พอแล้ว”
ลู่เฉินยืนหอบ
เืไหลหลายจุด
ขาซ้ายสั่นจนต้องถ่ายน้ำหนัก
ชายคนนั้นมองเขา
มองเื
มองรอยแตกบนพื้น
“เมืองส่งพวกข้ามาเพื่อดู”
เขาพูดชัด
ไม่ะโ
“ดูว่าเ้าจะล้มตรงไหน”
เขาหยิบโล่ขึ้น
สะพายหลัง
ถอยอีกก้าว
“วันนี้พอแค่นี้”
ทั้งสามถอยพร้อมกัน
ไม่หันหลัง
ลากคนเจ็บไป
ถนนกลับมาเงียบ
มีแต่เสียงเืหยด
ลู่เฉินยืนอยู่กลางทาง
ตัวสั่น
แต่ยังยืน
บนหลังคาไกลออกไป
เงาคนหลายเงาขยับ
มีทั้งชุดเมือง
มีทั้งชุดสำนัก
ไม่มีใครลงมา
คืนนี้
เมืองไม่ได้ปล่อย
ไม่ได้เก็บ
แต่ “เริ่มวัด”
และลู่เฉินรู้ดีว่า
ครั้งหน้า
คนที่มา
จะไม่หยุดแค่ดู